ตลาดซอฟต์แวร์ไทยปี 56 โตเกือบ 5 หมื่นล้าน

ตลาดซอฟต์แวร์ไทยปี 56 โตเกือบ 5 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ ทีดีอาร์ไอได้สำรวจตามฐานใหม่ ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการปรับปรุงการจัดหมวดหมู่กิจกรรมของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 985 บริษัท เป็น 1,705 บริษัท

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

เดลล์ ส่งพีซีออลอินวัน-โน้ตบุ๊กลงตลาด ส่งท้ายปี 56

เดลล์ ส่งพีซีออลอินวัน-โน้ตบุ๊กลงตลาด ส่งท้ายปี 56

เดลล์ เปิดตัว ออล-อิน-วัน พีซีรุ่นใหม่ Inspiron 23 บางเฉียบ คมชัด โดดเด่น งามสง่าทุกมุมมองด้วยจอทัชสกรีน Full HD 1080 ขนาด 23 นิ้่ว และโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ Inspiron 14R และ 15R ที่เน้นทั้งประสิทธิภาพการทำงาน และสนองความบันเทิงด้วยโปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ 4th Gen…

บริษัท เดลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว Inspiron 23 ออล-อิน-วัน พีซีรุ่นใหม่ที่บางที่สุด ด้วยหน้าจอขนาด 23 นิ้ว แต่บางเพียง 12 มม. ที่พร้อมเปิดประสบการณ์การใช้งาน ช่วยให้การทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ของทุกคนในบ้าน สนุก ไม่สะดุด กับระบบประมวลผลอันทรงประสิทธิภาพรุ่นล่าสุด ตระกูล อินเทล คอร์ 4th Gen โดดเด่นด้วยการออกแบบแนว Ultra Slim ประหยัดเนื้อที่ในการวางหน้าจอสัมผัสแบบ Full HD 1080 รองรับการสัมผัสแบบ Multi Touchscreen 10 จุด มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 8 ฮาร์ดไดรฟ์แบบไฮบริด ทั้งนี้ ตัวจอยังสามารถพับ เอียง หรือทำให้แบนราบกับพื้น กลมกลืนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสำนักงานหรือห้องนั่งเล่นที่บ้าน ทั้งทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง

นอกจากนี้ เดลล์ ยังเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ Inspiron 14R และ 15R ที่เน้นการออกแบบบางและเรียบหรู ที่มากับขุมพลังโปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ 4th Gen และด้วยวัสดุ Brushed Aluminum ใช้งานง่ายด้วยฟังก์ชั่น Touch screen (Optional) กับระบบปฏิบัติการ Windows 8 พร้อมด้วยการ์ดจอที่สามารถทำงานกราฟฟิก เล่นเกม 3D หรือดูภาพยนตร์ได้อย่างราบรื่น คมชัด กับระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และความคล่องตัวสำหรับผู้ใช้งานด้วย USB PowerShare ที่ช่วยชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ในขณะที่เครื่อง sleep อยู่ได้ เพิ่มความเร็วการทำงานของซีพียูขึ้นได้ ด้วยฟีเจอร์ อินเทล เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี เทคโนโลยีที่จะช่วยให้ทำงานได้อย่างไม่มีสะดุด และเต็มอิ่มทุกความบันเทิงด้วยจอแสดงผลระดับ High Definition พลังเสียงระบบ Waves Maxx Audios ที่ให้คุณภาพเสียงคมชัดในทุกรูปแบบ พร้อมรับส่งข้อมูลแบบ High Speed Bluetooth 4.0 ใหม่ล่าสุดที่ช่วยในการเชื่อมต่ออย่างอิสระที่เร็วที่สุด และแบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 7 ชั่วโมง สามารถใช้งานหลากหลายได้อย่างลงตัว จากแค่นักดูหนัง ฟังเพลง ก็สามารถครีเอตผลงานด้วยตนเองได้ พร้อมรับประกันซ่อมตรงถึงที่ ในอีก 1 วันทำการ สูงสุด 2 ปีเต็ม.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

เอซุสจับมืออินเทลจัดแคมเปญดันตลาดแฟบเล็ตส่งท้ายปี 56

เอซุสจับมืออินเทลจัดแคมเปญดันตลาดแฟบเล็ตส่งท้ายปี 56

เอซุส จับมือ อินเทล จัดแคมเปญ ‘Fonepad is Calling’ หวังกระตุ้นให้คนทั่วโลกหันมาสนใจอุปกรณ์ “แฟบเล็ต” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้สื่อออนไลน์ วิดีโอ ให้คนเข้าใจว่าอุปกรณ์ชนิดนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาอย่างไร…

