แอพ สนทนากลุ่ม ‘LINE BAND’ เปิดตัวเวอร์ชั่น 2.0 และพีซี

แอพ สนทนากลุ่ม 'LINE BAND' เปิดตัวเวอร์ชั่น 2.0 และพีซี

LINE เปิดตัว LINE BAND เวอร์ชั่นใหม่ในรูปแบบ PC บนเว็บไซต์ เพิ่มฟีเจอร์ห้องสนทนาแบบตัวต่อตัว รวมทั้งสนทนาแบบกลุ่มย่อย รวมทั้งฟีเจอร์สำหรับค้นหาคำในกรุ๊ปบอร์ดด้วย เผยเปิดตัวไม่ถึงปียอดดาวน์โหลดสูงกว่า 15 ล้านครั้งทั่วโลก…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

เอซุส โอพีบีจี ชูแนวคิด Home Solution 2.0 ลุยตลาดไอทีปี56

เอซุส โอพีบีจี ชูแนวคิด Home Solution 2.0 ลุยตลาดไอทีปี56

เอซุส ประกาศรุกตลาดปี 2556 ของกลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม (โอพีบีจี) เผยไฮไลต์สินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด ?Home Solution 2.0? ที่เน้นตอบสนองเทรนด์การใช้สมาร์ทดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้นในยุค Cloud Enabled Era ควบคู่กับการเพิ่มคู่ค้าและศูนย์บริการทุกจังหวัด ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1,800 ล้านบาทและยอดจำหน่ายโตขึ้น 10%…

นายมนต์ธีร์ วุฒิรงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการรวมถึงรายได้จากกลุ่มธุรกิจเดสก์ท็อปพีซี ที่ได้นำมาทำตลาดในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556 โดยเราสามารถสร้างการเติบโตด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดสก์ท็อปพีซีและออลอินวันพีซีอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตลาดพีซีคอมเมอร์เชียล เนื่องจากมีปัจจัยด้านบวกที่ทำให้เราสามารถสร้างฐานตลาดลูกค้าองค์กรและหน่วยงานราชการต่างๆ มากมาย โดยสัดส่วนของธุรกิจเดสก์ท็อปพีซีระหว่างตลาดคอมเมอร์เชียลและคอนซูมเมอร์จาก 100 % ของเอซุสจะอยู่ที่ประมาณ 80 ต่อ 20%

จากผลประกอบการในปี 2555 ที่ผ่านมา เอซุสยังคงมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมาเธอร์บอร์ดเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 60% ตามมาด้วยวีจีเอการ์ด 25% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคืออุปกรณ์เครือข่ายแบบไร้สายที่ประมาณ 175% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคในตลาดที่หันมาให้ความสำคัญกับการเข้าถึงระบบเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ รวมถึงนวัตกรรมอันล้ำหน้าด้านเน็ตเวิร์กกิ้งโซลูชั่นของเอซุสที่สามารถเข้ามาควบรวมการต่อเชื่อมของอุปกรณ์ต่างๆ จากศูนย์กลางเครือข่ายภายในบ้านหรือ Backbone device ซึ่งก็ คือ เราท์เตอร์ผ่านทางการควบคุมด้วยเดสก์ท็อปพีซี หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้อย่างสะดวกสบาย

ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจี บ.เอซุสเทคฯ สำหรับในปี 2556 นี้ ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีได้แบ่งหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ออกเป็น 7 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1) กลุ่มสินค้ามาเธอร์บอร์ด 2) กลุ่มสินค้ามัลติมีเดีย 3) กลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์ต่อพ่วง 4) กลุ่มสินค้าประกอบสำเร็จรูป (เดสก์ท็อปพีซีและออลอินวัน) 5) กลุ่มจอภาพดิสเพลย์ 6) กลุ่มสินค้าออพติคอลไดร้ฟว์ และสตอเรจ (OMAP) 7) กลุ่มบอร์ดเวิร์กสเตชั่นและเซฟเวอร์ ซึ่งเป็นการจัดหมวดสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบของกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีให้มีความสะดวก และเหมาะสมกับการบริหารจัดการด้านการตลาดยิ่งขึ้น โดยเราได้วางนโยบายการตลาดผ่านแนวคิดที่เรียกว่า ?Home Solution 2.0? โดยต่อยอดแนวคิดด้านการตลาดในปีที่ผ่านมา

