8 แนวคิดเขย่าโลก (1)

8 แนวคิดเขย่าโลก (1)

สรุปแล้วทั้งสองสมมุติฐานก็ทำให้เกิดแนวคิดที่เปลี่ยนโลกได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดที่จะคิดและเป็นความคิดปัจจุบันที่เกิดจากองค์ความรู้ของเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ปัจจุบันซึ่งเกิดจากเลือดเนื้อและชีวิตของรา

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, ,

ประสิทธิภาพกองทุนยังต่ำ (8) – โลกาภิวัตน์

ประสิทธิภาพกองทุนยังต่ำ (8) - โลกาภิวัตน์

บทความที่แล้วได้เขียนถึงกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกาเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญยังมีพฤติกรรมเป็น ?กองทุนผู้ป่วย? เพราะเกิดการลงทุนที่มุ่งแต่หวังเงินคืนกำไรระยะสั้น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ชอปกระจาย วันที่ 8 ตุลาคม 2557

ชอปกระจาย วันที่ 8 ตุลาคม 2557

ชอปกระจาย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

จ๊อบส์ดีบีเผยเจ้านาย 8 ประเภทที่ลูกน้อง ?สุดทน?

จ๊อบส์ดีบีเผยเจ้านาย 8 ประเภทที่ลูกน้อง ?สุดทน?

เว็บไซต์จ๊อบส์ดีบี เผยคุณสมบัติเด่น 8 ประเภท ของเจ้านายที่ลูกน้องสุดทน และ 10 สุดยอดเจ้านายที่ลูกน้องกด LIKE

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

‘เทเลนอร์’ ปักธง อีก 8 เดือนพร้อมให้บริการมือถือในพม่า

'เทเลนอร์' ปักธง อีก 8 เดือนพร้อมให้บริการมือถือในพม่า

เทเลนอร์ กรุ๊ป แย้มลงนามใบอนุญาตโทรคมนาคมในพม่าเรียบร้อยแล้ว เผยใบอนุญาตมีระยะนาน 15 ปี มั่นใจระบบ 2จี 3จี มีความพร้อมเต็มที่…

เทเลนอร์กรุ๊ป ประกาศว่า บริษัทกับทางรัฐบาลสหภาพพม่าได้ลงนามในข้อตกลงใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมทั่วประเทศ โดยใบอนุญาตดังกล่าวครอบคลุมคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ด้วยอายุสัญญา 15 ปี ซึ่งเทเลนอร์มุ่งหวังให้ประชาชนชาวพม่าทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้บริการการสื่อสารไร้สายได้อย่างทั่วถึง ภายใต้เป้าหมายการเปิดให้บริการภายใน 8 เดือน หลังจากได้รับใบอนุญาต

นายจอน เฟรดริค บัคซอส ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ประชาชนชาวพม่าพร้อมแล้วสำหรับบริการโทรศัพท์มือถือระดับโลก และเทเลนอร์ก็พร้อมที่จะส่งมอบบริการนั้นแล้วเช่นกัน เป้าหมายหลักได้บรรลุผ่านการลงนามในใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมทั่วประเทศกับรัฐบาลพม่า ถือเป็นก้าวแรกของการเดินทางในการพัฒนาประเทศพม่า ซึ่งเทเลนอร์จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาโดยการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือระดับโลก การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมมาตรฐานระดับสูงที่เรายึดเป็นหลักในการทำงาน

ทั้งนี้ จากจำนวนประชากรทั้งหมดของพม่าประมาณ 60 ล้านคน มีเพียง 10% ที่มีโอกาสได้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ดังนั้น ประเทศพม่าจึงนับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่แข็งแกร่งสำหรับเทเลนอร์กรุ๊ป ในทวีปเอเชีย โดยเทเลนอร์กรุ๊ปจะนำประสบการณ์จากการทำธุรกิจในตลาดระดับโลกและระดับภูมิภาค มาสร้างเทเลนอร์พม่าให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดผู้ประกอบการโทรคมนาคม

สำหรับขั้นตอนการประมูลใบอนุญาตของพม่า ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมอย่างมาก โดยมีบริษัทมากกว่า 91 แห่งให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต

นายซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชีย กล่าวว่า เพื่อเริ่มดำเนินการโดยทันที เทเลนอร์ได้แต่งตั้งทีมผู้บริหารและเริ่มจ้างพนักงานในทุกระดับ โดยปัจจุบัน บริษัทมีพนักงาน 150 คน และคาดว่าจะมีพนักงานประจำทั้งสิ้น 1,000 คน ภายในสิ้นปี 2557

นายเพ็ตเตอร์ เฟอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์พม่า กล่าวว่า เรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการเปิดตัวเครือข่าย และสร้างระบบการจัดจำหน่ายที่สามารถทำให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการได้โดยง่าย จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงพร้อมทั้งประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้า เพราะเรามุ่งที่จะสร้างความจงรักภักดีและความไว้วางใจจากลูกค้าชาวพม่า

อย่างไรก็ตาม เทเลนอร์จะสร้างเครือข่ายไร้สายอันทันสมัย โดยใช้อุปกรณ์ซึ่งรองรับโครงข่าย HSPA กับเทคโนโลยี LTE-ready และมีแผนที่จะสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมถึง 90% ของประชากรทั้งหมดของพม่าภายในระยะเวลา 5 ปี เทเลนอร์จะเปิดตัวบริการเสียงและข้อมูลผ่านระบบ 2จี และ 3จี ซึ่งถือว่าเป็นบริการเชิงพาณิชย์ตัวแรกของบริษัท และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับบริการเสียงคุณภาพเยี่ยมพร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ไมโครซอฟท์คลอด ‘วินโดวส์ 8.1′ โวคนใช้เวอร์ชั่น 8 กว่า 100 ล.ไลเซ่นส์

ไมโครซอฟท์คลอด 'วินโดวส์ 8.1' โวคนใช้เวอร์ชั่น 8 กว่า 100 ล.ไลเซ่นส์

ไมโคร ซอฟท์ เปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ในชื่อ วินโดวส์ 8.1 คืนปุ่มสตาร์ตให้ใช้งานคุ้นเคยตามสไตล์วินโดวส์ รองรับการใช้งานแบบเวิร์กแอนด์เพลย์ แย้มเซอร์เฟซ 2 ขายไทยต้นปีหน้า…

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทั่วโลกได้ดาวน์โหลดระบบปฏิบัติการ วินโดวส์เวอร์ชั่นใหม่ ?วินโดวส์ 8.1? ซึ่งเป็นการอัพเกรดจากวินโดวส์ 8 โดย นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากวินโดวส์ 8 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนต.ค.2555 ล่าสุด ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดวินโดวส์ 8.1 มาใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดวินโดวส์ในกลุ่มคอนซูเมอร์และคอร์ปอเรทยังคงมีโอกาสและการเติบโตที่ดี เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมากที่ต้องการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ รวมถึงผู้ใช้วินโดวส์ เอ็กซ์พี อีกกว่า 5.7 ล้านเครื่องในประเทศไทย ที่จำเป็นต้องอัพเกรดระบบปฏิบัติการ ก่อนไมโครซอฟท์จะยุติการให้บริการในระบบปฏิบัติการดังกล่าวในเดือน เม.ย.2557 โดยบริษัทได้เตรียมทำแคมเปญร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้งานวินโดวส์ 8.1 ซึ่งในกลุ่มคอร์ปอเรทอาจมีการลดราคา 20% สำหรับองค์กรที่ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 8 และนำใบเสร็จมาซื้อวินโดวส์ 8.1 ส่วนการขายในกลุ่มคอนซูเมอร์อาจเน้นขายพร้อมเครื่อง หรือขายพร้อมกล่องในราคาพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเห็นโปรโมชั่นดังกล่าวในตลาดประเทศไทยภายในเดือน พ.ย.นี้ และมีจำหน่ายร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ครบทุกแบรนด์ภายในต้นปี 2557

