ข่าวไอที เกมส์ ทีวี ดารา ภาพยนตร์ | IT News | Games | Movies | Iphone | 3G

IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!

เอาแล้วไง..พันธมิตรทีโอทีออกแถลงการณ์นัด ชุมนุม 27 ต.ค. ขับไล่ “มั่น” อ้างอยู่ร่วมรัฐบาล “สมชาย” ทั้งต้องรับผิดชอบทำหนังสือปลดบอร์ด มั่นเผยอาจไม่เข้ากระทรวง เลี่ยงเหตุรุนแรง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทีโอที ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เรียกร้องให้พนักงานทีโอทีร่วมชุมนุม พร้อมมือตบ วันที่ 27 ต.ค. 2551 เวลา 09.30 น. เพื่อขับไล่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที โดยแสดงจุดยืนและดำเนินการเหมือนที่ขับไล่นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

แถลงการณ์ยังอ้างว่าขณะนี้มีการเมือง เข้ามาแทรกแซงการบริหารงานทีโอที และรัฐมนตรีไอซีที ได้ทำหนังสือเสนอไปยังกระทรวงการคลัง ให้ปลดนายธีรวุทย์ บุณยโสภณ ประธานบอร์ด และกรรมการอีก 4 คน

ทั้งนี้นายมั่น กล่าวว่า ขอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามีชุมนุมขับไล่จริง ก็อาจไม่เข้ากระทรวง เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เพราะมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่สามารถระบุผู้รับผิดชอบได้ชัดเจน

“ไอซีทีอาศัยพื้นที่ของทีโอทีอยู่ ถ้าพนักงานทีโอทีไม่ต้อนรับแล้ว ไอซีทีก็คงต้องคงไปหาที่อยู่ใหม่ เข้าใจว่าเป็นเรื่องทางการเมือง คงไม่เกี่ยวกับเรื่องการปรับเปลี่ยนในบอร์ด เพราะปัจจุบันยังไม่ปลดหรือแก้ไขอะไร แต่ถ้าจะมีในอนาคตก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของทีโอที”

นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า จุดยืนของทีโอทีคือเป็นกลางทางการเมือง ถ้าพนักงานจะรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องทำโดยสงบ อยู่ในกรอบของกฎหมายและกฎระเบียบของทีโอที ห้ามมีเหตุการณ์รุนแรงเหมือนเมื่อวันที่ 22 ต.ค. เพราะจะกระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ซึ่งพนักงานทุกคนต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ

ส่วนการจะชุมนุมขับไล่รัฐมนตรี ทางทีโอทีจะเตรียมการด้านการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น การชุมนุมต้องเป็นไปโดยเรียบร้อย ซึ่งประเด็นที่น่าห่วงคือ บุคคลที่ 3 เข้าร่วมชุมนุมมากกว่า เพราะเชื่อว่าพนักงานทีโอที จะไม่ทำอะไรรุนแรงแน่นอน

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (24 ต.ค.) ทีโอทีได้เรียกประชุมผู้บริหารเรื่องเหตุพนักงานทีโอทีรวมตัวขับไล่นายก รัฐมนตรี เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบ พร้อมออกเสียงตามสายขอร้องพนักงานอย่าดึงบริษัทไปร่วมแสดงความรู้สึกทางการ เมือง เพราะเกรงผลขยายสู่ความปลอดภัยของพนักงานต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาค เหนือ และอีสาน รวมทั้งอาจยกเลิกใช้บริการด้วย

นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที (สรท.) กล่าวว่า สรท. เตรียมออกประกาศสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า สรท. ไม่ได้ออกแถลงการณ์เรียกระดมพนักงานขับไล่รัฐมนตรี เพราะไม่มีผลดีต่อองค์กรและไม่ใช่ทางออก สรท. ต้องการขับไล่เฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ดังนั้นการชุมนุมวันที่ 27 ต.ค.นี้ สรท. คงไม่เข้าร่วม และต้องการให้พนักงานระวังมือที่ 3 ที่ต้องการใช้ สรท. และทีโอที เป็นเครื่องมือ

ส่วนการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ตรวจสอบการเจรจาจ่ายค่าเช่าใช้ระบบบิลลิ่ง 1,476 ล้านบาท กับบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย เท่านั้น และขอให้ปลดนายวรุธ สุวกร ไม่จำเป็นต้องปลดบอร์ดทั้งคณะ

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Tags: tot, ทีโอที, พันธมิตร
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ประเทศไทยต้องจารึกว่า 7 ตุลาทมิฬ วันทรราชฆ่าประชาชน คือวันที่ข่าวSMSหรือข่าวข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถูกส่งให้ประชาชนชาว ไทยมากที่สุด ยอดส่งเพิ่มกระฉูดจากเดิมมากกว่า 2 เท่าตัว ความต้องการรับทราบข้อมูลข่าวสารของมวลชนทำให้โอเปอเรเตอร์บางรายเลิกจำกัด จำนวนSMSข่าวไปโดยปริยาย ในขณะที่การบิดเบือนข่าวสารทำได้ยาก และหากสื่อไหนกล้าทำอนาคตรางเลือน

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    นายนิรันดร์ เยาวภาว์ เว็บมาสเตอร์ผู้จัดการออนไลน์ กล่าวถึงการให้บริการข้อความข่าวทางโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการออนไลน์ว่า เหตุการณ์ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นวันที่การส่งข่าวSMSไปยังประชาชนมีจำนวนสูงสุด โดยข้อความกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นข่าวการเมือง

    ” เวลามีสถานการณ์ตึงเครียดจำนวนข่าวจะเพิ่มเกินครึ่งหนึ่ง ปกติ โอเปอเรเตอร์อย่างดีแทคและเอไอเอสจะจำกัดข่าว SMS ไว้ที่ 6-8 ข่าวต่อหมวดต่อวัน เหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ทำให้มีจำนวนข่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ข่าวต่อหมวด เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ โอเปอเรเตอร์ก็เริ่มไม่จำกัดจำนวนข่าวที่ส่งให้ผู้บริโภค” นายนิรันดร์กล่าว

    โอเปอเรเตอร์นั้นต้องจำกัดจำนวนข่าวSMSที่ส่งให้ผู้บริโภคเพื่อควบ คุมต้นทุนให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท การส่งข่าวSMSของผู้จัดการจะส่งโดยแบ่งประเภทเป็นหมวดย่อย ได้แก่ หมวดทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ กีฬา และบันเทิง เป็นต้น หนึ่งข้อความข่าวสามารถนำไปใส่ไว้ในหลายหมวดได้ โดยจำนวนข่าวปกติอยู่ที่ 15 ข่าวต่อหมวดต่อวัน ข่าวบางส่วนเท่านั้นที่จะถูกส่งถึงผู้บริโภค

    ” ข่าวทางSMSเร็วกว่าข่าวทุกช่องทาง เพราะเป็นข้อความสั้น ขั้นตอนไม่มีอะไรมาก เร็วกว่าข่าวออนไลน์ด้วย เพราะข่าวออนไลน์ยังต้องมีการคิดหัวข้อความ โปรยข่าว เนื้อข่าว และยังมีขั้นตอนของการออกแบบข่าวและการให้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผล สำหรับผู้จัดการเรามีนโยบายขึ้นทั้งสองส่วนให้พร้อมกัน ต้นทุนเราตายตัว ข่าวมากหรือน้อยทุนก็ไม่เพิ่มขึ้น” นายนิรันดร์กล่าว

