กูรู ชี้ โซเชียลมีเดียเขี้ยวเล็บ บทบาทใหม่กับการรายงานข่าว

กูรู ชี้ โซเชียลมีเดียเขี้ยวเล็บ บทบาทใหม่กับการรายงานข่าว

นายก ส.นักข่าวฯ ชี้ นักข่าวต้องเข้าใจการใช้งานโซเชียลมีเดียก่อน ป้องต่อต้าน ด้าน “ก่อเขต” ระบุใช้สื่อโซเชียลมีเดียรายงานสถานการณ์ต้องระวังสิ่งที่จะตามมา-มีความรับผิดชอบเสมอ ในเวทีโซเชียลมีเดีย ทางเลือกใหม่? ของการรายงานข่าวในภาวะวิกฤติ

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ภาควิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีพีซี) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนาในโครงการ JR วิชาการครั้งที่ 4 ในหัวข้อ Social Media ทางเลือกใหม่ของการรายงานข่าวในภาวะวิกฤติ 09.00-16.00 น. ณ อาคารคอนเวนชั่นฮอลล์ อาคารศูนย์การเรียนรู้ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

นายฐิติชัย อัฏฏะวัชระ รองประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ทวิตเตอร์ @popclub_ceo กล่าวว่า วันนี้ ถือว่าโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้คนบริโภคข่าวสารได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียไม่ใช่พระเอกหลัก ในการบริโภคข่าวสาร แต่จะเป็นตัวจุดประกายให้คนบริโภคช่าวสารให้มากขึ้น

ทั้งนี้ การเชื่อมโยง หรือปรับให้ข่าวไปถึงผู้รับสาร ทั้งที่แต่ละคนมีรูปแบบแตกต่างกัน เป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งการรายงานข่าว ต้องมีการตรวจสอบสื่อออกไปแล้วมีผลกระทบกับมวลชนหรือไม่ โดยมีกระบวนการรายงานข่าวผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กจะเป็นตัวเชื่อมโยง

นางสาวอศินา พรวศิน ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ทวิตเตอร์ (@lekasina) กล่าวว่า สิ่งที่ต้องระวังคือการทวีตข้อความออกไปทุกอย่าง แต่ส่วนตัวจะไม่ทวีตอารมณ์ จะทวีตเรื่องไอทีเป็นหลัก เพราะเป็นนักข่าวสายไอที ส่วนการแบ่งเวลาใช้งานโซเชียลมีเดีย การเลือกแชร์ หรือไม่แชร์ บนทวิตเตอร์ ต้องแยกก่อนว่าเป็นนักข่าว หรือส่วนตัว นอกจากนั้น ยังต้องดูว่าข้อความจะมีผลกระทบกับคนอื่นหรือไม่

?การทวีตไม่ได้เป็นวิบากกรรม ไม่ได้แบ่งเวลาทวีต แต่ด้วยหน้าที่นักข่าวรู้ว่ามีคนรอ ถ้าคุณเลือกที่จะแชร์ ทวีตไปแล้ว ต้องมีความลึกและแตกต่างจากเรื่องที่ทวีตออกไป แต่ถ้าเป็นเรื่องทั่วไป ต้องดูว่าแชร์ไปแล้วจะมีผลกระทบต่อคนอื่นหรือป่าว แต่ก่อนเราเหมือนเด็กน้อย ให้ประสบการณ์สอนเรา ลองผิดลองถูกอย่างน้อยมันเกิดผลลบอยู่แล้ว แต่ต้องให้มันเกิดผลลบน้อยที่สุด? นาวสาวอศินา กล่าว

