IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
30 Sep
ซีอีโอ.ทรู ศุภชัย เจียรวนนท์ สวมบทนักรบกู้ชาติในสงครามชิงคลื่น 3G ท้าชนทั้ง กทช. และยักษ์มือถือต่างชาติ แบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ลั่นถ้าทรู เอาข้อมูลไปให้ต่างชาติ ถือว่า ทรยศชาติ ลูกหลานของเขาต้องถูกสาปแช่ง หลุมฝังศพเขาต้องมีคนเดินแล้วถ่มน้ำลายใส่

… การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างสรุปข้อสนเทศ (Draft Information Memorandum : IM) การจัดสรรคลื่นความถี่ IMT หรือ 3G and beyond เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2552 ที่ผ่านมา อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยครั้งสำคัญ
แต่ที่สำคัญ การประมูล 3G อาจเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของ ค่ายทรู ที่มี ซีอีโอ. ชื่อ “ศุภชัย เจียรวนนท์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น
ไม่เคยมีครั้งใดที่ ทัศนะของ”ศุภชัย เจียรวนนท์” จะดุเดือดและดุดัน เท่าครั้งนี้
เรียกว่า สิ้นน้ำเสียงของ ศุภชัย น้ำตาของพนักงานและลูกหลาน ทรู แทบนองพื้นห้องประชุม
ประชาชาติออนไลน์ เห็นประเด็นและน้ำหนักในคำพูดของ ซีอีโอ. ทรู
เราเชื่อว่า ถ้าคุณผู้อ่านได้อ่านทัศนะของเจ้าสัวน้อย อาจคาดเดาได้ไม่ยากว่า สงครามครั้งใหญ่ในธุรกิจโทรคมนาคม ใกล้ระเบิดแล้ว ….
ต่อไปนี้คือ การถอดเทป คำกล่าวของ ศุภชัย เจียรวนนท์ แบบคำต่อคำ
… ครับ..สวัสดีครับ ท่านกรรมการกทช.และก็ผู้แทน รวมทั้งเพื่อนๆผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานเสวนาหรือว่าประชาพิจารณ์นี้นะครับ
เอ่อ.. ก่อนอื่นเลยนี่ ผมต้องขออนุญาตพูดว่า ในช่วงต้นนี้ ผมขอพูดแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือขอสวมหมวกนะครับ เอกชนไทยนะครับ และก็โดยตำแหน่งก็คือเป็น CEO นะครับของทรู คอร์ปอเรชั่น ผมคิดว่า เอ่อ การประมูลคลื่น 3G ในครั้งนี่ คือความชัดเจนในแง่ของเป้าหมายนะครับ ที่จะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยนี่ ผมคิดว่ามันไม่ชัดเจนนะครับ
การ ที่เราพูดถึง 3G นี่ มันคงไม่ได้หมายความว่า แค่เราเอาคลื่นความถี่มาประมูลแล้วก็ใช้งาน แต่การพูดถึงคลื่นความถี่ 3G แล้วก็ไลเซนส์หรือว่าใบอนุญาต 3G มันหมายถึงการนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าของประเทศ การพัฒนาทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของคอนเทนต์นะครับ
การ พัฒนาที่ไม่ใช่หมายถึงทางด้านของเอ่อ ฮาร์ดแวร์นะครับ แต่รวมไปถึงซอฟท์แวร์ ซอฟท์แวร์ในที่นี้หมายรวมไปถึง ethic หรือจริยธรรม ค่านิยมนะครับ ขนบธรรมเนียมของ..ของบ้านเราด้วย มันตีความหมายไปค่อนข้างที่จะกว้างนะครับ และถ้าพูดถึงในแง่ของผู้ที่มาจาก Telecom Industry นี่ การประมูลหรือว่าการเปิดใบอนุญาต 3G ในครั้งนี้นี่ มันหมายถึงการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เสรีและเป็นธรรมนะครับ
คำว่า Level Playing Field คือ Objective ของการที่จะนำไปสู่การแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ในที่สุดก็นำไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคเช่นเดียวกัน มันไม่ได้มีความชัดเจนตรงนี้ครับว่า Objective ในแต่ละด้านนี่นะครับ ท่านอยากจะเห็นว่ามันออกมาเป็นอย่างไรนะครับ
ตอนนี้เรามีแต่ได้พูด ถึงแค่ว่า เราจะประมูลได้เงินเท่าไหร่ เราพูดถึงว่าวิธีการประมูลเป็นวิธีการที่โปร่งใสที่สุดจริงหรือเปล่าครับ ถ้าพูดถึงการประมูลในครั้งนี้นี่ เอาตั้งแต่ผมเข้า Industry นี้มานี่ ปี 1992 นะครับ ก็มีการประมูลนะครับ แต่ก็มีความเหลื่อมล้ำ ในสมัยนั้นนี่ รัฐเป็นผู้ผูกขาด เอกชนก็ต้องประมูลโดยการจ่ายผลตอบแทนให้กับภาครัฐ ต่างกรรมต่างวาระ แต่ละบริษัทมี เงื่อนไขในการที่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ไม่เท่ากัน วันนั้นนี่ รัฐยังเป็นเจ้าของทุกอย่าง
เพราะฉะนั้น ไลเซนส์ที่ออกมา ก็คือเป็น Build-Transfer และก็ Operate สร้างนะครับก็คือสร้าง โอนก่อน แล้วค่อยรวมกิจการ เป็นการ encourage ให้เอกชนไทยนี่ เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนานะครับอุตสาหกรรมนี้ วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปเยอะนะครับ และเราก็มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 มุม 2 ด้านนะครับ
ด้าน หนึ่งคือการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ถ้าบอกว่าการประมูลครั้งนี้ ใครจะยอมที่จะลง..ลงเงินสูงกว่ากัน คือผู้ที่ให้มูลค่าที่ถูกต้องนี่ ผมเห็นว่าตรงนี้มันยังไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะว่าอะไรครับ ผู้ที่..ผู้ที่มีส่วนแบ่งรายได้สูง หรือจ่ายส่วนแบ่งรายได้อยู่สูงนี่ ก็ย่อมที่ต้องการที่จะประมูลในราคาที่สูงได้มากกว่าผู้ที่มีส่วนแบ่งรายได้ ต่ำ