เอซุส (ASUS) และ อินเทล (Intel) ประกาศความร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์แคมเปญสุดพิเศษ ภายใต้ชื่อ ?Fonepad is Calling? เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วโลกหันมาสนใจอุปกรณ์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง ?แฟบเล็ต? (Phablet) หรือ สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น โดยแคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้และตลอดทั้งเดือน ธ.ค.2556 โดยวัตถุประสงค์ของแคมเปญคือ การกระตุ้นตลาดให้ตระหนักถึงการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ และเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำของตลาดเช่นกัน นอกจากนี้แคมเปญจะช่วยสนับสนุนและกระตุ้นการทำตลาดของเป็นแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รุ่นใหม่แบบ 3G? ที่มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับโทรศัพท์ อย่าง ASUS Fonepad Note 6 และ ASUS Fonepad 7 โดยทั้ง 2 รุ่น ใช้หน่วยประมวลผลของ Intel ซึ่ง Fonepad Note 6 ใช้หน่วยประมวลผลรุ่น Intel Atom processor Z2580 และ Fonepad 7 ใช้ Intel Atom processor Z2560

นานมาร์ค ชู ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แท็บเล็ต บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แฟบเล็ต คือ การผสมผสานกันระหว่างคำว่า ?Phone? ที่หมายถึง ?โทรศัพท์? และ ?แท็บเล็ต? (Tablet) เข้าไว้ด้วยกัน เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการทำงานของสมาร์ทโฟน (Smartphone) กับหน้าจอที่มีขนาด 5 นิ้ว หรือมากกว่า คาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงเทศกาลส่งความสุขที่จะถึงนี้ จากแนวคิดและปรัชญาในการออกแบบของเอซุส เริ่มต้นจากความคิดที่ว่า เทคโนโลยีจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่คนต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตตามเทคโนโลยี และเอซุสเป็นบริษัทแรกที่เปิดตัว Phablet หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ออกสู่ตลาดทั่วโลก

?แฟบเล็ต ยังคงเป็นของใหม่อยู่ ดังนั้นยังมีโอกาสที่จะกระตุ้นให้คนทั่วโลกหันมาสนใจ และเพื่อตอบคำถามที่คาใจผู้บริโภคอีกหลาย ๆ คำถาม อาทิ นี่คืออุปกรณ์ที่รวบรวมทุกอย่างที่เราต้องการจริงหรือ มันไม่ใหญ่ไปหน่อยหรือ หรือจริง ๆ แล้วผมจะซื้อโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตกันแน่ และเพื่อเป็นการไขความกระจ่างให้กับผู้คนนับล้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความมั่นใจว่าแคมเปญ ?Fonepad is Calling? คือความบันเทิง การเข้าถึงกลุ่มในสังคม ด้วยช่องทางที่มีอยู่มากมาย เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องสนุก ที่เราจะได้เห็นการพูดคุยของผู้คนเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา? ผจก.ผลิตภัณฑ์แท็บเล็ต บริษัท เอซุสเทคฯ กล่าว

ด้าน นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการที่มีหน่วยประมวลผล อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด อยู่ภายในเครื่อง ทำให้ ASUS Fonepad Note 6 และ ASUS Fonepad 7 นำเสนอความน่าตื่นตาตื่นใจของการผสมผสานระหว่างโทรศัพท์กับแท็บเล็ตอยู่ในเครื่องเดียวกัน? และเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในการเข้าถึง Social Media, เล่มเกม และฟังเพลง มากกว่าการใช้โทรศัพท์ทั่วไป เราเชื่อว่าผู้ใช้จะเล็งเห็นคุณค่าของนวัตกรรมชิ้นนี้ได้ง่ายและชัดเจนขึ้นผ่านทางแคมเปญ ?Fonepad is Calling? ที่ถูกส่งออกไป

Fonepad ถือเป็นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาด Phablet ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกในช่วงระหว่างการจัดงาน IFA ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2556 ที่ผ่านมา แคมเปญ ?Fonepad is Calling? ถือเป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องและยาวนานระหว่าง Intel กับ ASUS หัวใจหลักของแคมเปญคือ การใช้สื่อ ?ออนไลน์ วิดีโอ? (Online Video) เป็นเครื่องมือในการให้ความรู้และกระตุ้นให้ผู้ใช้เข้าใจว่า Fonepad เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาอย่างไร โดยโฟนแพด (Fonepad) คือการผสมผสานอย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ ระหว่างแท็บแล็ต (Tablet) กับ สมาร์ทโฟน (Smartphone) ทำให้ลงตัวทุกรูปแบบการใช้งาน และกลมกลืนสอดประสานอย่างลงตัวกับทุกรูปแบบการดำเนินชีวิต

สำหรับ แคมเปญ ดังกล่าวยังบ่งบอกถึงคุณสมบัติการใช้งานที่ครอบคลุมทุกอายุและทุกอาชีพ มีความพิเศษเกี่ยวกับการรับโทรศัพท์ ที่นอกเหนือจากการใช้งานแบบแท็บเล็ตทั่ว ๆ ไป เอื้อประโยชน์ในการใช้งานที่ง่ายและหลากหลาย สามารถครอบคลุมความต้องการของคนในวงกว้าง ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิดไปจนถึงคุณยายชาวจีน แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในด้านคุณสมบัติของการใช้งานที่สูงขึ้น ความสามารถในการแสดงภาพผ่านออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนนับล้านที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยวิดีโอแคมเปญของ ?Fonepad is Calling? และอุปกรณ์ที่รองรับกับการใช้งาน สามารถหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ ? http://eee.asus.com/event/fonepad/th/ และ? https://www.youtube.com/watch?v=N1nJ2qaxhhk.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

