ก.ไอซีที ทุ่ม 300 ล.จัดงาน ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2016

ก.ไอซีที ทุ่ม 300 ล้านบาท เป็นเจ้าภาพจัดงาน ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2016 ร่วมกับ กสทช. และไอทียู ชูผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยีดิจิตอล สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , ,

“ไอทรูมาร์ท”ทุ่ม 5,300 ล้านรุกอีคอมเมิรซ์อาเซียน

ไอทรูมาร์ท รุกตลาดอีคอมเมิรซ์อาเซียน ทุ่ม 5,300 ล้านบาท เข้าเปิดตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ใน 7 ประเทศรับการเปิดเออีซี หวัง 3 ปี ขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

แข่งดุ เคาะราคาช่องข่าว ทะลุ 1,300 ล้านบาท

แข่งดุ เคาะราคาช่องข่าว ทะลุ 1,300 ล้านบาท

สู้ราคากันอย่างดุเดือด ใน 1 ชม.ของการประมูลทีวีดิจิตอล สำหรับหมวดรายการข่าวและสาระ ตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดประมูลจนวินาทีสุดท้าย…

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. มีรายงานว่า บริษัทแรกที่เคาะราคาชนะการประมูลไปด้วยวงเงินสูงถึง 1,338 ล้านบาท คือ บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น เครือเนชั่น ที่นายสุทธิชัย หยุ่น นำทีมผู้บริหารมาประมูลด้วยตัวเอง ถือเป็นการได้ใบอนุญาตใบที่ 2 ของเครือเนชั่น หลังจากได้สิทธิ์เป็น 1 ใน 7 ผู้ได้รับใบอนุญาตช่องรายการ SD ไปแล้ววานนี้
อันดับที่สอง บริษัท วอยซ์ ทีวี ประมูลไปด้วยราคา 1,330 ล้านบาท
อันดับที่ 3 บริษัท ไทยทีวี หรือทีวีพูล ที่ราคา 1,328 ล้านบาท
อันดับที่ 4 บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น เสนอราคาที่ 1,318 ล้านบาท
อันดับที่ 5 บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (TNN) 1,316 ล้านบาท ซึ่งวานนี้ นายสมพันธ์ จารุมิลินท นำทีมฝ่ายบริหาร เข้ารอบได้สิทธิ์ใบอนุญาต SD ไปแล้ว 1 ใบ
อันดับที่ 6 บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ เครือเดลินิวส์ เสนอราคา 1,310 ล้านบาท
อันดับที่ 7 บริษัท 3เอ มาร์เก็ตติ้ง เสนอราคาที่ 1,298 ล้านบาท

ส่วนผู้ที่พลาดหวังจากการประมูลเสนอราคาอันดับที่ 8 ด้วยราคา 1,290 ล้านบาท อันดับ 9 เสนอ 1,202 ล้านบาท อันดับสุดท้ายเสนอราคาที่ 1,200 ล้านบาท โดยมี 3 บริษัทที่หมดสิทธิ์ลุ้นใบอนุญาตทีวี บริษัท ไอ-สปอร์ตมีเดีย บริษัท โพสต์ทีวี บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น ซึ่งรายสุดท้ายได้สิทธิ์รับใบอนุญาตช่องรายการประเภททั่วไปความคมชัดปกติ (SD) ไปแล้วก่อนหน้านี้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

LINE ฉลองยอดผู้ใช้งานทั่วโลก ทะลุ 300 ล้านราย

LINE ฉลองยอดผู้ใช้งานทั่วโลก ทะลุ 300 ล้านราย

LINE ประกาศความสำเร็จด้วยยอดผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 300 ล้านคน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือน นับตั้งแต่ฉลองยอดผู้ใช้งานทั่วโลกครบ 200 ล้านคน ไปเมื่อ มิ.ย. 56 ที่ผ่านมา ตั้งเป้ายอดผู้ใช้ทั่วโลกให้ถึง 500 ล้านราย ในปี 57 พร้อมดันแคมเปญ LINE Next เฟ้นหานศ.มาทำงานกับ LINE..

LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก ล่าสุด ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่กับยอดผู้ใช้งานเกิน 300 ล้านคนทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกไป เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2554 LINE มียอดผู้ใช้งานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกินความคาดหมายมาโดยตลอด จากการให้บริการฟีเจอร์ที่น่าสนใจ และหลากหลาย ของ LINE ตั้งแต่ฟีเจอร์การสนทนาเสียง การสนทนาด้วยภาพวิดีโอ ตลอดจนการส่งสติ๊กเกอร์ข้อความสุดฮิต โดย LINE มียอดผู้ใช้งานทั่วโลกครบ 100 ล้านคน ภายใน 19 เดือน นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ต่อมาอีก 6 เดือน LINE มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านคน รวมเป็น 200 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านคน ภายในระยะเวลาแค่ 4 เดือนเท่านั้น

สำหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่ LINE ให้ความสำคัญมากประเทศหนึ่ง LINE ได้มุ่งมั่นพัฒนาฟีเจอร์และบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานบนมือถือ ที่เหนือความคาดหมายแก่ผู้ใช้งานคนไทย โดย LINE ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้งสถาบันการเงิน ร้านอาหาร บริษัทประกันภัย และสื่อบันเทิงต่างๆ เชื่อมโยงบริษัทกับลูกค้าให้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ LINE ได้จับมือกับธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว Official Account ของธนาคาร และ สติ๊กเกอร์หมีบราวน์กับกระต่ายโคนี่ในชุด “Brown & Cony in KBank?s world” ที่ขนทัพอิริยาบถของหมีบราวน์และกระต่ายโคนี่ เกี่ยวกับการใช้เงินในชีวิตประจำวัน มาเอาใจผู้ใช้งาน LINE ได้สนุกและเพลินเพลินกับการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่น LINE มากยิ่งขึ้น โดยสติ๊กเกอร์ชุดนี้ มียอดดาวน์โหลดสูงเกินความคาดหมายถึง 3 ล้านครั้ง หลังจากเปิดบริการให้ดาวน์โหลดเพียงแค่ 1 วัน เท่านั้น?

อีกทั้งไม่นานมานี้ LINE ยังได้เปิดตัวโฆษณาโทรทัศน์ชุดแรกในประเทศไทย ที่คัดเลือกจากเรื่องราวดีๆ ทั้งหมด 3 เรื่อง ของผู้ใช้งานที่ส่งเข้าประกวดในโครงการ?? “Line Story Contest” โดยโฆษณาชุดแรกที่เปิดตัวไปนั้น สร้างจากเรื่องจริงของผู้ใช้งานคนไทย ที่ชื่นชอบและมีประสบการณ์สุดแสนประทับใจในชีวิต ผ่านแอพพลิเคชั่น LINE โฆษณาชุดแรกกับชุดที่ 2 ของ LINE ได้เปิดตัวออกอากาศไปได้ไม่นาน และสำหรับโฆษณาชุดที่ 3 นั้น มีกำหนดการเปิดตัวเป็นลำดับถัดไปเร็วๆ นี้

เพื่อแสดงความขอบคุณผู้ใช้งานคนไทยที่ให้การต้อนรับและสนับสนุน LINE อย่างดีมาโดยตลอด LINE ได้ออกสติ๊กเกอร์เวอร์ชั่นพิเศษเอาใจผู้ใช้งานคนไทย โดยเฉพาะผู้ใช้งาน จะได้พบกับเหล่าคาแรกเตอร์ตัวเด่นๆ ของ LINE ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี อย่างกระต่ายโคนี่ หมีบราวน์ และหนุ่มสำอางเจ้าเสน่ห์เจมส์ พร้อมผองเพื่อนที่ยกทัพกันมาสร้างสีสัน และเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใช้งานคนไทย ผ่านอิริยาบถต่างๆ ที่สื่อถึงชีวิตอันสุขสันต์ในประเทศไทย และล่าสุด LINE ได้เปิดตัวแคมเปญ LINE Next เพื่อเฟ้นหาสุดยอดคนไทยรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์มาร่วมงานกับ LINE ในประเทศไทย โดยแคมเปญนี้เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้พิสูจน์ฝีมือในการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ซึ่งทีมผู้ชนะจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของ LINE ในประเทศไทย

นอกเหนือจากประเทศทางฝั่งเอเชียตะวันออก ที่ LINE ได้เข้าไปเตรียมการดำเนินงานอย่างแข็งแกร่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประเทศที่มีชาวละตินอเมริกา อย่างประเทศสเปน และเม็กซิโก ยังมีจำนวนผู้ใช้งาน LINE เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ปัจจุบัน LINE กำลังให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในประเทศอินเดีย ตุรกี และประเทศฝั่งยุโรปตะวันตกอย่างประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลีมากขึ้น ด้วยการออกโปรโมชั่นและแคมเปญเฉพาะ เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานของแต่ละประเทศ