อันนี้ผมพูดถึงใน Industry ก่อนนะครับ เพราะฉะนั้น มุมมองของเขานี่ ก็ไม่ได้มองแค่ว่าคลื่นอันนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ในการประกอบธุรกิจ แต่แน่นอน มันมีมูลค่าเท่าไหร่ในการที่จะไปลดเรื่องส่วนแบ่งรายได้ในสัมปทานเดิมด้วย โดยวิธีการที่บางท่านก็ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้วนี่ งั้นบางรายที่จ่ายส่วนแบ่งรายได้อยู่ 2หมื่นล้านต่อปี ก็แน่นอนนะฮะ อาจจะประมูลทีหนึ่ง 3-4หมื่นล้านก็ยังทำได้ ส่วนรายที่มีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้อยู่หมื่นล้านต่อปี ก็อาจประมูลได้ที่หมื่นล้านหรือ 2หมื่นล้าน
ส่วนรายที่อย่างกรณี เรา อย่างผมนี่ จ่ายส่วนแบ่งรายได้ในส่วนของมือถือนี่ อยู่ปีหนึ่งประมาณ 5-6พันล้าน ก็อาจจะประมูลได้ 5-6พันล้านถึงหมื่นล้าน ถามว่าความโปร่งใสและความเท่าเทียมกัน และการที่จะทำให้ Industry มันเกิด Level Playing Field หรือการแข่งขันที่เป็นธรรมมันอยู่ตรงไหนครับ
ถ้า พูดกันถึงรายใหม่นี่ บริษัทไทยรายใหม่ที่จะเข้ามาร่วมประมูลนี่ จะมาแข่งกับอีก 3 เจ้านี่ยังไง เพราะจุดเริ่มต้นนี่ เราก็สามารถที่จะเดินหน้าได้เยอะพอสมควรแล้ว กับการที่จะผันตัวเองออกสู่การเปิดเสรี รายใหม่ๆที่เป็นคนไทยนะครับ ขออนุญาตมีบางท่านก็อาจจะมีการสบประมาทเป็นระยะว่าทรูอาจจะมีหนี้เยอะ อาจจะประมูลไม่ไหวนะครับ ผมยืนยันว่าเราต้องสู้ขาดใจครับ ถึงไหนก็ถึงกัน ในฐานะบริษัทไทย
แต่ถ้า..ถ้าเผื่อว่าทรูยังสู้ไม่ได้นี่นะครับ ถามว่าแล้วบริษัทไทยที่ไหนจะสู้ได้ครับ ท่านกำลังเปิดไลเซนส์ 4 ไลเซนส์นี้เพื่ออะไรครับ การประมูลให้ได้เงินจากต่างประเทศ หรือให้ได้เงินเข้ารัฐสูงที่สุด ถือว่าการทำให้เกิดการครอบคลุมในโครงข่ายอย่างทั่วถึง การสร้างและพัฒนาคอนเทนต์นะครับ กิจกรรมต่างๆผ่านบรอดแบนด์ไร้สาย 3G การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม Level Playing Field ซึ่งนำผลประโยชน์สูงสุดมาสู่ผู้บริโภค
คำว่า Level Playing Field คืออะไรครับ ถ้าเกิดว่าท่านเปิดให้รายหนึ่งประมูลเป็นหลักหมื่นล้านหรือหลายหมื่นล้าน ซึ่งเป็นรายใหญ่ แบกน้ำหนักได้มากกว่าท่านก็รู้ดี เหมือนกับแข่งฟุตบอลนะครับ ฝ่ายหนึ่งก็มีน้ำหนักอยู่แล้วนะฮะ ผู้เล่นแต่ละคนมีน้ำหนัก 100 กิโล
ส่วนฝ่ายไทยนี่ มีน้ำหนัก 50 กิโล ท่านบอกว่าไม่เป็นไรหรอก แบกเท่ากัน เขาประมูลใส่เข้าไปอีก 50 กิโล แบกบนหลังแล้ววิ่งแข่ง แต่คนที่หนัก50 โลนี่ แบก 50 โล ขึ้นหลังแล้ววิ่งแข่งนี่ ตรงนี้เรียกว่า Level Playing Field หรือเปล่า แล้วในที่สุด Industry หรืออุตสาหกรรมอันนี้นี่ ที่ปัจจุบันนี้อ่อนแออยู่แล้ว เพราะว่าขาดความสมดุล ขาดการแข่งขันที่เท่าเทียมและเป็นธรรม แล้วเอกชนไทยแต่ละราย ก็ถูกเก็บไปทีละรายเก็บไปทีละราย จนปัจจุบันนี้ก็เหลืออยู่
ถ้าพูด ถึงเอกชนนะครับ ไม่นับรัฐวิสาหกิจ ก็เหลืออยู่รายเดียว นะครับ ผม..ผมอยากจะขออนุญาตพูดตรงนี้ เพราะว่าในฐานะเอกชนไทยรายหนึ่งนี่ ในฐานะ CEO ของบริษัทก็ท้อใจหลายครั้ง แล้วก็คิดว่าการประมูลคงไม่ใช่แค่ 3G ต่อไปก็คงมี 4G มี 5G มี 6G อีก
ถามว่าเอกชนไทยรายหนึ่งนี่จะยืน หยัดสู้กับบริษัทต่างประเทศข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจด้วยแล้วนี่นะครับ ของต่างประเทศนี่จะยืนระยะสู้ยังไง อันนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Industry ไทยนะครับ วันนั้นได้ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในมือของเอกชนส่วนหนึ่งเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีก่อน มาช่วยกันพัฒนาประเทศซึ่งเป็นเอกชนไทยทั้งสิ้น
วันนี้ถ้า เราเกิดเปิดการประมูล 3G แล้วก็เปลี่ยนรูปของอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง ท่านอาจจะไม่เห็นเอกชนไทยเลย ท่านอาจจะเห็นบริษัทที่มีการถือหุ้นใหญ่โดยต่างประเทศ และรัฐวิสาหกิจต่างประเทศทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งทรูหรือทรูมูฟ
เพราะ ในฐานะ CEO คนหนึ่งนี่ผมก็ต้องพูดว่า ถ้าคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นนี่ก็ดีเหมือนกันถ้าสามารถที่จะมี Nominee Structure คือการถือหุ้นแทน แล้วก็บอกว่านี่เป็นบริษัทไทย ผมก็อยากได้ความชัดเจนตรงนี้เหมือนกัน เพราะว่าเสร็จแล้วนี่ผมก็ต้องเสนอผู้ถือหุ้นเหมือนกันว่าเราอย่าสู้เขาอีก ต่อไปเลย เราถอยเถอะ ขายให้กับต่างชาติเขาไป ให้ยักษ์ต่างชาติเขามาสู้กันเอง
ผมอยากจะถามท่านถึงอนาคตของประเทศ ไทย บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าเอ๊ะ แล้วมันมีความสำคัญยังไง ก็อยู่ในมือต่างชาติก็อยู่ในมือต่างชาติสิ คนไทยไม่เห็นจะต้องเกี่ยวต่อไปแล้ว Industry นี้แต่ท่านก็ทราบดีว่าหมวดสื่อสารนี่เป็นสื่อนะครับ เป็นสื่อและต่อไปจะเป็นสื่อที่สำคัญของประเทศ
