หนุ่มลำพูน คว้าชัย ?เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด 57? ของดีแทค

หนุ่มลำพูน คว้าชัย ?เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด 57? ของดีแทค

หนุ่มลำพูน ชนะโครงการ ?เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด 57? สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ?ชาสมุนไพรอบน้ำผึ้ง จาก มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด และดีแทค เจ้าสัว ?บุญชัย? ระบุ หวังเกษตกรไทยใช้ ไอทีเพิ่มมูลค่าสินค้า ลดพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

กลุ่มสามารถ คาดปี 57 รายได้รวมแตะ3หมื่นล้านบาท

กลุ่มสามารถ คาดปี 57 รายได้รวมแตะ3หมื่นล้านบาท

กลุ่ม สามารถฯ ชี้ ครึ่งปีแรกมีรายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท ส่วนผลประกอบการไตรมาส2/2557 โกยรายได้รวมกว่า 6 พันล้าน เติบโต 18% ทำกำไรได้ 412 ล้านบาท คาดตลอดปี 57 มีรายได้รวมที่ 3 หมื่นล้านบาท

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

‘บราเดอร์’ ยึดมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ปรับกลยุทธ์ปี 57 รุกต่างจังหวัด

'บราเดอร์' ยึดมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ปรับกลยุทธ์ปี 57 รุกต่างจังหวัด

บราเดอร์ เผยผลประกอบการปี 56 ยังเติบโต หวังสร้างโอกาสในตลาดต่างจังหวัด ขยายฐานเจาะกลุ่มผู้ใช้โดยตรง พร้อมเปิดตัวสินค้าต่อเนื่องทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์?

นายโทโมยูกิ (ทิม) ฟูจิโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่นในปี 2556 ลดลงราว 26% จากปี 2555 ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดของบราเดอร์เพิ่มขึ้นเป็น 52% จาก 40% ในปี 2555 โดยเครื่องพิมพ์โมโนเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่น (Mono Laser Multifunction) นั้น ตลาดโดยรวมได้ขยับเพิ่มขึ้น 9% ในปี 2556 สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของบราเดอร์ก็สามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของเครื่องพิมพ์โมโนเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นเป็น 25% จากเดิม 19% ในปี 2555 อีกด้วย

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 14% โดยวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดแบบผสมผสาน อาทิ เติมเต็มทุกกลุ่มตลาดด้วยความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งเครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ฉลาก สแกนเนอร์ แฟกซ์ และจักรเย็บผ้า เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ นักเรียน นักศึกษา กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก เอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าองค์กร ขณะเดียวกันก็จะวางกลยุทธ์ขยายตลาดสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปัจจุบัน บราเดอร์ มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดอยู่ที่ 35% โดยบราเดอร์ตั้งเป้าจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 40% ซึ่งในปีนี้ จากการทำกิจกรรมทางการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและให้ลูกค้าต่างจังหวัดรู้จักและเข้าถึงแบรนด์บราเดอร์มากขึ้น

ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทจะเน้นการขยายธุรกิจเข้าไปในกลุ่มลูกค้าองค์กรมากขึ้น โดยชูจุดขายเกี่ยวกับโปรแกรมการบริหารจัดการด้านการพิมพ์ (BR Admin Software) ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มกิจกรรมการตลาดในแบบไดเร็คมาร์เก็ตติ้ง เพื่อเจาะเข้ากลุ่มเป้าหมายโดยตรง ผ่านการใช้โฆษณาทางสื่อดิจิตอล เช่น EDM (Electronic Direct Mail) , การส่ง SMS ผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการเข้าถึงกลุ่มคนโดยตรงได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันก็จะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง ผ่านทางกลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งและสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักนอกจากเพื่อเป็นการสร้างความบันเทิง การจดจำและความสนใจให้เกิดขึ้นในกลุ่มลูกค้า กลยุทธ์ดังกล่าวยังช่วยให้บราเดอร์และลูกค้าใกล้ชิดและเข้าถึงกันยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อบริษัทในการขยายฐานลูกค้าอย่างหลากหลาย