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทวิตเตอร์ (@Chavarong) หัวหน้าศูนย์ข้อมูล และบรรณาธิการเว็บไซต์ กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นความแตกต่างในแง่มุมการใช้ข่าว ส่วนตัวคิดว่าอะไรที่เป็นข่าวแล้วเกี่ยวข้องกับเรา บางครั้งไปงานแล้วไม่มีใครสนใจ ก็จะพยายามสรุปประเด็นแล้วทวีตออกไป เพราะอยู่ในวงการสื่อด้วย ส่วนเรื่องการเมือง หากทวีตออกไปมีผลกระทบมาก แต่ส่วนตัวในการใช้ คือ ไม่ได้ตอบโต้

ส่วนหัวข้อคนข่าวต้องปรับตัวอย่างไร ในการปรับตัวใช้โซเชียลมีเดีย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส่วนตัวเข้าใจว่าองค์กรข่าวอยู่ช่วงลองผิดลองถูก แม้แต่ในเครือเนชั่น แต่ทั้งนี้คิดว่าคนในเครือเนชั่นก็ต้องปรับ แต่จะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์?

ขณะที่ไทยรัฐออนไลน์ ก็ยังมีนโยบายที่ใช้โซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังคิดว่าองค์กรสื่อทั้งหลาย คงมีการปรับรูปแบบให้เข้ากับสื่อ รวมทั้ง ไทยพีบีเอส ด้วย ซึ่งผู้บริหารต้องรีบตัดสินใจว่า จะมีทิศทางไปทางไหน เพราะไม่เช่นนั้น คนที่อยู่ในองค์กรจะสับสน อย่างไรก็ตาม นักข่าวต้องเข้าใจการใช้งานโซเชียลมีเดียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดการต่อต้าน แต่ถ้าเข้าใจแล้วจะรู้ว่าไม่ใช่การนำข่าวสารของเราออกไปเท่านั้น แต่จะเป็นแหล่งของข่าวที่ออกไป

นอกจากนี้ การรายงานข่าวผ่านทวิตเตอร์ ต้องมีการใส่เวลากำกับเสมอ เพราะเมื่อมีผู้อื่นมารีทวีตเวลาจะเปลี่ยนไปทันที โดยเฉพาะอุบัติเหตุ แต่หากใส่เวลากำกับคนอ่านก็จะรู้??

นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทวิตเตอร์ (@doveartist) กล่าวว่า ส่วนตัวใช้ทวิตเตอร์ทำข่าวอย่างเดียว ทั้งนี้ มุมมองส่วนตัวคิดว่า ในโลกของสังคมออนไลน์ ใครก็ตามที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการสื่อสาร หรือรายงานต้องมีวิธีการหรือหลักคิดวิธีหนึ่ง เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่ติดตามคุณอยู่ แล้วคุณเล่าเหตุการณ์นั้นออกไป คุณคือ ผู้สื่อสารในโซเชียลทันที นอกจากนี้ การใช้โซเชียลมีเดียรายงานสถานการณ์ ต้องระวังสิ่งที่จะตามมา และต้องมีความรับผิดชอบเสมอ

นายณรงค์ศักดิ์ ศรีทานันท์ อาจารย์ภาควิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทวิตเตอร์ (@narongsaksritan) กล่าวว่า ขณะนี้ นักศึกษาที่เรียนวารสารศาสตร์ กำลังวิ่งตามโซเชียลมีเดีย แต่วิ่งตามเพื่อความเป็นส่วนตัวมากกกว่า ซึ่งการกระทำแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง แต่ก็พยายามบอกให้โพสต์เรื่องราวที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมองว่าโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ขณะนี้ เนื้อหาการเรียนการสอนอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว คงต้องมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้ไปสู้กับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น?

?คิดว่าตำราเรียนควรปรับเปลี่ยน รูปแบบเดิมคงใช้ไม่ได้ 100% คงต้องมาประยุกต์ ซึ่งยอมรับว่า ม.กรุงเทพ ที่ปรับการเรียนการสอนใหม่ ได้มาจากเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นการช่วยให้เข้าถึงนักศึกษามากขึ้น? อาจารย์ภาควิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทวิตเตอร์ กล่าว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,