วันนี้มีต่างชาติรู้ ไหมครับ ที่ถือหุ้นของสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อทีวีในบ้านเรานี่เกิน 50% หรือสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโยกย้ายกรรมการบอร์ดได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือเปลี่ยนแปลงโยกย้าย CEO ได้ ผมขอถามนี่ฮะ สื่อที่มาฟังร่วมกันในวันนี้ครับ ท่านอาจจะยังมองไม่เห็น แต่วันหนึ่งโทรคมก็คือสื่อนั่นเองหนีไม่พ้น ไม่ว่ามีสายหรือไร้สาย เมื่อเข้าสู่ยุคบรอดแบนด์แล้วย่อมกลายเป็นสื่อทั้งสิ้น แล้วใครจะเป็นคนคุมสื่อของประเทศนี้เล่าครับ
ผมอาจจะใช้เวลา อาจจะเกินมานิดหนึ่งนะครับ แต่ผมขอสวมหมวกใบที่สองของผม กระผมนายศุภชัยนะครับ เลยหมายประจำตัวประชาชน 3…….. ครับ วันหนึ่งที่ผมสิ้นชีพ แผ่นดินที่ปรกหน้าผม คือแผ่นดินไทยครับ แต่ว่าสำหรับผู้ถือหุ้นที่เป็นประเทศอื่น ถ้าเขาต้องทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศเขา ผมไม่โทษเขาเลยนะครับ ถ้าวันหนึ่งเขาจะต้องมาอาศัยเครือข่ายอันเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ เช่น โทรคมนาคม 3G และต่อไปถึง 4G 5G 10G ก็แล้วแต่ ในการที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเขา ก็แล้วแต่ เราต้องไม่โทษเขาครับ เราต้องโทษตัวเราเอง ว่าวันนี้ เราไม่ปกป้องทรัพยากร เราไม่ปกป้องความเป็นไทยของเราเอง
ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แน่นอน ผมไม่อยากที่จะเสนอผู้ถือหุ้นผมนี่ จะต้องนำเอารัฐวิสาหกิจต่างประเทศหรือผู้ประกอบการต่างประเทศนี่ เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในทรู คอร์ปอเรชั่น แต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันก็ต้องเกิดขึ้นล่ะครับ แล้วท่าน กทช. จะตัดสินยังไงครับ ถ้าผมมี Nominee Structure ก็ผมจะเป็นไทยหรือเป็นเทศ วันหนึ่งถ้าต้องมีผู้ที่กระทำผิดกฏหมายไทย ในการเข้าถึงข้อมูล ในการเข้าถึงโครงข่ายของประเทศ ที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อผลประโยชน์ของต่างประเทศ
ผมไม่ได้ Accuse ใครนะครับ แต่ถ้ามี เขาคนนั้นนี่ เมื่อได้สิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วกลับไปสู่ประเทศเขา เขาเป็น ฮีโร่ครับ แต่ถ้าคนไทยนะครับ กระทำการในการเอาข้อมูล เอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทย ของคนไทย ไปให้กับต่างประเทศ คนๆนั้นเขาเรียกว่า ทรยศชาติครับ ลูกหลานของเขาต้องถูกสาปแช่งครับ หลุมฝังศพเขาต้องมีคนเดินแล้วถ่มน้ำลายใส่
เพราะฉะนั้นความเป็นไทย ครับ ก็มีความสำคัญ นอกเหนือจากการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ความเป็นไทยของการที่รักษาไว้ซึ่ง Industry นี้ ในการที่จะทำให้มันถูกต้องตามกฏหมาย เป็นหน้าที่ของคนไทยครับ ผมไม่ได้ว่าชาวต่างชาติ ที่เขาพยายามสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศเขาเอง และเขามีวิธีการ แล้วเขาหาวิธีการ เพื่อประโยชน์ ให้เกิดสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและประเทศของเขา
แต่ผมก็จะว่า ถ้าคนไทยเราไม่รักษา และปกป้องความเป็นไทยของเราเอง และทรัพยากรอันมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อนาคตของประเทศชาติ และลูกหลานของเราครับ ขอบคุณครับ
ที่มา : ประชาชาติ ธุรกิจ
Tags: 3g, iphone, thai21 Aug
มิตซูบิชิอิเล็กทริก (Mitsubishi Electric) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นเปิดตัวแอลซีดีทีวีความละเอียด สูงเครื่องแรกของโลกที่ฝังฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (HDD) และบลูเรย์ดิสก์ไดร์ฟ (Blu-ray disk drive) ในตัว ให้คอหนังบันทึกวิดีโอลงทีวีได้โดยไม่ต้องต่ออุปกรณ์ใดเพิ่มเติม
สุดยอดทีวีนี้ทำตลาดในชื่อ “Real BHR series” หน้าจอใหญ่สุดเริ่มต้นขนาด 37 นิ้ว สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงนาน 160 ชั่วโมงบนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟความจุ 320GB หากบันทึกลงในแผ่นบลูเรย์ดิสก์ดับเบิลเลเยอร์ความจุ 50GB จะสามารถบันทึกได้ 24 ชั่วโมง
สนนราคาที่แน่นอนยังไม่เปิดเผย คาดว่าจะวางตลาดในเดือนตุลาคมนี้
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
8 Aug
ทรูเลิกขายไอโฟนทรีจีรุ่น 8GB โหมเดินหน้าไอโฟนทรีจีเอส (3Gs) รุ่นใหม่ 16GB และ 32GB เต็บสูบ ขายเครื่องราคาเท่ารุ่นเดิมโดยเครื่องเปล่าเริ่มที่ 24,500 บาท ทรูระบุดูแลลูกค้าไอโฟนเต็มที่แม้จะไม่มีการ”เทรดอิน”นำไอโฟนเก่ามาแลกหรือ เป็นส่วนลดในการซื้อไอโฟนเครื่องใหม่ ย้ำไม่เจ็บตัวเพราะสต็อกไอโฟนทรีจี 8GB นั้นหมดไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว

ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หัวเรือใหญ่ในการดูแลการทำตลาดโทรศัพท์มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตยอดฮิตของแอ ปเปิลนาม”iPhone”ในประเทศไทยของทรู แถลงว่าทรูจะเปิดจองไอโฟนทรีจีเอสรุ่นใหม่ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ (พรีบุ๊ก) โดยจะได้รับเครื่องจริงวันที่ 28 สิงหาคม ผู้จองต้องชำระเงินค่าจองมูลค่า 2,000 บาท สามารถจองได้ผ่านเว็บไซต์ทรูมูฟดอทคอมและร้านทรูช้อป
“ไอ โฟนทรีจีรุ่น 8GB ไม่ขายแล้ว เราจะทำตลาด 3Gs จำนวน 2 รุ่น 16GB และ 32GB ทั้งเครื่องเปล่าและไพรซ์แพลน (แพคเก็จรายเดือน) จองล่วงหน้าค่ามัดจำ 2,000 บาทจะหักกันไป ผู้จองผ่านทรูมูฟดอทคอมจะสามารถเลือกร้านและวันที่อยากไปรับเครื่อง หรือจะวอล์กอินที่สาขาทรูช็อป จองที่ไหนรับที่นั่น”
นี่ถือเป็นการกลับคำของทรูที่เคยแถลงว่า จะยังคงทำตลาดไอโฟนทรีจีรุ่น 8GB ต่อไป โดยไอโฟนทรีจีเอสรุ่นใหม่ 16GB เครื่องเปล่าสนนราคา 24,500 บาท รุ่น 32GB ราคา 28,500 บาท ผู้สมัครแพคเก็จรายเดือนต้องซื้อเครื่องเปล่าและจ่ายเพิ่ม 599 บาทต่อเดือน แต่ละรุ่นมีให้เลือกสีขาวและดำ จุดนี้ปพนธ์ระบุว่าแพคเก็จผ่อนเครื่องที่เคยมีในไอโฟนทรีจีไม่ประสบความ สำเร็จ ขณะที่การพรีบุ๊กจะช่วยให้ทรูสามารถจัดการสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น เพราะการรู้ความต้องการที่แน่นอนของลูกค้า
“ลูกค้าเลือกแพคเก็จผ่อนเครื่องน้อยมาก เราเลยเปลี่ยนใหม่เป็น 2 แบบคือขายเครื่องเปล่ากับแพคเก็จ” ปพนธ์กล่าว “ที่ผ่านมา เราไม่สามารถวัดได้เลยว่าลูกค้าสนใจสีไหน ขาวหรือดำ รุ่นความจุเท่าไหร่ จำนวนเท่าใด เราเลยต้องการจัดการสต็อกให้ดี พรีบุ๊กกิ้งจะทำให้เรารู้ข้อมูลเหล่านี้ และจะสามารถจัดระบบส่งของได้ดีขึ้น ส่วนการจ่ายค่ามัดจำ 2,000 บาท เป็นวิธีเฉพาะของทรูเอง ไม่มีประเทศไหนทำ แต่เพราะจะทำให้เราสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ว่า เครื่องนี้มาแน่นอน เอาไปบอกแอปเปิลได้ว่าเค้าจ่ายเงินแล้ว ถ้าของไม่มาคุณโดนด่านะ ยอดขายไอโฟนทรีจีที่ผ่านมาเราทำได้ประมาณ 50,000 เครื่อง ยอมรับว่าน้อยไปแต่เราได้มาเท่านี้ การพรีบุ๊กจะทำให้เราได้เครื่องเข้ามาเยอะขึ้น”
ปพนธ์ไม่เปิดเผยยอดประเดิมนำเข้าไอโฟนรุ่นใหม่ ระบุว่าต้องรอดูยอดพรีบุ๊ก ซึ่งทรูก็ไม่ได้คาดการณ์เป็นพิเศษ สำหรับไอโฟนทรีจีรุ่นเดิมนั้นไม่มีสินค้าในสต็อกนาน 1 เดือนแล้ว เนื่องจากต้องการทำราคาไอโฟนรุ่นใหม่ให้ดีที่สุด
“เรา ไม่มีไอโฟนค้างสต็อกเลยตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพราะเราอยากจะเน้นเอสโมเดล ไม่อยากให้คนงงว่าของเก่าหรือใหม่ แต่เราต้องการกลับไปตอบโจทย์เดิมของทรู คือให้คนใช้ดาต้าและคอนเทนท์ที่มี”
ปพนธ์ ไม่เปิดเผยแผนการโฆษณาและงบการตลาดไอโฟนของทรู ระบุเพียงว่ามีการจัดร้านเป็น 3G เลานจ์บริเวณชั้น 4 ที่ทรูช้อปสยามสแควร์ซอย 2 โดยเน้นให้สาวกไอโฟนมีแหล่งรวมตัว และมีการลงทุนปรับร้านเพื่อโปรโมทไอโฟนโดยเฉพาะในเคาน์เตอร์ทรูที่บิ๊กซีและ โลตัสทุกสาขาในประเทศไทย 161 แห่ง รวมถึงช็อปทรูอีก 120 แห่ง
สำหรับลูกค้าที่ซื้อไอโฟนจากทรู ปพนธ์ระบุว่าจะมีจดหมายถึงลูกค้า เพื่อนำจดหมายไปรับซองหนังไอโฟนทรีจีได้ฟรี โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาออกเป็นบัตรกำนัลส่วนลดผลิตภัณฑ์ที่ทรู จำหน่าย เช่น แอร์การ์ด
“ราคา 24,500 บาทถือว่าอยู่ในระดับที่ซื้อได้ ราคาสมาร์ทโฟนนั้นถูกกำกับมาอยู่แล้ว ราคาถูกไปก็ไม่มีคนซื้อ เรนจ์อยู่ที่ 20,000 ขึ้นไปถึงจะน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมาเราสามารถทำราคาที่ถูกได้ เราก็จะทำ เราซับซิไดซ์ราคาไอโฟนทุกรุ่น ถือว่าคุ้มสำหรับทรูเพราะทำให้แบรนด์ทรูดี น่าเชื่อถือ สองคือได้เห็นว่าทรูมีโมเดลธุรกิจที่ทำได้แบบตรงไปตรงมา”
ปพนธ์เชื่อว่า การทำตลาดไอโฟนจะทำให้ลูกค้าใหม่ทรูเพิ่มอีก 20% โดยตลาดสินค้าเถื่อน เช่นทรีจีเอสเครื่องหิ้วนั้นมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากผู้บริโภคมีความรู้ เรื่องสิทธิประโยชน์หลังการขายทำให้ลูกค้ารอเครื่องจากทรูมากขึ้น
“สัดส่วนคนซื้อเครื่องเปล่าไอโฟนและแพคเก็จช่วงแรกอยู่ที่ 60-40 แต่ตอนนี้กลับกันคือ 40-60 ลูกค้าที่ใช้งานจริงรู้ว่าค่าบริการ 599 ใช้ทรีจีและไว-ไฟไม่อั้นนั้นถูกมาก ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพ 80% มีตั้งแต่นักศึกษาถึงผู้สูงอายุ เรามองว่าไอโฟนคือตลาดแมสไม่ใช่นิช”
ไอโฟนทรีจีเอสรุ่นใหม่นั้นมีรูปลักษณะภายนอกเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนหน่วยประมวลผลหรือโปรเซสเซอร์ให้เร็วขึ้น กล้องดิจิตอลละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านพิกเซล มีเข็มทิศ มีเสิร์ชเอนจิ้นที่สามารถค้นหาข้อมูลได้ดีขึ้น สามารถส่งแมสเสจ ทั้งข้อความ รูป และวิดีโอ ที่สำคัญคือรองรับภาษาไทย