นายธีรวุธ กล่าวด้วยว่า ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ประกอบด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่น 3 รุ่น ได้แก่ อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่น 3-in-1 จำนวน 2 รุ่น คือ?DCP-J100 InkBenefit และ DCP-J105 InkBenefit?และเครื่องอิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่น 4-in-1 จำนวน 1 รุ่น คือ?MFC-J200 InkBenefit โดยชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการประหยัดหมึกพิมพ์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองงานพิมพ์ในปริมาณมาก โดยสามารถพิมพ์เอกสารได้ถึง 2,400?หน้าต่อ 1 ตลับหมึก ด้วยต้นทุนต่อแผ่นในการพิมพ์สีดำ เพียง 0.13 บาท นอกจากนี้ ยังมีสแกนเนอร์ 6 รุ่น ประกอบด้วย กลุ่มเดสก์ท็อปสแกนเนอร์ 4 รุ่น คือ ADS-1100W , ADS-1600W , ADS-2100 , ADS-2600W และกลุ่มโมบายสแกนเนอร์ 2 รุ่น คือ DS-620 , DS-720D โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวมีวางจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากความมุ่งมั่นด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทยังให้ความสำคัญและพัฒนางานบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร โดยในปี 2556 บราเดอร์มีศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั้งสิ้น 143 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ส่วนภาพรวมตลาดในปี 2557 คาดว่าตลาดต่างจังหวัดยังมีโอกาสเติบโตได้อีก เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปในต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งโครงการอยู่อาศัย รวมถึงกระแสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หรือนโยบายที่ต้องการกระจายศูนย์กลางเศรษฐกิจไปยังต่างจังหวัด หากพิจารณาถึงภาพรวมตลาดเครื่องพิมพ์ ทั้งในส่วนอิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่นและเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่น จึงคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่องในปีนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

‘ซอร์สไฟร์’ เตือน4เทรนด์ไอที เป้าหลักโจรไซเบอร์ปี ’57

'ซอร์สไฟร์' เตือน4เทรนด์ไอที เป้าหลักโจรไซเบอร์ปี '57

ซอร์สไฟร์ วิเคราะห์ 4 เทรนด์น่าจับตา ชี้อาจตกเป็นเป้าโจรไซเบอร์ ทั้งคลาวด์ โมบิลิตี้-BYOD ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แนะองค์กรเตรียมโซลูชั่นรับมือความเสี่ยงตลอดเวลา…

นายสุธี อัศวสุนทรางกูร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน ซอร์สไฟร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของซิสโก้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์คือธุรกิจ และอาชญากรทางไซเบอร์คือมืออาชีพ ดังนั้นการแฮกกิ้งจึงเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่วิ่งตามโอกาส และเงินตรา การเลือกโจมตีจึงพิจารณาจากความนิยมในการเลือกใช้แอพพลิเคชั่น โปรแกรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ของภาคธุรกิจในวงกว้างเป็นสำคัญ

สำหรับเทรนด์ธุรกิจในปี 2557 ที่คาดว่าจะเป็นตัวผลักดันกิจกรรมของอาชญากรไซเบอร์ มีทั้งสิ้น 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.คลาวด์ คอมพิวติ้ง ซึ่งแม้จะถูกมองว่าเป็นเทรนด์ใหม่ แต่บริษัทด้านระบบรักษาความปลอดภัยหลายแห่งต่างใช้ประโยชน์จากคลาวด์ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ของตนเอง แต่ขณะเดียวกันก็ถือเป็นความท้าทายสำหรับแผนกไอที เนื่องจากทำให้เกิดความเสี่ยงในการควบคุมปกครอง เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการสูญเสียหรือรั่วไหลของข้อมูล ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้หลายประการในด้านระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเมื่อต้องการใช้กลยุทธ์บนคลาวด์ภายในองค์กร

2.โมบิลิตี้ และ BYOD (Bring Your Own Device) ปัจจุบันคำว่า BYOD กำลังเป็นที่นิยม ด้วยจำนวนเครื่องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีเป็นจำนวนมาก รวมถึงโมบายล์ดีไวซ์อื่นๆ ที่พนักงานในองค์กรเป็นเจ้าของและนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเข้าสู่ทรัพยากรภายในของบริษัท ทำให้กลายเป็นเรื่องยากในการแยกแยะแม้กระทั่งสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลขั้นพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ อาทิ หมายเลข และประเภทของดีไวซ์ที่นำมาใช้งาน รวมไปถึงระบบต่างๆ ปฏิบัติการ และแอพพลิเคชั่น

3.ดาต้าเซ็นเตอร์ มีหลายครั้งที่ข้อมูลสำคัญต่างๆ ของบริษัทถูกนำไปไว้ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้นการทำให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถมองเห็นและสอดส่องความเป็นไปในดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างทั่วถึง จะทำให้เราสามารถเข้าใจได้ดีขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครือข่ายและสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยข้อมูลใหม่ที่เข้ามา สุดท้ายแล้ว พูดได้ว่าการมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายที่ดีกว่านำไปสู่การป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