นาย รชฏ กล่าวอีกว่า จุดเด่นของวินโดวส์ 8.1 คือการใช้งานที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในรูปแบบของวินโดวส์ ซึ่งรองรับการใช้งานแบบเวิร์ก &เพลย์ แต่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานใหม่ และรองรับหน้าจอระบบสัมผัส รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่น โดยราคาจำหน่ายแบบค้าปลีกของวินโดวส์ 8.1 นั้น จะอยู่ที่ 4,590 บาท และรุ่นโปรราคา 7,990 บาท ขณะที่วินโดวส์ 7 มีราคาตั้งแต่ 2,750-4,790 บาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยมีประสบการณ์การใช้งานเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญกับการใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการทำธุรกรรม จึงเชื่อว่าผู้บริโภคจะพร้อมจ่ายเงินในราดาดังกล่าวเพื่อซื้อความปลอดภัย ส่วนการเปิดตัวแท็บเล็ตเซอร์เฟซ 2 นั้น จะจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 22 ต.ค. แต่คาดว่าจะมีจำหน่ายในประเทศไทยภายในช่วงต้นปี 2557

ปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 มียอดจำหน่ายแล้วกว่า 100 ล้านไลเซ่นส์ทั่วโลก โดยมีดีไวซ์กว่า 80 ล้านเครื่องใช้วินโดวส์ 8 มีแอพพลิเคชั่น 160,000 รายการ บนวินโดวส์ สโตร์ และมีอุปกรณ์วินโดวส์ 8 วางจำหน่ายแล้วกว่า 230 ประเทศทั่วโลก รองรับได้มากกว่า 37 ภาษา

สำหรับจุดเด่นของ วินโดวส์ 8 ได้แก่ คุ้นเคยกับการใช้งานด้วยปุ่มเริ่มต้นการใช้งาน (START BUTTON) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวินโดวส์ที่คุ้นเคย, ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยหน้าจอเริ่มต้น (START SCREEN) ซึ่งปรับปรุงให้เหมาะสมตามใจผู้ใช้ได้ โดยการตั้งค่าเริ่มต้นใช้งานที่ START SCREEN หรือเริ่มต้นที่หน้าจอเดสก์ทอป วินโดวส์, พัฒนาการค้นหาผ่านระบบบิง สมาร์ท เสิร์ช (BING SMART SEARCH) โดยแสดงผลการค้นหาแบบภาพรวม ใช้ได้ทั้งการค้นหารูปภาพบนคลาวด์ แอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์, ทำงานครบวงจรบนคลาวด์ด้วย SKYDRIVE ช่วยให้เข้าถึงไฟล์ผ่านดีไวซ์หรือสถานที่ใดๆ ด้วย SKYDRIVE SMART FILES, วินโดวส์ สโตร์ ใหม่ที่ออกแบบสวยงามขึ้น จากการจัดวางหน้าจอและจัดหมวดหมู่แอพพลิเคชั่นได้ง่ายขึ้น เป็นต้น.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

ผุด ‘ทรูแล็บ’ นำร่อง 8 มหา’ลัย ทุ่ม 100 ล.หนุนวิจัย

ผุด 'ทรูแล็บ' นำร่อง 8 มหา'ลัย ทุ่ม 100 ล.หนุนวิจัย

“ทรู” เปิดตัว “ทรู แล็บ” ส่งเสริมงานวิจัยไอเดียนักศึกษาไทย เผยเตรียมงบกว่า 300 ล้านบาท สนับสนุนงานวิจัยต่อยอดสู่การใช้จริง พร้อมปั้นสตาร์ทอัพประดับวงการ…

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า จากโครงการทรู อินโนเวชั่น บริษัทได้สานต่อการสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัย เพื่อเชื่อมโยงผลงานนวัตกรรมตอบโจทย์ภาคธุรกิจ และส่งเสริมนักคิดนวัตกรรมไทยให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในโครงการทรู แล็บ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 8 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวต่อว่า บริษัทได้วางแผนขยายความร่วมมือจากสถาบันการศึกษานำร่องในครั้งนี้ สู่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณไว้กว่า 110 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการทรู แล็บ ใน 2 ส่วน คือ 1.ความร่วมมือด้านงานวิจัยและทุนวิจัย รวมถึงการดูงานด้านนวัตกรรมในต่างประเทศ แก่นักศึกษาและอาจารย์ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ 2.การสร้างศูนย์ทรู แล็บ ในพื้นที่มหาวิทยาลัย ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้วางระบบเทคโนโลยีสื่อสารพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยและนักศึกษา นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมงบประมาณอีกว่า 200 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการตั้งต้นธุรกิจในโครงการทรู อินคิวบ์อีกด้วย