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
1 Aug
ทันทีที่หมดเดือนกรกฎาคม ทรูส่งเทียบเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวรายละเอียดการทำตลาดไอโฟนรุ่นใหม่ ล่าสุด “iPhone 3Gs” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. ตรงตามสัญญาที่ทรูเคยให้ไว้เมื่อครั้งแถลงข่าวเรื่องการลดราคา iPhone 3G ว่าทรูจะนำไอโฟนใหม่เข้าสู่ประเทศไทยแน่นอนในเดือนสิงหาคม

“งานแถลงข่าว iPhone 3Gs โดยคุณปพนธ์ 3 ส.ค. 13.00 Truemove สแควร์ ซ.2″ คือข้อความที่ประชาสัมพันธ์ทรูส่งถึงสื่อมวลชน โดยคุณปพนธ์ในหมายข่าว คือ ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลการทำตลาดโทรศัพท์มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตยอด ฮิตของแอปเปิลนาม”iPhone”ในประเทศไทยของทรู
ปพนธ์เคยให้สัมภาษณ์ว่า ทรูเริ่มเตรียมการเรื่องการจัดการสต็อกสินค้าเพื่อนำ iPhone รุ่นใหม่เข้าเมืองไทยแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยขณะที่ให้สัมภาษณ์ยังไม่ได้ข้อสรุปราคา iPhone รุ่นใหม่
“iPhone รุ่นใหม่ก็ต้องแพงกว่า (รุ่นเดิมที่ขายตอนนี้) แน่นอน” ปพนธ์กล่าว
ทรูยืนยันว่าแพกเกจ iPhone ช่วงหลังเดือนสิงหาคมที่ iPhone 3Gs จะวางตลาดในเมืองไทย ก็จะไม่มีการปรับราคาลง เท่ากับ iPhone รุ่น 8GB จะยังทำตลาดในราคาแพกเกจเท่าเดิม แต่รุ่นที่จะหายไปคือ 16GB จุดนี้ทรูระบุว่ายกเลิกการนำเข้ามาตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมเปิดตลาด iPhone 3Gs ในเดือนสิงหาคม
ครั้ง นั้น ปพนธ์ระบุว่าอาจจะมีการพิจารณาให้ลูกค้า”เทรดอิน”หรือนำ iPhone เครื่องเก่ามาขายคืน แล้วเพิ่มเงินเพื่อซื้อ iPhone รุ่นใหม่ได้ ซึ่งต้องรอดูข้อสรุปในวันจันทร์นี้
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
29 Jul
ช่วงให้ชีวิตออนไลน์ปลอดภัย แบบคุ้มค่าซื้อ 1 กล่องใช้งานได้คอมพิวเตอร์ 3 เครื่องวางขายในราคาพิเศษที่ไอที มอลล์ ฟอร์จูนเฉพาะ 25-26 ก.ค.นี้เท่านั้น…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น ประกาศแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ล่าสุด Norton AntiVirus 2009 แอนตี้ไวรัสใหม่ที่ได้เสริมประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส เวิร์ม สปายแวร์ บ็อทเน็ต และโทรจันต่างๆ จึงช่วยปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกชนิด ด้วยความสามารถของเทคโนโลยี Norton Insight ที่มอบเทคโนโลยีปรับปรุงใหม่อัจฉริยะกว่าเดิม เพราะเลือกสแกนเฉพาะไฟล์ ที่มีความเสี่ยง ช่วยประหยัดเวลา จึงสแกนที่เร็วกว่า ใช้เวลาสั้นกว่า ขณะเดียวกันการยังอัพเดทซิกเนเจอร์ฐานข้อมูลไวรัสใหม่ๆ ได้รวดเร็วทุกๆ 5-15 นาที อีกทั้งยังป้องกันอีเมล์และข้อความที่ส่งถึงทันทีที่มีไวรัส ไม่ให้แพร่ขยายและคุกคามระบบต่อคอมพิวเตอร์ จึงเหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เข้าอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ เพราะให้การปกป้องที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย
รายงานข่าว แจ้งว่า ส่วน Norton Internet Security 2009 ถือเป็นโปรแกรมด้านซิเคียวริตี้ครบวงจรในตระกูลนอร์ตันที่ทำงานได้เร็วที่ สุด และเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ใช้เวลาในการทำงานบนคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น และใช้เวลารอซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัยทำงานน้อยลง อีกทั้งตรวจสอบการอัพเดทเป็นระยะๆ นาทีต่อนาที จึงตรวจจับมัลแวร์ และกำจัดสิ่งคุกคามใหม่ๆ ได้ โดยเมื่อใช้งาน Norton Insight จะเลือกสแกนเฉพาะไฟล์ที่มีความเสี่ยงเท่านั้น รวมทั้งยังป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลบนเครือข่าย รวมทั้งไวรัส เวิร์ม สปายแวร์ บอทซ์ และภัยคุกคามอีกมากมาย ขณะเดียวกันยังสามารถป้องกันเว็บไซต์ฟิชชิ่ง และเว็บไซต์หลอกลวงต่างๆ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องทำธุรกรรมออนไลน์
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า บริษัทไซแมนเทค ได้ประกาศจัดโปรโมชันพิเศษ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสสุดยอดโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของ Norton AntiVirus 2009 และ Norton Internet Security 2009 ที่รวดเร็วและชาญฉลาด พร้อมฟังก์ชัน AntiPhishing และ Website Authentication สำหรับบราวเซอร์ Firefox และ Internet Explorer ที่มีการเรียนรู้และป้องกันพร้อมระบบแบล็คลิสต์ เพื่อช่วยในการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งโปรโมชั่นสุดพิเศษ Norton AntiVirus 2009 พิเศษ 699 บาท Norton Internet Security 2009 ราคาพิเศษ 899 บาท (วันนี้ถึง 31 ก.ค.)