    จากการสำรวจผู้ใช้บริการSMSข่าวของสำนักข่าว INN พบว่าข้อความที่ถูกส่งมาในช่วงวันที่ 7 ตุลาคม (เริ่มนับเวลาเที่ยงคืน) มีทั้งสิ้น 39 ข้อความ เป็นข้อความข่าวการเมืองทั้งหมด

    ข่าวบนมือถือโตต่อเนื่อง 3 ปีมีผู้ใช้งาน 2 ล้านคนต่อเดือน ไอเอ็นเอ็นคนขายข่าวรับ ยอด SMS พุ่งทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง ชี้เหตุสลายการชุมนุมน่าจะดันยอดดูข่าวผ่านมือถือกระฉูดไม่น้อยหน้าการ ปฏิวัติ ระบุการบิดเบือนข่าวทำได้ยากเพราะผู้บริโภคตัดสินใจรับเนื้อหาได้เอง ด้านเอไอเอสระบุยอดข่าวบนมือถือเป็นรองแค่บริการโหลดเพลง

    นายวันชัย ปิณฑะบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจข่าวบนมือถือมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานในตลาดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 -2 ล้านรายต่อเดือน  จากเริ่มต้น 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานเพียง 1.5 หมื่นรายต่อเดือน

    ทั้งนี้ความต้องการบริโภคข่าวบนมือถือ จะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน  เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ โดยจะเห็นได้จากเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวัน 19 ก.ย. 2549 ที่มีปริมาณการดูข่าวบนมือถือเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สำหรับเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 จะเห็นตัวเลขการบริโภคข่าวบนมือถือในเดือน พ.ย.2551 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการใช้งานสูงเช่นเดียวกับเหตุการณ์ปฏิวัติ

    “จาก ประสบการณ์ที่ผ่านมา ประชาชนจะมีความต้องการบริโภคข่าวบนมือถือเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ ปกติหรือเกิดเหตุรุนแรง ฉะนั้นเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ผ่านมาเชื่อว่าจะมีปริมาณบริโภคข่าวบนมือ ถือจำนวนมากเหมือนเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวันที่ 19ก.ย.2549” นายวันชัยกล่าว

    อย่างไรก็ดีการบริโภคข่าวบนมือถือส่วนใหญ่ผู้บริโภคยังนิยมดูข่าวสาร ผ่าน SMS มากกว่าดูผ่าน MMS และวิดีโอสตรีมมิ่ง เนื่องจากผู้บริโภคต้องการบริโภคข่าวอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์และสรุป ประเด็นข่าวหรือหัวข่าวสั้นๆเข้าใจได้ทันที  แนวโน้มการเติบโตของ SMS นั้นยังเติบโตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพราะไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มือถือ ราคาแพงเพียงมีคุณสมบัติการใช้งานระดับพื้นฐาน ส่วนผู้รับรู้ข่าวสารบนมือ ถือส่วนใหญ่ยังเป็นคนในเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด

    นายวันชัยกล่าวต่อว่า สำหรับการรับข่าวบนมือถือผ่าน MMS และวืดีโอสตรีมมิ่งอยู่ในระหว่างการไต่ระดับการเจริญเติบโต เนื่องจากบริการดังกล่าวจะต้องอาศัยเครื่องลูกข่ายที่มีความสามารถในการใช้ งานสูง และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลสูง MMS 1 ข้อความใช้พื้นที่จัดเก็บมากถึง 100 กิโลไบต์ แต่ SMS ใช้พื้นที่เพียง 1 กิโลไบต์ต่อ1 ข้อความ  ประกอบกับเทคโนโลยีปัจจุบันยังมีความเร็วไม่เพียงพอรับข้อมูลภาพอย่างมี ประสิทธิภาพ ฉะนั้นการรับข่าวผ่าน MMS และวิดีโอสตรีมมิ่ง จะมีปริมาณการเติบโตมากขึ้นเมื่อเทคโนโลยี 3G และมีการใช้งานเครื่องลูกข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงในตลาดมากขึ้น

    สำหรับกรณีการบิดเบือนข่าวสารในเหตุการณ์ไม่ปกตินั้น มองว่าเรื่องนี้ที่สุดแล้วผู้บริโภคข่าวจะเป็นผู้ตัดสินเลือกรับข่าวสารด้วย ตัวเอง ส่วนผู้ที่เสนอข่าวบิดเบือนสุดท้ายก็จะถูกปฏิเสธรับข่าวสารจากผู้บริโภคเอง

    นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริการข่าวบนมือถือยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้สามารถทำรายได้เป็นรองคอนเทนต์เพลงเท่านั้น ปัจจุบันในตลาดรวมมีผู้บริโภคข่าวบนมือถือทั้งหมดมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่ง 90% ยังเป็นการรับข่าวผ่าน SMS  สำหรับการรับข่าวสารผ่าน MMS และคลิปวิดีโอนั้นมีเพียง 10% เท่านั้น

    โดยสาเหตุที่มีความต้องการบริโภคข่าวผ่าน MMS และคลิปวิดีโอ ในปริมาณไม่มากนักเนื่องจากการใช้งานลักษณะดังกล่าวจะต้องอาศัยเครื่องลูก ข่ายที่มีความสามารถในการใช้งานสูง ซึ่งมีราคาสูงคนส่วนใหญ่ในประเทศยังเข้าถึงได้น้อย แต่ในอนาคตหากคนสามารถเข้าถึงมือถือคุณภาพสูงได้มากขึ้นเชื่อว่าการใช้งาน ผ่าน MMS และคลิปวิดีโอ จะเพิ่มขึ้นตาม

    ทั้ง นี้ สาเหตุที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมรับข่าวสารผ่าน SMS มากกว่าสื่อรูปแบบอื่นบนมือถือ เป็นเพราะผู้บริโภคต้องการรับรู้ข่าวที่มีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทัน สถานการณ์และสรุปเพียงพาดหัวสั้นๆ ประกอบกับคนส่วนใหญ่ยังใช้เครื่องลูกข่ายที่รองรับการใช้งาน SMS  ส่วนข่าวในเชิงลึก หรือรายละเอียดของข่าวนั้นผู้บริโภคข่าวจะหาเพิ่มเติมตามหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์และโทรทัศน์ภายหลัง สำหรับปัจจัยกระตุ้นให้การบริโภคข่าวบนมือถือเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตคอนเทนต์ข่าวทั้ง สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์หันมาทำข่าวบนมือถือป้อนให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

    สำหรับกรณีการเสนอข่าวบิดเบือนนั้นเชื่อว่าปัจจุบันมีน้อยลง เนื่องจากการเสนอข่าวบิดเบือนทำให้เกิดภาพเชิงลบกับสำนักข่าวนั้นๆ ประกอบกับผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกรับข่าวสารได้ด้วยตัวเอง

    ที่มา : ผู้จัดการ

    Tags: 7ตค, sms, ทรราช, พันธมิตร, รัฐบาล
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ” ท่านฝากบอก แมสเสจ สั้นๆว่า ได้ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ ไป เป็นภาระของพรรคพปช.ที่จะดำเนินการต่อไป” … ” ท่านไม่ได้บอกอะไร ฝากให้แมสเสจมาแค่นี้ แต่นี้ไป ขอยุติทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรคจะทำอย่างไร ท่านพูดมาแค่นี้ ”