คาดตลาดซอฟต์แวร์ไทยปี 56 มูลค่าแตะ 40,000 ล้าน

ซิป้า แถลงผลสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทย คาดโตร้อยละ 22 ในปีนี้ และคาดการณ์ปี 57 ยังโตต่อเนื่อง เร่งสร้างบุคลากรรองรับความต้องการตลาด…

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แถลงผลสำรวจมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของประเทศไทยประจำปี 2555/2556 และประมาณการปี 2557 (ICT Market 2012/2013& Outlook 2014) โดย นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการ ซิป้า เปิดเผยว่า ในปีนี้ ซิป้าได้ทำการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ ร่วมกับ ทีดีอาร์ไอ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งได้มีการปรับปรุงวิธีการศึกษา ขอบเขตการศึกษา และกรอบนิยามในตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวให้มีความชัดเจนและถูกต้องมากขึ้น เพื่อผลการสำรวจที่น่าเชื่อถือซึ่งภาคเอกชนและภาครัฐสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดจนได้มีการสำรวจบุคลากรด้านซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ภายในองค์กรเป็นปีแรกอีกด้วย

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงผลการสำรวจว่า ในปี 2555 ภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยมีมูลค่าการผลิตเฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 31,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ราวร้อยละ 24 โดยจำแนกเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีมูลค่าการผลิต 5,877 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 24.7 และบริการซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าการผลิต 26,102 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 23.9 ขณะที่ซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว มีมูลค่าการผลิต 4,218 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 5.4

ส่วนในปี 2556 มีการประมาณการเบื้องต้นว่า ตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยจะมีมูลค่าการผลิตในประเทศไทยกว่า 39,096 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 22.2 โดยจำแนกเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีมูลค่าการผลิตประมาณ 7,962 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 35.5 และบริการซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าการผลิตประมาณ 31,134 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 19.3

ทั้งนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตในช่วงหลังจะชะลอตัวลง แต่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยนอกจากการผลิตเพื่อจำหน่ายแล้ว พบว่าในปี 2555 มีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้ภายในองค์กรอีกอย่างน้อย 686.3 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 12 สำหรับตลาดซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวนั้นมีมูลค่าการผลิต 4,886.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 15.9 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

สำหรับมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในปี 2557 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 44,026 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณร้อยละ 12.6 และสำหรับตลาดซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,864 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณร้อยละ 20

ด้านการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ ประเทศไทยยังคงมีการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไม่มากนัก โดยในปี 2555 มูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยอยู่ที่ 817 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 2.6 ของมูลค่าการผลิตและบริการซอฟต์แวร์ทั้งหมด โดยจำแนกเป็นมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 242 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกบริการซอฟต์แวร์ 575 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการส่งออกซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวค่อนข้างมาก โดยในปี 2555 มีมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว 1,742 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.3 ของมูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญในการขยายตัวของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว คือปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพในทุกแขนง.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ซินเน็คมั่นใจตลาดไอทีครึ่งปีหลัง 56 กำไรยังสวย

ซินเน็คมั่นใจตลาดไอทีครึ่งปีหลัง 56 กำไรยังสวย

แม่ทัพใหญ่ บมจ.ซินเน็คฯ เผยครึ่งปีหลังกำไรสุทธิยังไปได้สวย เบื้องต้นคาดกำไรดีกว่าครึ่งปีหลังของปีก่อนได้เหตุสินค้าสมาร์ทโฟนสร้างยอดขายเพิ่ม อีกทั้งการเน้นขายสินค้ากำไรสูง ขณะที่ ภาพรวมตลาดไอทีปีนี้อาจจะต้องรอดูในไตรมาสสุดท้ายว่าจะมีอะไรบูมขึ้นมาบ้าง…

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการเติบโตของธุรกิจในครึ่งหลังปี 2556 ว่า มีแนวโน้มเติบโตในทิศทาง ที่ดีขึ้นจากครึ่งปีแรกโดยประเมินว่าครึ่งปีหลังกำไรสุทธิจะมากกว่าช่วง เดียวกันของปีก่อนเนื่องจากยอดขายของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสินค้าที่รองรับการมีโครงข่าย 3 G ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เน้นขายสินค้าที่มีกำไรสูง และการบริหารจัดการดีเพื่อลดต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ โดยทั้งปี 2556 คาดว่ารายได้ กำไร จะเติบโตอย่างน้อย 5 % พร้อมกันนี้เชื่อมั่นว่าซินเน็คฯ ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง ซึ่งปีนี้คาดว่าอัตราการจ่ายปันผลจะอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 5 ได้แน่นอน

