กทค. การันตี 16ก.ย.”ซิมไม่ดับ”

กทค. การันตี 16ก.ย.

เผยประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องซิมดับ มั่นใจเดือดร้อน 100% จี้ผู้เกี่ยวข้องแจ้งเตือน ด้าน อ.มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ตั้งคำถามคิดค่าบริการใช้งานแค่ 15 วัน เป็นธรรมผู้บริโภคหรือไม่ ขณะที่ กทค.เร่งแผนเยียวยาดีเดย์ 16 ก.ย.นี้ ก่อนเปิดประมูลใหม่ ต.ค.57…

นับเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตามอง สำหรับกรณีสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ระหว่างผู้ให้สัมปทาน คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT กับผู้รับสัมปทานอย่างบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ที่สิ้นสุดลงในวันนี้ (15 ก.ย. 2556) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นในกิจการโทรคมนาคม ท่ามกลางความไม่เข้าใจ ของประชาชนหลายคน และข้อกังขากับเหตุการณ์ “ซิมดับ” ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไรกันแน่?

?

เหตุการณ์ “ซิมดับ” จะเกิดขึ้นแน่นอน หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง ส่งผลกระทบโดยตรงกับลูกค้าทรูมูฟจำนวน 17 ล้านราย และ ดีพีซี อีกกว่า 5 หมื่นราย เพราะสัญญาณจะดับลง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงออกประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เรียกว่า “ประกาศห้ามซิมดับ” เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2556 – วันที่ 15 ก.ย.2557 ทำให้ผู้ใช้บริการทั้ง 2ค่าย ยังสามารถใช้งานต่อได้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการขยายอายุสัมปทานออกไป และก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ

?

?

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ประกาศห้ามซิมดับ ไม่ใช่การยืดอายุสัญญาสัมปทาน เพราะไม่ได้มีการจัดสรรคลื่นใหม่ แต่เป็นการมาตราการคุ้มครองผู้บริโภค รายได้จากค่าใช้บริการ เป็นของกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง โดยตั้งคณะกรรมการร่วม มีตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงการคลัง กสทช. เป็นผู้รับผิดชอบ โดยระหว่างนี้ กทค. ต้องดำเนินการเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ให้เสร็จ ภายใน 1 ปี นับจากนี้ หรือประมาณเดือน ก.ย. 2557 ซึ่งระหว่างนี้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการโอนย้ายค่าย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิลิตี้ ) ได้โดยเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 29 บาท ต่อเลขหมาย

?

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาทืี่ผ่านมา กทค. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ 2 ชุด คือ คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมประมูลคลื่น 1800 MHz และคณะอนุกรรมการตรวจสอบรายละเอียดการจัดสรรคลื่น1800 MHz พร้อมทั้งเร่งโอนย้ายคนในระบบ ให้เพิ่มเป็น 3 แสนเลขหมายต่อวัน จากเดิมทำได้ 4 หมื่นเลขหมาย หรือ ประมาณค่ายละ 6 หมื่นเลขหมายต่อวัน และแก้แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และขยายระยะเวลาสัมปทานให้นานขึ้น

?

?

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เหตุใด กทค. รู้อยู่แล้วว่าสัญญาสัมปทานจะหมดอายุลงแต่ไม่รีบประมูล และปล่อยให้เวลาผ่านไปถึง 2 ปี นั้น กทค. แยกเป็น 2 เรื่อง คือ 1. การจัดสรรคลื่นความถี่โดยการประมูล ต้องคำนึงถึงประโยชน์ผู้บริโภคสูงสุด และ 2. สภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมซึ่งสภาพความเป็นจริง ผู้ให้บริการหลายราย ทุ่มเงินในการประมูลและลงทุนโครงข่ายไปยังเครือข่าย 3จี จะส่งผลต่อสภาวะความพร้อมในการลงทุนของผู้ประกอบการ ส่วนผู้ใช้เองก็ยังไม่พร้อมใช้เทคโนโลยี 4จี เพราะฉะนั้น การเร่งประมูล จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่่ตรงจุด ซึ่งปัญหาจริง ๆ อยู่ที่การโอนย้ายลูกค้า กลุ่มที่ยังค้างอยู่ในระบบ

?

นอกจากนี้ กสทช. ได้ดำเนินการยกร่างประกาศเพื่อหามาตรการคุ้มครองฯ การประเมินมูลค่าคลื่นและร่างกฎกติการในการประมูล โดยได้ความร่วมมือจากสหภาพโทรคมนาคมระกว่างประเทศ (ไอทียู) ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดนำคลื่น 900 MHz ออกมาประมูลพร้อมกับคลื่น 1800 MHz จำนวน 25 MHz เพื่อให้เปิดประมูลเป็นแพจเก็จเดียวกัน โดยไม่ต้องรอคลื่น 900 MHz ครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปีหน้า เพื่อสร้างแรงจูงใจ และให้เอกชนที่ได้รับสัมปทานได้เตรียมตัววางระบบรองรับลูกค้าผู้ใช้บริการ และไม่เกิดปัญหารอยต่อเหมือนกับคลื่น 1800 MHz

?

สำหรับ กรณีที่อาจขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม และเรื่องหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2549 และอาจขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามประกาศข้อ 6 ที่ระบุว่า การคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสิทธิของผู้ใช้บริการ และข้อ 9 กำหนดว่า ในการขอโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ผู้ใช้บริการยื่นคำขอ เพราะข้อกำหนดของบริษัทกลับกลายเป็น ใครไม่อยากถูกโอนย้ายต้องเป็นฝ่ายยื่นเรื่อง หากอยู่เฉยเท่ากับยอมรับการโอนย้ายอัตโนมัติ นั้น พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้มอบให้ ให้สำนักงาน กสทช. นำไปตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุว่าผิดหรือถูก ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในการประชุมบอร์ด กทค. วันที่ 17 ก.ย. นี้

?