    P { margin: 0px; } “สมัคร”ถอดใจ ขอยุติทุกอย่างแค่นี้ ต่อไปให้พรรคทำต่อ ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์การเมืองล่าสุดว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 12 กันยายน หลังจากพรรคพลังประชาชน มีมติให้ 3 แกนนำพรรคมาเจรจากับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะยังรับตำแหน่งนายกฯต่ออีกหรือไม่ ทำให้มีบรรดาสื่อมวลชนมาปักหลักทำข่าว ที่บ้านพักนายสมัคร หมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ย่านถนนนวมินทร์ จำนวนมาก จนกระทั่ง เวลา 18.30 น. นายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ของนายสมัคร สุนทรเวชได้ ออกมากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเข้าหารือกับนายสมัครกว่า 1 ชั่วโมงเศษว่า “ท่านฝากบอก แมสเสจ สั้นๆว่า ได้ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ ไป เป็นภาระของพรรคพปช.ที่จะดำเนินการต่อไป” ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำพรรค 3 คนมาหารือกับนายสมัครหรือยัง นายธีรพลกล่าวว่า “ท่านไม่ได้บอกอะไร ฝากให้แมสเสจมาแค่นี้ แต่นี้ไป ขอยุติทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรคจะทำอย่างไร ท่านพูดมาแค่นี้” พปช.มีมติส่ง”สมชาย-สมพงษ์-เลี๊ยบ” ถก “สมัคร” ผู้สื่อข่าวรายงาน จากพรรคพลังประชาชน(พปช.) เมื่อเวลา 16.30 น. ว่า หลังจากที่กรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ใช้เวลาหารือนานกว่า 4 ชั่วโมงเศษ ในที่สุด ได้มีมติว่า ให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี 3 แกนนำคนสำคัญของพรรค ไปเจรจากับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะยังนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ เมื่อได้คำยืนยันแล้ว จะเสนอให้ที่ประชุมพรรคอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำไปแจ้งให้กับ 5 พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อดำเนินการในการเสนอชื่อนายกฯต่อไป “เติ้ง”ให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาล ยันไม่สลับขั้ว

    เมื่อเวลา 15.30 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวกับสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยประจำปี 2551  ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่วันที่ 12 ก.ย. ว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 12 ก.ย. เป็นเรื่องที่ด่วนเกินไป ซึ่งพรรคชาติไทยมีจุดยืนว่า หากพรรคใดมีจำนวนส.ส.มากที่สุด พรรคชาติไทยจะเปิดโอกาสให้พรรคดังกล่าวจัดตั้งรัฐบาล แต่หากตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พรรคที่มีคะแนนรองลงมาจึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้   นายบรรหาร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้พรรคชาติไทยจึงให้โอกาสพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาล แต่ฝ่ายโจมตีก็บอกว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้นายสมัครพ้นจากนายกรัฐมนตรี เราก็หารือมาตลอดว่าจะทำอย่างไร พบว่าตอนนี้กระแสสังคม นักเรียน และนักศึกษาไม่เห็นด้วยกับการที่นายสมัครจะกลับเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น พรรคพลังประชาชนก็มาเชิญพรรคชาติไทยให้ร่วมรัฐบาลต่อไป ซึ่งเราก็ยินดี ขอยืนยันว่าเราจะไม่สลับขั้ว เพราะสลับอย่างไรคะแนนก็ไม่ถึง   นายบรรหาร กล่าวต่อว่า คนที่จะเป็นผู้นำรัฐบาลต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ ถ้อยทีถ้อยอาศัย สมานฉันท์ และลดความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะไปไม่รอด จึงเห็นว่าควรขยายเวลาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป 3 - 4 วัน เพื่อพิจารณาอย่างถ่องแท้ โดยให้คำนึงถึงความสงบสุขของประเทศ อันนี้จึงเป็นที่มาขององค์ประชุมไม่ครบ   “ส่วนอีกพรรคหนึ่งไม่ต้องพูด ถึงคิดว่าหวานคอแร้ง มั่นใจว่าจะได้เป็นนายกฯ แน่ เกมต่อเกมก็ต้องแก้เกมกัน แต่ตอนนี้มันก็จบแล้ว ตอนนี้ผู้คนแตกแยกกันมาก บางเวทีก็ให้ข้อมูลที่ผิด ผมเคยพูดว่าวันนี้ประเทศชาติแย่อยู่แล้ว ในหลวงรับสั่งว่าบ้านเมืองใกล้ล้มจมแล้ว แต่ผมเชื่อในพระสยามเทวาธิราชว่ายังมีอยู่ อย่างไรเราก็ต้องช่วยกันกอบกู้ เมื่อคืนผมไม่ได้นอนทั้งคืน ไม่ได้ทำอะไรหรอกแต่นั่งปรึกษาหารือกันว่าจะทำอะไร” นายบรรหาร กล่าว กลุ่มเพื่อนเนวินยังยืนกรานเสนอ “สมัคร” เป็นนายกฯ

    ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.40 น. ส.ส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน จำนวน 20 คน นำโดย นายบุญจงค์ วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา และนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม แถลงประกาศเจตนารมย์ว่า จากเหตุการณ์ที่สภาไม่สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบนั้น ส.ส.อีสานกลุ่มเพื่อนเนวิน จำนวน 83 คน ได้หารือร่วมกันและมีมติกลุ่มว่า ส.ส.ทุกคนในกลุ่มยังยืนยันที่จะสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป นายบุญจงค์ กล่าวว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมือง ขอให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกสมัคร และหลังจากนี้การดำเนินกิจกรรมการทางการเมืองของกลุ่มจะเป็นบึกแผ่น ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชาชนมีมติสนับสนุนนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ถือว่าเป็นมติที่ใหญ่กว่ามติของกลุ่มเพื่อนเนวิน แต่ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยอ้างชื่อกลุ่มเพื่อทำการเคลื่อนไหว โดยเราฟังมติของพรรค แต่ในที่สุดเมื่อมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ส.บางกลุ่มกลับไม่ปฏิบัติตามมติพรรค ส่วนกรณีที่ ส.ส.กลุ่มอีสานพัฒนา และกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมสภา ถือว่าเป็นการแสดงว่าไม่ยอมรับนายสมัครใช่หรือไม่นั้น นายบุญจงค์ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนไม่มีความแตกแยก แต่เป็นเพียงความแตกแยกทางความคิด และเชื่อว่าถ้ามีการเสนอบุคคลอื่นแทนนายสมัคร ก็คงจะต้องมีการคุยกัน “จตุพร”บอกถ้าตกลงพรรคร่วมรบ.เหลว ก็ต้องยุบสภา

    นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่มาร่วมประชุมเพื่อโหวตเลือกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีว่า เป็นที่ชัดเจนว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมสภา เป็นการแสดงไมตรีจิตที่ดี ทำให้รู้ว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร ซึ่งขั้นตอนต่อไปภายในพรรคพลังประชาชน ก็คงต้องมีการปรึกษาหารือกันต่อไป ว่าจะตกลงกันอย่างไร “ถ้าสุดท้ายแล้วยังตกลงกันไม่ได้ ก็คงต้องให้วิธีการคืนอำนาจให้ประชาชนคือต้องยุบสภา สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ก็เพราะมีนักการเมืองปล่อยข่าว ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในตัวนายสมัคร” นายจตุพร กล่าว พปช.ชี้พรรคร่วมโดดเกรงมีปัญหาเหตุพรรคยังไม่ตกผลึก

