?ทรู ไอดีซี? บริการคลาวด์เพื่อเอสเอ็มอี

เปิดแผนปี 59 รุกตลาดในประเทศและเออีซี ออกบริการใหม่ คลาวด์ มาร์เก็ตเพลส เพื่อเอสเอ็มอี ช่วยลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพธุรกิจ ตั้งเป้าเจาะเอสเอ็มอีจำนวน 3-5% จาก 2.9 ล้านราย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, ,

?ไอดีซี? ปรับตัวเลขใช้จ่ายไอทีไทยลดฮวบ

?ไอดีซี? ปรับตัวเลขคาดการณ์การใช้จ่ายในตลาดไอทีไทยลดฮวบจาก 10.6% เหลือ 1.94%

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
,

‘ไอดีซี’ ชี้ตลาดหมึกพิมพ์ทั่วโลกหดตัว ไทยกระทบหนักจากพิษการเมือง

'ไอดีซี' ชี้ตลาดหมึกพิมพ์ทั่วโลกหดตัว ไทยกระทบหนักจากพิษการเมือง

ไอดีซี เผยตัวเลขตลาดหมึกพิมพ์หดตัวลง เป็นแนวโน้มเดียวกันทั่วโลก ขณะที่ ไทยได้รับผลกระทบหนักจากสถานการณ์ทางการเมือง ตลาดปรับตัวลงกว่าร้อยละ 30…

ไอดีซี บริษัทวิจัยชั้นนำ เปิดเผยว่า ตลาดหมึกพิมพ์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2556 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น หดตัวลงร้อยละ 2.4 จากไตรมาสที่ 3 และลดลงร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,652.14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้ว่าภาพรวมตลาดหมึกพิมพ์ในภูมิภาคนี้จะแสดงถึงการเติบโตในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่าง ประเทศจีน เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย แต่ทว่าปัจจัยด้านฤดูกาลส่งผลกระทบต่อประเทศออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นมาจากประเทศไทย เมื่อความไม่สงบทางการเมืองได้ส่งผลกระทบต่อช่องทางการจำหน่าย รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานในภาคธุรกิจต่างๆ และตลาดก็ได้หดตัวลงเป็นอย่างมาก ตลาดหมึกพิมพ์ในประเทศไทยพบว่าหดตัวลงถึงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และลดลงถึงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวลงในทุกประเภทของหมึกพิมพ์

จากภาพรวมของตลาดหมึกพิมพ์ทั้งหมด ตลาดหมึกพิมพ์ของผู้ค้าที่เป็นมือที่สาม (third party brand) มีสัดส่วนของตลาดเกือบ 370 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 22 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด ในขณะที่ ผู้ผลิต OEM มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในตลาดหมึกพิมพ์ตลับเนื่องจากความประหยัดและผลตอบแทนสูงจากตลาดหมึกพิมพ์ตลับ อีกด้านหนึ่งนั้นผู้ค้าที่เป็นมือที่สาม (Third party vendors) กำลังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมากในตลาดเลเซอร์โทนเนอร์ ผู้ค้าที่เป็นมือที่สามกำลังขยายธุรกิจของตนเองในประเทศต่างๆ ที่สาขาของตนเองตั้งอยู่และยังคงมองหาแนวทางขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอีกด้วย

