IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
25 Oct
ท่ามกลางกระแสและเหตุการณ์การใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการล่อลวง การละเมิด จนหลายฝ่ายเป็นห่วงกังวลกับการใช้งานไอซีที ที่เด็กและเยาวชนจะกลายเป็น ?เหยื่อ?
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แต่หารู้ไม่ว่า แท้จริงแล้วทุกสิ่งมีทั้งในทางที่ดีและทางที่ไม่ดี ขึ้นอยู่กับการจัดการองค์ความรู้ เพื่อรับมือ และบางทีก็อยู่ที่มุมมองที่เกิดขึ้น
เพราะไอซีที เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยีเท่านั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่ ?ผู้ใช้? ถ้าใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ จะเป็นพลังผลักดันสังคมอย่างยิ่ง
จากการที่มูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลับมหิดล และสถาบันราชานุกูล ได้จัดงานเสวนาเรื่อง ?เด็กหัวใส… ฉลาดใช้ไอซีที? เป้าหมายหลักคือ การสร้างเครือข่ายส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง สามารถ ?สร้าง? และ ?ใช้? ไอซีที ได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์
พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวว่า ไอซีทีเป็นเรื่องวัฒนธรรมของชาติ ที่ทุกคนต้องเข้าถึงได้ ภาครัฐต้องเตรียมความพร้อมทั้งส่วนของคน ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก และโครงสร้างพื้นฐาน และต้องจัดการความรู้ ต้องมีการศึกษาและวิจัย ต้องรับฟังสังคมว่าต้องการอะไร เพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน
?จริงๆ แล้วทั่วโลกมีปัญหาเหมือนกัน เช่น การใช้งานไอซีทีมากเกินจำเป็น การใช้ในเชิงการพนัน, การใช้ในเชิงไม่เหมาะสมทางเพศ ซึ่งต้องกำหนดกฎกติกา และแสดงให้เห็นว่าการใช้งานในทางที่เป็นประโยชน์ก็มีเช่นกัน? พ.ญ.พรรณพิมล กล่าว
สื่อทางเลือก สร้างชุมชน
งานสัมมนาดังกล่าวได้มีกลุ่มเยาวชนที่ ใช้งานไอซีทีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและต่อกลุ่มที่ตัวเองสนใจเข้าร่วม เช่น กลุ่มเธิร์ด คลาส ซิติเซ่น (Third Class Citizen) ที่ก่อตั้งขึ้นประมาณ 9 เดือน จัดฉายหนังสั้นและหนังอิสระ ที่มุ่งจัดกิจกรรมให้คนดูและคนที่มาพบปะพูดคุย และได้อาศัยบล็อก www.exteen.com เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์จนเกิดเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบหนังสั้นเหมือนๆ กันขึ้น
นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มบอกว่า กลุ่มเยาวชนอาจไม่ได้มีเงินทุนมากมาย และสิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักที่ผู้ใหญ่จะสนใจ การมีไอซีทีเป็นเครื่องมือ ช่วยให้สามารถเผยแพร่ผลงานได้ ได้รู้จักเพื่อนที่มีความคิดเหมือนกัน และทำให้รู้แนวทางใหม่ๆ หากสนใจสามารถเข้ามาดูผลงานได้ที่ http://thirdclasscitizen.exteen.com
ในกลุ่มผู้ใช้งานไอซีทีระดับเยาวชน มีกลุ่มดูโอคอร์ ที่ผลิตรายการไอที รายงานข่าวสารในวงการและเปิดโอกาสให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมนำเสนอข่าวสารด้านไอ ทีด้วยตัวเองผ่านเว็บ www.duocore.tv เปิดให้มีการถกเถียง เสนอความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพราะเห็นว่า เนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ สื่อหลักไม่สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน จึงเสนอสื่อทางเลือกผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นความรู้อีกช่องทางหนึ่ง
เครื่องมือเผยแพร่งานสร้างสรรค์
กลุ่มซูม (Zoom) ที่เกิดจากเด็กมัธยมปลายโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ได้ผลักดันให้เกิดหนังสั้นในโรงเรียน นำเสนอมุมมองที่เป็นการรณรงค์เรื่องต่างๆ เช่น การใช้ห้องน้ำ, การเก็บขยะ ออกมาในทิศทางที่ต่างออกไป และได้เผยแพร่ผลงานผ่านเว็บไซต์ www.youtube.com เป็นการใช้พื้นที่ที่เป็นอิสระในโลกไซเบอร์ แสดงจุดยืนและความคิด ผู้สนใจค้นหาจากคำว่า bcc156
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักเรียนมัธยมปลาย กลุ่มบูรพาอาสา จากจังหวัดชลบุรี ผลิตผลงานรณรงค์เรื่องสัตว์เลี้ยง ผ่านเว็บไซต์ www.moralmedia.net เพื่อรณรงค์ไม่ให้ผู้เลี้ยงนำสัตว์มาปล่อย โดยใช้สุนัข เป็นพิธีกร เพื่อสื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงความรู้สึกของสัตว์เลี้ยง ซึ่งแนวคิดการใช้สัตว์เป็นตัวเดินเรื่อง เกิดจากข้อจำกัดทางเทคนิคจนกลายเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมา
เมื่อรับฟังแนวคิดและมุมมองจากเด็กและ เยาวชนที่มาร่วมสัมมนา จะเห็นได้ว่าการใช้งานไอซีทีในเชิงสร้างสรรค์มีอยู่ไม่ได้น้อยไปกว่าแง่ลบ ที่เกิดขึ้น หนทางแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงลดผลเชิงลบที่ปรากฎ แต่ต้องเร่งเพิ่มผลงานในเชิงบวก โดยต้องมีความรู้มาจัดการและเริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Tags: ict, เด็ก, ไอซีที8 Oct
วิกฤติ การเมืองไทย ผสมเศรษฐกิจโลกลามธุรกิจเกม ไอที โทรคม เอเชียซอฟท์รับกระทบจิตวิทยา หวังสถานการณ์ไม่บานปลาย มั่นใจสิ้นปีรายได้ยังโต 2 เท่า ไมโครซอฟท์ชี้เอสเอ็มอี-รัฐไม่โต อาร์เอสเล็งปรับเป้าใหม่

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า วิกฤติการเมืองในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกส่งผลกระทบกับทุกธุรกิจโดยภาพรวม โดยเฉพาะด้านจิตวิทยา ความไม่มั่นใจของนักลงทุน ถ้าปัญหาบานปลายจะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
“แต่ธุรกิจเกมจะพิเศษกว่าธุรกิจอื่น ที่หากมีภาพถดถอยทางเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง คนจะเน้นอยู่บ้าน เล่นเกม ถือเป็นโอกาสของธุรกิจ และหวังว่าธุรกิจเกมออนไลน์ปีนี้ จะยังเติบโตต่อเนื่อง เพราะมีจำนวนเกมเปิดตัวหลายเกม”
ปีนี้เอเชียซอฟท์เปิดเกมใหม่ไปแล้ว 5 เกม มีสมาชิกไอดีรวมกันทุกเกมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านไอดี สิ้นปียังมั่นใจจะมีรายได้เติบโตกว่าปีที่แล้ว 2 เท่าตัว และล่าสุดยังเปิดเกมออนไลน์ใหม่ “เดคารอน” จับกลุ่มวัย 18 ปีขึ้นไป
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลกกระทบตลาดไทยโดยเฉพาะการชะลอ การตัดสินใจในตลาดเอสเอ็มอีและการใช้จ่ายโครงการประมูลภาครัฐ โดยไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552 ที่เริ่มเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ราชการไม่มีอัตราเติบโต และยังเสียโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก
ขณะที่ตลาดเอสเอ็มอี ปรับลดการเติบโตเหลือ 20% จากที่คาดจะโต 30% ตลาดผู้ประกอบเครื่องในประเทศ (โออีเอ็ม) โตเพียง 12% จากที่ตั้ง 20% แต่ยังได้แรงซื้อจากองค์กรขนาดใหญ่ กลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรมการผลิต สินค้าใหม่หมวดฮาร์ดแวร์ที่โต 50% รวมถึงการศึกษามาหนุนให้ไตรมาสแรกโต 26%
ทั้งนี้บริษัทจะรักษาระดับการเติบโต รายได้ทั้งปีที่ 24% ใช้กลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ พร้อมตัดงบโฆษณาทีวีระดับ 10 ล้านบาทมาใช้ทำตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรงแทน
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน แต่เอไอเอสได้รับผลกระทบน้อย เพราะธุรกิจให้บริการโทรศัพท์มือถือมีความพิเศษ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร อาจมีโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่ปริมาณการใช้ลดลง 1-2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายยรรยง อัครจินดานนท์ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บมจ. อาร์เอส กล่าวว่า อาร์เอสได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ถือว่าการทำธุรกิจยังไปได้ดี หากต้องปรับกลยุทธ์ เน้นทำตลาดที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อยที่สุด เช่น วัยรุ่น
ส่วนงบโฆษณาโดยภาพรวมได้ปรับลดลง และใช้งบอย่างระมัดระวัง เน้นความคุ้มค่ามากที่สุด เช่นเดียวกับเป้ารายได้ของบริษัท ต้องปรับแน่นอน แต่ยังกำลังประเมิน
ร.อ.สุนทร ปัณฑรมงคล ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า แคนนอนยังคงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ เหตุลูกค้าส่วนใหญ่ของเครื่องถ่ายเอกสารอยู่กลุ่มราชการ และองค์กรใหญ่ ยังต้องดำเนินงานไปตามแผนที่วางไว้
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/08/news_301210.php
Tags: ict, การเมือง, วิกฤตการเมือง, ไอซีที3 Sep
ไอซีทีเผยยอดเว็บไซต์หมิ่นสถาบันกว่า 1,200 เว็บไซต์ ดำเนินคดีแล้ว 416 เว็บไซต์ รับเว็บลามกอนาจาร คุมยาก เปลี่ยนที่อยู่ตลอด
นายมั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ความด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 พบว่ามีเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อความไม่เหมาะสม มีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ประมาณ 1,200 เว็บไซต์ และได้ประสานงานไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) เพื่อปิดกั้นแล้ว
?