4.ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ปัจจุบันมีการเพิ่มตัวอย่างเฉียบพลันของมัลแวร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแพลทฟอร์มของระบบอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยเฉพาะ และชุดคิตเหล่านี้กำลังถูกจำหน่ายอยู่ในตลาดมืดเพื่อช่วยให้แฮกเกอร์ที่มุ่งเป้าไปยังระบบโมบายล์แบงกิ้ง จากการที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มีการเปิดกว้างและเข้มงวดน้อยกับการทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย จึงกลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของแฮกเกอร์ในลักษณะภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่ให้ความสนใจกับการรักษาความปลอดภัยที่ขยายตัว

“การต่อสู้ระหว่างการรักษาความปลอดภัยด้านไอทีและอาชญากรไซเบอร์ จะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2557 และอนาคต อาชญากรจะมองหาช่องทางที่มีความเปราะบาง รวมถึงช่องโหว่ต่างๆ ในระบบป้องกันของบริษัทธุรกิจเพื่อใช้ประโยชน์บนเครือข่าย และบริษัทด้านระบบรักษาความปลอดภัยก็จะยังคงหาทางที่จะอุดช่องโหว่เหล่านี้ พร้อมมองหาวิธีใหม่ๆ ในการขัดขวางการดำเนินการของแฮกเกอร์ สิ่งที่ตนมั่นใจอย่างมากในการทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดในปี 2557 คือไม่ใช่คำถามว่าคุณจะโดนโจมตีหรือไม่ แต่เป็นคำถามที่ว่าจะโดนโจมตีเมื่อใด” นายสุธี กล่าว

ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน ซอร์สไฟร์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องมีคือระบบที่ฉลาด และสามารถควบคุมการทำงานรวมในแบบอัตโนมัติ เพื่อให้การวิเคราะห์และความสามารถในการรับรู้ความเคลื่อนไหวโดยรวมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และไม่ควรมุ่งเน้นที่ข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาใดหนึ่งโดยเฉพาะเท่านั้นแต่ต้องระวังตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อพร้อมต่อกรกับภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคการโจมตีซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยรวมต้องรับมือกับการโจมตีอย่างเต็มรูปแบบดังกล่าวให้ได้ ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาก่อนการโจมตีเท่านั้น แต่รวมถึงการรับมือในระหว่างที่เกิดการโจมตีและหลังจากนั้น เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนรูปแบบการป้องกันและปกป้องสินทรัพย์ต่างๆ ในระบบ

“สิ่งที่จำเป็นก็คือสถาปัตยกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยรวมสำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซเพื่อรักษาความปลอดภัยขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการโจมตี ด้วยระบบโครงสร้างการรักษาความปลอดภัยที่ใช้แนวคิดของการรับรู้และใช้ความสามารถในการมองเห็นความเคลื่อนไหวในเครือข่ายทั้งหมดในภาพรวม ช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถรวบรวมข้อมูล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเครือข่ายได้อย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้องค์กรมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ” นายสุธี กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

บอร์ด กสทช. เตรียมอนุมัติงบประมาณปี 57

บอร์ด กสทช. เตรียมอนุมัติงบประมาณปี 57

กสทช. เตรียมอนุมัติงบสำนักงานประจำปี 2557 พร้อมถกค่าใช้จ่ายการเดินทางไปต่างประเทศตามข้อสังเกต สตง. และ NBTC Policy Watch และพิจารณาร่างฯ จริยธรรมบอร์ดต่อ…

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) มีวาระอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2557 และผลการศึกษาเรื่องการใช้ทรัพยากรของหน่วยงานกำกับดูแลในโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม หรือ NBTC Policy Watch เนื่องจากที่ผ่านมา กสทช. ได้รับการตรวจสอบจากภาคประชาสังคม และถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม

ขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตตรงกันถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การบันทึกบัญชีข้อมูลรายได้ และค่าใช้จ่ายในงบการเงินว่าไม่สามารถสะท้อนภารกิจสำคัญของสำนักงาน กสทช. มีข้อสังเกตเรื่องการใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศที่มีวงเงินจำนวนมาก และมีแนวโน้มเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้น

ตามมาตรา 57 พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 เห็นว่า สำนักงาน กสทช. ควรพิจารณาข้อเสนอแนะของผลการศึกษาในโครงการดังกล่าว ทั้งการจัดทำงบประมาณและรายงานการใช้จ่ายตามเป้าหมาย การเพิ่มตัวชี้วัด ที่สะท้อนประสิทธิภาพในการบังคับใช้ประกาศและกำกับดูแล รวมทั้งพิจารณาแนวทางการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์และเปิดเผยรายละเอียด