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
Tags: 2009, Antivirus, norton, นอร์ตัน, แอนตี้ไวรัส28 Jul
คิงส์ตันนำเสนอเว็บไซต์ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ ว่าเป็นของแท้หรือไม่พร้อมเชิญชวนลูกค้าเล่นเกม ลุ้นรับรางวัลที่ www.kingston.com/thailand/verify/default.asp…

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท คิงส์ตัน นำเสนอเว็บไซต์ “Search for Genuine Kingston” สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผ่านทางออนไลน์ และให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเป็น Kingston ของแท้หรือไม่ พร้อมแนะวิธีเช็คและเปรียบเทียบระหว่างสินค้าปลอมและสินค้าคิงส์ตันของแท้ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมเล่นเกมให้ผู้บริโภคได้ร่วมลุ้นรับรางวัลมากมาย โดยผู้เล่นเกมระดับท็อปประจำสัปดาห์ 20 คนแรกที่ฝ่าด่านเอาชนะภายในเวลาที่น้อยที่สุด จะได้รับแต้มสะสม K-Bi เพื่อแลกของรางวัลจากบล็อกคิงส์ตัน ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผ่านทางออนไลน์ที่ www.kingston.com/thailand/verify/default.asp
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
Tags: kingston, เว็บตรวจสอบ23 Jul
ทัชซิม เผยชุด Touch@Home เครื่องอ่านสัญญาณทัช (Touch Home Reader) พร้อมทัชซิม ที่เพียงสัมผัสก็สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ ทั้งจ่ายบิล ชอปปิ้ง ดาวน์โหลดคอนเทนต์และโหวต True AF6 คนโปรด

นายฐานพล มานะวุฒิเวช ผู้ช่วยผู้อำนวยการหัวหน้าแผนกทัชซิม บริษัท ทรู มันนี่ กล่าวว่า ทัชซิมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี ในการพัฒนาซิมอัจฉริยะครั้งแรกของโลก ที่เพียงสัมผัสก็ตอบโจทย์ชีวิตคอนเวอร์เจนซ์สมบูรณ์แบบ ล่าสุดล้ำหน้าไปอีกขั้นกับชุด Touch@Home เครื่องอ่านสัญญาณทัช พร้อมทัชซิม ซึ่งจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ให้หันมาทำธุรกรรมต่างๆทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งชาวไซเบอร์จะเพลิดเพลินกับการจ่ายบิล ชอปปิ้ง ดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่างๆ โหวต True AF6 ได้ทุกที่ทุกเวลา และรับสิทธิพิเศษจากค่ายเกมออนไลน์สุดฮิตมากมาย จากที่บ้านได้อย่างปลอดภัย เพียงเชื่อมต่อเครื่องอ่านสัญญานทัชเข้ากับคอมพิวเตอร์ และนำทัชซิมมาแตะที่เครื่องเท่านั้น ระบบจะตัดเงินจากทัชซิมทันที โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเหมือนที่ซื้อของทางออนไลน์ทั่วๆไป ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการลักลอบใช้ข้อมูลบัตรเครดิตอีกต่อไป อีกทั้งยังช่วยเอื้อให้การทำธุรกรรมออนไลน์ของประเทศไทยเติบโตขึ้นจากเดิม ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อตอบรับกระแสความแรงของ True AF6 แฟนคลับยังสามารถโหวตออนไลน์ให้นักล่าฝัน V โปรดผ่านชุด Touch@Home ได้ง่ายๆ อย่างต่อเนื่องแม้กระทั่งยามหลับ ที่เว็บไซต์ http://trueaf.truelife.com Touch@Home วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ทรูช้อป ทรูมูฟช้อป และทรูไลฟ์ช้อป ทุกสาขา และสามารถสั่งซื้อผ่าน www.weloveshopping.com ในราคาสุดพิเศษ เพียง 990 บาท จากปกติ 1,339 บาท
ที่มา : manager.co.th
Tags: home, touch, ทัชซิม, ธุรกรรมออนไลน์9 Apr
เลิกเซ็งกับการถูกคนอื่นแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของผลงานสร้างสรรค์ เช่น บทความ ข้อเขียน เพลง ภาพถ่าย วิดีโอ และอื่นๆ ที่เราในฐานะผู้สร้างอุตส่าห์ใจดีอัปโหลดไว้ให้ชมฟรีบนอินเทอร์เน็ต เพราะวันนี้ คนไทยทุกคนสามารถใช้ “สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย” เพื่อสงวนลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ของตัวเองได้โดยที่ ยังเปิดเสรีให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถหยิบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ได้ตาม ปกติ ทางสายกลางนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรม”คอนเทนต์เสรี”ของไทยในยุค ดิจิตอล ซึ่งเป็นยุคที่การเผยแพร่-ดัดแปลงชิ้นงานสร้างสรรค์ ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเหลือเกิน

สิ่งที่เกิดขึ้นในสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยที่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 2 เมษายน 2552 คือการแปลสัญญาบางส่วนเป็นภาษาไทย และปรับแก้ให้สอดคล้องกับกฏหมายของประเทศเพื่อให้สามารถมีผลบังคับใช้กับ กฏหมายไทยได้โดยสะดวก คณะทำงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยระบุว่า สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการให้ความรู้ทั้งสองด้านอย่างจริงจัง ทั้งด้านผู้สร้างสรรค์งานเช่น บล็อกเกอร์ นักวิจัย นักเขียน หรือนักถ่ายภาพ และด้านประชาชนทั่วไปที่จะต้องรู้ว่าสามารถคัดลอกงานเหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อ อย่างเสรีในระดับใด
สงวนสิทธิ์แต่ไม่ปิดกั้น
” ก่อนนี้โลกของลิขสิทธิ์มีเพียง 2 ข้าง ไม่สาธารณะไปเลยก็สงวนลิขสิทธิ์ (Copyright) แต่ cc (CreativeCommons) จะอยู่ตรงกลาง ให้สิทธิ์เจ้าของงานกำหนดเงื่อนไขการเอาไปใช้ในสาธารณะ” ชิตพงษ์ กิตตินิรันดร ผู้ประสานงาน เครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยอธิบาย
ยกตัวอย่างช่างภาพมือสมัครเล่นที่อยากโชว์ฝีมือตัวเองด้วยการนำภาพ ถ่ายมาโพสต์ในเว็บล็อก จะสามารถกำหนดให้ผู้ที่นำภาพไปเผยแพร่ต่อต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางข้อ เช่นต้องอ้างแหล่งที่มาและห้ามนำไปขายต่อ ด้วยการนำป้ายเงื่อนไข cc ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตัวอักษรย่อในกรอบขนาดเล็ก มาติดไว้ในหน้าเว็บเพื่อบอกให้ผู้ที่ต้องการเผยแพร่งานต่อ รับรู้ว่าตัวเองมีสิทธิใดและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใดบ้างตามที่เจ้าของงาน กำหนดไว้
” คุณสามารถแปะสัญญา cc ใต้ผลงานโดยเข้าไปที่ cc.org กดที่ license your work เลือกที่ประเทศไทย เมื่อเลือกเงื่อนไขที่ต้องการได้แล้วจะได้รหัส HTML ในลิงก์ที่ระบบประมวลผลให้ นำรหัสนี้ไปติดในเว็บก็สามารถบอกสิทธิ์แก่ผู้อ่านทั่วไปว่าสามารถทำอะไรได้ บ้าง”
อักษรย่อแสดงระดับของสิทธิ์ cc ที่ใช้กันมากในขณะนี้มี 4 ชื่อ ได้แก่ by ต้องแสดงแหล่งที่มา, nc ไม่ใช้เพื่อการค้า, nd ไม่แก้ไขต้นฉบับ และ sa ผู้ เผยแพร่ต่อต้องใช้สัญญาแบบเดียวกันต่อไปเรื่อยๆ อักษรเหล่านี้ถูกนำมาผสมและจัดชุดเป็น 6 ชุดให้ผู้สร้างงานเลือกได้โดยสะดวก ได้แก่ by, by-sa, by-nd, by-nc, by-nc-sa และ by-nc-nd
“nd เหมาะสำหรับงานที่ผู้สร้างมองว่ามีความสมบูรณ์และไม่ต้องการให้ดัดแปลงใดๆ อีกแล้ว เช่นนักดนตรีอย่างโมซาร์ส ที่บอกว่าจะตัดโน้ตในเพลงของเขาไม่ได้สักตัวเดียว” โดยหากเงื่อนไขทั้ง 6 ชุดนี้ยังไม่สามารถตอบความต้องการของผู้สร้างงาน ก็สามารถเขียนเงื่อนไขขึ้นใหม่ได้เอง
ชิตพงษ์ให้ข้อมูลว่า งานที่เผยแพร่โดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ทั่วโลกในปัจจุบันมีจำนวน ประมาณ 130 ล้านชิ้น เฉพาะในเว็บฝากภาพ Flickr นั้นมีมากกว่า 100 ล้านชิ้น สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์สังคมความรู้ของสถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ, เว็บไซต์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, GotoKnow.org, ThaiGoodView.com, Fuse.in.th และนิตยสารโอเพ่นออนไลน์ล้วนใช้ cc ในการเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างเสรีและเปิดกว้าง ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
” เว็บไซต์ไทยที่เชื่อว่าจะใช้ cc ในอนาคตนั้น ได้แก่ พันทิป เอ็กซทีน เอ็มไทยในส่วนวิดีโอ และเด็กดี ในเว็บเหล่านี้จะมีกล่องให้เลือกสัญญา cc เลยหลังสร้างเนื้อหา” โดยวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิพดอทคอมยืนยันว่าจะนำ cc ที่ถูกแปลและปรับแก้ให้เข้ากับกฏหมายไทยไปใช้งานในเว็บไซต์แน่นอน แต่ต้องรอหลังจากการพัฒนาระบบแล้วเสร็จ
สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยนี้เกิดบนความร่วมมือ ระหว่างสำนักกฎหมายธรรมนิติ, สถาบัน Change Fusion, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, แผนงาน ICT เพื่อสุขภาวะออนไลน์ และภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และครีเอทีฟคอมมอนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศเยอรมันนี ดำเนินการแปลและปรับปรุงแก้ไขกว่า 1 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ 51 ของโลกที่สามารถคลอด cc ที่สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น ทำให้การคุ้มครองเนื้อหางานสร้างสรรค์อยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ประเทศไทย
คุ้มครองผลงาน แต่ไม่คุ้มครองปากท้อง?
ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าวัฒนธรรมการเผยแพร่คอนเทนต์แบบเสรีที่กำลัง จะเกิดโดยมี cc เป็นเครื่องมือหลักนั้น ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถสร้างเงินรายได้ และไม่ได้เพิ่มทางเลือกให้กับคนที่ต้องการทำเงินจากคอนเทนต์ จุดนี้พิชัย พืชมงคล ผู้นำคณะทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากสำนักกฎหมายธรรมนิติ เชื่อว่า cc สามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้จริง
” ผมเชื่อว่าถ้าเว็บไซต์ที่ใช้ cc มีการสร้างสรรค์ขึ้นเรื่อยๆ จะเกิดเป็นแรงเหนี่ยวนำให้คนสร้างสรรค์งานชาวไทยเกิดขึ้นมากกว่าเดิม ผลคือภาคธุรกิจจะตื่นตัวในการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะประโยชน์ ที่สำคัญ cc จะเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ด้วย เช่น ภาพยนตร์ตัวอย่าง ที่ค่ายหนังจะสามารถเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตได้เร็วและไม่ต้องกังวล”
ขณะที่ปราบดา หยุ่น นักเขียนรางวัลซีไรท์ตั้งข้อสังเกตว่า cc นั้นถูกสร้างมาเพื่อนักสร้างงานที่มีจิตใจพร้อมจะให้อยู่เป็นทุนเดิม อาจทำให้ cc ไม่ได้ช่วยลดจำนวนผู้ที่”ไม่ได้คิดถึงวัฒนธรรมเสรี”ในสังคมไทยลง จุดนี้วันฉัตรแห่งพันทิปเชื่อว่าอาจจะเกิดเป็นโมเดลธุรกิจมารองรับวัฒนธรรม เสรีก็ได้ เช่น การเปิดหมวกรับบริจาคเงินของบล็อกเกอร์ ซึ่งไม่ใช่เชิงการค้าเต็มตัว
” ที่อยากจะบอกคือ cc ยังต้องไปอีกไกลมาก 10 ปีเป็นอย่างน้อยกว่าจะทำให้ผู้สร้างและผู้ใช้คอนเทนต์รู้สิทธิของตัวเอง เชื่อว่าการให้ความเข้าใจเรื่อง cc กับสาธารณชนจะเป็นเรื่องสำคัญมากในอนาคต และในระยะยาว โลกของคอนเทนต์จะแบ่งออกเป็น 2 ซีก เหมือนโลกของวินโดวส์และลินุกซ์ ที่มีการจัดการ และข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน” วันฉัตรกล่าว