จากจำนวนเว็บไซต์ดังกล่าว ได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาระงับการเผยแพร่ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งออกมา 3 ฉบับ ลงวันที่ 27 มิ.ย. จำนวน 9 เว็บไซต์, วันที่ 1 ส.ค. จำนวน 63 เว็บไซต์ และวันที่ 25 ส.ค. จำนวน 344 เว็บไซต์ รวมจำนวน 416 เว็บไซต์ เหลือในกระบวนการอีกกว่า 300 เว็บไซต์ และกระทรวงไอซีที ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อสืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
?
?เว็บไซต์เหล่านี้มีเนื้อหาทั้งหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และขัดต่อความสงบเรียบร้อย กว่า 700 เว็บไซต์จาก 1,200 เว็บไซต์ที่กระทรวงไอซีทีแจ้งดำเนินคดีต่อศาล ส่วนที่เหลือเป็นเว็บไซต์ในต่างประเทศ หรือมีเนื้อหาไม่เหมาะสมเพียงเล็กน้อย จะใช้วิธีแจ้งให้เปลี่ยนแปลงแทน เดิมไม่ต้องการให้เป็นข่าว เพราะไม่ต้องการให้เว็บไซต์เหล่านี้เป็นที่สนใจเกินไป? นายมั่น กล่าว
?
นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมเรื่องอื่นๆ เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับศาสนา 2 เว็บไซต์ คือ www.cafepress.com, www.pornbudda.com, และเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร 1 เว็บไซต์ คือ www.3feel.com และเว็บไซต์ที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจารอีก 5 เว็บไซต์ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เว็บไซต์ลามกอนาจาร มีเป็นจำนวนหลายพันเว็บไซต์ แต่ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เพราะต่างเปลี่ยนที่อยู่เว็บไซต์ไปเรื่อยๆ ไม่ทันต่อการดำเนินการ
?
อีกทั้ง กระทรวงไอซีที ได้เข้าจับกุมและอายัดระบบคอมพิวเตอร์ที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร และเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายรวมทั้งการละเมิดลิขสิทธิ์ และจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการเล่น แคมฟร็อก ที่จังหวัดราชบุรี ที่กำลังรวบรวมหลักฐานนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาล
?
ส่วนการทำงานร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะหารือกันเร็วๆ นี้ ซึ่งต่างฝ่ายจะประสานงานกันอย่างเต็มที่ วธ.จะดูแลสื่อและเกมที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ส่วนกระทรวงไอซีทีจะดูแลเว็บไซต์และเกมออนไลน์
?
ขณะที่เว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตร หรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง กระทรวงไอซีทีมีคณะกรรมการ ศูนย์เฝ้าระวังที่ทำงานร่วมกับกองปราบ ที่ดูแลเนื้อหาที่ปรากฏไม่ให้เป็นไปในทางสร้างความแตกแยก หรือขัดกับความสงบเรียบร้อย แต่จะไม่ปิดกั้นเว็บไซต์ หรือการแสดงความคิดเห็นใดๆ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Tags: เว็บหมิ่นสถาบัน, ไอซีที31 Aug
นายมั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายว่า ไอซีทีได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จับกุมและอายัดระบบคอมพิวเตอร์ที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร รวมทั้งเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งในส่วนของผู้สนับสนุนและผู้เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจำนวนมาก ซึ่งศาลได้สั่งปิดเว็บดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 416 เว็บ
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ให้มีการพิจารณาเพื่อระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งศาลได้มีคำสั่ง 3 ฉบับ คือ คำสั่งฉบับวันที่ 27 มิ.ย.51 ให้ระงับการแพร่ข้อมูล 9 เว็บเพจ คำสั่งฉบับวันที่ 1 ส.ค.51 ให้ระงับการแพร่ข้อมูล 63 เว็บเพจ และคำสั่งฉบับวันที่ 25 ส.ค.51 ให้ระงับการแพร่ข้อมูลที่มีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอีก 344 เว็บเพจ ตามพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.50 มีทั้งสิ้น ประมาณ 1,200 เว็บเพจ
โดยกระทรวงฯ ได้มีหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง สตช. เพื่อให้สืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่ง สตช. ก็ได้รับเรื่องร้องทุกข์และกำลังดำเนินการเร่งรัดสอบสวนหาข้อมูลในคดีดังกล่าว.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th
Tags: ict, เว็บไม่เหมาะสม, ไอซีที