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการประสานงานการบริหารคลื่นความถี่ เพื่อความมั่นคงของรัฐในกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุคมนาคม ได้เสนอวาระเห็นชอบ (ร่าง) แผนความถี่วิทยุเพื่อความมั่นคงของรัฐในกิจการวิทยุคมนาคม พ.ศ. ? และมีวาระร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช. และวาระขอความเห็นชอบโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ประจำปี 2556 (ประเภท 1) จำนวน 8 โครงการ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘แอปเปิล’ไตรมาสแรก ปี 57 ขายไอโฟนได้ 51 ล้านเครื่อง

'แอปเปิล'ไตรมาสแรก ปี 57 ขายไอโฟนได้ 51 ล้านเครื่อง

“แอปเปิล” ไตรมาสแรกปี 57 ระบุขายไอโฟนได้ 51 ล้านเครื่อง มีรายได้สุทธิรวม 57,600 ล้านเหรียญฯ กำไรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านเหรียญฯ แต่ยอดขายไอโฟนกลับไปไม่ถึงเป้าที่นักวิเคราะห์คาด เลยทำหุ้นร่วงไปเกือบ 8% ขณะที่ ทิม คุก ชี้ตลาดอเมริกาเหนือขายไม่ดี เพราะติดสัญญาของโอเปอเรเตอร์…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ส่อง 5 เทคโนโลยีไอทีเริ่ดเจิดจรัสในปี 57

ส่อง 5 เทคโนโลยีไอทีเริ่ดเจิดจรัสในปี 57

งานแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ CES ที่จัดขึ้น ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทคโนโลยีในปีนี้กล่าวขานกันว่า โทรทัศน์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น นาฬิกาจะมีฟังก์ชันการทำงานเพิ่มและน่าดึงดูดมากขึ้น และจะมีการเชื่อมต่อของบ้านและรถสู่โลกดิจิตอลมากขึ้นด้วย…

หลายคนต่างคาดหวังถึงเทคโนโลยีล้ำๆ แบบโลกอนาคตของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายค่ายที่จะมาจัดแสดงในงานนี้ สำหรับบริษัทที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยก็จะเป็นบูธสีสัน ประดับประดาด้วยหุ่นยนต์ แก็ดเจ็ทและไอเท็มน่ารักๆ ที่ใช้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แต่สิ่งที่หลายคนตั้งตารอกันเป็นอย่างมากว่าจะเป็นเทคโนโลยีแห่งปีมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท

1. เทคโนโลยีแบบสวมใส่ได้ (Wearable Computers)

ปีนี้หลายบริษัทใหญ่พยายามพัฒนาเทคโนโลยีแบบสวมใส่นี้ให้เป็นที่ตอบรับของกระแสหลักมากขึ้น หลังผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาตลอดช่วง 1 ปีที่แล้ว อย่างอุปกรณ์ที่ถูกเลือกให้เป็นพระเอกของเทคโนโลยีชนิดนี้คือ สมาร์ทวอทช์ หรือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ ซึ่งสมาร์ทวอทช์ตัวล่าสุดที่ออกโดยซัมซุงนั้นถือว่ายังมีประสิทธิภาพได้ไม่เต็มร้อย บวกกับดีไซน์ที่ยังดูขาดๆ เกินๆ

ด้านกูเกิลที่ออก กูเกิลกลาส มาก็ยังคงอยู่ในขั้นทดลองใช้ และมีปัญหาด้านชื่อเสียงต้องตามให้แก้กันวุ่นวาย เทคโนโลยีแบบสวมใส่ที่มีแผลน้อยที่สุดเห็นจะเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย หรือ ฟิตเนสเทคโนโลยี ยกตัวอย่างเช่น ฟิตบิท ที่สามารจตรวจจับการเคลื่อนไหวของเรา และคำนวณแคลอรี่และสถิติการออกกำลังกายต่างๆ ให้ แถมยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยเหลือทางการแพทย์ คอยดูแลสุขภาพและสามารถเชื่อมต่อข้อมูลการรักษาสำหรับแพทย์และคนไข้ทางไกลได้เช่นกัน แต่สำหรับฟิตเนสเทคโนโลยีเองก็ยังมีโจทย์สำคัญให้ต้องกลับไปขบคิด นั่นคือดีไซน์ของอุปกรณ์ที่อาจต้องปรับปรุงให้ทันสมัย ดูเป็นแฟชั่นเพื่อตีตลาดกระแสหลักโดยเฉพาะกระแสของผู้หญิงด้วย

สายรัดข้อมือ ฟิทบิท เฟล็กซ์ สามารถตรวจจับทุกย่างก้าวการเดิน คำนวณระยะทาง แคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญ และเวลานอนหลับได้ ราคา 99 เหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 3,200 บาท