    เมื่อ เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมการประชุมสภาที่มีวาระสำคัญคือ เลือกนายกรัฐมนตรี จนทำให้สภาล่มนั้น ไม่น่าจะมาจากการที่พรรคเหล่านั้นไม่อยากเลือก นายสมัคร สุนทรเวช ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อาจจะเห็นว่าภายในพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นแกนของรัฐบาลยังมีความเห็นที่ แตกต่างกัน ยังไม่ตกผลึก เกรงว่าเลือกไปแล้วอาจจะมีปัญหา ดังนั้นภายในพรรคพลังประชาชนต้องคุยกันจนให้ได้ข้อสรุปก่อน โดยเฉพาะกับคนบางกลุ่มที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงไม่พอใจ ทั้งที่วานนี้ได้ประชุมไปถึง 2 ครั้งเพื่อทำความเข้าใจ โดยจะให้เสนอมาว่าต้องการอะไรกันแน่ นอกจากนี้ยังต้องนำเหตุการณ์ในวันนี้ไปถามนายสมัครด้วยว่ามีความรู้สึกอย่าง ไร
    “หมัก”เข้าประชุมพรรค”กานต์” เผย 14ก.ย. รู้ตัวนายกฯ 99% ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่การประชุมสภาผู้แทนราษฏร ไม่สามารถประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ เนื่องจากไม่ครบองคประชุม เนื่องจาก พรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค ไม่ได้เข้าร่วมประชุม พร้อมกับกลุ่มอีสานพัฒนา ในพรรคพลังประชาชนเอง ปรากฏว่า ทันทีที่ปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฏร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้เรียกประชุมด่วน ส.ส.พรรคพลังประชาชน ในเวลา 10.30 น. ที่อาคารที่ทำการพรรค ถ.เพชรบุรีตัดใหม่   ข่าวแจ้งว่า ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค จากทุกกลุ่มทยอยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รักษาการรมช.คมนาคม แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน แกนนำกลุ่มภาคเหนือ นายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม แกนนำกลุ่มนครปฐม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ประธานส.ส.กทม.     พ.ต.ท.กานต์  เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คนใกล้ชิดนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนฯ  ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมว่า สำหรับการประชุมส.ส.พรรคพลังประชาชน จะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือการประชุมรวมทั้งส.ส.และกรรมการบริหาร และการประชุมเฉพาะกรรมการบริหาร โดยในที่ประชุมกรรมการบริหาร นายสมัคร สุนทรเวช จะเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะมีการพูดคุยถึงข้อดีข้อเสียกันด้วยเหตุผล รวมถึงเรื่องคดีความที่เป็นภัยคุกคามที่แสนสาหัสของนายสมัครจะต้องเผชิญใน อนาคต จากนั้นจะให้เวลานายสมัครได้ตัดสินใจสักพัก ก่อนที่นายสมัครจะแจ้งต่อที่ประชุมใหญ่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่สมมุติว่า นายสมัครไม่รับตำแหน่งก็จะยังไม่มีการพูดคุยถึงตัวบุคคลที่จะขึ้นมาแทน ซึ่งในวันที่ 14 กันยายนนี้ จะตกผลึก 99 เปอร์เซ็นต์ก็น่าจะเห็นความชัดเจน   พปช.ให้”เนวิน”ร่วมประชุม”หมัก”ขอบคุณพรรคร่วมที่ไม่มา

    พ. ต.ท.กานต์  เทียนแก้ว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเช้าวันนี้เป็นเรื่องดีที่ทำให้ส.ส.พรรคพลัง ประชาชนมารักกันมากขึ้น วันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ส.ส.กลับมาสามัคคีกันเหมือนเดิม และนายกรัฐมนตรีต้องมาจากพรรคพลังประชาชน แต่โดยหลัการณ์แล้วอันดับแรกต้องเสนอชื่อนายสมัคร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน  เพราะเหตุการณ์วันนี้ทำให้เห็นว่าถ้าต่างคนต่างเดินก็ไปไม่ได้ ต้องรับฟังความเห็นเพราะ 223 เสียงในพรรคทุกคนมีความหมาย ดังนั้น การบริหารพรรคต่อไปก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนรับฟังส.ส.มากขึ้น  สัญญาณวันนี้มีแนวโน้มที่ดีมาก ทุกฝ่ายเริ่มหันหน้าเข้ามาพูดคุยและเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งนี้นายสมัครเองได้ฝากไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขอขอบคุณพรรคร่วมที่ไม่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ เพราะพรรคพลังประชาชนยังมีการจับขั้ว
    เมื่อถามว่า หากนายสมัคร ประกาศสู้ต่อกลุ่มส.ส.ภาคเหนือ จะดำเนินการเหมือนในวันนี้หรือไม่ พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า นายสมัคร จะประกาศอย่างไรเราจะต้องให้เกียรติซึ่งในวันนี้เมื่อทราบผลการตัดสินใจของ นายสมัคร เราก็จะมาพูดคุยกันต่อ ถ้าท่านประกาศสู้ต่อก็จะต้องมาดูว่านายสมัคร จะมีแนวทางการทำงาน การบริหารพรรค และจะดูแลส.ส.ในพรรคอย่างไร
    เมื่อถามว่าจะเชิญนายเนวิน เข้าร่วมประชุมกรรมการบริหารด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า ก็คงเชิญนายเนวินด้วย เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ถือเป็นการให้บทเรียน กับกลุ่มนายเนวินหรือไม่ พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เป็นบทเรียน แต่เป็นธรรมชาติของพรรคการเมือง ความที่คิดไม่มีอะไรก็จะเดินไปเรื่อย แต่เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมาปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าวันนี้บ้านเมืองยังเดินหน้าต่อไป จึงยังไม่จำเป็นถึงขั้นที่จะเสนอให้มีการยุบสภา

    ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1221198942&grpid=00&catid=01

    Tags: พันธมิตร, สมัคร

    ส.ส.พรรคพลังประชาชน ตีรวนไม่ยอมเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้สมาชิกมีเพียง 161 เสียงไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถเสนอชื่อ “สมัคร” ได้ทำให้การลงมติเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 17 ก.ย.นี้

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    วันนี้ (12 ก.ย.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. ได้เริ่มส่อส่อเค้าวุ่นวายตั้งแต่เริ่มต้นการประชุม เมื่อ ส.ส.หลายคนจากพรรคพลังประชาชน ต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า อยากให้เสนอเลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปจาก วันนี้ (12 ก.ย.) เพราะเห็นว่าชื่อของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นไปตามมติของพรรคพลังประชาชนอาจก่อให้เกิดปัญหา และบอกว่าถ้าไม่มีการเลื่อนออกไป ส.ส.อาจใช้เอกสิทธิ์ระหว่างการโหวตคะแนนนายกรัฐมนตรี

    หลังการนับสมาชิกองค์ประชุมปรากฏมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 161 เสียง เนื่องจาก ส.ส.พรรคพลังประชาชนได้ใช้เอกสิทธิ์ไม่เข้าร่วมประชุม ส่งผลให้การประชุมวันนี้ไม่มีการเสนอนายสมัคร สุนทรเวช เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนับองค์ประชุมใหม่โดยวิธีขานชื่อแต่ถูก ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลคัดค้าน ทำให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งปิดการประชุมและให้เลื่อนไปประชุมใหม่ในวัน พุธที่ 17 ก.ย.นี้

    ที่มา : http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108158

    Tags: พันธมิตร, สภา, สมัคร

    “อี้ แทนคุณ” นำทีม 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ถวายฎีกา “ไม่เอาสมัครเป็นนายกฯ” วอนเจ้าตัวสำนึก ลดละเลิกอยากได้ตำแหน่ง ลั่นไม่อยากได้คนคดโกงเข้ามาทำชั่วในสภา

