เจมาร์ทผุด ‘โมบายโชว์’ อัดโปรหนักส่งท้ายปี

เจมาร์ทผุด 'โมบายโชว์' อัดโปรหนักส่งท้ายปี

เจมาร์ท ควักกระเป๋ากว่า 10 ล้านบาท จัดงาน “โมบาย โชว์ 2013″ งานมือถือส่งท้ายปี เล็งจัดงานถี่ขึ้นขยายตลาดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คาดจบงานมีเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริม เปิดเผยว่า จากการจัดงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ 2013 ถึง 7 ครั้ง ได้แก่ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เดอะมอลล์ บางกะปิ, แฟชั่นไอส์ แลนด์, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เดอะมอลล์โคราช และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ท รวมถึงงานอีเวนต์ต่างๆ ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี จากปัจจัยต่างๆ ทั้งการเปิดให้บริการ 3จี อย่างเป็นรูปธรรม การเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีออกมาตลอดปี และการจัดโปรโมชั่นผ่อน 0% ร่วมกับสถาบันการเงิน ส่งผลให้ในปีนี้ บริษัทมีรายได้จากการจัดงานมากกว่า 500 ล้านบาท และอาจผลักดันรายได้รวมของบริษัทปีนี้ได้เกิน 10,000 ล้านบาท

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการกระตุ้นยอดขายตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 4 โดยบริษัทใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาทในการจัดงาน และคาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในงานกว่า 50 ล้านบาท ส่วนแผนการจัดงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ ในปี 2557 บริษัทเตรียมจัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 12 ครั้ง จากเดิมที่จัด 7 ครั้ง โดยแบ่งเป็น กรุงเทพฯ 5 ครั้ง และขยายไปยังตลาดต่างจังหวัด 7 ครั้ง เพื่อเป็นการเข้าถึงผู้บริโภค ชและรองรับกับการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

สำหรับงาน เจมาร์ท โมบาย โชว์ 2013 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 พ.ย.2556 ตั้งแต่เวลา 10.30 น.เป็นต้นไป ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต โดยภายในงานจะรวบรวมเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม เพื่อรองรับความต้องการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเจมาร์ท ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 30 บริษัท จัดโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี 2556.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

เจมาร์ทเตรียม100ล้านบาท ผุด ‘โมบายโชว์’ 6ครั้งตลอดปี

เจมาร์ทเตรียม100ล้านบาท ผุด 'โมบายโชว์' 6ครั้งตลอดปี

เจมาร์ท สยายปีกงาน “โมบาย โชว์ 2013″ สู่ตลาดภูมิภาค เจาะตลาด 4 มุมเมืองทั้งกรุงเทพฯ? และต่างจังหวัด ตั้งเป้า 50 สาขาภายในปี 56 พร้อมเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ รองรับตลาดมือถือโตก้าวกระโดด…

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทเตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อจัดงานโมบาย โชว์ 2013 งานมหกรรมเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 20 บริษัท โดยปีนี้มีแผนจะจัดงานเพิ่มขึ้นทั้งหมด 6 ครั้ง จากเดิมปีละ 3 ครั้ง โดยแบ่งเป็นบางกอก โมบายโชว์ (Bangkok Mobile Show) ในกรุงเทพฯ 4 ครั้ง เพื่อเจาะตลาด 4 มุมเมือง และขยายไปยังตลาดต่างจังหวัด 2 ครั้ง ได้แก่ เชียงใหม่ และนครราชสีมา ส่วนสาเหตุที่บริษัทจัดงานดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งกระแสตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีความต้องการอย่างก้าวกระโดดเมื่อมีโครงข่าย 3จี ใช้อย่างเป็นรูปธรรม

“จากการจัดงาน โมบาย โชว์ 2013 เพิ่มขึ้นนั้น คาดว่ารายได้รวมในการจัดงานทั้ง 6 งานจะอยู่ที่ประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งเห็นได้จากการจัดงานทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาสามารถดันยอดขายเจมาร์ทโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากปี 2554 ที่มีรายได้รวม 7,200 ล้านบาท”