2. บ้านแสนรู้ (Smart Home)
การทำให้โทรศัพท์มือถือหรือนาฬิกาข้อมือกลายเป็นเทคโนโลยีได้นั้น ยังไม่นับว่าเพียงพอสำหรับโลกยุคดิจิตอลในปัจจุบัน บ้านที่เราอยู่อาศัยกันก็ต้องมีส่วมร่วมกับโลกแห่งอนาคตนี้ด้วย มีการออกคำโฆษณาชวนเชื่อว่าจะทำ สมาร์ทโฮม บ้านที่ประหยัดพลังงานและสามารถควบคุมได้โดยสมาร์ทโฟนมานานนับปีแล้ว แต่ในอุตสาหกรรมการผลิตก็ยังคงแก้ไม่ตกว่าจะทำอย่างไรให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นมี การเชื่อมต่อสื่อสารกันได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมี โฮมแก็ดเจ็ท ล้ำๆแต่ปราศจากความปลอดภัยออกมาเรียกน้ำย่อยกันหลายตัวอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เนสท์ เทอร์โมสแตท หรืออุปกรณ์ปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศและฮีทเตอร์อัตโนมัติ รวมถึงอุปกรณ์ปิด-เปิดไฟทางไกล แต่ก็เป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าาคนปกติทั่วไปจะอยากเดินสายไวร์เลสไว้ทั่วบ้าน เพียงเพื่อปรับแอร์หรือหรี่ไฟทางไกลหรือเปล่า ดังนั้นการสร้างบ้านให้เป็นคนนั้นจึงเป็นก้าวใหม่ที่ยากลำบากสำหรับบริษัท เทคโนโลยีทั้งหลาย

แอพพลิเคชั่น ล็อกคิทรอน สามารถใช้สมาร์ทโฟนในการเปิดประตูได้

3. โทรทัศน์ปัจจัยที่ 5 (UHD TV)
โทรทัศน์นั้นกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของคนในยุคนี้ไปแล้ว ซึ่งบริษัทผลิตโทรทัศน์แถวหน้าอย่าง โซนี่ ซัมซุง แอลจี และชาร์ป ต่างพากันอัพไซส์ ขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น ปรับความคมชัดถึงขีดสุด รวมถึงสีสันที่ฉูดฉาดบาดตาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีลูกเล่นครบเครื่องทั้งดีไซน์โค้งแบน และระบบเสียงคุณภาพหรูในตัวเครื่อง ในปีที่แล้วเหล่าโทรทัศน์ดิจิตอลได้ออกมาตรฐานใหม่ของความละเอียดจอภาพและคอนเทนท์ที่เรียกว่า 4K และในปีนี้กูเกิลก็ออกมาประกาศว่าจะปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับช่วงความถี่ของคลื่นวิทยุให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะมีการนำตัวอย่างมาทดลองแสดงในงาน CES สัปดาห์หน้านี้ด้วย สำหรับเทรนด์อื่นๆ ของโทรทัศน์ก็จะเป็นพวกจอแสดงผลแบบ OLED (เป็นจอภาพที่มีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม มีส่วนประกอบเป็นสารอินทรีย์ที่สามารถเปล่งแสงได้เองเมื่อได้รับพลังงานไฟฟ้า โดยไม่ต้องพึ่งแสง แบล็กไลต์ เหมือนโทรทัศน์รุ่นก่อนๆ) อินเทอร์เน็ตทีวี และการใช้อุปกรณ์ไวแสงหรือเซ็นเซอร์ในการสั่งการโทรทัศน์ รมไปถึงโทรทัศน์ 3มิติ ที่เป็นที่ฮือฮาอยู่พักหนึ่งด้วย

4. รถยนต์แห่งโลกอนาคต (Smart Cars)
การขับขี่ยานพาหนะกับสมาร์ทโฟนนั้นฟังแล้วอาจดูเหมือนเป็นคู่ที่ไปด้วยกันไม่ได้ แต่บริษัทรถยนต์ต่างๆ กำลังระดมสมองพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองสิ่งนี้ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด แม้การจัดแสดงรถยนต์ประจำปีของดีทรอยต์จะยังไม่เริ่มจนกว่าจะถึงปลายเดือนมกราคม แต่เทคโนโลยีภายในรถยนต์จะถูกนำมาจัดแสดงอย่างล้นหลามในงาน CES แห่งนี้ การผลิตรถยนต์ในรูปแบบดีไซน์ใหม่ๆ นั้นใช้เวลานานกว่าเทคโนโลยีกลุ่ม สมาร์ทโฟน แท็บเล็ท และคอมพิวเตอร์มากนัก ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เทคโนโลยีต่างๆ ที่ติดมากับรถยนต์ ตกเทรนด์ไปในทันทีที่มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นนั้นๆ บริษัทผลิตรถยนต์จึงพยายามพัฒนาระบบการดำเนินการประเภท แอนดรอยด์ และ iOS ให้สามารถอัพเดตตัวเองได้ พร้อมทั้งหาวิธีให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องละสาตาที่จับจ้องอยู่บนท้องถนน อีกนัยหนึ่ง รถยนต์นี้ก็เป็นขีดจำกัดใหม่ที่ท้าทายระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง แอปเปิล และกูเกิล ที่พากันสร้างคะแนนนิยมผ่านอุปกรณ์ไฮเทคในรถยนต์ยี่ห้อหรูอย่าง ออดี้ที่จะประกาศจับมือกับกูเกิลในการเอาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ไว้ในรถยนต์อย่างเป็นทางการสัปดาห์หน้า