ในส่วนของการเชื่อมต่อของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจของโอพีบีจี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่ม DIY ที่เอซุสเป็นเจ้าตลาดอยู่ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยี ในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในบ้านและอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์แบบพกพา บนระบบ? Cloud Service ในรูปแบบ Private Cloud หรือระบบคลาวด์ส่วนตัวของเอซุส ที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคสามารถจัดการไฟล์คอนเทนต์ที่เก็บไว้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงการแบ่งปันสู่บุคคลอื่นๆ ผ่านทางฟีเจอร์ ?ASUS AiCloud? ที่มีบนสมาร์ทดีไวซ์ชื่อดังต่างๆ โดยระบบนี้จะเปลี่ยนเราท์เตอร์ให้กลายเป็นศูนย์กลาง (Backbone) ของการใช้งานทางด้านอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงวงเครือข่ายอุปกรณ์พกพาที่ลงทะเบียนไว้ ผ่านการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีบีบอัดขนาดของไฟล์และรับส่งข้อมูลใหม่ล่าสุด Wi-Fi 802.11ac

นอกจากนี้ มาเธอร์บอร์ดจากเอซุสยังมีฟีเจอร์ ?WiFi Go! และ Remote Go!?ที่สร้างการเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ บนฮาร์ดดิสก์ของเครื่องพีซี ไม่ว่าจะเรียกดูจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก โดยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ ช่วยสร้างระบบอันเป็นส่วนตัวและให้ความปลอดภัยสูงสุดอย่างไร้ขีดจำกัดที่ไม่ว่าสมาชิกคนไหนในบ้านก็สามารถเป็นผู้ดูแลระบบเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยแนวคิดใหม่นี้ เอซุสได้ปฏิวัติความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบเวอร์ชั่น 2.0 ได้อย่างแท้จริง เราจึงเชื่อว่าแนวคิดด้านการตลาดในแนวคิด ?Home Solution 2.0? นี้ จะสามารถตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ผู้ใช้งานระดับโปรเฟสชันนอล ผู้ใช้งานด้านเกมมิ่ง เอ็นด์ยูสเซอร์ทั่วไป รวมไปถึงผู้ใช้งานมัลติมีเดีย เพื่อความบันเทิงต่างๆ?

นายมนต์ธีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดของเรา ในปีนี้เราได้เพิ่มทีมงานที่เข้ามาดูแลในส่วนการตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเรามีกลุ่มสินค้าภายใต้ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น และเรายังคงสานต่อการทำตลาดที่เน้นการสร้างประสบการณ์และความประทับใจจากลูกค้า ด้วยนวัตกรรมและดีไซน์ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไม่สร้างการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นมูลค่าเพิ่มจากความแตกต่างและฟีเจอร์พิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในปีนี้ ได้เพิ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์มาเธอร์บอร์ดและมัลติมีเดีย คือ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SIS ซึ่งจะช่วยให้ช่องทางการจัดจำหน่ายของเรามีความครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น

ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวถึงบริการหลังการขายว่า เอซุสยังได้เพิ่มจำนวนศูนย์ซ่อมผ่านทางพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการซ่อมให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการเปิดบริการงานซ่อมเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้สินค้าซีรีส์พรีเมี่ยมเกมมิ่งจากแบรนด์ ROG โดยเฉพาะ ด้วยบริการ ?ROG Plus? ที่จะช่วยยกระดับการบริการให้เหล่าสมาชิกรู้สึกเป็นคนพิเศษ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสะดวกรวดเร็วในการซ่อมแซม เพราะสินค้า ROG ผ่านช่องทางเฉพาะที่ไม่ต้องเข้าคิวรอร่วมกับสินค้าของเอซุสทั่วไป โดยบริการใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้

นายมนต์ธีร์ กล่าวถึงนวัตกรรมสินค้าที่เป็นไฮไลต์ในปี 2556ว่า จากที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในงานมหกรรมแสดงสินค้าระดับโลก CES 2013 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยสินค้าจากเอซุสในส่วนของโอพีบีจีได้กวาดรางวัลยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและดีไซน์อย่างมากมาย อาทิ จอแสดงภาพ ?ASUS Designo Series MX279H? ขนาด 27 นิ้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเสียงระหึ่มระดับสเตอริโอไฮไฟ B&O ICEPower จากความร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาเทคโนโลยีระบบเสียงของเอซุสกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bang & Olufsen

