26เม.ย.อาทิตย์ตรงหัวคนกรุง อุตุคาดร้อนไม่เกิน 40 องศา

กรมอุตุ ฯ คาดวันที่ 26เมษายน นี้ ซึ่งอาทิตย์ตั้งฉากกับกรุงเทพ ฯพอดี อุณหภูมิไม่เกิน 40 องศา คนกรุงร้อนน้อยกว่า ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และอีสานตอนบน

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

แสตมป์ 40 ปี ความสัมพันธ์ ไทย?เกาหลีเหนือ

ปณท เปิดตัวแสตมป์ 40 ปี ความสัมพันธ์ ไทย ? เกาหลีเหนือ ครั้งแรกของ 2 ประเทศ พร้อมชวนคนไทยชมนิทรรศการ ?ส่องโลกเหนือเส้นรุ้ง? เปิดประเทศเกาหลีเหนือสุดหาชมได้ยาก

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

เอปสันฉลองครบรอบ 40 ปี ครองที่ 1ตลาดโปรเจ็คเตอร์

เอปสันฉลองครบรอบ 40 ปี ครองที่ 1ตลาดโปรเจ็คเตอร์

เอปสัน ฉลองครบรอบ 40 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดโปรเจ็คเตอร์ด้วยการคว้าตำแหน่งแบรนด์ โปรเจ็คเตอร์อันดับหนึ่งของโลกมาครองอีกครั้ง และถือเป็นปีที่ 14

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

คาดตลาดซอฟต์แวร์ไทยปี 56 มูลค่าแตะ 40,000 ล้าน

ซิป้า แถลงผลสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทย คาดโตร้อยละ 22 ในปีนี้ และคาดการณ์ปี 57 ยังโตต่อเนื่อง เร่งสร้างบุคลากรรองรับความต้องการตลาด…

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แถลงผลสำรวจมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของประเทศไทยประจำปี 2555/2556 และประมาณการปี 2557 (ICT Market 2012/2013& Outlook 2014) โดย นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการ ซิป้า เปิดเผยว่า ในปีนี้ ซิป้าได้ทำการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ ร่วมกับ ทีดีอาร์ไอ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งได้มีการปรับปรุงวิธีการศึกษา ขอบเขตการศึกษา และกรอบนิยามในตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวให้มีความชัดเจนและถูกต้องมากขึ้น เพื่อผลการสำรวจที่น่าเชื่อถือซึ่งภาคเอกชนและภาครัฐสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดจนได้มีการสำรวจบุคลากรด้านซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ภายในองค์กรเป็นปีแรกอีกด้วย

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงผลการสำรวจว่า ในปี 2555 ภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยมีมูลค่าการผลิตเฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 31,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ราวร้อยละ 24 โดยจำแนกเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีมูลค่าการผลิต 5,877 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 24.7 และบริการซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าการผลิต 26,102 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 23.9 ขณะที่ซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว มีมูลค่าการผลิต 4,218 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 5.4

ส่วนในปี 2556 มีการประมาณการเบื้องต้นว่า ตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยจะมีมูลค่าการผลิตในประเทศไทยกว่า 39,096 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 22.2 โดยจำแนกเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีมูลค่าการผลิตประมาณ 7,962 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 35.5 และบริการซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าการผลิตประมาณ 31,134 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 19.3

ทั้งนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตในช่วงหลังจะชะลอตัวลง แต่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยนอกจากการผลิตเพื่อจำหน่ายแล้ว พบว่าในปี 2555 มีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้ภายในองค์กรอีกอย่างน้อย 686.3 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 12 สำหรับตลาดซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวนั้นมีมูลค่าการผลิต 4,886.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 15.9 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

สำหรับมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในปี 2557 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 44,026 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณร้อยละ 12.6 และสำหรับตลาดซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,864 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณร้อยละ 20