?

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเล็กๆ น้อยๆ เหล่าก็ถือเป็นเพียงขนมหวานสำหรับสมาร์ทคาร์เท่านั้น เพราะอาหารจานหลักนั้นอยู่ที่การสร้างรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย ซึ่งบริษัทรถยนต์ชั้นนำ บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้า และมหาวิทยาลัยต่างแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัตินี้ให้เป็นจริงได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีอุปกรณ์ตรวจจับอุณหูมิและการเคลื่อนไหวอย่างเซ็นเซอร์ ที่คอยบันทึกและจดจำรูปแบบการขับรถ รวมถึงหยุดรถอัตโนมัติเมื่อติดไฟแดงหรือมีสิ่งกีดขวางที่ใกล้ตัวรถมากเกินไปออกมาให้ได้ใช้กันแล้ว

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น i3 ในงานแสดงรถยต์ที่แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ปี 2556

5. เกมหรรษา
งาน CES อาจไม่ใช่งานแสดงสินค้าประเภทวิดีโอเกมที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปกรณ์เกมชิ้นเล็กชิ้นน้อยบางอย่างเป็นสีสันอย่างดีที่ช่วยเสริมให้เทคโนโลยีดูน่าสนใจขึ้น ตลาดเกมในโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นตลาดธุรกิจขนาดยักษ์ จึงไม่แปลกที่จะมีการพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างเกมเหล่านี้ให้เข้าใกล้โลกแห่งความจริงอย่างบลูทูธ เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ล่าสุด วาล์ฟ บริษัทพัฒนาเกมสัญชาติอเมริกันได้ออกระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่มีชื่อว่า SteamOS ที่เหมาะสำหรับเกมที่เล่นผ่านระบบซื้อ-ขายเกมทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงสาวก Oculus Rift ชุดอุปกรณ์สวมศีรษะที่จะแสดงภาพในเกมให้เห็นเสมือนจริงเป็นต้น

เกมโมโนโพลียอดฮิตในแท็บเล็ตจากเลอโนโวในงาน CES ปีที่แล้ว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘เจมาร์ท’ คาดธุรกิจมือถือ ’57 ยังโต เล็งรุก ตจว.ขยายตลาด

'เจมาร์ท' คาดธุรกิจมือถือ '57 ยังโต เล็งรุก ตจว.ขยายตลาด

เจมาร์ท กรุ๊ป มั่นใจการเมืองกระทบธุรกิจไม่เกิน 3 เดือนแรก ชี้ตลาดมือถือมีปัจจัยหนุนจากโอเปอเรเตอร์ได้เปรียบกว่าทุกอุตสาหกรรม หวังรายได้ไม่ต่ำกว่า 13,500 ล้านบาท?

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 57 นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ 1.27 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ถึง 1.7 ล้านเครื่องในปีนี้ ขณะที่ตลาดรวมมีการคาดการณ์ยอดจำหน่ายไว้ที่ 25 ล้านเครื่อง

“แม้ขณะนี้ สถานการณ์ทางการเมืองจะยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่า จะไม่ยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในไตรมาสแรกเท่านั้น ซึ่งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นแตกต่างจากธุรกิจอื่น เพราะมีปัจจัยหนุนจากผู้ให้บริการเครือข่าย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนรับมือทางธุรกิจไว้ในกรณีเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับรายได้หรือการจำหน่าย แม้จะมีผลกระทบกับการกระจายสินค้าในช่วงรอบนอกกรุงเทพฯ บ้าง แต่ก็สามารถแก้ไขได้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ มาร์ท กล่าว