ชิตพงษ์เสริมว่า กรณีศึกษาเรื่องความสำเร็จของวัฒนธรรมคอนเทนต์เสรีนั้นเริ่มมีให้เห็นแล้วใน ขณะนี้ เช่น ภาพถ่ายที่ถูกอัปโหลดให้ชาวอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ฟรีบนเงื่อนไข cc ก็ยังสามารถจำหน่ายในรูปเล่มได้อย่างน่าพอใจ หรือช่างภาพมือสมัครเล่นที่กลายเป็นมืออาชีพได้เพราะภาพถ่ายที่โพสต์ไว้บน อินเทอร์เน็ตนั้นไปโดนใจผู้จ้างงาน ทั้งหมดเชื่อว่า cc จะสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจลูกผสม (Hybrid Economy) ที่เน้นทั้งการเผยแพร่ข้อมูลแบบเสรีควบคู่กับการค้าในเวลาเดียวกัน
ไม่ทำให้ฟ้องร้องมากขึ้น
พิชัยเชื่อว่า หากการใช้งาน cc และวัฒนธรรมคอนเทนต์เสรีแพร่หลายในสังคมไทย จะไม่ทำให้ตัวเลขการฟ้องร้องเพราะการทำผิดเงื่อนไขเพิ่มขึ้น โดยบอกว่าสัญญา cc จะช่วยระงับการฟ้องร้องด้วยการคุ้มครองทั้งสองฝ่าย
ในงานเปิดตัวสัญญา cc เวอร์ชันภาษาไทยนั้นมีการตอบข้อสงสัยเรื่องการใช้งานสัญญา cc หลายจุด โดยพิชัยให้ข้อสรุปว่าการรีมิกซ์หรือการตัดต่องานที่มีการใช้สัญญา cc ต่างแบบกัน จะต้องใช้สัญญา cc ที่มีความเข้มสูงสุด และหากเจ้าของงานเปิดใช้สัญญา cc เพียงหนึ่งวันแล้วเปลี่ยนใจเลิกใช้ ผู้ที่เผยแพร่งานด้วยสัญญา cc ในวันนั้นพอดีจะมีสิทธิเผยแพร่งานตามสัญญานั้นตลอดไป
หากไม่เลือกใช้สัญญา cc เวอร์ชันภาษาไทยก็สามารถใช้เวอร์ชันของชาติอื่นๆที่มีมาก่อนหน้านี้ได้ เช่น สัญญา cc ของเยอรมนี แต่จะยุ่งยากเนื่องจากต้องใช้สัญญาที่เป็นภาษาเยอรมัน ฟ้องร้องที่ศาลเยอรมัน และต้องบังคับใช้ตามกฏหมายเยอรมัน ขณะเดียวกัน ผู้ที่เป็นเจ้าของงานสร้างสรรค์จะต้องติดตามเพื่ออ้างสิทธิ์ของตัวเองด้วยตน เอง เนื่องจากยังไม่มีระบบตรวจจับการเผยแพร่งานบนอินเทอร์เน็ตแบบอัตโนมัติ
และนอกจากโลกออนไลน์ การเผยแพร่งานในสื่อออฟไลน์ก็สามารถใช้ cc ได้เช่นกัน
” เป้าหมายหนึ่งของเราคืออยากให้เอกสารการสอนออนไลน์ทุกชิ้นของสถาบันการศึกษา ไทยเป็น cc และทำให้งานวรรณกรรม Flow (ไหลเวียน) ไปทั่วสังคมไทย” ซึ่งจะทำให้สังคมไทยได้รับประโยชน์จากวัฒนธรรมคอนเทนต์เสรีในที่สุด
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
Tags: creative common, ครีเอทีฟคอมมอนส์18 Mar
เดลล์พร้อมวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลกภายใต้ชื่อ “Adamo” มีความบางเพียง 0.65 นิ้ว (16.5 มิลลิเมตร) เฉือนเอาชนะ X300 ของ เลอโนโว ที่บาง 0.73 นิ้ว (18.5 มิลลิเมตร) และ Macbook Air ที่ 0.76 นิ้ว (19.4 มิลลิเมตร)

Adamo มาจากภาษาละตินแปลว่า ตกหลุมรัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้ของเดลล์จะผลิตมาตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มี ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการใช้งานส่วนบุคคล
ตัว เครื่องทำจากอลูมิเนียมแผ่นเดียว มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว สัดส่วนภาพ 16:9 รองรับความละเอียด 720p ใช้หน่วยประมวลผล Core 2 Duo ภายใต้ชิปเซ็ต Intel Mobile 965 หน่วยความจำ DDR3 2GB (สูงสุด 4GB) การเชื่อมต่อไวเลสมาตรฐาน 802.11n บลูทูธ 2.1 หน่วยบันทึกข้อมูลแบบ SSD
ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อจะมี ยูเอสบี 2 พอร์ต คอมโบยูเอสบี และ eSATA 1 พอร์ต ช่องพิเศษสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับต่อพอร์ต HDMI, VGA และ DVI และช่องเสียบสายแลน นอกจากนี้ยังมีระบุไว้ว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง
ในส่วนของระบบปฏิบัติการเนื่องจากใช้ Core 2 Duo ทำให้สามารถใช้งาน Windows Vista Home Premium Edition SP1 แบบ 64 บิต สำหรับราคาจำหน่ายในสเปก Core 2 Duo 1.2GHz SSD 128 GB จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 71,000 บาท) ส่วน Core 2 Duo 1.4GHz พร้อมหน่วยความจำ 4 GB จะอยู่ที่ประมาณ 2,700 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 96,000 บาท) โดยทางเดลล์จะเริ่มทยอยส่งสินค้าล็อตแรกวันที่ 26 มีนาคมนี้
ที่มา : http://www.manager.co.th/CBizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9520000030475
Tags: dell, netbook, บาง, เดลล์16 Mar
ยานขนส่งอวกาศดิสคัฟเวอรีเข้าสู่วงโคจรแล้ว หลังทะยานออกจากศูนย์อวกาศเคนเนดี บนแหลมคานาเวอรัล ในรัฐฟลอริดา เพื่อปฏิบัติภารกิจติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส)

ยานดิสคัฟเวอรีทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดีเมื่อ เวลา 19.43 น.วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 06.43 น.วันนี้ตามเวลาในไทย และเข้าสู่วงโครจรในอีก 8 นาที 34 วินาทีต่อมา พร้อมด้วยนักบินอวกาศชาวอเมริกัน 6 คน และชาวญี่ปุ่น 1 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจนำแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ชุดสุดท้ายขึ้นไปติดตั้งบน สถานีอวกาศนานาชาติ รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับระบบรีไซเคิลน้ำบนสถานี
ยาน ดิสคัฟเวอร์รีจะปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศเป็นเวลา 13 วัน และจะมีการเดินในอวกาศเพียง 3 ครั้งจากเดิมที่กำหนดไว้ 4 ครั้ง ก่อนหน้านี้ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ตรวจพบก๊าซไฮโดรเจนรั่วซึมบริเวณถังเชื้อเพลิงด้านนอก ทำให้เลื่อนกำหนดส่งยานจากเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นวันนี้ -สำนักข่าวไทย
ที่มา : http://news.mcot.net/technology/inside.php?value=bmlkPTg0MjAyJm50eXBlPXRleHQ=
Tags: discovery, ดิสคัฟเวอรี่, ยาน, ยานอวกาศ