สำหรับแผนการจัดงานบางกอกโมบายโชว์ ที่กรุงเทพฯ ในพื้นที่ 4 มุมเมืองนั้น ประกอบด้วย ครั้งแรกจัดขึ้นที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ บนพื้นที่ขนาด 1,400 ตร.ม. โดยจะจัดขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ครั้งที่สองจัดขึ้นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว บนพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ระหว่างวันที่ 4-10 กรกฎาคม 2556 ครั้งที่สามจัดขึ้นที่ชั้นจี ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ พื้นที่ขนาด 1,000 ตร.ม. ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-4 กันยายน 2556 และครั้งที่สี่จัดขึ้นที่ชั้นจี ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บนพื้นที่ 945 ตร.ม. ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2556 ขณะที่การจัดงานที่จังหวัดนครราชสีมา จะใช้ชื่องานโคราช โมบาย โชว์ (Korat Mobile Show) ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-6 มีนาคม 2556 และจังหวัดเชียงใหม่ใช้ชื่อเชียงใหม่ โมบาย โชว์ (Chiangmai Mobile Show) ระหว่างวันที่ 1-7 สิงหาคม 2556 โดยภายในงานยังมีพันธมิตรกว่า 20 บริษัทเข้าร่วมเตรียมขนโปรโมชั่นส่งเสริมการขายสุดพิเศษมากมาย

นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เจมาร์ทเตรียมเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ จะเริ่มช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เพื่อกระจายสาขาไปยังภูมิภาคต่างๆ รองรับกับการเติบโตของตลาด โดยตั้งเป้าภายในปีนี้จะมีประมาณ 50 สาขาและคาดว่าจะเพิ่มยอดขายให้เจมาร์ท 100 ล้านบาท โดยมีทั้งรูปแบบของ Kiosk และร้านเจมาร์ท ส่วนแผนการขยายสาขา เจมาร์ท ช็อป ปีนี้จะเปิดใหม่ทั่วประเทศเพิ่มอีก 60 สาขา จนถึงสิ้นปีนี้เจมาร์ทจะมีช็อปให้บริการประมาณ 280 สาขา และมีบริการ Jaymart Quality Service (JQS) บริการที่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ตั้งแต่เข้ามาใช้บริการในช็อปด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอนของการให้บริการด้วย Service Mind และมีบริการด้านต่างๆ มากขึ้น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘โมบายโชว์’ ประเดิมครั้งแรกกวาด1,200ล้าน แอนดรอยด์แชมป์ตามคาด

'โมบายโชว์' ประเดิมครั้งแรกกวาด1,200ล้าน แอนดรอยด์แชมป์ตามคาด

ปิดม่านงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 คนไม่ถึงเป้าแต่เงินสะพัดตามคาด สมาร์ทโฟนรุ่นแพงขายดีสุด โดยกว่า 80% ของมือถือที่ขายได้เป็นแอนดรอยด์…

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดเผยภาพรวมของการจัดงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ (Thailand International Mobile Show) 2012 ว่า จากการจัดงานเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.-1 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานประมาณ 3.8 แสนคน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อย แต่มียอดเงินสะพัดภายในงานเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้คือ 1,200 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้สนใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนกลุ่มไฮเอนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ขณะที่แท็บเล็ตยังคงมีการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อเนื่องจากความสนใจโครงการแจกแท็บเล็ตของรัฐบาล เช่นเดียวกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานที่จัดงานสามารถรองรับผู้เข้าชมได้มากขึ้น และมีที่จอดรถกว้างขวาง ทำให้ผู้เข้าชมงานเดินทางสะดวกและนิยมเดินทางมาเป็นครอบครัว ทั้งยังมีเวทีเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับโมบาย แอพพลิเคชั่น ทำให้เกิดอัตราการซื้อหลากหลายและจำนวนการซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 50% ทั้งสมาร์ทโฟนกลุ่มมิดเอนต์และโลเอนต์ ขณะที่โปรโมชั่นบัตรเครดิต ส่วนลดพิเศษ และการซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ การปรับลดราคาสมาร์ทโฟนภายในงาน ทำให้สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์อยู่ในราคาเพียง 16,000-22,000 บาท และตลาดสมาร์ทโฟนระดับมิดเอนต์ซึ่งมีราคาอยู่ในช่วง 11,000-15,900 บาท ก็เป็นอีกแรงดึงดูดที่ทำให้มีการเลือกซื้อสินค้าภายในงาน โดยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดจำหน่ายกว่า 80% ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดที่จำหน่ายภายในงาน

อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในราคาระดับดังกล่าวต่างทยอยออกสู่ตลาดหลายรุ่น และแต่ละรุ่นยังมาพร้อมฟังก์ชั่นครบครันในราคาเหมาะสม สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันซึ่งคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งานเป็นหลัก นอกจากนี้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 3จี ก็มีความชัดเจนและครอบคลุมยิ่งขึ้น กระตุ้นให้เกิดความต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหม่เป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ระเบิดงาน ‘โมบายโชว์’ ค่ายมือถือใช้กลยุทธ์ราคา หวังกระตุ้นยอดครึ่งปีหลัง

ระเบิดงาน 'โมบายโชว์' ค่ายมือถือใช้กลยุทธ์ราคา หวังกระตุ้นยอดครึ่งปีหลัง

รวม 50 แบรนด์มือถือ ผุดงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 คาด 4 วัน เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท ผู้ชมงาน 3-4 แสนคน ค่ายมือถือชิงเปิดตัวเพียบ หวังแจ้งเกิดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต…

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น เนื่องจากแบรนด์โทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีในโทรศัพท์เคลื่อนที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีควอด คอร์ (Quad Core) ซึ่งราคาจะแทนที่ราคาดูอัล คอร์ (DUO Core) ที่เริ่มปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดช่วงครึ่งปีแรกนั้นกำลังซื้อค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากตลาดโลกมีการเปิดตัวสินค้าใหม่แต่เทคโนโลยีไม่ใหม่เท่าที่ควร ทำให้ยอดขายลดลง 5% ซึ่งคาดว่าหากไม่มีปัจจัยอื่นมาส่งผลกระทบ อาจทำให้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตได้ถึง 10%

สำหรับงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-1 ก.ค.2555 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา มีผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาทิ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ได้นำสินค้ามาลดราคาถึง 50% เพื่อล้างสต๊อกสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีเก่าและเตรียมนำสินค้าใหม่มาวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มาร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 50 แบรนด์ ซึ่งมีการเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ในงานหลายรุ่น ผู้จัดจึงเลือกศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา เป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้เข้าชมงานได้จำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนคน และมีเงินสะพัดในงานกว่า 1,200 ล้านบาท

ด้านนายสิทธิโชค นพชินบุตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่างว่า ภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ซัมซุงมีอัตราการเติบโตทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสูงกว่า 30% และเชื่อว่าจะรักษาอัตราการเติบโตดังกล่าวต่อเนื่องจนถึงช่วงสิ้นปี โดยซัมซุงจะเน้นการนำเสนอนวัตกรรมฟีเจอร์ต่างๆ ภายในซัมซุง กาแล็คซี่ เอส3 หรือ กาแล็คซี่ บีม ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่ฉายโปรเจคเตอร์ได้ มาเป็นจุดสร้างแบรนด์กาแล็คซี่ให้ติดตลาด ซึ่งภายในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 ได้มีการเปิดตัวกาแล็คซี่ แท็บ 2 ซึ่งมีทั้งขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว และ 10.1 นิ้ว พร้อมวางจำหน่ายภายในงาน ซึ่งซัมซุงตั้งเป้าว่าจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่ารุ่นแรกถึง 50% เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเข้าใจถึงประโยชน์ของสินค้า และมีการใช้งานแอพพลิเคชั่นในการติดต่อสื่อสารมากขึ้น