ด้านการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ ประเทศไทยยังคงมีการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไม่มากนัก โดยในปี 2555 มูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยอยู่ที่ 817 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 2.6 ของมูลค่าการผลิตและบริการซอฟต์แวร์ทั้งหมด โดยจำแนกเป็นมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 242 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกบริการซอฟต์แวร์ 575 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการส่งออกซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวค่อนข้างมาก โดยในปี 2555 มีมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว 1,742 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.3 ของมูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญในการขยายตัวของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว คือปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพในทุกแขนง.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

แคนนอนปลุกตลาดกล้อง ออก POWERSHOT ใหม่เน้นซูม 40 เท่า

แคนนอนปลุกตลาดกล้อง ออก POWERSHOT ใหม่เน้นซูม 40 เท่า

แคนนอน เปิดตัวกล้องคอมแพ็กซุปเปอร์ซูม 2 รุ่นใหม่ ตระกูล POWERSHOT ได้แก่ SX 280 HS และ SX270 HS เน้นพลังซูม 40 เท่า และ 20 เท่า ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล ใช้ชิพประมวลผลอัจฉริยะ DIGIC 6 สามารถแชร์ภาพผ่านไวไฟไปยังสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ได้…

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัวกล้องดิจิตอลคอมแพ็ก แบบซุปเปอร์ซูม 2 รุ่นใหม่ POWERSHOT SX 280 HS และ SX270 HS มาพร้อมเลนส์ซูมไกลได้มากถึง 40 เท่าแบบซูมพลัส และ 20 เท่าแบบออปติคัล น้ำหนักเบา พกพาสะดวกได้ทุกทริป มี Wi-Fi และ GPS ในตัวกล้อง (เฉพาะรุ่น SX280HS)? เพื่อการแชร์ภาพสวยคมชัดจากกล้องดิจิตอลไปยังสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่กล้องดิจิตอลแคนนอน WiFi รุ่นอื่นๆ ได้ทันที

ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเซ็นเซอร์จับภาพแบบ CMOS ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล? ชิพประมวลผลอัจฉริยะ DIGIC 6 ใหม่ล่าสุดจากแคนนอน เพื่อระบบประมวลผลของกล้องที่รวดเร็วแม่นยำ เก็บรายละเอียดของภาพได้คมชัดสมจริงยิ่งขึ้นในทุกสภาวะแสง บันทึกไฟล์วิดีโอคมชัดระดับ Full HD ความเร็วสูงถึง 60 เฟรมต่อวินาที รวมทั้งสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 40 เมตรเมื่อใช้ร่วมกับเคสกันน้ำ WP-DC 49 (อุปกรณ์เสริม).

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

กสทช.ทุ่มงบ 40 ล.บาทจัดประมูล3จี ล้มสูตรN-1

กสทช.ทุ่มงบ 40 ล.บาทจัดประมูล3จี ล้มสูตรN-1

กสทช.ทุ่มงบ 30-40 ล.บาท จัดประมูล 3จี ไตรมาส3 ยกเลิกสูตร N-1 ยังไม่เคาะบริษัทจ้างจัด เปิดกว้างต่างชาติเข้าประมูล แขวะใครขวางการประมูลครั้งนี้เหมือนเป็นศัตรูของชาติ…

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการสำนักงานกิจการการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า หลังจาก กทค. ศึกษารูปแบบการจัดสรรคลื่นด้วยความรอบคอบแล้ว พบว่า ขณะนี้ กสทช.มีคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยรูปแบบของการประมูลเดิมได้มีการกำหนดให้ใบอนุญาตความถี่ตายตัวที่ 15 เมกะเฮิร์ตซต่อใบ หรือรวม 3 ใบอนุญาตเท่านั้น

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมการเปิดประมูลใบอนุญาตนั้น ที่ประชุมมีแนวทางการประมูลคลื่นความถี่ที่มีจำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยกำหนดแนวทางหลัก คือการเปิดให้ประมูลจำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ จะได้ 9 ช่อง จะทำให้เกิดการแข่งขัน และผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าร่วมประมูลได้ เพราะการใช้คลื่นเพียง 5 เมกะเฮิรตซ์ สามารถใช้บริการได้ แต่หากเอกชนรายใดต้องการ 10 เมกะเฮิรตซ์ ก็สามารถประมูลเป็น 2 ช่วง หรือโดยสรุป คือ กทค.จะแบ่งออกช่วงเล็กๆ และให้เกิดการแข่งขันให้จำนวนความต้องการมีความสมดุลกัน