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์



    หลังจากที่พรรคพลังประชาชนมีมติสนับสนับให้ “สมัคร สุนทรเวช” กลับเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดนจะมีการเสนอชื่อเข้าสภาในวันพรุ่งนี้นั้น ส่งผลให้ 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ได้ตัดสินใจรวมตัวกันถวายฎีกาไม่เอาสมัครเป็นนายกฯ โดยมี “อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ” ดาราและพิธีกรชื่อดังเป็นหนึ่งในตัวแทนขององค์กรต่างๆ เข้าถวายฎีกาด้วย

    ดาราพิธีกรชื่อดังได้เปิดเผยถึงเหตุที่จะต้องถวายฎีกาว่าเป็นเพราะ นายสมัครขาดจริยะธรรม ทำความผิดไม่สมควรกลับมาเป็นนายกฯ วอนให้สำนึก ลดละเลิกอยากได้ตำแหน่ง ย้ำชัดอย่าเอาคนโกงกลับมาทำชั่วในสภาอีก

    “ผมเป็นตัวแทนในนาม 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่นเพื่อช่วยทำให้ปัญหาคลี่คลายและยุติ โดยองค์กรของเรานั้นจะเน้นย้ำป้องกันไม่ให้เกิดการคอรัปชั่น สร้างมาตรฐานคุณธรรมต่อสังคม คนคดโกงไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษในการอยู่รอด ไม่งั้นก็จะเป็นต้นแบบไม่ดีกับเยาวชน คนที่ทุจริตประพฤติไม่ดีไม่เหมาะสม กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีก บางคนอาจจะไม่กลัวเพราะมีสิทธิมีอำนาจ และพร้อมจะกลับมาทำชั่วในสภาได้อีก”

    “โดยส่วนตัวเราไม่ได้มีเรื่องกับใคร ไม่ได้มีอะไรกับคุณสมัคร วันนี้ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครเราก็จะทำแบบนี้ ต้องทำให้เป็นต้นแบบต่อไป ผมเองทำงานเพื่อภาคประชาสังคมประมาณ 7 - 8 ปีแล้ว และเป็นประธานกลุ่มธรรมมะเยาวชน เน้นความพอเพียง เสียสละ ซื่อสัตย์ เราทำงานเยาวชนมาเยอะ ถ้าพูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งคนเขาจะไม่เชื่อถือ มันไม่ได้สำคัญที่ตัวเรา สำคัญที่ต้นแบบคนที่เป็นตัวอย่าง ถ้าต้นแบบสร้างมาไม่ดีประเทศชาติก็จะพังพินาศ เราสอนให้เขาซื่อสัตย์อย่าโกง แต่ถ้าสิ่งที่สอนกับสิ่งที่ทำขัดแย้งกันสิ้นเชิง แล้วองค์กรเราจะไปสอนเยาวชนได้อย่างไร”

    “นักการเมืองยุคนี้เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไปสร้างเด็กรุ่นใหม่ดีกว่า ไม่งั้นเกิดเด็กไปเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี และยึดเอาไปปฏิบัติตามจะทำให้ประเทศชาติพินาศกว่าเดิม”

    “นายกไม่ใช่บุคคลธรรมดา เป็นคนสาธารณะ เรามีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องถ้าเห็นว่ามันไม่ถูกไม่ควร ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกลียดใครมาก ชอบใครมาก หรือแค้นใครมาก แต่เป็นการทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมบนความถูกต้อง เพื่อที่เขาจะได้ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเราต้องทำให้เป็นมาตรฐานของนักการ เมือง ไม่ใช่มีอำนาจก็สามารถซื้อได้ทุกอย่าง”

    “เด็กในวันนี้วันหนึ่งก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ซักวันหนึ่งก็ต้องแก่เฒ่า จะได้อยู่อย่างสงบสุข ท่าน เองก็สูงอายุขึ้นทุกวัน น่าจะได้อยู่อย่างภาคภูมิใจมีศักดิ์ศรีที่ไม่ทำผิดไม่ละอายว่าเคยทำอะไรลงไป ขอให้มีความละอายในการทำชั่วกลัวบาป คนเราไม่ทำชั่วก็เพราะกลัวบาปกรรม เมื่อกลัวแล้วจะได้ทำบาปน้อยลง ทุกวันนี้มีอำนาจเยอะ แต่อย่าลืมว่าอำนาจนั้นมาจากประชาชน ถ้าสำนึกจริยธรรมไม่มีก็ต้องให้โอกาสเขาปรับตัว ทำดีคนก็ชื่นชมศรัทธา แต่ถ้าทำชั่วก็ต้องเชิญออก”

    “ขอยืนยันว่าเราไม่ได้รักใครชอบใคร แต่ที่ต้องออกมาทำตรงนี้เพราะปัญหามันจะไม่มีที่สิ้นสุดไล่ไปก็มาใหม่ ฉะนั้นเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ และที่เลือกวันพรุ่งนี้เพราะอาจมีการปะทะกัน ถ้าไม่ทำอะไรมัวแต่หลบอยู่เฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวก็แก้ปัญหาเองได้มันไม่ได้ ต้องช่วยกันอย่าผลักภาระแล้วอยู่เฉยๆ ไม่เจ็บตัวไม่ถูกใครว่า แล้วถ้าเราไม่ทำใครจะทำผลักไปเรื่อยๆ”

    “ที่ ผ่านมาทางองค์กรได้ติดตามมาสถานการณ์มาตลอด และคิดว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะจบ น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็จะเสนอชื่อเข้ามาอีก มันชัดเจนแล้วว่าพึ่งนักกากรเมืองไม่ได้ พึ่งระบบเดิมๆ ไม่ได้ การเมืองใหม่ที่เราอยากเห็นคือคนไทยมีส่วนร่วมมากที่สุด ใครก็ได้ที่จะทำอะไรเพื่อเรียกร้องให้เกิดความถูกต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่นก็ ทำเถอะครับ”

    “การ ที่เขาไม่อยากจะสำนึก ก็อยากให้เห็นแก่ส่วนรวมว่า ตำแหน่งบางตำแหน่งไม่เหมาะสมก็ขอให้ละเลิกความอยากนั้นเสีย ถ้าเลิกไม่ได้มันไม่สง่างาม ในเมื่อศาลก็ตัดสินออกมาแล้วว่าคนนี้มีความผิดจริง ถึงแม้จะเป็นความผิดเล็กๆ แต่มีผลต่อภาพลักษณ์”

    “ท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ผมไม่ได้ก้าวร้าวอะไร แต่มันเป็นการทำงานที่ใหญ่หลายองค์กร ผมเป็นประชาสัมพันธ์อบรมเด็กเยาวชน ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่อบรมบ่มสอน พวกเราสำนึกมาตลอดว่า ถ้าเราไม่ร่วมเด็กเยาวชนทำเฉย พอชาติพังก็รับแต่ซากปรักหักพัง ถูกโกงกินจนหมดแล้วจะไปเรียกร้องอะไร ตอนนี้ประชาธิปไตยก้าวหน้าไปมาก เราต้องลุกออกมาแสดงออกสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เอาคนโกงไม่เอาคนทุจริต”