พร้อมกันนี้ LINE ยังได้จับมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และบริษัทต่างๆ ของแต่ละประเทศ เพื่อส่งเสริมธุรกิจร่วมกันอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ในประเทศอินเดีย ที่ตลาดสมาร์ทโฟน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย LINE ได้ออกสติ๊กเกอร์ นักแสดงสาวสวยบอลลีวูดชาวอินเดีย ให้กับผู้ใช้งานของประเทศได้ดาวน์โหลด ส่งผลให้ LINE มียอดผู้ใช้งานทะลุ 10 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น นับตั้งแต่เปิดตัวแอพพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการที่ประเทศอินเดีย พร้อมตั้งเป้า มียอดผู้ใช้งานในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน ภายในปี 2556

นายอากิระ โมริกาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ LINE มียอดผู้ใช้งานเกิน 300 ล้านคน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน หลังจากประสบความสำเร็จกับยอดผู้ใช้งานครบ 100 ล้านคน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดสมาร์ทโฟน ส่งผลให้ LINE หันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มความน่าสนใจบนแพลตฟอร์มการให้บริการของตนเอง ตั้งแต่การสื่อสารผ่านสติ๊กเกอร์ ข้อความ การสนทนาเสียง และการสนทนาผ่านวิดีโอ ตลอดจนให้บริการเกมที่หลากหลาย มอบความสนุก และความเพลิดเพลินแก่ผู้ใช้งาน LINE ร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อเป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร ที่ให้บริการส่งข้อความแบบเดิมๆ?

ซีอีโอ บริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวด้วยว่า LINE จะยังคงเดินหน้าคิดค้นนวัตกรรมการสื่อสารใหม่ๆ ทุกรูปแบบ ที่เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาฟีเจอร์ และการให้บริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยในปี 2557 นี้ เราตั้งใจเพิ่มยอดผู้ใช้งานทั่วโลกเป็น 500 ล้านคน เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่น และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการให้บริการการสื่อสารอันดับต้นๆ ของโลก.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ไอทีซิตี้ปัดตอบร้านไอที 300 รายปิดฉาก

ไอทีซิตี้ปัดตอบร้านไอที 300 รายปิดฉาก

“ไอทีซิตี้” ปัดตอบร้านค้าไอที 300 แห่งปิดฉาก ด้านผู้บริหารคอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนลฯ รับสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต ฉุดเทรนด์โน๊ตบุ๊ก-พีซี หดตัว คาดกระทบร้านไอทีรายย่อย…

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายเอกชัย ศิริจิระพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกระแสข่าวร้านค้าไอทีปิดกิจการ 300 แห่ง ว่า บริษัทไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ในส่วนของไอทีซิตี้ พยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นการขยายสาขาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขาย 2,700 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ยอดขายจะทรงตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง จากเดิมที่ยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก

อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมปรับสาขาใหม่ โดยเพิ่มมินิไอทีซิตี้ ขนาดพื้นที่ 100 ตารางเมตร ตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ตั้งเป้าขยายสาขาอีก 10 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาของไอทีซิตี้ เพิ่มขึ้นจาก 50 สาขา เป็น 60 สาขาทั่วประเทศ

ด้านนายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอที ภายใต้ชื่อ บานาน่า ไอที และไอสตูดิโอ บาย คอมเซเว่น กล่าวถึงกรณีการปิดตัวของร้านขายสินค้าไอทีกว่า 300 แห่ง ว่า ส่วนตัวยังไม่รู้เรื่องข่าว แต่จากเทรนด์ล่าสุดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนเข้ามาแทนที่โน๊ตบุ๊กและพีซี ซึ่งมีแนวโน้มลดลง หากร้านค้าใดปรับตัวไม่ทันก็อาจได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ยอมรับว่าในปีนี้ตลาดโน๊ตบุ๊กและพีซีลดลงถึง 15%? แต่ในทางกลับกันแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนขยายตัวขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินค้าไอทียังเติบโตได้ แต่ร้านค้ารายย่อยก็ต้องปรับตัวมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการหาสินค้าที่มีความแปลกใหม่ และอยู่ในกระแสความนิยมมาจำหน่ายมากขึ้น

“บริษัทไม่มีผลกระทบจากข่าว 300 ร้านค้าที่ปิดตัวลง แต่คนที่มีผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นผู้ค้ารายย่อย ที่ยอดขายหายไป ซึ่งบริษัทเป็นผู้ค้าส่ง แต่อาจมองได้อีกมุมคือ มีร้านค้าใหญ่กระจายไปเปิดตามต่างจังหวัด ซึ่งอาจมีผลกระทบ” นายสุระ กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,