แคนนอนส่ง EOS M พร้อมชุดเลนส์ใหม่ลงตลาดแล้ว

แคนนอนส่ง EOS M พร้อมชุดเลนส์ใหม่ลงตลาดแล้ว

แคนนอนส่ง EOS M กล้องดิจิตอลมิเรอร์เลสเปลี่ยนเลนส์ได้ คุณภาพสูงระดับ DSLR ลงตลาดพร้อมแพ็กเกจเลนส์คิท ขณะที่การแข่งขัน Canon Photo Marathon Thailand 2012 ที่ภาคใต้เริ่มขึ้นแล้ว โดยเหล่าช่างภาพทุกระดับเข้าร่วมแข่งขันกว่า 500 คน…

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ภูมิใจเสนอ Canon EOS M กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ โดดเด่นเหนือกว่าด้วยดีไซน์ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่คุณภาพเป็นเลิศเทียบเท่ากล้อง DSLR EOS ?ด้วย เซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ ? APS-Cความละเอียดสูงถึง 18 ล้านพิกเซล และชิพประมวลผล DIGIC 5 ล้ำกว่าด้วยหน้าจอ Capacitive ทัชสกรีนแบบ Multi-Touch ?เลือกเมนู ปรับค่า และสั่งงานกล้องได้ง่ายดาย รวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส เปลี่ยนเลนส์ได้ในแบบที่คุณต้องการ ทั้งเลนส์ตระกูล EF-M และ EF, EF-S ที่มีให้เลือกกว่า 60 รุ่น พร้อมเสริมการทำงานของกล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเทคโนโลยี STM ในเลนส์ชุดใหม่ที่มาพร้อมกับตัวกล้องด้วยระบบ Stepping Motor ปรับโฟกัสได้อย่างต่อเนื่อง ให้ภาพคมชัดทุกช่วงการซูม และปราศจากเสียงรบกวนจากเลนส์ในขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว และระบบป้องกันการสั่นไหว Dynamic Image Stabilizer ขณะกำลังเดินถ่ายภาพและเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพอีกมากมาย เพื่อให้ทุกรูปถ่าย สวยงามอย่างที่ต้องการ

กล้องดิจิตอล แคนนอน EOS M กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่นแรกจากแคนนอน ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ดีไซน์ทันสมัยสไตล์กล้องคอมแพค แต่ให้คุณภาพภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Classic Black, Metallic Silver, Gloss White และ Gloss Red เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้หญิงรุ่นใหม่ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 28,900 บาท (ชุดกล้อง EOS M พร้อมเลนส์ EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM) ถึง 32, 900 บาท ?(กล้อง EOS M พร้อมเลนส์ EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM , EF-M22mm f/2 STM และ Speedlite 90EX )

ด้าน นายนิฐิวัฒน์ วัจนวรานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขาย ส่วนงานคอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นประธานในการเปิดการแข่งขัน Canon Photo Marathon Thailand 2012 ที่ภาคใต้เป็นภูมิภาคแรกของปีนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 500 คน เข้าร่วมท้าประลองไอเดียสร้างสรรค์ผ่านเลนส์และกล้องแคนนอนทุกรุ่น ทุกแบบ เพื่อชิงรางวัลใหญ่กล้องดิจิตอล โฟโต้พรินเตอร์จากแคนนอน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพ และผู้เชี่ยวชาญจากแคนนอน เกมส์และกิจกรรมสนุกมากมายบนเวที ณ บริเวณลานด้านหน้าห้องเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต

สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปจะไปแข่งขันที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ภาคที่ 3 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน และครั้งสุดท้ายในปีนี้ที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 15 ธันวาคม 2555.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

แคนนอนส่ง 3 รุ่นท็อปชนคู่แข่งหวังเบอร์1ตลาดกล้องทุกกลุ่ม

แคนนอนส่ง 3 รุ่นท็อปชนคู่แข่งหวังเบอร์1ตลาดกล้องทุกกลุ่ม

แคนนอน ลุยเดินหน้าสู่เป้ายอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาทเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดลงสู่ตลาดพร้อมกันถึง? 23 รุ่น อาทิ รุ่นท็อป EOS 5D MarkIII, Powershot G1X และ IXUS HS series พร้อมเทคโนโลยีใหม่ เป็นหมัดเด็ดชนคู่แข่ง หวังรักษาส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง…

นายวาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัท และประธานกรรมการ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ ธุรกิจกล้องดิจิตอลมีการแข่งขันสูงขึ้นมาก แคนนอน ในฐานะผู้นำตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทย จึงเตรียมกลยุทธ์เพื่อบุกตลาดกล้องเต็มรูปแบบในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 พร้อมท้าชนคู่แข่งในทุกประเภทสินค้าด้วยทัพกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่จำนวน 23 รุ่น ประกอบด้วย กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค กล้องดีเอสแอลอาร์ และกล้องวีดีโอ ที่มาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสนุกกับการถ่ายภาพ และพึงพอใจกับประสิทธิภาพของกล้องมากขึ้น ทั้งนี้ แคนนอนมั่นใจว่า จะยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดอ้นดับหนึ่งได้ต่อไปจากการรุกตลาดครั้งนี้ ด้วยเป้าหมายการตลาด 6,346 ล้านบาท และสามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของแคนนอนที่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 24% หรือมียอดขายรวมตลอดทั้งปีทะลุ 10,000 ล้านบาท