    แม้ว่าการเลือก “สมัคร” กลับมาอีกครั้งจะเป็นไปได้ตามหลักกฏหมาย แต่มันผิดหลักจริยธรรม
    “จริยธรรมสำคัญกว่านะ กฏหมายมีช่องโหว่โดนแบบนี้กลับมาได้อีก การ ที่ศาลตัดสินแบบนี้คือการลงโทษที่สุดแล้วสำหรับผู้นำประเทศ ไม่ควรจะกลับมาอีก ควรจะคิดได้เองเลยไม่ได้มีการเขียนบทลงโทษ แบบนี้ถือว่ารุนแรงแล้วควรที่จะรู้ตัวเองแล้ว บางตำแหน่งให้คนอื่นทำดีกว่าเหอะ ถ้ามีมลทินแล้วให้คนอื่นทำ ถ้าเอาผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเดียวก็ออกไปเถอะ”

    เผยการเมืองมาถึงทางตัน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังเลือกสมัครเป็นนายกฯ ประชาชนจะหมดศรัทธา
    “ถ้าพรรคร่วมยังจะเลือกเขาเป็นนายกฯ ก็คงจะแล้วแต่จิตสำนึกนะครับ มันถึงทางตันแล้ว วันที่ 25 ที่จะถึงนี้ก็จะมีการตัดสินคดีเกิดขึ้นอีก คำตอบก็มีอยู่แล้ว ความศรัทธาของพรรคต่างๆ ก็จะก็ลดลงไปด้วย ประชาชนกับพรรคการเมืองต้องพึ่งพาอาศัยกัน นักการเมืองไม่มีอุดมการณ์ประชาชนก็ไม่ศรัทธา เมื่อไม่ศรัทธาก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือ คิดว่าอนาคตอันใกล้คนไทยคงได้เห็นนิสัยจริงๆ ของนักการเมืองแต่ละคนแต่ละพวก ว่าควรค่าที่เชื่อใจหรือไม่”

    “การที่นักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศาลก็เหมือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เราควรจะเคารพศาลคนที่ไม่เคารพศาลไม่เคารพกฏหมายก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ก็ไม่รู้วาเบื้องหลังมีใคร มีกฏหมายเตือนไว้อย่าละเมิดอำนาจศาล ถ้าละเมิดก็จะแย่ด้วยตัวเราเอง”

    “วันนี้ประเทศชาติมันแย่แล้ว เราออกมาทำตรงนี้ไม่ได้คิดว่าโหนกระแส ไม่ได้รอจังหวะ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง พรุ่งนี้คาดการณ์ว่าจะเกิดการแตกหักปะทะกัน ถ้าการกระทำบางอย่างช่วยลดความเปลี่ยนแปลงตึงเครียดก็ต้องทำ ถ้าการกระทำด้วยวิธีใดๆ สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์รุนแรงได้ถือเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มาก”

    “ฉะนั้นเราต้องหาวิธีทางที่ทำให้เขาเชื่อ ซึ่งการถวายฎีกาน่าจะเป็นทางรอดทางเดียวในสังคมปัจจุบันที่กำลังหาที่พึ่ง”

    โดยในวันนี้เวลา 13.00 น. จะมีการนัดรวมตัว 84 องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นที่บริเวณวัดพระแก้ว เพื่อทำพิธีสวดมนต์ และจะเดินทางไปถวายฎีกาที่สำนักราชเลขาธารเวลา 13.30 น.

    ที่มา : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108100

    Tags: 84องค์กร, พันธมิตร, สมัคร, อี้, อี้ แทนคุณ, แทนคุณ

    “สุนทรี” ประกาศไม่รับรางวัลจากมือ “สมัคร” บอกเป็นเสนียด เผย “ลานนา” ถูกแกรมมี่ดอง เพราะแม่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ประกาศร่วมม็อบไม่หวั่นอิทธิพลรัฐบาล เย้ยใครจะเชื่อคำพูดสมัคร ไม่มีใครกลัว พ.ร.ก.อยากประกาศอะไรก็ประกาศไป

    เป็นหนึ่งในศิลปินที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” เมื่อหลายปีก่อน จนโดนขู่ฆ่า หรือแม้กระทั่งวางระเบิดที่ร้าน “เฮือนสุนทรี” จังหวัดเชียงใหม่ แต่ “สุนทรี เวชานนท์” ศิลปินล้านนาชื่อดัง ก็ไม่หวั่น ล่าสุด ก็พึ่งจะขึ้นเวทีพันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะทนไม่ได้กับเหตุการณ์ที่ตำรวจสลายม็อบที่มัฆวาน

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    เผยหลังจากขึ้นเวทีพันธมิตรฯส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก แม้แต่ “ลานนา คัมมินส์” ลูกสาวก็ยังได้รับผลกระทบ โดนแกรมมี่ต้นสังกัดเรียกเข้าไปถามเรื่องที่แม่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ จากนั้นก็ถูกต้นสังกัดดองไม่ให้ความสนใจ แต่อย่างไรก็ตามศิลปินล้านนาชื่อดัง ก็ยังมั่นใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อมั่นในความดี พร้องทั้งประกาศประกาศไม่รับรางวัลภาษาถิ่นดีเด่นจาก “สมัคร สุนทรเวช” เพราะเป็นเสนียด
    “จริงๆ อยากมาขึ้นที่เวทีพันธมิตรฯตลอด ทางเวทีเองก็ติดต่อมาโดยตลอด แต่ว่าทางเชียงใหม่เขาจับตามองเราอยู่ ตอนที่ไปขึ้นที่สวนลุมกับสนามหลวง กลับมาโดนอะไรเยอะแยะมาก โดนเผาหุ่น โดนป้ายเต็มเมือง โดนระเบิด ก็เลยคุยกันว่าก้าวต่อไปมันต้องละเมียดละไมหน่อยต้องดูจังหวะ เพราะไม่มีคนดูแลเรา พวกทหารที่คอยดูแลตอน คมช.ก็ถูกย้ายถูกโยกไปหมดแล้ว แต่ก็ยังยืนยันกลับไปทางเวทีว่าไปแน่”

    “จะมาหลายรอบแล้ว แต่ลานนาเขาเป็นห่วงกลัวว่าเราจะเป็นอันตราย อย่างลานนาเองก็โดนเยอะ ลูกสาวสุนทรีก็จะโดนเหน็บโดนว่า เขาก็จะบอกว่าลูกโดนอีกแล้ว แม่ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บขนาดไหน เวลาที่มีคนมาใช้ภาษาที่ไม่ดีไม่งามกับเขา แม่อย่าพึ่งไปเลยรอก่อนได้ไหม”

    “จน กระทั่งวันที่ตำรวจออกมาทุบพันธมิตรฯ ก็เลยไปคุยกับลูกว่าแม่ทนไม่ไหวแล้ว แม่ต้องไปแล้ว แม่รู้ว่าลูกอาจจะมีความสุขที่แม่อยู่ใกล้ลูก แต่แม่เห็นแก่ตัว มันไม่ได้นะลานนา ยูห้ามแม่ยูทำลายความเป็นปัจเจกของแม่มาก ยูทำลายตัวตนของแม่ ทำลายจิตวิญญาณของแม่ ทำลายความเชื่อมั่นของแม่ ไออยู่ที่นี่ได้นะ แต่ไอทุกข์นะ ทุกข์ที่เห็นพันธมิตรฯอยู่ในสภาพแบบนั้น”

    “โอเคเราอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย แต่คนที่นั่นเขาก็ต้องการเราเหมือนกัน ก็บอกลานนาว่าขอแม่ไปเถอะ เขาก็คงเห็นเราทุกข์มากมันไม่ไหวแล้ว เขาก็บอกงั้นแม่ไปเถอะ แต่ว่าต้องโทร.หาเขาทุกระยะนะ ซึ่งจริงๆ ที่กรุงเทพฯไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่กลับไปเชียงใหม่เราเป็นเหมือนเป้าเปิด เพราะเราอยู่กับลูกแค่สองคน เวทีก็เปิด ร้านก็เปิดไม่มีคนดูแล แต่ก็ช่างมันเถอะอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เพราะมันไม่ไหวแล้ว”