ส่วนไลน์อัพสินค้าอันโดดเด่นที่พร้อมลงสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2556 นี้ ประกอบด้วยสุดยอดกราฟฟิกการ์ดรุ่นลิมิทเต็ด เอดิชั่น ?ROG ARES II? ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual AMD HD 7970 GHz Edition GPUs, เครื่องแปลงสัญญาณดิจิตอลอะนาล็อก ?ASUS Xonar Essence One MUSES Edition? และเซตหูฟังที่จะทำให้เสียงกระหึ่มเพื่อเพิ่มอรรถรส, คอมแพ็คมาเธอร์บอร์ดรุ่นจิ๋วแต่แจ๋ว ?ASUS E2KM1I-DELUXE Mini-ITX?, ออลอินวันพีซี ?ASUS Transformer AiO? เครื่องแรกในโลกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 และจอถอดได้ขนาด 18.4 นิ้ว ใช้งานเป็นแท็บเล็ตระบบแอนดรอยด์ได้, เครื่องมีเดียสตรีมเมอร์ ?ASUS Qube Google TV? คุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น, จอแอลซีดีระดับโปรเฟสชันแนล ?ASUS PA249Q ProArt? และ ?VG248QE Fast Gaming monitor? สำหรับคอเกมขาระห่ำ รวมถึงเราท์เตอร์ไร้สายแบบพกพาเครื่องเล็กที่สุดในโลก ?ASUS WL-330NUL Pocket Router? ที่ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบออนเดอะโกที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้ใช้งานที่เดินทางบ่อยๆ?

ผจก.ประจำประเทศไทย กลุ่มโอพีบีจีฯ กล่าวด้วยว่า ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทยในหมวดสินค้ามาเธอร์บอร์ด เราจะยังคงนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มธุรกิจโอพีบีจีหวังว่าในปี 2556 นี้ เราจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากผลิตภัณฑ์ในหมวดต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตของรายได้รวมภายในสิ้นปีประมาณ 10% และรั้งตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ มาเธอร์บอร์ดและวีจีเอการ์ดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ยักษ์เสิร์ชเอนจิ้นจีน Baidu บุกเมืองไทย เปิดตัว “PC Faster 2.0″

ยักษ์เสิร์ชเอนจิ้นจีน Baidu บุกเมืองไทย เปิดตัว

“ไป่ตู้” (Baidu) สยายปีกลุยธุรกิจในเมืองไทย เปิดตัว Baidu PC Faster 2.0 ฟรีซอฟต์แวร์ที่ช่วยปกป้องและเพิ่มประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์ของคนไทย เชื่อเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ปักหลักอยู่ไทยยาว เล็งจับมือพันธมิตรทุกกลุ่ม…

นายไคเซอร์ กัว ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารระหว่างประเทศ บริษัท ไป่ตู้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไป่ตู้ เป็นเว็บเสิร์ชเอนจิ้นที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยปัจจุบันมีชาวจีนใช้อินเทอร์เน็ตว่า 500 ล้านคน และในจำนวนนั้น 87% ใช้เสิร์ชเอนจิ้นของไป่ตู้ ด้วยอัตราการใช้งาน 7 ครั้งต่อวัน หรือ รวมการเรียกข้อมูลกว่า 5,000 ล้านครั้ง อีกทั้งยังเป็นกุญแจในการเข้าสู่บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ของจีนผ่านทาง MyBaidu อีกด้วย และครั้งนี้ คิือ การเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ไป่ตู้อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมออนไลน์ในประเทศไทย และเชื่อว่าการนำเสนอซอฟต์แวร์ฟรีที่ใช้งานง่าย แต่ทรงพลัง ปกป้องผู้ใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงเพิ่มพูนประสบการณ์ท่องโลกออนไลน์นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สนับสนุนได้ จากระยะเวลา 1 ปีที่ได้เข้ามาศึกษาผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย พบว่าปัญหาที่ผู้ใช้งานชาวไทยเจอมากที่สุด คือ คอมพิวเตอร์ติดไวรัส เครื่องทำงานช้า และขาดการอัพเดทระบบปฏิบัติการ