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ เจมาร์ท กรุ๊ป ในปีนี้ไว้ที่ 13,500 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 3 ปีจากนี้ บริษัทจะมีรายได้รวมถึง 27,000 ล้านบาท นอกจากปัจจัยสนับสนุนทางธุรกิจ บริษัทยังเตรียมขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็น 30 แห่ง จากปัจจุบัน 255 แห่ง รวมถึงทำการรีโนเวทช็อปจำนวน 36 แห่ง ให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น กลุ่มวัยรุ่น และต่างจังหวัด และเพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมโดยเฉพาะในต่างจังหวัดอีก 10 ครั้ง รวมเป็น 35 ครั้งต่อปี ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาระบบ JQS (Jaymart Quality Service) เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการ พร้อมทำ CRM เพื่อสร้างการซื้อซ้ำ ด้วยบัตร Mobile Plus ขยายระยะการรับประกันและเพิ่มมูลค่า เมื่อนำเครื่องเก่ามาเทิร์นเพื่อรับราคาสูงกว่าราคากลาง 600 บาท และบัตร Enjoy Card ใช้สะสมแต้มเพื่อนำไปเป็นส่วนลดเงินสด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ มาร์ท กล่าวด้วยว่า นอกจากธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัทยังมีธุรกิจอื่นๆ ซึ่งเน้นความใกล้ชิดกับกลุ่มผู้บริโภค อาทิ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท ผู้ให้บริการพื้นที่ค้าปลีก ไอที จังก์ชั่น ซึ่งคาดว่าทุกธุรกิจจะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องภายในปีนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ฟรอสต์ ชี้ ตลาดสมาร์ทโฟนไทย ปี 57 ยังเติบโตได้อีก

ฟรอสต์ ชี้ ตลาดสมาร์ทโฟนไทย ปี 57 ยังเติบโตได้อีก

ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน คาด สิ้นปี 56 นี้ มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากกว่า 89 ล้านเครื่อง คิดเป็นการเข้าถึงบริการกว่า 130% ของประชากรในประเทศ แต่ตลาดมือถือจะถึงจุดอิ่มตัว แต่โอกาสในการเติบโตมีอีกมาก พร้อมแนะผู้ให้บริการปรับวิธีเพิ่มรายได้จากผู้ใช้แท็บเล็ต…

นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์ด้านไอซีที บริษัท ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก กล่าวว่า ในปีหน้าปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนรายได้ของผู้ให้บริการในตลาดโมบายล์ดีไวซ์ คือ การเติบโตของการใช้งานโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันคนไทยจะมีโทรศัพท์มือถือกันทุกคน แต่จำนวนโทรศัพท์ที่เป็นสมาร์ทโฟน รองรับการเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้ ในปีนี้ยังมีเพียง 30% ของจำนวนโทรศัพท์มือถือทั้งหมดเท่านั้น โดยผลสำรวจของ ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่ในประเทศที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีสื่อสาร เช่น เกาหลีใต้ ที่ตลาดอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ไร้สายมีความอิ่มตัวสูง ยังมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เป็นจำนวนโดยประมาณ 85% ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มประเทศตะวันตก เช่น สหรัฐฯ และประเทศในแถบยุโรป มีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟน อยู่ที่ประมาณ 60% ของประชากรเท่านั้น

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ด้านไอซีที บริษัท ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน กล่าวอีกว่า ในส่วนของอุปกรณ์แท็บเล็ต (Tablet) ก็เป็นอีกหนี่งตลาดที่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าในประเทศไทยจำนวนผู้ใช้งานแท็บเล็ตจะยังมีน้อย และมีอัตราการเติบโตไม่หวือหวามากนัก แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว รายได้ที่เกิดจากการใช้งานของผู้ใช้แท็บเล็ตต่อคน กลับมีสูงกว่ารายได้จากผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้งานแท็บเล็ตในประเทศไทยยังมีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือ ฟรอสต์ฯ คาดการณ์ว่า เมื่อสิ้นปี 2556 นี้ จะมีผู้ใช้ประมาณ 5 ล้านราย หรือ 7% ของประชากรทั้งหมด โดยการเติบโตของตลาดเครื่องแท็บเล็ตจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสิ่งที่ผลักดันการเติบโตนี้ คือความนิยมในการนำแท็บเล็ตมาใช้แทนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี

นอกจากนี้ “อีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้ให้บริการควรให้ความสำคัญกับตลาดแท็บเล็ต คือรายได้ต่อผู้ใช้ที่เกิดจากการใช้งานบริการดาต้า รูปแบบต่างๆ หรือ ARPU (Average Revenue Per User) นั้น มีปริมาณสูงกว่าบนเครื่องสมาร์ทโฟน โดยรายได้เหล่านี้มาจากพฤติกรรมผู้ใช้งานแท็บเล็ตที่นิยมจ่ายเงิน เพื่อซื้อแอพพลิเคชั่นและส่วนเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม หรือแอพพลิเคชั่นที่สร้างความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ผลสำรวจยังได้ชี้ให้เห็นว่า 66% ของรายได้โดยรวมจากการขายแอพพลิเคชั่นทั้งหมดนั้น มาจากแอพพลิเคชั่นที่รองรับระบบ iOS ของแอปเปิล และรายได้จากการขายแอพพลิเคชั่นบนแท็บเล็ตนั้น มีมากกว่าสมาร์ทโฟน ถึง 4 เท่าเลยทีเดียว” นายธีระ กล่าว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