    ไม่หวั่นถึงแม้จะเคยโดนวางระเบิดที่ร้านมาแล้ว ในการมาขึ้นเวทีพันธมิตรฯเมื่อหลายปีก่อน
    “ครั้ง ก่อนที่ออกมาโดนฟีดแบกเยอะมาก โดนระเบิดโดนอะไรแต่ก็ไม่กลัว เอาให้มันตายไปข้างหนึ่ง บอกได้เลยว่าถ้ามันทำร้ายเราเรื่องมันไม่จบ เปิดตัวแบบนี้ดีกว่าเราซุกเราซ่อนเราต้องไม่กลัวกับมัน เราเปิดตัวแบบนี้มันยิ่งไม่กล้า มันอาจจะเหน็บแนมเราบ้างแต่เราต้องก็ต้องเผชิญหน้ากับมันให้มันรู้ว่าเราไม่กลัว”

    “สถานการณ์ที่เชียงใหม่ไม่ถึงกับรุนแรงมาก แต่ว่าตอนที่เราตั้งเวทีมันก็พยายามทลายเข้าไป ตรงนี้มีการจ้างมาจากเชียงราย ลำพังคนเชียงใหม่ไม่มี ในเมืองยิ่งไม่มี มีแต่พลังเงียบและเป็นฝ่ายพันธมิตรฯเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่เราเขาจะยังไม่กล้ากัน อยู่ในห้องประชุมอาจจะโอเค แต่ออกไปนอกห้องประชุมก็ไม่กล้า เพราะเขาก็มีธุรกิจมีการค้าต่างๆ ก็ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วย”

    “อย่างเราเองก็มีผลกระทบทางด้านธุรกิจเยอะมากทำเป็นเล่นไป คนท้องถิ่นไม่ต้องไปหวัง ณ วันนี้มีแต่พันธมิตรฯจากต่างจังหวัดจากทุกๆ ภาค ถ้าไปเชียงใหม่ก็จะต้องไปรายงานตัวที่ร้านเรา ผมพันธมิตรฯจากชลบุรี จากพังงา จากขอนแก่น มาจากอุบลฯ เราเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน รู้สึกว่ามันอุ่นมาก มีความสุขมากเหมือนมีเพื่อนเยอะขึ้น”

    “ถามว่า รายได้ตรงนี้มันเพียงพอไหม มันก็คงไม่พอ เพราะเราก็ย้ายร้านด้วย แต่ว่าตรงนี้มันอุ่นเราได้มิตรจากตรงนี้ สิ่งที่เราทำเราเดินมาถูกทางแล้วนะ เรามีเพื่อนเพิ่มขึ้นมีคนที่คุยกันรู้เรื่อง อย่าง คุณศิริชัย ไม้งาม เขาก็ไป เชียงใหม่เป็นไงบ้างตอนนี้ ก้าวต่อไปจะทำไงกันดี เราเองก็ยืนยันมาตลอดว่าไปแน่นอน ถึงเวลาไปเองไม่อยากจะรบกวนพันธมิตรฯส่วนกลาง ค่าตั๋วเครื่องบินอะไรออกเอง ภาระพันธมิตรฯเยอะเหลือเกินขอให้เราได้ดูแลตัวเองไม่ต้องห่วง”

    “แต่เวลาไปจะไม่บอกเด็กในร้าน เพราะเด็กจะกลัวกันมาก คดี วางระเบิดทุกวันนี้ มันยังไม่ถึงไหนเลย จะไปหวังอะไรกับตำรวจ ไม่สนใจไม่แยแสไม่แคร์ให้มันรู้ไปเลยว่า แค่นี้เองเรื่องเล็ก ตรงนี้ไม่ใช่ว่าปลงแต่ว่าเราไม่สนใจเพราะเราไม่กลัว คิดว่ายังไงก็จับไม่ได้เพราะมันคนของเขาทั้งนั้น ถามว่าอยู่ได้ไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปไหนก็ไปตามประสาเรา ชนะความกลัวด้วยความไม่กลัวไม่กลัวเขาถึงไม่กล้าทำอะไร บางคนบอกว่าสุนทรีย์บ้าไปแล้วทำไมถึงอยู่ได้ แต่เราก็ไม่สนมันก็อยู่มาได้”

    เผยการที่มาขึ้นเวทีพันธมิตรฯส่งผลกระทบกับ “ลานนา” ถูกแกรมมี่ดองงาน
    “ลานนาเองก็เข้าใจแม่ แต่ว่าเขากลัวเขาห่วงเขาถึงได้ห้าม แต่เขาก็ดูเอเอสทีวี เขาก็ทนไม่ไหว ก็เป็นเพราะเรื่องนี้นี่แหละเขาถึงได้มีปัญหากับแกรมมี่ ตอนนี้เขาก็มีสัญญาค้างไว้กับแกรมมี่ เรื่องที่แม่ทำมันกระทบกับเขาทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเขาเลย ไอ้พวกนี้มันบ้า เราก็บอกว่าอย่าไปสนใจอย่างน้อยเราก็มีบ้านอยู่มีอู่นอนอย่าไปสนใจ”

    “ทาง โน้นก็มีการเรียกลานนาเข้าไปคุยก็เป็นการคุยแบบอ้อมๆ แบบผ่านๆ เรื่องาน ก็อาจจะโดนแบนไม่ให้ความสนใจกับลานนา เพราะแม่มาขึ้นเวที เรื่องนี้ก็กระทบใจลานนาพอสมควรแต่ว่าเขาก็คงไม่อยากพูดให้แม่รู้สึกไม่สบาย ใจ เรื่องการย้ายหาที่ใหม่แม่ไม่ให้มอง ก็บอกไปแล้วว่า ทุกวันนี้งานเพลงถือว่าเป็นไซด์ไลน์อยากให้เขามองธุรกิจอาหารเพราะเงินเขาก็ ลงไปครึ่งหนึ่งเขาก็เป็นหุ้นส่วน ก็ให้มาช่วยกันบริหารงานถือว่าตรงนี้เป็นหลัก”
    ไม่หวั่นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขอเข้าร่วมกับพันธมิตรฯ บอกความตายแค่เรื่องขี้หมา
    “เหตุการณ์ที่ตำรวจเข้าสลายม็อบ ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะขึ้นเวที พอเห็นภาพแล้วแบบอยากมา อยากมาจริงๆ เลย ถ้าไม่มามันอายคนเชียงใหม่นะ คนเชียงใหม่อยู่ในม็อบพันธมิตรฯตั้งเยอะ เขาบอกว่าไม่ได้ใช้ความรุนแรงไม่ได้ใช้ปืนจ่อหัว แต่ภาพมันออกมาแล้วมันเห็นชัดอยู่แล้ว ไม่ต้องมาบอกว่าปืนไม่มีกระสุนไม่ต้องมาพูดเลย แค่เอาปืนจ่อมันก็บ่งบอกแล้ว จะบอกว่าเป็นมุมกล้องก็พูดไปเหอะภาพมันออกไปทั่วโลกแล้ว”

    “เห็นข่าวแล้วนั่งร้องไห้ นั่งร้องไห้ทั้งคืนเลย เปิดทีวีทิ้งไว้จนเครื่องแฮงก์ มันอัดอั้นตันใจทำไมบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ทำไมถึงทำกันขนาดนี้ เมื่อไหร่มันจะยอมรับความจริงกันซักที”