ผอ.ฝ่ายสื่อสารระหว่างประเทศ บ.ไป่ตู้ฯ กล่าวต่อว่า ไป่ตู้จึงเปิดตัว Baidu PC Faster ได้ถูกออกแบบให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยโดยเฉพาะ เพื่อจะเข้าจัดการปัญหาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย กว่า 25 ล้านคนกำลังเผชิญอยู่ โดยจะป้องกัน คอมพิวเตอร์จากการโจมตีของแฮกเกอร์ โทรจัน ไวรัสต่างๆ รวมถึงมัลแวร์ นอกจากนี้ยังช่วยกู้คืนพื้นที่ของ ฮาร์ดไดรฟ์ เร่งเวลาบูตเครื่องให้เร็วขึ้น ด้วยการจัดการโปรแกรมที่ไม่จำเป็น หรือ ไฟล์ขยะที่หน่วงเครื่อง และปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อีกด้วย ซอฟต์แวร์ Baidu PC Faster เวอร์ชั่นเบต้าในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2555 และถึงปัจจุบันมีการดาวน์โหลดไปใช้แล้วกว่า 1 ล้านครั้งในระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือน สำหรับ Version 2.0 นี้ Baidu PC Faster ได้เพิ่มฟังก์ชั่น Anti Virus, USB Guard (สแกน USB เพื่อปกป้อง คอมพิวเตอร์ จากมัลแวร์และต้านการติดไวรัส) และ Boot Time Manager (ตรวจสอบเวลาที่ใช้ในการเปิดเครื่องอัตโนมัติวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาเครื่องช้า) และอินเตอร์เฟซภาษาไทยที่ง่ายต่อการใช้งาน

นายไคเซอร์ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2012 ว่า ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ไป่ตู้และสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยแห่งสิงคโปร์ (เอสตาร์) ได้เปิดตัวศูนย์การวิจัยร่วมในประเทศสิงคโปร์โดยมุ่งเน้นศึกษาวิจัยภาษาไทยและเวียดนามและการประมวล ผลภาษาไป่ตู้เชื่อว่าความเข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละตลาดและการศึกษาลักษณะเฉพาะทาง ภาษาไทย และภาษาเวียดนาม นั้นมี ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของไป่ตู้ เพื่อที่เราจะสามารถหาคำตอบจากคำค้นของผู้ใช้ได้ถูกต้องแม่นยำ ดั่งเช่นที่ไป่ตู้ประสบความสำเร็จในประเทศจีนจากความเชี่ยวชาญด้านภาษา รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรในกลุ่มต่างๆ อาทิ ไทยแวร์ดอทคอม ทรูฮิตส์ และ เอเชียซอฟท์ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ ทั้งนี้ 1 ปีที่ไป่ตู้อยู่เมืองไทย เราได้เปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการ มีพนักงานประจำ 6 คน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงมั่นใจได้ว่าไป่ตู้ยังมีพันธกิจระยะยาวกับเมืองไทยอย่างแน่นอน

ผอ.ฝ่ายสื่อสารระหว่างประเทศ บ.ไป่ตู้ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับไป่ตู้มองว่าประเทศไทยยังมีโอกาสในการทำธุรกิจอีกมาก เพราะประชากรไทยมี 75 ล้านคน แต่มีคนใช้อินเทอร์เน็ต 25 ล้านคน ยังมีผู้ใช้งานหน้าใหม่ ที่ไม่เคยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้นอีกมาก เมื่อปีที่แล้วไป่ตู้เปิดตัวเว็บไซต์ www.hao123.com ก็มีผู้ใช้งานถึง 8 ล้านราย นอกจากนี้ ในธุรกิจออนไลน์ไป่ตู้ก็มีบทบาทในการทำโฆษณาออนไลน์ทั่วโลก และเมืองไทยก็เป็นตลาดที่น่าจับตาเช่นกัน ส่วนการเปิดเสิร์ชเอนจิ้นภาษาไทยนั้นน่าจะประมาณปลายปีคงมีความคืบหน้า แต่หัวใจหลักของบริการยังอยู่ที่ การที่ใช้งานง่าย ให้ข้อมูลถูกต้องรวดเร็ว

