บอร์ด กทค. เคาะบีเอฟเคที ไม่เข้าข่าย กม.โทรคมนาคม

บอร์ด กทค. เคาะบีเอฟเคที ไม่เข้าข่าย กม.โทรคมนาคม

ทรู ยิ้ม บอร์ด กทค. เคาะบีเอฟเคที ไม่เข้าข่ายกฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ บนคลื่นความถี่ 800 MHz?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ที่มี พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ? รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้นัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการกิจการของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ บนคลื่นความถี่ 800 MHz กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาในการพิจารณาประเด็น บีเอฟเคที นานกว่า 3 ชั่วโมง จากนั้น พ.อ.เศรษฐพงค์? กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติ ว่า การประกอบกิจการของบีเอฟเคที ไม่ได้เป็นการประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 4 ที่ระบุไว้ว่า การประกอบกิจการโทรคนาคม หมายความว่า การประกอบกิจการในลักษณะ ที่เป็นผู้ให้บริการด้านกิจการโทรคมนาคมแก่บุคคลอื่นทั่วไป เพราะเป็นเพียงผู้ให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม แค่ กสท. เพียงรายเดียวและเป็นให้เช่าเฉพาะรายเท่านั้น จึงไม่เข้าข่ายการประกอบกิจการโทรคมนาคม ประกอบกับหลักฐานต่างๆ ที่บอร์ด กสท คงได้พิจารณานั้น เชื่อได้ว่าไม่มีการกระทำความผิด?

ดังนั้น จึงไม่มีเหตุที่จะทำให้ กสทช.ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับบีเอฟเคที แต่อย่างใด โดยประชุมได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปเร่งดำเนินการร่างกฎเกณฑ์ เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตการให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และให้ติดตามอย่างใกล้ชิดในการกำกับดูแลให้กสท. มีสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 รวมถึงการแก้ไขสัญญาตามติบอร์ดกทค. ที่ให้แก้ไขสัญญาเพื่อให้ กสท มีสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่และปรับสัดส่วนการใช้ปริมาณความจุการให้บริการจากสัญญา 80% ให้ลดลงด้วย

นายสุทธิพล? ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า บีเอฟเคที เป็นกิจการโทรคมนาคม แต่ไม่ได้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เพราะให้บริการเฉพาะเจาะจง กสท เท่านั้น แต่ตามคำนิยามของกฎหมาย จะต้องให้บริการแก่บุคคลทั่วไป

ฉะนั้น สำนักงาน กสทช.จะต้องไปร่างกฎเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ส่วนบีเอฟเคที จะเป็นผู้รับใบอนุญาตประเภทใด ขึ้นอยู่กับการร่างกฎเกณฑ์ที่จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันทางสำนักงาน กสทช.จะต้องไปติดตามอย่างเคร่งครัดให้กสท. และกลุ่มทรู ไปแก้ไขสัญญาตามคำสั่งกสทช.อย่างเคร่งครัด โดยจะทำหนังสือกำชับไปยัง กสท ภายในสัปดาห์หน้า

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,