ปันกาจ ชวาลา ผู้จัดการฝ่ายวิจัยตลาดด้าน IPDS ประจำ ไอดีซี เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ผู้ค้าที่เป็นมือที่สามกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจของตนเอง จากการทำธุรกิจที่มองในเชิงขายสินค้าที่ครบวงจรมากกว่าจะขายเพียงสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่งให้กับลูกค้า ผู้ค้าที่เป็นมือที่สามกำลังนำเสนอบริการใหม่ ๆ อย่างเช่น การให้เครื่องพิมพ์ฟรี การให้เช่าเครื่องพิมพ์ บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องพิมพ์ ตลอดจนหมึกพิมพ์ตลับ ผู้ค้าที่เป็นมือที่สามกำลังจะเข้าสู่ธุรกิจการให้บริการ BPS/MPS (Basic Managed Print Services) อีกด้วยและยังมีโซลูชั่นอย่างการคิดค่าบริการตามจำนวนหน้าที่พิมพ์ ตามจำนวนตลับหมึกพิมพ์ หรือสัญญาแบบกำหนดจำนวนหน้าพิมพ์ขั้นต่ำ ผู้ค้าที่เป็นมือที่สามบางรายยังได้ขยายธุรกิจของตนเองด้วยการเป็นพันธมิตรธุรกิจกับผู้ค้าซอฟต์แวร์ และนำเสนอบริการงานพิมพ์ผ่านทางไกลผ่านบริการ MPS อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ค้า OEM ถือเป็นกลุ่มที่มีส่วนแบ่งตลาดหลักจากตลาดหมึกพิมพ์ตลับ เนื่องจากเครื่องพิมพ์มีค่าบริหารจัดการที่ต่ำลงและหมึกพิมพ์ตลับสร้างผลตอบแทนที่สูง ในเรื่องความคุ้มราคา ซึ่งเป็นตัวช่วยที่สำคัญ ผู้ค้า OEM กำลังรุกเข้าสู่ตลาดเลเซอร์โทนเนอร์และได้ขยายการให้บริการด้านการบริหารจัดการด้านงานพิมพ์ (Managed Printer Services) ผ่านพันธมิตรคู่ค้าต่างๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีส่วนต่างด้านราคาที่แตกต่างกันมากระหว่างผู้ค้าโทนเนอร์ตลับประเภท OEM กับผู้ค้าที่เป็นมือที่สาม หากมองในแง่ของมูลค่าการจำหน่ายในตลาดเอเชียแล้ว ผู้ค้าที่เป็นมือที่สามยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน และบรรดาองค์กรธุรกิจต่างๆ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ไอดีซี ชี้ตลาด UC&C ไทยครึ่งแรกปี56เติบโต 24เปอร์เซนต์

ไอดีซี ชี้ตลาด UC&C ไทยครึ่งแรกปี56เติบโต 24เปอร์เซนต์

ไอดีซี เผยผลวการสำรวจพบว่า ตลาด Unified Communication and Collaboration ในประเทศไทยมูลค่าถึง 28.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 โดยเติบโตจากปีครึ่งแรกของปี 2555 อยู่ 24% และมีอัตราการเติบโต 2% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2555…

จากการสำรวจของ ไอดีซี ประเทศไทย พบว่ามูลค่าโดยรวมของตลาด Unified Communication and Collaboration หรือ UC&C นี้จะมีมูลค่าสูงถึง 28.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 24 เมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2555 และมีอัตราการเติบโตคิดเป็นร้อยละ 2 เมื่อเปรียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2555 แม้ว่าจะมีภาวะเศรษฐกิจซบเซาในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556??????

การเติบโตของตลาดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 นี้ เป็นผลมาจากการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านโครงการขนาดใหญ่ที่มาจากหน่วยงานภาครัฐฯ และองค์กรเอกชนต่าง ๆ ในเรื่องของการลงทุน ไอพีเทเลโฟนีกับโซลูชั่นสำหรับคอนแทคเซ็นเตอร์ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการประชุมทางไกลผ่าน VDO Conference? ซึ่งสิ่งนี้กำลังเป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงการเติบโตในเรื่องการของการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่บริษัทข้ามชาติเท่านั้น แต่เรายังสามารถพบเห็นได้ในหลายกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยอีกด้วย

นางสาวนีรนุช กนกวิไลรัตน์? นักวิเคราะห์อาวุโสประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าจากการที่ประเทศไทย เริ่มที่จะเปลี่ยนจากตลาดที่ต้องใช้แต่เทคโนโลยี ไปสู่ตลาดที่มองผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ จะทำให้ผู้ค้าต่าง ๆ ต้องปรับตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้ในเรื่อง ของความคาดหวังและการใช้งานให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด

?อย่างไรก็ตาม ในด้านของการนำเทคโนโลยีมาใช้งานนั้น เทคโนโลยีบางอย่างเช่น VDO Conference และ แอพพลิเคชั่นต่างๆ สำหรับงานองค์กรในประเทศไทยนั้นยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้นเมื่อเปรียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสิ่งนี้เป็นผลมาจากการรับรู้ในเรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ยังอยู่ในวงจำกัด อีกทั้งยังมีคำถามจากผู้ใช้ว่ามันจะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่? นักวิเคราะห์อาวุโสประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าว

นางสาวนีรนุช กล่าวอีกว่า สำหรับตลาด UC&C ที่ได้รวมผลิตภัณฑ์ของ Enterprise Telephony, IP Telephony, Contact Centre, VDO Conferencing, และ Enterprise Collaboration Application นั้น ยังคงเป็นตลาดที่มีการเติบโตดีในอนาคต โดยมีปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดเติบโตไปข้างหน้าหลายด้าน เช่น การพัฒนาระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคทั่วประเทศ ราคาแบนวิธที่ถูก คุณภาพและพื้นที่ที่ที่ให้บริการครอบคลุมของบริการ 3G การรวมแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานองค์กรให้เข้ากับการใช้โซเชียลมีเดีย และ แนวโน้มเรื่องของการใช้เทคโนโลยี IP และ Mobility

ไอดีซี คาดว่า ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 จะยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ตลาดเติบโตนั้นมาจาก สภาพแวดล้อมของในปัจจุบันขององค์กร ที่ยังไม่เห็นประโยชน์จากการลงทุนหรือยังชลอการตัดสินใจ ซึ่งจะถูกแก้ไขได้ด้วยการนำเทคโนโลยีที่สูงกว่ามาใช้งาน นั่นคือการที่องค์กรจำเป็นจะต้องแปลงตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของการดำเนินธุรกิจ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

‘ไอดีซี’ ชี้ปีนี้ตลาดทองแท็บเล็ตไทย มีโอกาสเติบโตถึง125เปอร์เซนต์

'ไอดีซี' ชี้ปีนี้ตลาดทองแท็บเล็ตไทย มีโอกาสเติบโตถึง125เปอร์เซนต์

ไอดีซี เผยผลศึกษาตลาดแท็บเล็ตในไทย พบยอดขายคึกคักตั้งแต่ต้นปี เหตุผู้ผลิตแข่งขันสูงทั้งคุณภาพสินค้าและราคา แม้มีปัจจัยลบจากน้ำท่วมและภาวะชะลอซื้อเพื่อรอสินค้าใหม่ ดึงกำลังซื้อไปบ้าง…

ไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการวิจัยข้อมูลการตลาด รายงานผลการศึกษาตลาดแท็บเล็ตในประเทศไทยประจำไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยพบว่าตลาดเริ่มต้นปีอย่างสดใส แม้ว่าแรงซื้อจะหดตัวลงเล็กน้อยจากภาวะน้ำท่วมและจากการที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อ เพื่อรอสินค้ารุ่นใหม่ก็ตาม รายงาน Media Tablet and eReader Tracker ของไอดีซีระบุว่า ภาพรวมของตลาดแท็บเล็ตเติบโตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ประมาณ 250% และมียอดจัดส่งรวมกว่า 2 แสนเครื่องด้วยกัน

ทั้งนี้ แท็บเล็ตได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย ปัจจัยหลักที่ทำให้ความนิยมในสินค้าใหม่ดังกล่าว เพิ่มอย่างก้าวกระโดด คือการมอบประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสม

นายจาริตร์ สิทธุ นักวิเคราะห์สายงานวิจัยตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ ประจำไอดีซีประเทศไทย เปิดเผยว่า ความต้องการซื้อแท็บเล็ตอยู่ในระดับที่สูงกว่าปริมาณสินค้าในตลาดมาโดยตลอด ข่าวดีคือเหล่าผู้ผลิตได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหานี้ ในขณะเดียวกัน ก็ได้มีความพยายามในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและใช้กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นภาคครัวเรือน หรือภาคธุรกิจมีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการขยายตัวของการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายก็มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ไอดีซีคาดการณ์ว่า ในปี 2555 ตลาดแท็บเล็ตในประเทศไทยจะยังคงเติบโตได้ถึง 125% คิดเป็นยอดจัดส่งประมาณ 1.3 ล้านเครื่อง การคาดการณ์นี้ได้รวมเอาส่วนหนึ่งของโครงการแท็บเล็ต เพื่อการศึกษาของรัฐบาลที่คาดว่าจะจัดส่งได้ในปีนี้ไว้แล้ว ตลาดผู้บริโภคภาคครัวเรือนจะยังคงเป็นตลาดหลัก แต่ตลาดภาคธุรกิจและการศึกษาก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตเช่นกัน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ไอดีซี ชี้ น้ำท่วมทำตลาดพีซีไทยยังแย่ เชื่อกระทบตลอดปี55

ไอดีซี ชี้ น้ำท่วมทำตลาดพีซีไทยยังแย่ เชื่อกระทบตลอดปี55

ไอดีซีเผยน้ำท่วมทำตลาดพีซีไทยทรุดหนัก หลังในไตรมาสที่ 4 ปี 2554 ได้หดตัวลงอย่างมากถึง 14% และเมื่อเทียกับไตรมาส 3 ปี 54 ลดถึง 40% และยังกระเทือนต่อเนื่องถึงปี 2555 เนื่องจากปัญหาการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ที่ยังขาดแคลน…

ไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการวิจัยข้อมูลการตลาดชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และ คอนซูเมอร์เทคโนโลยี ระบุว่า ตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ของประเทศไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2554 ได้หดตัวลงอย่างมาก โดยลดลงถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และคิดเป็นการลดลงถึง 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ จนเกิดภาวะฮาร์ดดิสก์ขาดแคลน?

โดยภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และกินระยะเวลาเกือบทั้งไตรมาสครั้งนี้ ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าพีซีลดลงเป็นอย่างมาก และยังมีผลกระทบต่อความสามารถในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของเวนเดอร์อีกด้วย นี่ทำให้ภาพรวมของตลาดพีซีไทยในปี 2554 เติบโตขึ้นจากปี 2553 เพียงแค่ 17% เท่านั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ตลาดได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

นายจาริตร์ สิทธุ นักวิเคราะห์สายงานศึกษาตลาดไคลต์แอนดีไวซ์ ประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดผู้บริโภคนั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะไม่เพียงแค่ฝั่งอุปสงค์เท่านั้นที่หดตัวลง แต่ฝั่งอุปทานเองก็ประสบปัญหาด้วย ภาวะฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดทำให้เวนเดอร์ต้องพบกับความยากลำบากในการผลิตสินค้าและนำเข้ามาจำหน่าย นอกจากนี้เส้นทางการขนส่งสินค้าเองก็ยังถูกตัดขาดหลายเส้น แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่ทำให้ตลาดพีซีปรับตัวลดลงมากขึ้น ขณะที่ การใช้จ่ายจากภาครัฐเองที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 นั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนภาคธุรกิจโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมก็ชะลอการลงทุน เนื่องจากบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมุ่งความสนใจแทบทั้งหมดไปที่การรับมือ และลดความเสียหายจากน้ำท่วม

นักวิเคราะห์ฯ ไอดีซี กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าแรงซื้อจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจจะเริ่มดีดกลับมาเพิ่มขึ้นในปี 2555 โดยมีการลงทุนซื้อพีซี เพื่อทดแทนเครื่องเก่าที่เสียหายจากภัยภิบัติ เป็นแรงกระตุ้นสำคัญก็ตาม แต่ปัญหาเรื่องของการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของพีซี จะยังคงส่งผลกระทบต่อยอดจัดส่งพีซีในช่วง 1-2 ไตรมาสนี้ ไอดีซีคาดการณ์ว่าตลาดพีซีในปี 2555 น่าจะเติบโตได้ในอัตราที่ไม่สูงนัก คือ ประมาณ 12% เท่านั้น โดยที่ตลาดมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพียงเล็กน้อยในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มในอัตราที่สูงขึ้นในครึ่งปีหลัง

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,