ด้านนายธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ รองผู้อำนวยการและหัวหน้าศูนย์นวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทจะขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาแห่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากความถนัดและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละแห่ง โดยในปีนี้โครงการทรู แล็บ ถือเป็นการดำเนินการปีที่ 2 โดยปีที่ผ่านมา บริษัทได้สนับสนุนทุนโครงการวิจัยแก่สถาบันการศึกษาแห่งต่างๆ ไปแล้วรวม 50 โครงการ ซึ่งโครงการวิจัยส่วนใหญ่จะเน้นการนำมาใช้งานจริง และสามารถในการตอบสนองการใช้งานใน 4 กลุ่ม คือ ลูกค้า กลุ่มทรู เทคโนโลยี และเพื่อสังคมเป็นหลัก

รองผู้อำนวยการและหัวหน้าศูนย์นวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวอีกว่า สำหรับทุนที่บริษัทมอบให้โครงการวิจัยต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ 50,000 บาท 100,000 บาท และ 300,000 บาทตามลำดับ โดยหากโครงการใดได้รับการพิจารณาหรือมีโอกาสต่อยอด สู่การนำไปใช้จริง ก็อาจได้รับทุนเพิ่มเติมจนถึงหลักล้านบาท

นอกจากนี้ โครงการทรู แล็บ ยังจัดให้มีการประกวดทรู แล็บ คอนเทสต์ โดยเปิดรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการดังกล่าว รวมทีมละ 5 คน จาก 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาสังคมศาสตร์ อาทิ คณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ โดยแต่ละทีมจะต้องนำเสนอแนวคิดและผลงานวิจัยภายใต้ 7 หัวข้อ ได้แก่ เทคโนโลยีด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่าย นวัตกรรมด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ นวัตกรรมการเรียนรู้ นวัตกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ และนวัตกรรมคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ก.ค.นี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

‘เชค พอยต์’ เผย 8 เทรนด์ภัยคุกคามไซเบอร์ปี 2013

'เชค พอยต์' เผย 8 เทรนด์ภัยคุกคามไซเบอร์ปี 2013

“เชค พอยต์” คาดการณ์แนวโน้มภัยคุกคามระบบรักษาความปลอดภัยปี 2556 เตือนจับตาอุปกรณ์ในองค์กรพาหะแพร่กระจายมัลแวร์…

นายราลินแกม โซกาลินแกม ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียใต้ บริษัท เชค พอยต์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด เปิดเผยการคาดการณ์แนวโน้มภัยคุกคามระบบว่า ในรอบปีที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจต้องประสบกับปัญหาด้านการละเมิดและการเจาะระบบที่ร้ายแรงหลายอย่าง และแน่นอนว่าทั้งผู้โจมตีและองค์กรธุรกิจจะต้องพัฒนาอาวุธที่จะนำมาใช้ต่อกรระหว่างกันอย่างต่อเนื่องในปี 2556 โดยฝ่ายไอทีและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจะต้องสามารถเอาชนะกลวิธีและแนวทางต่างๆ ที่แฮกเกอร์กำลังปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยจึงจะสามารถปกป้ององค์กรของตนได้

ทั้งนี้ ภัยคุกคามและแนวโน้มของระบบรักษาด้านความปลอดภัยที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ มี 8 แนวโน้ม ได้แก่ ภัยคุกคามที่ 1 : วิศวกรรมสังคม เริ่มต้นด้วยกลวิธีแบล็กแฮทที่มีรูปแบบท้าทายหรือเชื้อเชิญให้เหยื่อหลงเชื่อและดำเนินการตามที่ต้องการทั้งในโลกจริงและโลกดิจิตอล หรือที่เรียกว่า วิศวกรรมสังคม ก่อนที่ยุคคอมพิวเตอร์จะเฟื่องฟู สิ่งนี้หมายถึงการล่อลวงความลับของบริษัทด้วยการใช้วาจาที่แยบยล แต่ขณะนี้วิศวกรรมสังคมได้ย้ายเข้าสู่เครือขายสังคมออนไลน์แล้ว ซึ่งลุกลามไปถึง Facebook และ LinkedIn ด้วย ปัจจุบันผู้โจมตีกำลังใช้เทคนิควิศวกรรมสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งร้ายแรงเกินกว่าจะเพียงแค่ล่อลวงพนักงานที่ตกเป็นเป้าหมายให้บอกข้อมูลส่วนตัวออกมาเท่านั้น โดยในช่วงปีที่ผ่านมา บรรดาผู้โจมตีได้ใช้วิธีการติดต่อเข้าไปยังพนักงานต้อนรับและขอให้โอนสายไปยังพนักงานที่ตกเป็นเป้าหมาย เพื่อที่จะให้เห็นว่าการติดต่อนั้นเกิดขึ้นจากภายในองค์กร อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวอาจไม่จำเป็นในกรณีที่รายละเอียดซึ่งอาชญากรไซเบอร์กำลังต้องการได้รับการโพสต์ไว้แล้วบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ จะเห็นได้ว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์กลายเป็นเครือข่ายที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีการเชื่อมโยงบุคคลและองค์กรต่างๆ เข้าด้วยกัน และแต่ละบุคคลก็มีเพื่อนหรือผู้ร่วมงานติดตามโปรไฟล์ของตนอยู่ในจำนวนที่มากพอที่จะสร้างให้เกิดกลลวงด้านวิศวกรรมสังคมขึ้นได้