ซีอีโอ บ.ซินเน็คฯ กล่าวถึงภาพรวมตลาดไอทีปีนี้ว่า อาจจะต้องรอดูในไตรมาสสุดท้ายว่าจะมีอะไรขึ้นมาบ้าง จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไอทีชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ กำลังซื้อลดลงโดยเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะเน้นการบริหารจัดการที่ดี และยังมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง จากการที่ค่ายมือถือออกโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเร่งเปลี่ยนเครือข่ายจาก 2G เป็น 3G ในปีนี้นั้น จะสร้างความคึกคักให้กับตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น รวมทั้งคาดว่ายอดขายกลุ่มลูกค้าองค์กรของบริษัทฯ จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีก สนับสนุนผลงานปีนี้ให้มีแนวโน้มเติบโตที่ดีใกล้เคียงปีที่ผ่านมาได้

นายสุพันธุ์ กล่าวต่อว่า การขยายตลาดในประเทศพม่าของบริษัทฯ มีทิศทางเติบโตขึ้น โดยเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนเข้ามาแล้ว โดยคาดว่าปีนี้จะมียอดขายจากพม่าราว 300 ล้านบาท และจะพยายามรุกตลาดพม่ามากยิ่งขึ้นอีก เนื่องจากมองว่าภาพรวมตลาดไอทีในพม่ายังมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทฯ ในการสร้างฐานให้แข็งแกร่ง อีกทั้ง ยังให้ความสนใจการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อีก โดยปี 2557 คาดว่าจะมียอดขายในประเทศเขมรด้วย ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายขยายธุรกิจไปยังประเทศในแถบอินโดจีนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558

“ตลาดพม่าเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากก่อนหน้านี้ ส่งพนักงานไปประจำสาขาในพม่าเพื่อทำการบุกตลาด ซึ่งปัจจุบันเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนเข้ามาบ้างแล้ว และยังมองว่า ประเทศเพื่อนบ้านอื่นยังน่าสนใจ ซึ่งบริษัทฯ จะพยายามเน้นการขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มขยายไปยังเขมร เพิ่มจัดหาพนักงาน มองว่าปีหน้าจะเห็นยอดขายจากเขมรเพิ่มเข้ามาด้วย” ซีอีโอ บ.ซินเน็คฯ กล่าว

นายสุพันธุ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลงานบริษัทฯ ยังมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ทีมคณะผู้บริหาร และทีมงานทุกฝ่ายยังคงเร่งทำงานและบริหารจัดการอย่างเต็มที่ แม้สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ที่ค่อนข้างผันผวนนั้น แต่เชื่อว่าผลประกอบการที่มีการเติบโตที่ดี มีความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีนโยบายการจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอทุกปี จะทำให้นักลงทุนมั่นใจในบริษัทฯได้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ซินเน็คมั่นใจตลาดไอทีครึ่งปีหลัง 56 กำไรยังสวย

ซินเน็คมั่นใจตลาดไอทีครึ่งปีหลัง 56 กำไรยังสวย

แม่ทัพใหญ่ บมจ.ซินเน็คฯ เผยครึ่งปีหลังกำไรสุทธิยังไปได้สวย เบื้องต้นคาดกำไรดีกว่าครึ่งปีหลังของปีก่อนได้เหตุสินค้าสมาร์ทโฟนสร้างยอดขายเพิ่ม อีกทั้งการเน้นขายสินค้ากำไรสูง ขณะที่ ภาพรวมตลาดไอทีปีนี้อาจจะต้องรอดูในไตรมาสสุดท้ายว่าจะมีอะไรบูมขึ้นมาบ้าง…

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการเติบโตของธุรกิจในครึ่งหลังปี 2556 ว่า มีแนวโน้มเติบโตในทิศทาง ที่ดีขึ้นจากครึ่งปีแรกโดยประเมินว่าครึ่งปีหลังกำไรสุทธิจะมากกว่าช่วง เดียวกันของปีก่อนเนื่องจากยอดขายของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสินค้าที่รองรับการมีโครงข่าย 3 G ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เน้นขายสินค้าที่มีกำไรสูง และการบริหารจัดการดีเพื่อลดต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ โดยทั้งปี 2556 คาดว่ารายได้ กำไร จะเติบโตอย่างน้อย 5 % พร้อมกันนี้เชื่อมั่นว่าซินเน็คฯ ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง ซึ่งปีนี้คาดว่าอัตราการจ่ายปันผลจะอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 5 ได้แน่นอน

ซีอีโอ บ.ซินเน็คฯ กล่าวถึงภาพรวมตลาดไอทีปีนี้ว่า อาจจะต้องรอดูในไตรมาสสุดท้ายว่าจะมีอะไรขึ้นมาบ้าง จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไอทีชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ กำลังซื้อลดลงโดยเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะเน้นการบริหารจัดการที่ดี และยังมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง จากการที่ค่ายมือถือออกโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเร่งเปลี่ยนเครือข่ายจาก 2G เป็น 3G ในปีนี้นั้น จะสร้างความคึกคักให้กับตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น รวมทั้งคาดว่ายอดขายกลุ่มลูกค้าองค์กรของบริษัทฯ จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีก สนับสนุนผลงานปีนี้ให้มีแนวโน้มเติบโตที่ดีใกล้เคียงปีที่ผ่านมาได้