    “ตอนนี้รัฐบาลก็พยายามเมกเรื่องราวขึ้นมาเพื่อหาทางยุบสภา แต่มันไม่ใช่ทางออกไง เหมือนที่ทางแกนนำพูดนั่นแหละมันต้องเปลี่ยนสังคมใหม่ การเมืองใหม่มันต้องเริ่มขึ้นแล้วไม่งั้นมันก็จะซ้ำเดิม ยุบสภาไปจะเกิดประโยชน์อะไร”

    “บางคนบอกว่าพันธมิตรฯทำให้เกิดความวุ่นวาย คุณอย่ามาโมเม ถ้าคุณแน่จริงทำไมไม่มาสลายตอนกลางวัน มาทำไมตอนตีหนึ่งตีสอง แล้วเอาปืนยิ่งเข้าไปฝ่ายพันธมิตรฯมีเหรอปืนมีแต่ตะบอง ตลก….คุณสร้างเรื่องราวขึ้นมา”

    “วันนี้ เขาอยากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อยากทำอะไรก็ทำไป มีคนสนใจที่ไหนล่ะคนเขาเดินพล่านเต็มถนน ไม่มีทางที่เขาจะหยุดพันธมิตรฯไม่ให้เข้าไปในทำเนียบได้ ไม่มีทาง เขาไม่มีอะไรเป็นประกาศิตเลย ใครเชื่อเขาล่ะคุณสมัคร พูดอะไรไปใครเชื่อเขาล่ะ”

    “การประกาศสถานการณ์แบบนี้ มันก็ท้าทายอารมณ์เหมือนกันนะ เขาจะกล้าทำอะไรรุนแรงเหรอ บอกตรงๆ ว่าไม่ได้รู้สึกกลัวเลยนะ แต่ต้องยอมรับว่า พลังพันธมิตรฯมหาศาลจริงๆ นะ เห็นแล้วน้ำตาร่วงเลย เขารักกันจริงๆ อบอุ่นมากนะ ก่อนจะออกจากสนามบินเชียงใหม่มานั่งคุยกัน ก็จะคุยกันว่าอุ่นเหลือเกินรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง มีที่ไหนบ้างจะเป็นแบบนี้ (ไม่กลัวตาย) ไม่….ขี้หมา ไม่กลัวหรอก ก็ยังนัดกับหลายๆ คนอยู่เลยว่า เสร็จจากงานคอนเสิร์ตก็จะเข้าไปต่อในทำเนียบ”

    “วันนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์นองเลือดที่ทำเนียบก็ไม่รู้สึกกลัว ถ้าจะเจ็บก็เจ็บกันทั้งหมดแหละ ไม่กลัวนะถึงแม้ว่าจะไม่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแต่ก็ไม่รู้สึกกลัว เรามีความรู้สึกว่าไม่มีใครมาทำอะไรเราได้ มันมีอะไรบางอย่างอันนี้เราบอกตัวเอง ทุก วันนี้ก็ไปไหนมาไหนคนเดียวก็ไม่ได้รู้สึกว่าใครจะมาทำร้าย และก็ไม่เคยมีด้วย เรารู้สึกว่าเราทำความดีให้กับแผ่นดิน และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้าย เชื่อว่าพลังความดีจะทำให้เรารอดพ้น”

    หลายคนเชื่อว่า “ทำดีต้องได้ดี” แต่ก็มีคนบางคนที่ออกมาพูดว่า “ทำดีอัปปรีย์กินหัว ทำชั่วได้ดี” เรื่องนี้ สุนทรี บอกว่า ตอนนี้ผลกำลังเกิดกับคนที่ทำความชั่วแล้ว
    “เชื่อว่าทำดีต้องได้ดี ทุกวันนี้ก็เริ่มมองเห็นผล มีเงินขนาดนั้นยังต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่ได้มีความสุขอย่างเรานะ มีเท่าไหร่ก็กินเท่าไหร่ก็ยังได้หัวเราะกับเพื่อนกับฝูง”

    “กับ คุณสมัครไม่อยากจะพูดถึง ไม่ชอบหยาบคายจัง ล่าสุด นี่เขาก็ให้รางวัลภาษาไทยถิ่นดีเด่นก็ไม่ไปรับหรอก เสนียด ไม่เอาหรอก ให้มารับกับเขาไม่เอาหรอก คนหยาบคายขนาดนั้นมาให้วุฒิบัตรเราไม่เอาหรอก หลายๆ คนก็ไม่มารับเพราะรู้สึกแบบนี้”

    “คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคนเขาเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่มีใครรักคุณเลย ปากคอเราะร้ายแบบนี้ พูดกับนักข่าวก็ตะคอกใส่เขา ทำไมทำแบบนี้เป็นผู้นำประเทศไม่น่ารักเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเขาควรจะลาออกไปได้แล้ว แต่เขาก็พยายามสร้างเหตุการณ์อันโน้นอันนี้ขึ้นมาเลี่ยงบาลีอยู่ตลอดเวลา แหม…ดิ้นเก่งจังเลยนะ แถไปเรื่อยเลย ฟาดงวงฟาดงา เขาไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เลยร้ายมากแย่มาก และก็ไม่ยอมปรับ ไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองเป็นผู้นำประเทศ”

    “ถ้า เป็นผู้นำประเทศอื่น เขาไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว อยู่ได้ไงไม่รู้จักอายตัวเอง ลูกเล็กเด็กแดงสาปแช่งกันด่าสาดเสียเทเสียยังไม่รู้สึกอะไรอีก คำพูดเขาไม่มีมนต์ขลังไม่มีพลังให้คนฟังได้ พูดจาปลิ้นปล้อนตลอดเวลา นักการเมืองไทยทำไมเป็นแบบนี้ทั้งหมด”

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    “ก็อยากจะฝากไปถึงทุกๆ คนว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเราต้องลุกขึ้นมา อย่ามัวแต่กลัวอีกเลย เป็นช็อตสุดท้ายที่ต้องลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเมือง เลิกเห็นแก่ตัวทุกคนรักชีวิตตัวเอง ห่วงธุรกิจตัวเองทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาแล้วใครจะทำ เราต้องลุกออกมาเป็นตัวอย่างของลูกหลานให้เห็นถึงการต่อสู้ ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อก็ได้แต่ต้องลุกขึ้นมาแสดงพลังร่วม

    ที่มา : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000105619

    Tags: พันธมิตร, ลานนา, สมัคร
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • พันธมิตรเฮ!! ศาลแพ่งสั่งงดการบังคับคดี เหตุตำรวจไปรื้อถอนเวทีมัฆวานฯไม่ชอบด้วยกฎหมายทุบตีประชาชน หากบังคับคดีต่อจะเสียหาย ให้รอจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง “สนธิ”ขู่ล้อมโรงพักลั่น กทม.จะลุกเป็นไฟประกาศศึกสุดท้าย! “พันธมิตร” แห่ปิดสนามม้านางเลิ้ง ขวางตร.พักเหนื่อย

     

    กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 3 หลังจากบุกยึดทำเนียบรัฐบาลสำเร็จตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม แม้ว่าศาลแพ่งจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล และศาลอาญาออกหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรกับพวก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม แกนนำ ยืนยันที่จะไม่ไปมอบตัว แต่พร้อมให้ตำรวจเข้ามาจับกุมตามหมายจับ

     

    พันธมิตรเฮ! ศาลแพ่งสั่งงดการบังคับคดี