ภัยคุกคามที่ 2 : ภัยคุกคามแบบต่อเนื่องขั้นสูง (Advanced Persistent Threats : APT) วิศวกรรมสังคมเป็นภัยคุกคามที่มีความสำคัญ เนื่องจากสามารถใช้เป็นรากฐานสำหรับการโจมตีขั้นสูงที่มีขีดความสามารถในการทะลุผ่านกำแพงความปลอดภัยขององค์กรเข้ามาได้ ในปีนี้มีการตรวจพบการโจมตีที่รับรู้กันในวงกว้าง ได้แก่ มัลแวร์ Gauss และ Flame ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่ตั้งเป้าหมายการโจมตีไปที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน การโจมตีดังกล่าวเรียกว่า ภัยคุกคามแบบต่อเนื่องขั้นสูง (Advanced Persistent Threats: APT) มีความซับซ้อนในระดับสูงและได้รับการสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันโดยมีจุด ประสงค์เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงเครือข่ายและทำการขโมยข้อมูลอย่างเงียบๆ ในลักษณะของการโจมตีแบบค่อยเป็นค่อยไป (low-and-slow) ที่มักจะยากต่อการตรวจจับ ทำให้โอกาสที่การโจมตีในรูปแบบนี้จะประสบผลสำเร็จจึงมีสูงมาก

นอกจากนี้ APT ไม่จำเป็นต้องพุ่งเป้าการโจมตีไปที่โปรแกรมที่มีชื่อเสียง เช่น Microsoft Word แต่สามารถกำหนดเป้าหมายไปที่พาหะอื่นๆ แทนได้ เช่น ระบบแบบฝังตัวต่างๆ จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์พกพาจำนวนมากที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน แต่การสร้างระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับการเข้าสู่ระบบขององค์กรนั้นกลับยังไม่ค่อยได้รับการตระหนักถึงเท่าใดนัก ในขณะนี้เรากำลังพูดถึงสิ่งปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายของเราอยู่ การโจมตีแบบ APT ก็ยังคงเดินหน้าจู่โจมหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่มีชื่อเสียงต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

ภัยคุกคามที่ 3 : ภัยคุกคามภายใน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการโจมตีที่เป็นอันตรายที่สุดบางอย่างมักจะเกิดจากภายในองค์กรเป็นหลัก และสามารถสร้างความเสียหายได้ในระดับสูงสุดตามระดับสิทธิ์ที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและดำเนินการกับข้อมูลได้ จากการศึกษาภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา, ศูนย์ป้องกันภัยคุกคามภายในของ CERT จากสถาบันวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน และหน่วยตำรวจลับสหรัฐอเมริกา พบว่าบุคลากรภายในองค์กร (โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงิน) ที่กระทำความผิดสามารถรอดพ้นจากความผิดของตนได้ยาวนานเกือบ 32 เดือนก่อนที่จะได้รับการตรวจพบ แม้ว่าความไว้วางใจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่ความไว้วางใจมากเกินไปก็อาจทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้เช่นกัน