นายสุพันธุ์ กล่าวต่อว่า การขยายตลาดในประเทศพม่าของบริษัทฯ มีทิศทางเติบโตขึ้น โดยเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนเข้ามาแล้ว โดยคาดว่าปีนี้จะมียอดขายจากพม่าราว 300 ล้านบาท และจะพยายามรุกตลาดพม่ามากยิ่งขึ้นอีก เนื่องจากมองว่าภาพรวมตลาดไอทีในพม่ายังมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทฯ ในการสร้างฐานให้แข็งแกร่ง อีกทั้ง ยังให้ความสนใจการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อีก โดยปี 2557 คาดว่าจะมียอดขายในประเทศเขมรด้วย ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายขยายธุรกิจไปยังประเทศในแถบอินโดจีนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558

“ตลาดพม่าเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากก่อนหน้านี้ ส่งพนักงานไปประจำสาขาในพม่าเพื่อทำการบุกตลาด ซึ่งปัจจุบันเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนเข้ามาบ้างแล้ว และยังมองว่า ประเทศเพื่อนบ้านอื่นยังน่าสนใจ ซึ่งบริษัทฯ จะพยายามเน้นการขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มขยายไปยังเขมร เพิ่มจัดหาพนักงาน มองว่าปีหน้าจะเห็นยอดขายจากเขมรเพิ่มเข้ามาด้วย” ซีอีโอ บ.ซินเน็คฯ กล่าว

นายสุพันธุ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลงานบริษัทฯ ยังมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ทีมคณะผู้บริหาร และทีมงานทุกฝ่ายยังคงเร่งทำงานและบริหารจัดการอย่างเต็มที่ แม้สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ที่ค่อนข้างผันผวนนั้น แต่เชื่อว่าผลประกอบการที่มีการเติบโตที่ดี มีความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีนโยบายการจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอทุกปี จะทำให้นักลงทุนมั่นใจในบริษัทฯได้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘เพลย์พาร์ค’จับมือ’กิ๊กกาไบท์’ จัดงานแข่งเกมออนไลน์ครั้งใหญ่ในปี 56

'เพลย์พาร์ค'จับมือ'กิ๊กกาไบท์' จัดงานแข่งเกมออนไลน์ครั้งใหญ่ในปี 56

“เพลย์พาร์ค” ร่วมกับค่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กิ๊กกาไบท์ จัดงานมหกรรมเกมออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ‘Play Park Fan Fest 2013 by Gigabyte’ ภายใต้แนวคิด ‘Show your spirit’ ปลุกพลังฮีโร่ในตัวคุณ กับเกมออนไลน์สุดฮิต อย่าง Dragon Nest และ Ragnarok…

เว็บไซต์เพลย์พาร์ค (Play Park) ร่วมกับค่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กิ๊กกาไบท์ (Gigabyte) ประกาศความร่วมมือในการจัดงานมหกรรมเกมออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ?Play Park Fan Fest 2013 by Gigabyte? ภายใต้แนวคิด ?Show your spirit?? ปลุกพลังฮีโร่ในตัวคุณ งานนี้ถือเป็นการรวมตัวของกลุ่มเกมเมอร์ขนาดใหญ่งานหนึ่งแห่งปี เพื่อแข่งขันชิงความเป็นที่สุดของเกมออนไลน์ในระดับประเทศ และเฟ้นหาตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก อย่าง Dragon Nest World Championship (DWC ) 2013? และ Ragnarok World Championship (RWC) 2013 ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ

การจัดงานในครั้งนี้ยกระดับความมันส์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ด้วยการนำเอางานใหญ่ของเกมรูปแบบ MMORPG อย่างงาน Asiasoft All Star Battle (ASBT) ผนวกเข้ากับงาน PlayPark Fan Fest (FFPP) ของเกมรูปแบบ Casual เข้าไว้ในงานเดียวกัน ภายใต้ชื่อ ?Play Park Fan Fest 2013 by Gigabyte? ที่ในครั้งนี้ความยิ่งใหญ่ จะไม่ใช่เพียงการแข่งขันที่ดุเดือดเพียงอย่างเดียว แต่เสริมทัพความสนุก ความบันเทิงมากมาย ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

จุดเด่นของงาน ?Play Park Fan Fest 2013 by Gigabyte? ในปีนี้คือ การแข่งขันที่ร้อนระอุเต็มพิกัด ด้วยการระเบิดศึกค้นหาสุดยอดแชมป์ระดับประเทศ ของเกมสุดยอดดังทั้งประเภท MMORPG และ Casual ทั้ง 8 เกม ได้แก่ Dragon Nest, Ragnarok, Granado Espada, Yulgang, Cabal, Lostsaga, Audition และ Giga Salve และที่สุดของ Highlight อยู่ที่เกม Ragnarok และ Dragon Nest ซึ่งผู้ชนะจากการแข่งขัน RTC 2013 The legend of game online และ DWC 2013 The legend of game onlineในครั้งนี้ จะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงชัยแชมป์ระดับโลกอีกด้วย ในงาน Ragnarok World Championship (RWC) 2013 ที่ประเทศญี่ปุ่น และ Dragon Nest World Championship ?(DWC ) 2013 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ มีการเปิดให้ทดสอบก่อนใคร กับเกมฟอร์มยักษ์ระดับโลก อย่าง DC Universe Online (DCUO) และ Phantasy Star Online 2 (PSO2) ซึ่งเป็นการเปิดให้ทดสอบครั้งแรกในเมืองไทย รวมถึงเกมใหม่ภาคสองของเกมระดับตำนานอย่าง Ragnarok 2, Yulgang 2, Cabal 2, Audition 2, รวมถึงสุดยอดเกมผู้จัดการออนไลน์ อย่าง FCManager และเป็นครั้งแรกที่จะได้สัมผัสกับสุดยอด Hard core MMORPG เกม Exorcist เกมที่มีระบบสมบูรณ์แบบที่สุดที่เกมเมอร์รอคอย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘เจมาร์ท’ จัดโมบายโชว์หวังเรียกยอดขายครึ่งหลังปี 56