นายไคเซอร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากแพลตฟอร์มพีซีแล้วไป่ตู้ยังมุ่งเน้นไปที่ตลาดโมบาย เพราะปัจจุบันในประเทศจีนมีผู้ใช้งานมือถือค้นหาข้อมูลแล้วถึง 20% ดังนั้น โมบายก็เป็นอีก 1 กุญแจสำคัญที่จะเข้าถึงตลาดทุกที่ที่ไป่ตู้จะไป ทำให้เรามีการวิจัยและพัฒนามากขึ้น มีเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาเพื่อสร้างแอพพลิเคชั่น อีกทั้งยังพัฒนาโอเพ่นแพลตฟอร์มที่สร้างบริการขึ้นมาร่วมกับพันธมิตร อาทิ พยากรณ์อากาศ จองตั๋วเครื่องบิน ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ได้ข้อมูลที่ต้องการ ขณะที่พันธมิตรก็ได้ยอดทราฟฟิกผู้เข้าชม ทั้งนี้นอกจากการเข้ามาทำธุรกิจในไทยแล้ว ไปตู้ยังมองตลาดใหม่ๆ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟฟิกาเหนือ เช่นอียิปต์ ที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมาก มีคอนเทนต์มาก รวมทั้งอเมริกาใต้ อย่าง บราซิล ก็น่าสนใจ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ออราเคิลส่ง “Elastic Cloud 2.0″ หนุนเวอร์ชวลไลเซชั่นองค์กร

ออราเคิลส่ง

ออราเคิลเปิดตัว ?Elastic Cloud 2.0? ต่อยอดความสำเร็จ หลังเวอร์ชั่นแรกสามารถเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัทได้ถึง 3 เท่าต่อปี ย้ำช่วยลดค่าใช้จ่าย และลดความซับซ้อนให้แก่ระบบไอทีขององค์กร…

นายแอนดรู เลา ผู้อำนวยการอาวุโส ด้าน Exalogic ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า Exalogic Elastic Cloud Software เป็น Engineered System เพื่อการประมวลผลแอพพลิเคชั่นสำหรับธุรกิจ ที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนให้แก่องค์กรบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยหลังจากเปิดตัวเวอร์ชั่นแรกในปี 2010 มีลูกค้าจาก 43 ประเทศ ใน 22 กลุ่มอุตสาหกรรมเลือกใช้ และสามารถเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัทได้ 3 เท่าต่อปี ปัจจุบัน 40% ของการเติบโตเป็นผลมาจากลูกค้าที่เลือกใช้ Exalogic แทนโซลูชั่นจากคู่แข่งชั้นนำ รวมถึงระบบเมนเฟรม

?ด้วยตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ออราเคิลเร่งพัฒนา Exalogic Elastic Cloud เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นมา เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จ โดยเวอร์ชั่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งที่สามารถขจัดความเสี่ยงในการติดตั้งแอพพลิเคชั่นและมิดเดิลแวร์ ด้วยการติดตั้งแบบอัตโนมัติเพียงคลิกเดียวสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ซับซ้อน, เพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 10 เท่า เมื่อใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นของออราเคิล แอพพลิเคชั่น Java รวมถึงแอพพลิเคชั่นธุรกิจตัวอื่นๆ นอกจากนี้ยังสามารถจัดสรรแอพพลิเคชั่นได้เร็วกว่า 6 เท่า ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างฉับไวได้? ผอ.อาวุโส ด้าน Exalogic ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น กล่าว

นายแอนดรู กล่าวอีกว่า เพราะความที่เป็นเทคโนโลยีมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เปิดกว้างจึงทำให้ ?Exalogic Elastic Cloud 2.0 รองรับการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นสำหรับแอพพลิเคชั่นธุรกิจ โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานเครื่องเซิร์ฟเวอร์จริง เมื่อทำงานด้วยกันกับ Oracle VM เซิร์ฟเวอร์, มีความเสถียรสูง พร้อมความสามารถในการปรับขยายเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการทางธุรกิจได้ และเชื่อมโยงส่วนประกอบต่างๆ ทั้งหมดของระบบ Oracle Exalogic เข้าด้วยกัน, รองรับการผนวกรวมหลายแอพพลิเคชั่นไว้บนระบบเดียวกันในรูปแบบของไพรเวทคลาวด์ (Private Cloud) พร้อมทั้งขจัดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้วยการแยกแอพพลิเคชั่นออกจากกันอย่างสมบูรณ์

