เปิดตัวแล้ว “G1″ สมาร์ทโฟนตัวแรกแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ (Android) ถูกวิจารณ์ว่ารูปลักษณ์คล้ายไอโฟน (iPhone) เพราะมีหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ แตกต่างที่คีย์บอร์ดสไลด์ข้าง มี trackball ปุ่มกลมที่ผู้ใช้สามารถดันขึ้นลงซ้ายขวาเพื่อควบคุมเมาส์ได้ และสามารถเปิดใช้บริการอีเมลและแผนที่ของกูเกิลได้แสนสะดวก

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

และเกินคาด T-Mobile ตั้งราคาขาย G1 ไว้ที่ 179 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,900 บาท) พร้อมสัญญา 2 ปี ดัมป์ราคาเฉือนไอโฟนถูกลงอีก 20 เหรียญ พร้อมจำหน่ายในสหรัฐฯวันที่ 22 ตุลาคม ก่อนจะจุดพลุในอังกฤษเดือนพฤศจิกายน และกลุ่มประเทศแถบยุโรปปีหน้า

สำหรับ สหรัฐฯ G1 จะวางจำหน่ายในร้านค้าของ T-Mobile เฉพาะใน 21 เมืองที่ T-Mobile ให้บริการเครือข่าย 3G เท่านั้น เช่น นิวยอร์ก ลอสเองเจลิส ฮุสตัน และไมอามี โดยผู้ใช้ในพื้นที่อื่นๆ สามารถสั่งซื้อ G1 ได้จากเว็บไซต์ของ T-Mobile

อัตราค่าบริการข้อมูลที่ T-Mobile วางไว้นั้นเริ่มที่ 25 เหรียญต่อเดือน (ราว 825 บาท) โดยคิดเพิ่มจากค่าบริการโทรศัพท์ เทียบเท่ากับอัตราแพคเก็จบริการข้อมูลขั้นต่ำซึ่งบริษัทโทรคมนาคมไร้สายให้ บริการในสหรัฐฯขณะนี้

แพลตฟอร์มแอนดรอยด์นั้นไม่ได้ถูกวางตัวเป็นซอฟต์แวร์ทำเงินของกูเกิล แต่กูเกิลเชื่อว่า การเปิดทางให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเข้าสู่บริการออนไลน์ได้ง่ายขึ้น จะทำให้คนใช้งานบริการออนไลน์ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เท่านั้น เมื่อนั้นช่องทางทำเงินในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของกูเกิลก็จะถูกขยายให้แข็ง แกร่งยิ่งขึ้นไปในตัว จุดนี้กูเกิลเคยออกมาประกาศว่า ท้ายที่สุดแล้วกูเกิลจะสามารถทำเงินจากอุปกรณ์พกพามากกว่าพีซีด้วยซ้ำ ซึ่งเฉพาะคอมพิวเตอร์พีซี ก็เป็นช่องทางที่สามารถทำเงินให้กูเกิลกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีแล้ว

แน่นอนว่าเรื่องนี้ ยาฮู (Yahoo) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) สองยักษ์ใหญ่ธุรกิจโฆษณาออนไลน์เห็นด้วยกับกูเกิล และลงมือกรุยทางโตบนอุปกรณ์พกพาแล้วเช่นเดียวกัน

G1 ถูกวิจารณ์ว่าเหมือนไอโฟนตรงที่มีหน้าจอทัชสกรีนความละเอียดสูง และทำให้การใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อเปิดบนโทรศัพท์มือถือทำได้ สะดวกขึ้น แต่สิ่งที่ G1 ต่างจากทั้งไอโฟนและแบล็กเบอรี่ (BlackBerry) ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีการใช้งานมากที่สุดในสหรัฐฯ คือ G1 นั้นมีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบอีเมลในองค์กรธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นแปลว่า G1 ถูกออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง

เท่ากับ G1 ไม่ได้มีจุดยืนเป็นโทรศัพท์ไฮเอนด์ที่มีความสามารถพิเศษเลิศเลอ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อกูเกิลเปิดกว้างให้ชุมชนนักพัฒนาโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มแอ นดรอยด์อย่างเสรี ก็เป็นไปได้มากว่า G1 จะมีฟังก์ชันมากมายให้ผู้บริโภคเลือกใช้ได้หลากหลายมากกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่น ในอนาคต เพียงแต่ว่า แอปพลิเคชันเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นและโชว์ตัวให้เห็นเป็นรูปธรรมในขณะนี้

แอปเปิลนั้นวางแนวคิดนี้ไว้ให้ไอโฟนเช่นกัน แอปเปิลเปิดร้าน App Store เพื่อให้นักพัฒนาวางขายหรือแจกโปรแกรมแล้วระยะหนึ่ง แอปเปิลระบุว่าประสบความสำเร็จมากมาย มีผู้ดาวน์โหลดโปรแกรมไปแล้วมากกว่า 1 ล้านครั้งในช่วงหลังการเปิดตัวร้านไม่ถึง 1 เดือน อย่างไรก็ตาม รูปการณ์กลายเป็นว่าแอปเปิลเข้ามาควบคุมการให้บริการแอปพลิเคชันเหล่านี้ อย่างเต็มที่ และบล็อกแอปพลิเคชันที่ดูเหมือนว่าจะมาแข่งขันกับแอปพลิเคชันของแอปเปิลเอง ด้วย ซึ่งเป็นที่ไม่พอใจและมีการถกเถียงว่าแอปเปิลยึดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณา บล็อกหรือไม่บล็อกโปรแกรมใด

G1 นั้นไม่ใช้บริการเพลง iTunes ของแอปเปิล แต่ใช้แอปพลิเคชันที่เชื่อมกับร้านขายเพลงของ Amazon.com ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพลงลง G1 ได้โดยตรง และเพลงที่เปิดให้ดาวน์โหลดไม่มีโปรแกรมป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆ

ผู้ก่อตั้งกูเกิลอย่างเซอร์เกย์ บริน ก็บอกว่าได้ลงมือพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ G1 เช่นกัน เป็นโปรแกรมที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ฝังมาในโทรศัพท์มือถือ เป็นตัววัดว่าโทรศัพท์จะใช้เวลาเท่าใดในการโยนขึ้นกลางอากาศและตกลงมา

“เราไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมนี้เป็น default ครับ” บรินกล่าวติดตลก เชื่อว่าใครที่คิดจะใช้แอปพลิเคชันนี้คงต้องใจกล้าน่าดู

และ จากการสอบถามประชาสัมพันธ์ของเอชทีซีไทยแลนด์ คาดว่า G1 อาจจะไม่ได้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเนื่องจาก T-Mobile คือผู้ทำตลาดด้วยตัวเองและไม่ได้ใช้ชื่อภายใต้แบรนด์ HTC โดยมีข่าวลือว่า โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์แบรนด์เอชทีซีอาจจะสามารถแจ้งเกิดในปีหน้าจำนวน 3 รุ่น ซึ่งมีโอกาสถูกส่งมาให้ชาวไทยเชยชมมากกว่า G1

ที่มา : http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000113173

Tags: android, google, วางขาย, แอนดรอย