ส่วนนายสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากบริษัทหันมาเน้นตลาดสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังพบว่าได้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนออพติมัส แอล7 และออพติมัส แอล3 นั้นส่งผลให้แอลจีมีส่วนแบ่งการตลาดที่14% ในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคา 10,000-12,000 บาท และคาดว่าจนถึงสิ้นปีแอลจีจะมีส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 5% ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนควอดคอร์รุ่นออพติมัส โฟว์ เอ็กซ์ (Optimus 4X) หน้าจอขนาด 4.7 นิ้วTrue HD IPS ให้สีสันสมจริง มาจำหน่ายในราคา 18,900 บาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคา 15,000-20,000 บาท ได้ไม่ต่ำกว่า 15% โดยบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายไว้ไม่ต่ำกว่า 15,000 เครื่องภายในสิ้นปี

ปัจจุบันตลาดรวมสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป โดยมีมูลค่าตลาดรวม 45,000 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนกว่า 65% เป็นสมาร์ทโฟน แม้ว่าด้านจำนวนเครื่อง 70% จะยังเป็นของฟีเจอร์โฟน และเป็นสมาร์ทโฟนเพียง 30% อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังตลาดรวมยังมีแนวโน้มมาทางสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ตลาดสมาร์ทโฟนอาจมีสัดส่วนด้านมูลค่าเพิ่มเป็น 75% เนื่องจากสินค้ามีแนวโน้มปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการทำตลาดช่วงครึ่งปีหลังนั้น มองว่าจะมีสีสันมากขึ้น เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นและมีสินค้าพร้อมเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขภาพรวมสมาร์ทโฟนจนถึงสิ้นปีสัดส่วนจะเพิ่มขึ้น 70-75% ในเชิงมูลค่าจากเดิม 65%

ขณะที่ นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยใช้ซีรี่ส์ไอ-สไตล์ ระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์เป็นตัวชูโรง ล่าสุดได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ 2 ซิม 4 รุ่นราคาเริ่มต้น 3,990-5,900 บาท พร้อมด้วยแท็บเล็ตไอโน้ต ไวไฟ ราคา 3,990 บาท ด้วยการทำตลาดโดยเน้นราคาไม่แพงเกินไปและคุณภาพไม่ด้อยกว่าแบรนด์อื่นในราคาเริ่มต้น 3,990 บาท แต่ไม่เกิน 7,000 บาท เพื่อจับกลุ่มลูกค้าระดับล่างถึงกลางรวมถึงตลาดต่างจังหวัด ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายสมาร์ทโฟนมากกว่า 5 แสนเครื่อง แท็บเล็ต 4-5 หมื่นเครื่องภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ภาพรวมนั้น บริษัทตั้งเป้ามียอดจำหน่ายประมาณ 3 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งการประมาณ 28-30% ของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทย

นายซู ยี่ แดน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอ พี พี โอ ไทย จำกัด หรือ ออปโป้ (OPPO) กล่าวว่า ภายหลังเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นไฟน์ ทรี (Find 3) เข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนก่อน บริษัทได้ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้เปิดตัวรุ่นไฟน์ กีตาร์ (Find Guitar) และไฟน์เดอร์ (Finder) รวมถึงรุ่นไฟน์ จีมินิ (Find Gemini) แม้ว่าปีที่ผ่านมาบริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1% ในตลาดรวม แต่ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 7-8% ภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวสมาร์ทโฟนอีก 3-4 รุ่น โดยจะมีรุ่นที่ถือเป็นเรือธงออกมาในช่วง ต.ค.-พ.ย.นี้

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มฟีเจอร์โฟนนั้น บริษัทคาดว่าจะสามารถระบายสินค้าได้หมดภายในเวลา 2 เดือน แม้ว่าฟีเจอร์โฟนจะยังสามารถเติบโตได้ในตลาดต่างจังหวัด แต่เป็นการเติบโตเฉพาะในแบรนด์ใหญ่เท่านั้น ประกอบกับฟีเจอร์โฟนของออปโป้ยังมีราคาอยู่ในระดับมิด-ไฮเอนต์ ขณะที่สมาร์ทโฟนออปโป้ในปัจจุบันมีระดับราคาตั้งแต่ 6,900-14,900 บาท โดยประเทศที่มียอดจำหน่ายออปโป้สูงสุด คือ จีน ประมาณ 8 ล้านเครื่องต่อปี.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,