บอร์ด กสท.พร้อมประมูลทีวีดิจิตอลภายใน 11 ม.ค. 57

บอร์ด กสท.พร้อมประมูลทีวีดิจิตอลภายใน 11 ม.ค. 57

บอร์ด กสท. เห็นชอบเปิดประมูลทีวีดิจิตอลภายในวันที่ 11 ม.ค.57 คลอดวัน-สถานที่ 16 ธ.ค. นี้ หลังประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ ขณะที่ศาลปกครองสั่งยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีอาร์เอสฟ้อง กสทช.เรื่อง มัสต์แฮฟ…

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ และพิจารณาแล้ว ปรากฏว่าทุกรายผ่านคุณสมบัติจากการตรวจสอบ ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 ธ.ค.2556 และนับจากวันประกาศรายชื่อ จะต้องทำการประมูล ภายใน 30 วัน หรือจะต้องมีการประมูลภายใน 11 ม.ค.2557 โดย บอร์ด กสท. จะประกาศวัน เวลา สถานที่ และการดำเนินการการประมูล ในวันที่ 16 ธ.ค. 2656 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน 2 วัน และ 4 วัน และจะจัดการทดลองประมูลเหมือนจริงสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 19-20 ธ.ค. และรอบสื่อมวลชนในวันที่ 18 ธ.ค. 2556 ที่อาคาร กสท โทรคมนาคม เขตบางรัก

สำหรับผู้สนใจเข้ายื่นแบบคำขอรับใบอนุญาต และผ่านคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูล มีจำนวนทั้งสิ้น 29 บริษัท 41 แบบคำขอฯ โดยประกอบด้วย หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง (เอชดี) มีจำนวน 9 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด และบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ)

หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ (เอสดี) มีจำนวน 16 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บีบีทีวี แซทเทลวิชั่น จำกัด (ช่อง 7) บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ), บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท ทัช ทีวี จำกัด บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ มีจำนวน 10 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (เดลินิวส์ ทีวี) บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัท ไอ-สปอร์ต มีเดีย จำกัด บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท โพสต์ ทีวี จำกัด บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด

และหมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว มีจำนวน 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท โรสมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด บริษัท เนชั่น คิดส์ จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

อีกทั้ง ยังมีกรณีที่ บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ยื่นฟ้องทางสำนักงาน กสทช.เพื่อให้ชะลอหรือระงับประกาศหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือมัสต์ แฮฟ (Must Have) ที่ให้การถ่ายทอดกีฬาฟุตบอลโลกปี 2014 ทุกนัด ต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวีเท่านั้น และห้ามจอดำนั้น โดยศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉินของ บริษัท อาร์เอสฯ ซึ่งให้เหตุผลว่า การออกประกาศนี้ได้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช.และไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์บริษัท อาร์เอสฯ

ทั้งนี้ อาร์เอสฯ เป็นผู้ครอบครองลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2014 ได้ยื่นคำขอผ่อนผันต่อ กสทช. ขอถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายผ่านฟรีทีวี เพียง 22 คู่ จาก 64 คู่ โดยอ้างว่า บริษัทฯ ได้รับลิขสิทธิ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ให้ถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี 27 คู่ ที่เป็นคู่สำคัญ และนัดแข่งขันที่เหลือจะออกอากาศผ่านกล่องรับสัญญาณ “ซันบ็อกซ์” ของอาร์เอส แต่ กสทช. มีมติให้บริษัทอาร์เอสฯ ต้องปฏิบัติตามประกาศ เรื่อง มัสต์ แฮฟ โดยต้องถ่ายทอดสดทั้ง 64 คู่ ซึ่งบริษัทอาร์เอส เห็นว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ เพราะจะเป็นการละเมิดกฎของฟีฟ่า อีกทั้งประกาศของ กสทช.ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทอาร์เอส ได้ลิขสิทธิ์จากฟีฟ่าแล้ว จึงได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ บริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม เป็นผู้ให้บริการเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือมัสต์แครี่ (Must carry) ผ่านระบบดาวเทียม และใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง จำนวน 30 ใบ แบ่งเป็นประเภทธุรกิจ 29 ใบ ชุมชน 1 ใบ รวมที่ให้ใบอนุญาตไปแล้วทั้งสิ้น 3,333 ใบ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,