'เจมาร์ท' จัดโมบายโชว์หวังเรียกยอดขายครึ่งหลังปี 56

เจมาร์ท เทงบจัดงาน “เจมาร์ท?โมบาย โชว์ 2013″ ยกขบวนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมเรียกความสนใจลูกค้า หวังสร้างแรงซื้อให้ตลาดช่วง 6 เดือนหลังของปี เผยไฮไลต์มือถือ?2 รุ่นใหม่จากหัวเหว่ย ขายครั้งแรกในงาน…

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริม เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท จัดงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ 2013 เพื่อกระตุ้นยอดขายตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยรวบรวมเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมใหม่ล่าสุด รองรับความต้องการใช้งานที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 30 บริษัทจัดโปรโมชั่นพิเศษมากมาย และคาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในงานกว่า 65 ล้านบาท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจมาร์ท กล่าวว่า ในงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ ครั้งนี้ยังเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจมาร์ทและหัวเหว่ยที่เปิดตัวโทรศัพท์มือถือ 2 รุ่นใหม่จากหัวเหว่ย พร้อมวางจำหน่ายในงานนี้เป็นแห่งแรก ได้แก่ 1.รุ่นAscend P6 มือถือบางที่สุดของโลก บางเพียง 6.18 มิลลิเมตร หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียดแบบ HD กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล สามารถจับภาพมาโครในระยะใกล้เพียง?4 ซม. ตัวเครื่องเป็นเมทัลลิก และ 2.รุ่นAscend Mate หน้าจอสัมผัสกว้าง 6.1 นิ้ว ปกป้องหน้าจอด้วยกระจก Corning Gorilla Glass พร้อมกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังได้เปิดเวทีประกวดมิสโมบาย 2013 (Jaymart Miss Mobile 2013) รอบตัดสินอีก 15 คนสุดท้าย ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เพื่อเฟ้นหาสาวสวยที่มีความโดดเด่นด้านบุคลิกภาพ มีความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และโทรศัพท์มือถือ ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 บาท ในการรับหน้าที่ประชาสัมพันธ์พิเศษให้กับทางบริษัทเป็นระยะเวลา 1 ปี

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการจัดงาน เจมาร์ท โมบาย โชว์ 2013 แต่ละครั้ง ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้รายได้รวมของเจมาร์ทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 40% หรือมีรายได้ถึง?11,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี ส่วนแนวโน้มภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตช่วงครึ่งปีหลังนั้นยังเป็นไปในทิศทางทีดีและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดให้บริการ 3 จี?บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ส่งผลให้ผู้ผลิตโทรศัพท์หลากหลายแบรนด์ต่างพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถรองรับเทคโนโลยี 3 จี ออกมาหลากหลายรุ่น อีกทั้งผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ยังหันมาสร้างแบรนด์ของตนเอง โดยจะเห็นการแข่งขันดุเดือดมากขึ้นทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและราคาที่ลดลง สำหรับมือถือเจโฟน ของเจมาร์ทนั้น ช่วงครึ่งปีหลังจะออกรุ่นใหม่ที่รองรับ 3จี?ประมาณ 10 รุ่น โดยจะมีระดับราคาตั้งแต่ 4,900-9,900 บาท โดยเรามั่นใจว่าเจโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือที่ตอบสนองทุกการใช้งานได้ และยังรองรับความต้องการของตลาดโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์?ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ งานเจมาร์ท โมบาย โชว์ 2013 จะจัดถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ช้ำ ?กสท? รู้ซึ้งปี 56 ขาดทุนนับพันล้านบาท

รมว.ไอซีที เผยหลังหมดสัญญาสัมปทาน ก.ย.56 นี้ กสท ขาดทุนนำร่อง 1 พันล้านบาท ติงแผนขยายโครงข่าย 3จี และโครงข่ายไฟเบอร์ 2.9 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดเจน…

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า สถานะรายได้ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT สิ้นปี 2556 มีความเป็นไปได้สูงที่จะขาดทุนเบื้องต้น 1,000 ล้านบาท เนื่องจากโครงการขยายบริการโครงข่าย 3 จี และการลงทุนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ รวมมูลค่า 2.9 หมื่นล้านบาทยังไม่มีความชัดเจน

รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า โครงการข้างต้น ถือเป็นธุรกิจที่จะมาทดแทน เพื่อสร้างรายได้ให้กับ กสท หลังจากสัมปทานของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.2556 แต่ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ซึ่งหากไม่ได้รับความเห็นจากกฤษฎีกา ไอซีทีจะไม่นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แน่นอน

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการขยายโครงข่าย 3จี มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นการดำเนินการต่อเนื่องหลังจากที่ กสท ได้ร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการ 3 จีทรูมูฟเอช ซึ่งทางกฤษฎีกาต้องตีความว่า สัญญาที่ร่วมกันนั้นเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) หรือไม่ เนื่องจากมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท และหากเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน ก็ต้องนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนแผนการขยายขอถือครองคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ออกไปอีก 1 ปี เพราะยืนยันว่า กสท มีสิทธิ์ในคลื่นความถี่ดังกล่าว และควรเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้รายใดมาทำหน้าที่ดูแลลูกค้าหลังสัมปทานสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ก่อนสิ้นสุดสัมปทาน กสท เคยประเมินความเสี่ยงเรื่องรายได้ พบว่าจะขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ 2557-2561 สูงถึง 5,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากสัมปทาน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้รวมที่ 5 หมื่นล้านบาท

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ทีโอที ออกแพ็กเกจไอพีทีวีใหม่เพิ่มเป็น 56 ช่อง

ทีโอที ออกแพ็กเกจไอพีทีวีใหม่เพิ่มเป็น 56 ช่อง

TOT IPTV?เพิ่มแพ็กเกจใหม่ตอกย้ำภาพผู้นำ?IPTV?หลังเปิดตัวไปเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับกระแสตอบรับด้วยดีเกินคาด ส่งเป้าเดือนแรกสูงขึ้นกว่า 100?% จนพาร์ตเนอร์จากอเมริกาสั่งเพิ่ม?Package Choice L?อภิมหาความบันเทิง ด้วยช่องรายการพรีเมียมกว่า?56?ช่อง…

นางสาวจันทนา เตชะศิรินุกูล? ?ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)?เปิดเผยว่าปัจจุบัน ทีโอที มียอดลูกค้าไฮสปีดอินเทอร์เน็ตอยู่ 1.4 ล้านราย คิดเป็น 30% ของตลาดรวม และตั้งเป้ายอดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (IPTV)?TOT iptvภายในปีแรกไว้ที่ 2-2.5 แสนราย ?เน้นทำแพ็กเกจขายพ่วงบริการและตั้งราคาให้ถูกกว่าการแยกซื้อ เช่น โทรศัพท์พื้นฐานกับบรอดแบนด์ หรือ WIFI 3G ทีโอที หรือ IPTV ซึ่งการให้บริการแบบไฮสปีดอินเทอร์เน็ตปัจจุบันมียอดลูกค้าไหลออกประมาณ 1% เมื่อมีการผูกโปรโมชั่นการให้บริการแบบนี้ จะทำให้การไหลออกลดลง มีโอกาสเพิ่มผู้ใช้เป็น 2 ล้านราย ภายในปีนี้ได้ตามเป้า และถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับผลักดัน โครงการ สมาร์ทไทยแลนด์ ที่ต้องมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 80% ภายในปี 2560

ผช.กจญ.สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ทีโอที กล่าวต่อว่า หลังวางจำหน่าย กล่องรับสัญญาณทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (IPTV)?TOT iptvทางศูนย์บริการทีโอทีได้ระยะหนึ่ง ผลตอบรับดีเกินคาดมียอดโตกว่าสองเท่าตัวภายในเดือนแรก ทำให้พาร์ตเนอร์จากอเมริกาต้องเพิ่ม Package ใหม่เสริมทัพรองรับความต้องการลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว?Package Choice L?ช่อง Premium กว่า 56 ช่อง? มีรายการในรูปแบบ HD รวมสูงสุดถึงกว่า 32 ด้วยค่าสมาชิกเพียงเดือนละ?1,300 บาท??โดยมีรายการชั้นนำ อาทิ?ช่อง Warner Bros TV ที่เป็นแหล่งของสุดยอดภาพยนตร์ชั้นนำจาก Hollywood ช่อง Sony Entertainment Television?? ที่เป็นรายการอันน่าเร้าใจและตื่นเต้น ที่มาพร้อมกับความแสบซ่ากวนๆ?ลํ้านําสมัย?