คาดการณ์ว่า ปลายเดือน เม.ย. 2555 จะสามารถสรุปวิธีการประมูลให้ละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจะส่งวิธีการประมูลให้คณะทำงานได้คำนวณราคาเริ่มต้นการประมูล ว่าจะได้ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ที่จะต้องจ่ายให้ กสทช. ก่อนที่ กสทช. จะส่งต่อให้กระทรวงการคลังต่อไป

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า หลังจากประชุมคณะทำงานไปเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มั่นใจว่าจะมีการประมูล 3จี ไม่เกินไตรมาส 3/2555 นี้แน่นอน นอกจากนี้ ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเป็นคณะที่ปรึกษาอีกด้วย ซึ่งรูปแบบใหม่ที่ได้ศึกษาเพิ่มเติมที่แบ่งเป็นช่วงๆ นั้น อาจจะต้องเปิดประมูลหลายรอบ แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการรายเล็กเข้าแข่งขันได้ โดยจะก่อให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้นโดยไม่ต้องลดจำนวนใบอนุญาต

สำหรับวิธีการประมูลใบอนุญาตแบบเอ็นลบหนึ่ง (N-1) นั้น ที่ประชุมมีความเห็นว่าให้ยกเลิกวิธีดังกล่าว เพราะถือเป็นการกีดกันรายอื่นๆ ที่ต้องการเข้าร่วมประมูล สำหรับเงื่อนไขการให้บริการเช่าโครงข่ายเพื่อให้บริการ 3 จี หรือ เอ็มวีเอ็นโอ นั้น ก็ยังคงให้บริการได้ แต่เงื่อนไขการใช้ความจุโครงข่ายนั้น อาจต้องปรับเปลี่ยนตามความต้องการ จากเดิมกำหนดไว้ของความจุโครงข่าย

ทั้งนี้ การประมูลแบบ N-1 ไม่มีประสิทธิภาพในการประมูล จะไม่ได้ใช้และทั่วโลกก็ไม่ใช้วิธีนี้กัน ซึ่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช. เพราะกำหนดให้มีการแข่งขันอย่างเสรี และห้ามกีดกันการเข้าถึงการใช้คลื่น ที่ระบุไว้ว่าต้องเป็นธรรม

?ตอนนี้ มีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่า 3 ราย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้รายย่อยด้วย แต่ยังไม่มีความชัดเจน ถ้าต่างชาติจะเข้ามาก็ต้องทำตามขั้นตอนว่าด้วยเรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการ โดยคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 แน่นอน ตอนนี้ก็พยายามอุดช่องโหว่ทั้งหมด พร้อมระบุว่าหากใครขัดขวางการประมูลครั้งนี้ เหมือนเป็นศัตรูของชาติ ขณะที่งบประมาณในการประมูลครั้งนี้ ตั้งไว้ที่ประมาณ 30-40 ล้านบาท บอร์ด กทค.สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าบอร์ดใหญ่ กสทช. อายุยังคงอยู่ที่ 15 ปี ต่อ 1 ใบอนุญาต? พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

กรรมการ กสทช. กล่าวด้วยว่า จะให้คณะทำงานไปศึกษาว่าเมื่อเสร็จขั้นตอนการประมูล 3 จี นี้แล้ว กสทช.จะเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ต่อไปอย่างไร เนื่องจากคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์นั้น ถือว่าราคาไม่แพงเท่ากับคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ เพราะสามารถรองรับเทคโนโลยี 4 จี หรือสามารถนำไปให้บริการ 4 จีได้ จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลการประมูล 3 จีไปประกอบกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การประมูลใบ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบันบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กับบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ที่ถือคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ จะหมดสัญญาสัมปทานกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ในปี 2556 นี้ โดย กสทช.จะต้องนำมาจัดสรรและเปิดประมูลย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะต้องเปิดประมูลก่อนที่ใบอนุญาตจะ 6 เดือน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,