นี่คือ ข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ที่ทรูมูฟส่งถึงผู้ใช้บริการ ตั้งแต่วันที่ 19ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า กสทช. ได้กำหนดให้บริษัทแจ้งว่าการให้บริการของบริษัทในคลื่น 1800 MHz จะสิ้นสุดลง 15 ก.ย. และจะใช้งานต่อได้ไม่เกิน 15 ก.ย. 2557? และเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทจะดำเนินการอัพเกรดเลขหมายให้เป็นทรูมูฟเอชโดยอัตโนมัติก่อนวันสิ้นบริการ 15 ก.ย. 2556 สำหรับกรณีไม่ต้องการอัพเกรดเพื่อรับสิทธิจะต้องโทร.แจ้ง หรือสอบถามรายละเอียดได้

?

แม้ว่าที่ผ่านมา กทค. จะออกคำสั่งให้ผู้ที่อยู่ใต้สัมปทาน อย่างทรู และดีพีซี ส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) แจ้งลูกค้าให้รับทราบ และสำนักงาน กสทช. ก็ประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไป แต่ดูเหมือนว่าประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับรู้

?

นางนัด ลูกจ้างชั่วคราวบริษัทย่านวัชรพล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาใช้บริการค่ายทรูมาตลอด ได้ยินข่าวว่าจะมีซิมดับ แต่ไม่ได้สนใจ เพราะไม่เคยมีใครแจ้งเตือน หรือบอกล่วงหน้าว่าจะเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้น เมื่อไร และส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ หากซิมดับขึ้นมาจริงๆ ก็คงเดือดร้อน และต้องการให้ฝ่ายใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนก่อนล่วงหน้า

?

“ใช้ทรูอยู่ แต่ไม่เห็นบอกอะไรเลย ไม่รู้เรื่องว่าซิมดับ คืออะไร แต่หากซิมดับก็คงเดือดร้อน เพราะมีใช้งานอยุู่เบอร์เดียว” ลูกจ้างชั่วคราว กล่าว

?

นางฐิญาพร โกศัยดิลก ประชาสัมพันธ์ บริษัทเอกชนย่านประตูน้ำ กล่าวว่า ไม่เคยได้ข่าวซิมดับ รู้แค่ว่าวันใช้งาน ยดเงินคงเหลือ และวันหมดอายุเท่านั้น ซึ่งหากเกิดซิมดับขึ้นมาก็คงงง และรีบโทร.ถามคอลเซ็นเตอร์ หรือไม่ก็ไปที่ศูนย์บริการตามห้างสรรพสินค้าเพื่อสอบถามข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น และอาจจะดูข้อมูลในเว็บพันทิป เข้าเว็บบอร์ดสอบถามว่ามีใครที่เจอกรณีแบบนี้บ้าง

?

ส่วนกรณีการแจ้งเตือนผ่านเอสเอ็มเอสนั้น เคยได้รับเพียงข้อเดียวคือ เปลี่ยนระบบมาเป็นทรูมูฟอัตโนมัติ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับซิมดับหรือไม่ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า หากมีซิมดับก็ควรแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าก่อนตัด โดยวิธีโทรมาบอกซึ่งจะดีกว่าการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือน เพราะหากมีข้อสงสัยจะได้สอบถามรายละเอียดได้

?

อาจารย์สิงห์ สิงห์ขจร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์การ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ระบุว่า รับทราบข่าวสารเรื่องซิมดับผ่านทางสื่อมวลชน และเว็บไซต์ และรู้มาก่อนระยะหนึ่งแล้วจากเอสเอ็มเอสที่ได้รับจากโอเปอร์เตอร์? ซึ่งส่วนตัวไม่มีความกังวลมากนักหากซิมดับขึ้นมาจริง เพราะไม่ได้ใช้เป็นเบอร์ติดต่อหลัก แต่กังวลในส่วนของการคิดค่าบริการระหว่างผู้ให้บริการ ว่าจะคิดค่าบริการอย่างไร จะคิดค่าบริการเต็มเดือน แต่ใช้งานจริงแค่ 15 วัน ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้หรือไม่

?

อีกทั้ง ยังมองว่า หากผู้บริโภคไม่รู้เรื่องแล้วซิมดับ ความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอนในการสื่อสาร คนทำธุรกิจจะมีความเสียหายในแง่การทำธุรกิจ ส่วนคนทำงานทั่วไปก็จะมีปัญหาในการติดต่อการสื่อสารระหว่างกัน หากมีเรื่องเร่งด่วน

?

“ขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กสทช. และโอเปอร์เรเตอร์? ดูแลในการแก้ไขปัญหาให้มีการเปลี่ยนผ่านโดยไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นผู้บริโภคเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง และการปรับเปลี่ยนนั้นให้มีการตรวจเช็คค่าบริการ ว่าเป็นธรรมต่อผู้บริโภค” อาจารย์ประจำสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ฯ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวทิ้งท้าย

?

ขณะที่ วันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.) “16 กันยา สตาร์ตมาตรการเยียวยาวันแรก มั่นใจใช้ได้ต่อเนื่องซิมไม่ดับ” เวลา 11.00 น. ณ สำนักงาน กสทช.

?

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,