ภัยคุกคามที่ 4 : การใช้อุปกรณ์ส่วนตัว หรือ BYOD ประเด็นด้านความไว้วางใจมีความสำคัญต่อโลกที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์มือถือเช่นกัน เนื่องจากองค์กรธุรกิจจำนวนมากกำลังพยายามที่จะปรับใช้นโยบายและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในลักษณะผสมผสานเพื่อจัดการกับปรากฏการณ์การนำอุปกรณ์ส่วนตัวเข้า มาใช้งาน (bring-your-own-device: BYOD) จะเห็นได้ว่าขณะนี้ผู้ใช้จำนวนมากกำลังใช้งานอุปกรณ์พกพาของตนในลักษณะเดียวกับพีซีมากขึ้น และสิ่งนี้กำลังเปิดรับการโจมตีผ่านเว็บเช่นเดียวกับที่พวกเขาพบเมื่อใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปของตน สำหรับผู้โจมตีแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีความพยายามมากขึ้นที่จะหลีกเลี่ยงกลไกการตรวจจับและการตรวจสอบโปรแกรมที่ผู้จำหน่ายอุปกรณ์มือถือนำมาใช้ในการป้องกันลูกค้าของตน แต่การเพิ่มจำนวนของ iPhone, โทรศัพท์ Google Android และอุปกรณ์อื่นๆ ที่นำเข้ามาใช้ในที่ทำงานนั้น กำลังเปิดประตูอีกบานให้ผู้โจมตีเข้ามายังระบบได้ง่ายขึ้น โปรดระลึกไว้เสมอว่า สมาร์ทโฟนของคุณมีกล้อง มีไมโครโฟน และสามารถบันทึกการสนทนาได้ และแน่นอนว่าเมื่อคุณสมบัติเหล่านี้สามารถเข้าถึงเครือข่ายองค์กรของคุณได้ ก็อาจเป็นดาบสองคมสำหรับการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรของคุณได้เช่นกัน

ภัยคุกคามที่ 5 : การรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบคลาวด์ BYOD ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบรักษาความปลอดภัยที่องค์กรจะต้องสร้างล้อมรอบข้อมูลที่สำคัญไว้ แต่ยังมีแนวโน้มที่เรียกว่าการประมวลผลแบบคลาวด์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากมีบริษัทเป็นจำนวนมาก (และมากขึ้นเรื่อยๆ) กำลังวางข้อมูลของตนไว้ในบริการคลาวด์สาธารณะเพิ่มมากขึ้น บริการเหล่านี้จึงตกเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ และอาจเป็นจุดสำคัญที่ทำให้องค์กรประสบปัญหาได้เช่นกัน สำหรับองค์กรธุรกิจแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงเมื่อต้องเจรจากับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ และเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรธุรกิจจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนที่สุดด้วย

ภัยคุกคามที่ 6 : HTML5 การนำการประมวลผลแบบคลาวด์เข้ามาใช้งานได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการโจมตีไปอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำ HTML5 เข้ามาใช้งานนั่นเอง จากงานประชุมแบล็กแฮตในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งเป็นเวทีที่รวมบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยมาไว้ด้วยกันนั้น ทำให้เราได้รับทราบถึงสัญญาณการโจมตีที่จะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และพบด้วยว่าความสามารถด้านการรองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์มของ HTML5 และการผสานรวมของเทคโนโลยีต่างๆ ได้เปิดโอกาสให้เกิดการโจมตีใหม่ๆ ขึ้น เช่น การใช้ฟังก์ชั่น Web Worker ในทางที่ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีความระมัดระวังในการใช้งาน HTML5 มากขึ้น แต่เนื่องจากสิ่งนี้เป็นสิ่งใหม่ จึงมีโอกาสที่นักพัฒนาจะดำเนินการผิดพลาดและเปิดช่องให้ผู้โจมตีจะใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดดังกล่าวได้ ดังนั้น เราจึงจะได้พบการโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่ HTML 5 เพิ่มขึ้นในปีหน้าอย่างแน่นอน แต่ก็คาดหวังว่าจะค่อยๆ ลดลงเมื่อมีการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ภัยคุกคามที่ 7 : บ็อตเน็ต แม้ว่าการแข่งขันพัฒนาอาวุธป้องกันระหว่างนักวิจัยและผู้โจมตีจะนำไปสู่นวัตกรรมเป็นจำนวนมาก แต่ก็คาดกันว่าอาชญากรไซเบอร์จะทุ่มเทเวลาอย่างหนักเพื่อพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุด เช่น การทำให้แน่ใจว่าบ็อตเน็ตของตนจะมีความพร้อมใช้งานและสามารถแพร่กระจายได้ในระดับสูง ขณะที่มาตรการจัดการที่นำเสนอโดยบริษัทต่างๆ เช่น ไมโครซอฟท์ ก็อาจทำได้เพียงแค่หยุดการทำงานของสแปมและมัลแวร์ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากผู้โจมตีไม่ได้หยุดที่จะเรียนรู้เทคนิคการจัดการดังกล่าว อีกทั้งยังได้นำสิ่งที่เรียนรู้ได้มาเสริมความสมบูรณ์ให้กับอาวุธร้ายของตนด้วย และแน่นอนว่าบ็อตเน็ตจะยังคงอยู่ที่นี่ตลอดไป