ผอ.อาวุโส ด้าน Exalogic ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น กล่าวด้วยว่า ตลาด Exalogic คือคนที่ใช้เครื่องเมนเฟรมมาก่อน โดยขณะนี้เมนเฟรมมีราคาเครื่อง และค่าบำรุงรักษาสูงกว่า รวมถึงบุคลากรที่จะเข้ามาให้บริการหลังการขายก็มีน้อยลง ทำให้หลายๆ องค์กรเริ่มเปลี่ยนมาใช้ Oracle Fusion Middleware ที่เป็น Exalogic Elastic Cloud มากขึ้น สอดคล้องกับผลวิจัยจากการ์ทเนอร์ ที่คาดการณ์ว่าในปี 2015 35% ของยอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ จะเป็นเซิร์ฟเวอร์แบบ Integrated Systems ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับ Engineered System ของ Exalogic Elastic Cloud Software 2.0 จากออราเคิล.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ริม พร้อมปล่อย โอเอส แบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค 2.0

ริม พร้อมปล่อย โอเอส แบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค 2.0

รีเสิร์ช อิน โมชั่น เปิดตัวระบบปฏิบัติการ BlackBerry PlayBook 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด อีกระดับของประสบการณ์ ทั้งการทำงานและความบันเทิง รวมทั้งไม่พลาดการติดต่อ บนความปลอดภัยที่เหนือชั้น…

บริษัทรีเสิร์ช อิน โมชั่น หรือ ริม ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการ BlackBerry PlayBook เวอร์ชั่น 2.0 ใหม่ล่าสุด ที่พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ โดยระบบปฏิบัติการแบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค 2.0 นำเสนออีกระดับของประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ต ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้แบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊คสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับการทำงาน ก็เต็มไปด้วยประสิทธิภาพทั้งแอพพลิเคชั่น Document to Go ที่ทำให้นำเอาไฟล์เอกสารทั้งเวิร์ด โพรเซสเซอร์ หรือ พรีเซ็นเทชั่น ไปกับตัวตลอดเวลา หรือจะสั่งพิมพ์เอกสารผ่านเครือข่ายไร้สาย ก็ง่ายเพียงนิ้วสัมผัส

ขณะที่ด้านการสื่อสารก็ยังคงมาเต็มความสามารถ ทั้งอีเมล์ โปรแกรมสนทนา วิดีโอแชต รายชื่อผู้ติดต่อ และปฏิทิน ที่รวมไว้ในหน้าจอเดียว และความบันเทิงทั้งเกมใหม่ๆ ที่มีให้ดาวน์โหลดผ่าน App World และ Music Store เพื่อดาวน์โหลดเพลงโปรดมาลงที่เครื่องผ่านร้านค้าออนไลน์

ขณะที่ยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ของคุณได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Blackberry Bridge ให้อิสระในการพิมพ์ด้วยใช้คีย์บอร์ด QWERTY และทัชแพด บนเครื่องแบล็กเบอร์รี่ รวมทั้งระบบความปลอดภัยของข้อมูลบนเครื่องและ การทำงานแบบมัลติทาสก์กิ้งที่ทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน ได้แบบรวดเร็วทันใจ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ทรูมูฟ เอช จับมือWBA และซิสโก้ทดสอบ Hotspot 2.0

ทรูมูฟ เอช จับมือWBA และซิสโก้ทดสอบ Hotspot 2.0

ทรูมูฟ เอช ร่วมมือกับ สมาพันธ์บรอดแบนด์ไร้สายและซิสโก้ นำ Next Generation Hotspot (Hotspot 2.0) มาเปิดให้ลูกค้าทดลองสัมผัสเป็นครั้งแรกในเอเชีย ที่ ทรูช็อป สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 และ สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ถึง 29 ก.พ.นี้…