ด้าน นายวรินทร์ ตันติพงศ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป? ส่วนงานคอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บ.แคนนอนฯ กล่าวว่า ตลาดกล้องดิจิตอล ที่เป็นคอมแพ็ค ในปีนี้จะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมากขึ้น และภาพรวมของตลาดกล้องดิจิตอลคอมแพ็คมีแต่ปรับตัวลดลง รวมกับราคากล้องจะมีการปรับตัวลดลง เฉลี่ยปีละ 10-15% เชื่อว่าปีนี้ขนาดกล้องดิจิตอลแบบคอมแพ็คจะอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านเครื่อง หรือ มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท หากดูจากผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในปีนี้ จะเน้นว่าเรามุ่งเน้นไปที่คุณภาพของกล้อง มากกว่าที่จะมาแข่งขันเรื่องราคา ทั้งนี้สัดส่วนการขายกล้องคอมแพ็คในราคาระดับบนอยู่ประมาณ 30% โดยกล้องดิจิตอลคอมแพ็คของแคนนอนราคาถูกสุดอยู่ประมาณ 2,400 บาท ขณะที่ราคากล้องราคาถูกในตลาดเฉลี่ยจะอยู่ที่ไม่เกิน 2,000 บาท

ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป? ส่วนงานคอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บ.แคนนอนฯ กล่าว กล่าวอีกว่า นอกจากนี้แคนนอนยังมีแผนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทาง คอนเซ็ปต์สโตร์ของแคนนอนที่ปีนี้จะเปิดอีก 6 สาขาเพื่อทำให้ตลาดกล้องดิจิตอล กลุ่มคอมแพ็คในต่างจังหวัดมีโอกาสขยายตัว โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากลูกค้าในกรุงเทพฯ 70% กับต่างจังหวัด 30% ทำให้แคนนอนยังเห็นว่าต่างจังหวัดยังมีโอกาสเติบโตได้มากกว่านี้ ดังนั้นแคนอนก็จะพยายามชิงอันดับ 1 กลับมาให้ได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมาอยู่ที่ 23% ขณะที่ตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์แม้ว่าคู่แข่งรายสำคัญจะบุกตลาดหนักมากขึ้น แต่แคนนอนจะพยายามเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้เป็น 65-70% จากปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 60-65% โดยมูลค่าตลาดรวมปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ประมาณ 3,065 ล้านบาท

สำหรับผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 ประกอบด้วย EOS-1D X กล้องดีเอสแอลอาร์แบบฟูลเฟรมที่เร็วที่สุดในโลก EOS 5D Mark III กล้องฟูลเฟรมระดับมืออาชีพ โดดเด่นทั้งการถ่ายภาพนิ่งและถ่ายภาพเคลื่อนไหว PowerShot G1 X กล้องดิจิตอลคอมแพ็คระดับโปรซูมเมอร์ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ CMOS เลนส์ UA ใหม่ และ DIGIC 5 จากกล้องดีเอสแอลอาร์ มาใช้ในกล้องคอมแพค IXUS HS series กล้องดิจิตอล และกล้องวีดีโอไฮเดฟฟินิชั่น LEGRIA ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi สุดล้ำ และแอพพลิเคชั่น Camera Window ที่พัฒนาขึ้นระหว่างแคนนอนและแอปเปิล ในการเชื่อมต่อกล้องดิจิตอลเข้ากับสมาร์ทโฟนระบบ iOS เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำภาพถ่ายคมชัด มีคุณภาพสูง เพราะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลที่แท้จริง แบ่งปันใน Social Network ต่างๆได้ในทันที

ขณะที่ เทคโนโลยีสำคัญที่เป็นแกนหลักในกล้องดิจิตอลของแคนนอนรุ่นใหม่ครั้งนี้ ได้แก่? ชิปประมวลผลภาพอัจริยะใหม่ DIGIC5+ ในรุ่น EOS 1DX และ 5D Mark IIII และ DIGIC5 ในกล้องดิจิตอลคอมแพ็ค? ข้อดีคือ ช่วยลดสัญญาณรบกวนเมื่อถ่ายด้วยค่าความไวแสงสูง และเมื่อทำงานร่วมกับเซนเซอร์ CMOS ความละเอียดภาพที่ได้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า CMOS Sensor Technology โดย EOS 5D Mark III ใช้เซนเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรมความละเอียดสูงถึง 22.3 ล้านพิกเซล สามารถสร้างสรรค์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่มีคุณภาพสูง และยังคงความสมดุลระหว่างความละเอียดในการแสดงผลของภาพ ลดสัญญาณรบกวนภาพได้เป็นอย่างดี ให้คมชัดมากกว่าเดิม แม้ถ่ายภาพในที่แสงน้อย?