นางสาวจันทนา กล่าวอีกว่า ช่อง Nick Jr?เครือข่ายโทรทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาของเด็กก่อนวัยเรียน?, ช่อง MTV China??สารพันความบันเทิงจีน รวมถึงรับฟังเพลงใหม่ล่าสุดจากประเทศจีน ประเทศไต้หวัน ประเทศฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และ สหราชอาณาจักร,?ช่อง?MTV Live HD?รายการเกี่ยวกับดนตรีและความบันเทิงทุกรูปแบบ,?ช่อง?JimJam รายการเกี่ยวกับเด็กก่อนวัยเรียน เหมาะกับการเลี้ยงดูลูก เพิ่มแรงกระตุ้น ให้ความสนุกปลอดภัยสำหรับเด็กน้อย, ช่อง?CCTV 4?สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเนื้อหาหลากหลาย,ช่อง?CCTV Documentary?ช่องสารคดีช่องแรกของจีนภาคภาษาอังกฤษ?, ช่อง Cartoonito เนื้อหาเหมาะกับผู้ชมวัยเด็กและพ่อแม่ มีรายการกระตุ้นผู้ชมช่วยเพิ่มการสร้างจินตนาการของเด็กๆ , ช่อง?CCTV News?ช่องข่าวของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน?ภาษาอังกฤษถ่ายทอดข่าวสาร รายงานเจาะลึก และช่องอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับ?Package?เดิมที่มีการคิดค่าบริการรับชม มี?2 Package?คือ??Choice S 18?ช่องพรีเมียม ด้วยค่าบริการ?290?บาท ต่อเดือน มีช่องเด่นๆ อาทิ?Biography Channel?ช่องสารคดีชีวิตหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับบุคคลต่างๆ รวมไปถึงผู้มีชื่อเสียงมากมาย หรือช่อง?SyFy?ซึ่งเป็น ซีรีส์และภาพยนตร์อันเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ หรือแม้แต่ช่องอันน่าตื่นเต้นอย่างช่อง?Crime and Investigation?หรือ?NAT GeoAdventure?และ?Choice M 74?ช่องพื้นฐาน และ?32?ช่องพรีเมียม ค่าใช้จ่าย?580?บาท ต่อเดือน เพิ่มเติมช่องความบันเทิงที่ไม่มีที่ใดมาก่อน อย่าง?Thrill?หรือ?Star?เป็นต้น

ด้าน นายทินกร เทียนประทุม??ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มี เทเลวิชั่น จำกัด (MeTV) กล่าวว่า ปัจจุบัน?TOT IPTV?มีช่องพื้นฐานจำนวน 74 ช่อง เป็นระบบ?SD 65?ช่อง และเป็นระบบ?HD?9 ช่อง มีรายการเด่นอย่างฟุตบอลลาลีกาจากสเปนสดทุกนัดในระบบ?HD?ที่สมาชิกทุกคนสามารถรับชมได้ฟรี และสำหรับช่องพรีเมียมที่ต้องมีการชำระค่าบริการเพิ่มเติมนั้น มีเนื้อหาจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น?Fox,?Disney, Channel V?,Universal,?Syfy,Nat Geo,?MTV,?KidsCo,?ZeeTV คุณสมบัติเด่นของกล่อง?MeTV?ที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดขณะนี้ก็คือ ผู้ชมสามารถเลือกชมรายการย้อนหลังได้ถึง?3?วันเต็ม ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้บริการหรือต้องจัดซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆ ทำให้ไม่พลาดการรับชมรายการโปรด

ผู้จัดการทั่วไป บริษัทมี เทเลวิชั่นฯ กล่าวต่อว่า? อีกทั้งยังสามารถใช้บริการภาพยนต์ตามสั่ง (Video On Demand)?เพื่อเลือกชมภาพยนต์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบรับชมฟรี แบบเหมาจ่ายรายเดือน หรือแบบจ่ายเงินเพื่อรับชม โดยมีภาพยนตร์ทั้งหมดกว่า?400?เรื่อง และเพิ่มเติมขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กล่องรับสัญญาณทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต (IPTV)?ความเร็วสูง เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ในการรับชม เพียงมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของทีโอที (TOT) ตั้งแต่ 6M??ขึ้นไปพร้อม กล่อง?Set Top Box?และเชื่อมต่อสายสัญญาณภาพและเสียงเข้ากับทีวีก็จะสามารถรับชมรายการได้ทันที โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณภาพภายนอกใดๆ กล่องซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ?Android 4.0?จึงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอพพลิเคชั่นภายนอกผ่าน?AppStore?ของเครื่องเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Angrybird, Twitter, Gmail?หรือ?Facebook?ได้ทันที?

กล่องรับสัญญาณฯ ยังมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ผ่านช่องเชื่อมต่อแบบ?USB?ไม่ว่าจะเป็น?Mouse, Keyboard?หรือแม้แต่สื่อบันทึกข้อมูลทั้ง ทรัมป์ไดร์ฟ ฮาร์ดดิสก์พกพา สามารถเล่นภาพยนตร์และเพลงได้เช่นเดียวกับ?Media Player?ทั่วไปในท้องตลาด ?และเพื่อตอกย้ำแนวคิด MeTVดูได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้ใช้งานของ MeTV จึงสามารถใช้?login/password?ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องไปใช้กับช่องทางอื่นได้อีก?3?ช่องทางคือผ่านทางเว็บไซต์?www.totiptv.com??และผ่านทาง?Application?ใน?iPad?และ?iPhone?ได้ด้วย

ผู้สมัครและใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของ?TOT?ตั้งแต่วันนี้ ? 31 ธันวาคม 2556 รับฟรีกล่อง?TOT IPTV?มูลค่า?5,900?บาท ผู้สนใจสามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่รองรับการให้บริการได้แล้วที่ศูนย์บริการลูกค้าทีโอที?TOT Contact Center?โทร.1100 หรือ 02-575-7711 หรือ?www.totiptv.com

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,