นายสุพจน์ มหพันธ์ ผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เทคโนโลยี Next Generation Hotspot (Hotspot 2.0) เกิดจากความร่วมมือของสมาชิกสมาพันธ์บรอดแบนด์ไร้สาย หรือ WBA : Wireless Broadband Alliance ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการโซลูชั่นเครือข่าย และผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารชั้นแนวหน้า ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้าในการใช้งานโมบายล์ อินเทอร์เน็ต โดยจะเชื่อมโยงสัญญาณระหว่าง WiFi และ 3G อย่างอัตโนมัติ ทำให้สามารถออนไลน์ไร้สายได้ตลอดเวลา ราบรื่นไม่ติดขัด แม้ขณะปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงสัญญาณ อีกทั้งยังส่งผลให้มีพื้นที่บริการครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้กำลังทดสอบนวัตกรรมดังกล่าวในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง ขณะที่ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ผ่านมา จะถูกนำไปเสนอในการประชุม GSMA World Congress ที่จะจัดขึ้นปลายเดือน ก.พ.2555 ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ผอ.ด้านธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บ.ทรูฯ กล่าวต่อว่า ทรูมูฟ เอช ในฐานะสมาชิกสมาพันธ์ Wireless Broadband Alliance (WBA) และหนึ่งในคณะผู้บริหารของสมาพันธ์ ที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทั้งเป็นผู้นำบริการ WiFi และ 3G เพียงรายเดียวของไทย ที่มีส่วนร่วมในโครงการ Next Generation Hotspot (Hotspot 2.0) ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีบทบาทสำคัญในโครงการนำร่องทดสอบนวัตกรรมเทคโนโลยีนี้ ยิ่งไปกว่านั้น โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นเพิ่มความสะดวกสบาย ให้ใช้ชีวิตอิสระยิ่งขึ้นผ่านการเชื่อมโยงบรอดแบนด์ไร้สายอย่างราบรื่น และมีความปลอดภัยสูงในการรับส่งข้อมูล

ด้าน นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สมาร์ทโฟนกำลังเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารไร้สายในปัจจุบัน และ WiFi ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์เชื่อมโยงไร้สายความเร็วสูง จากรายงานการประเมินผลของ Cisco Visual Networking Index ประจำปี 2554 คาดว่าจะมีเครื่องมือสื่อสารไร้สายมากกว่า 7.1 พันล้านเครื่อง ในปี 2558 ซึ่งเกือบจะเท่ากับจำนวนประชากร 7.2 พันล้านคนในปีเดียวกัน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สาย คือ สมาพันธ์ WBA (Wireless Broadband Alliance) และ ทรูมูฟ เอช ในการทดลองให้บริการเชื่อมโยงไร้สายความเร็วสูงที่สมบูรณ์แบบในประเทศไทย

ส่วน นายนนท์ อิงคุทานนท์ ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดเด่นของเทคโนโลยี Next Generation Hotspot (Hotspot 2.0) คือ เพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เชื่อมโยงบรอดแบนด์ไร้สายผ่านซิมการ์ด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับเทคโนโลยีนี้ ที่จะทำการเลือกโครงข่าย WiFi Hotspot ให้อัตโนมัติ ลูกค้าไม่ต้องจำ SSID (Service Set IDentifier) ไม่ว่าจะใช้งานที่ใดทั่วโลก และด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ระบบจะจดจำข้อมูลผู้ใช้ผ่านซิมการ์ด จึงล็อกอินใช้งานได้โดยไม่ต้องพิมพ์ Username และ Password

ผจก.ทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ บ.ทรูฯ กล่าวด้วยว่า ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้ายังมั่นใจได้ว่าการใช้งานจะปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล เพราะเข้ารหัสการรับส่งข้อมูลด้วยระบบ WPA2 -Enterprise (WiFi Protected Access 2) ที่นำคุณลักษณะในระบบเครือข่ายองค์กรแบบส่วนตัว (Private Enterprise Network) มาไว้ในระบบเครือข่ายฮอตสปอตสาธารณะ เพื่อลดการโจมตีจากภายนอกได้ เช่น การปลอมแปลง SSID เป็นชื่อเดียวกัน การเจาะดูข้อมูล และการบุกรุกเข้ามาในระบบ เป็นต้น โดยทรูมูฟ เอช ขอเชิญผู้สนใจทดลองสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวได้แล้วที่ทรูช็อป สาขาเซ็นทรัล พระราม 9?? และ ทรูช็อป สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 ก.พ.นี้

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,