กล้อง PowerShot G1X ใช้เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.5 นิ้ว ที่ใหญ่ที่สุดในกล้องคอมแพ็คของแคนนอนทั้งหมด ทำให้เก็บรายละเอียดภาพได้ครบถ้วน ให้สีสันสดใส และเมื่อทำงานร่วมกับ F2.8 จะให้ระยะชัดตื้นที่โดดเด่นกว่ากล้องรุ่นอื่นๆ?

ขณะที่ เทคโนโลยี HS System ระบบที่ช่วยจัดการเกี่ยวกับสัญญาณรบกวนและแสง Multi-Area White Balance ที่ทำให้สีออกมาเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับที่ตาเห็น นับจากนี้ไม่ว่าจะถ่ายภาพที่ไหนหรือเมื่อไรกล้องถ่ายภาพจากแคนนอนสามารถผลิตภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ส่วน เทคโนโลยี Wi-Fi ในกล้องดิจิตอล IXUS 510 HS และ IXUS 240 HS และกล้องวีดีโอ LEGRIA HFM 52 , HFR38 และ HFR 36 ทำให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดไฟล์ภาพถ่าย หรือวีดีโอจากกล้องแคนนอน ไปยัง iPhone และ iPad รวมทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook? หรือ? YouTube และส่งอีเมล์ ผ่าน แอพพลิเคชั่น Canon Camera Window บนสมาร์ทโฟนระบบ iOS วิธีการนี้ช่วยลดขั้นตอนในการดาวน์โหลดภาพสู่เครื่องก่อนอัพโหลดขึ้นออนไลน์? และคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้รับดีกว่าเมื่อเทียบกับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องในสมาร์ทโฟน เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ความสะดวกในการอัพโหลดภาพแบบเรียลไทม์ แต่ต้องการคุณภาพของภาพถ่ายด้วย

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

แคนนอนส่ง PowerShot S100 เอาใจคอกล้องคอมแพ็ค

แคนนอนส่ง PowerShot S100 เอาใจคอกล้องคอมแพ็ค

แคนนอน เปิดตัวกล้องใหม่ PowerShot S100 ชูจุดเด่น กล้องคอมแพ็ค เรียบเท่? ?คุณภาพสูง? ด้วยระบบป้องกันการสั่นไหวใหม่ล่าสุด Intelligent IS และเทคโนโลยี HS System มั่นใจว่าทุกภาพคมชัด ออกแบบมาให้คล่องตัว น้ำหนักเบา…

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ประกาศเปิดตัวกล้องดิจิตอล รุ่น PowerShot S100 ใหม่ พัฒนาจากรุ่นเดิม (S95) โดยผสมผสานระหว่างการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย เท่ มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเงิน พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ของแคนนอน เพื่อให้ทุกภาพสีสดใส คมชัดแม้ถ่ายภาพในที่แสงน้อย อาทิ เลนส์ 24 -120 มม. พร้อมซูมออปติคัลได้สูงถึง 5 เท่า รูรับแสงกว้างสุด F2.0 ค่า ISO สูงสุด 6400 ภายในประกอบด้วย เซ็นเซอร์แบบ CMOS ความไวแสงสูงความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.7 นิ้ว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในกล้อง DSLR ตระกูล EOS ของแคนนอน รวมถึง Manual Mode ให้ผู้ใช้ปรับตั้งค่ากล้องได้แบบกล้องโปรฯ และยังสามารถเลือกบันทึกภาพเป็นแบบ RAW ไฟล์ได้เหมือนกล้อง DSLR ได้อีกด้วย

แคนนอน PowerShot S100 ยังใช้เทคโนโลยี HS System ซึ่งผสานจุดเด่นของเซ็นเซอร์ CMOS และชิพประมวลผล DIGIC 5 ผลลัพท์ที่ได้ คือ ภาพคมชัดในทุกสภาวะแสง โดยไม่ต้องใช้แฟลช แม้ถ่ายภาพในพื้นที่ที่มีความคอนทราสต์ระหว่างแสงและเงาสูง แต่ภาพที่ถ่ายยังคงดูเป็นธรรมชาติแม้กระทั่งในสภาวะแสงน้อย?

นอกจากนี้ แคนนอน PowerShot S 100 ยังคงมี Control Ring (ระบบควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ บนด้วยวงแหวนบนตัวกล้อง) ซึ่งเป็นลูกเล่นซิกเนเจอร์ของ PowerShot S ซีรีส์ มาตั้งแต่รุ่น S95 โดย Control Ring ของ S100 ออกแบบให้สะดวกในการตั้งค่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ผู้ใช้จึงสามารถปรับ รูรับแสง ค่าความไวแสง หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนโทนสี โดยปรับได้ขณะถ่ายภาพ ไม่ต้องผ่านเมนูตั้งค่าหลักให้ยุ่งยาก แต่ให้ความรู้สึกเหมือนใช้กล้องระดับโปรฯ อีกทั้งแคนนอน PowerShot S100 ยังมีระบบ GPS ในตัวกล้อง สามารถระบุพิกัดของภาพถ่าย และแสดงเส้นทางของทริปถ่ายภาพ และยังเพิ่มความสามารถในการบันทึกวีดีโอแบบ Full HD อีกด้วย เพื่อความสมบูรณ์แบบทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,