ภัยคุกคามที่ 8 : มัลแวร์ที่มีเป้าหมายอย่างแม่นยำ ผู้โจมตีกำลังเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ ที่นักวิจัยใช้ในการวิเคราะห์มัลแวร์ และแนวทางนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้โจมตีสามารถพัฒนามัลแวร์ที่สามารถหลบหลีกการตรวจวิเคราะห์ได้อย่างดีเยี่ยม ตัวอย่างของการโจมตีเหล่านี้ รวมถึง Flashback และ Gauss โดยมัลแวร์ทั้งสองสายพันธุ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะ Gauss ที่สามารถหยุดนักวิจัยไม่ให้ดำเนินการวิเคราะห์มัลแวร์ได้โดยอัตโนมัติ และในปีที่กำลังจะมาถึงนี้ ผู้โจมตีจะยังคงเดินหน้าปรับปรุงและปรับใช้เทคนิคเหล่านี้ รวมทั้งยังจะพัฒนาให้มัลแวร์ของตนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้สามารถพุ่งเป้าโจมตีไปที่คอมพิวเตอร์ที่มีการกำหนดค่าไว้อย่างเฉพาะได้

สิ่งที่แน่นอนสำหรับปี 2556 ก็คือจะมีการโจมตีและการแพร่ระบาดของมัลแวร์ผ่านทางพาหะที่ครอบคลุมเครือข่ายสังคมไปจนถึงอุปกรณ์มือถือของพนักงานในองค์กร เนื่องจากการรักษาความปลอดภัยสำหรับคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการจะยังคงได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเทคนิคใหม่ๆ ของอาชญากรไซเบอร์ที่พยายามเลี่ยงผ่านการป้องกันเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เหตุผลสำคัญกว่านั้นก็คือการสร้างโซลูชั่นความปลอดภัยเดียวที่สามารถจัดการภัยคุกคามต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

บิ๊กเอชทีซีมั่นใจ ‘Windows 8′ ฉุดกระแสนิยมวินโดวส์โฟนใหม่2รุ่น

บิ๊กเอชทีซีมั่นใจ 'Windows 8' ฉุดกระแสนิยมวินโดวส์โฟนใหม่2รุ่น

ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอชทีซี มั่นใจวินโดวส์ 8 ช่วยเรียกเรตติ้งตลาดวินโดวส์โฟนกลับมาคึกคัก ไม่หวั่นกระแสมือถือรุ่น 5 ค่ายดังกลบกระแส…

ขณะที่สาวกค่ายแอปเปิล และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลก ตื่นเต้น ฮือฮากับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของค่ายแอปเปิลอย่าง ไอโฟน 5 ที่ออกมาวางตลาดอยู่ในเวลานี้ ทางค่ายเอชทีซี ผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยี สมาร์ทโฟนระดับโลกอีกค่ายหนึ่ง ก็ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 3 รุ่น “เอชทีซี วัน เอ็กซ์ พลัส” (HTC One X+) “เอชทีซี วินโดว์ส 8 เอ็กซ์” (HTC Windows 8X) และ “เอชทีซี วินโดว์ส 8 เอส” (HTC Windows 8S) ที่ประเทศสิงคโปร์ ไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา

นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ไม่กลัวกระแสไอโฟน 5 เพราะกลุ่มเป้าหมายของเอชทีซีจะแยกกับไอโฟนชัดเจน โดยมีราคาเป็นตัวกำหนดหรือตัวแปร ซึ่งตลาดแอนดรอยด์จะเป็นระดับล่างตั้งแต่เด็กมัธยมศึกษา อายุ 15 ที่เพิ่งจะเริ่มมีโทรศัพท์มือถือใช้ ไปจนถึงกลุ่มนักธุรกิจระดับกลางๆ ขณะที่กลุ่มของไอโฟนจะอยู่ยอดบนสุดของพีระมิด

อย่างไรก็ตาม ตลาดขณะนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างระบบปฏิบัติการกับระบบปฏิบัติการ หรือ OS ต่อ OS ซึ่งก็จะมีอยู่ 3 ค่ายหลักคือ กูเกิล แอปเปิล และไมโครซอฟท์ และต้องยอมรับว่าสิ่งที่ไมโครซอฟท์ทำได้เหนือกว่าคู่แข่งคือ เรื่องของออฟฟิศ ดังนั้นเชื่อว่าระบบปฏิบัติการ Windows 8 นี้จะดึงความสนใจของคนใช้วินโดวส์ให้กลับมา ไม่ว่าจะใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ทุกอย่างจะเหมือนกันหมดเลย ทำให้การใช้งานง่าย และสะดวก ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของ Windows ก็คือผู้ใช้เดิมที่อยากจะอัพเกรดให้สูงขึ้น

“ข้อดีหลักๆ ที่ผมเห็นนะ โอเอสง่ายขึ้น เฟรนด์ลีมากขึ้น ใช้งานเร็วขึ้น การเข้าถึงสะดวก เข้าถึงง่ายกว่า Windows 7 ซึ่งสมาร์ทโฟน HTC Windows 8S และ 8X นอกจากจะมีฟังก์ชั่นหลักๆ นี้แล้ว ยังมีลูกเล่นที่หน้าโฮมสกรีน จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ หนีความจำเจ”

นายณัฐวัชร์ กล่าวต่อว่า Windows 8 นี้เมื่อเปิดเครื่องมาจะเหมือนกันทุกอย่าง เพราะไมโครซอฟท์เป็นผู้ควบคุมการพัฒนา OS ไม่ว่าเปิดจากเครื่องโนเกีย ซัมซุงก็จะหน้าตาเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแล้ว ว่าจะเลือกใช้จากยี่ห้ออะไร เพราะจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ไมโครซอฟท์เอื้อให้สามารถไปพัฒนาต่อยอด ปรับแต่ง หรือ Customize ได้ เช่น เอชทีซี ก็จะมีแอพพลิเคชั่นภูมิอากาศที่เป็นของเอชทีซีเอง แบรนด์อื่นไม่มี

ในส่วนของแอนดรอยด์นั้น นายณัฐวัชร์ กล่าวว่า จุดแข็งของเอชทีซีจะอยู่ที่ตัวสินค้า สิ่งที่เอชทีซีแตกต่างจากคู่แข่งคือ ระบบปฏิบัติการ HTC Sense ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น

“จุดยืนของเอชทีซี ที่พัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อยๆ คือ เรื่องของความเป็นเซ้นส์ ถ้าเคยใช้จะรู้ว่า ถ้ามีสายเรียกเข้ามา เมื่อเราจับเครื่องปุ๊บ เสียงจะหรี่ลงอัตโนมัติ ถ้าคุณอยู่ในจังหวะหรือบางเวลาที่ไม่สะดวกรับสาย สิ่งที่คุณทำคือ คุณจะต้องพยายามปิดเสียงถูกไหม แต่นี่พอจับปุ๊บเสียงหรี่ลงให้อัตโนมัติ หรือเมื่อคว่ำหน้าจอลง สปีกเกอร์โฟนจะเปิดอัตโนมัติ เพื่อให้คุณฟรีแฮนด์ทำอะไรอย่างอื่นก็ได้ หรือการเสิร์ชข้อมูลต่างๆ แค่วันคลิก เข้าไปโปรไฟล์ของคนในลิสต์ คุณจะเห็นอีเมล์ เอสเอ็มเอส เฟซบุ๊ก ประวัติการโทร ของเพื่อนคนนี้อยู่ในหน้าเดียว ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไหม ทำให้การทำงานหลายอย่างมันง่ายขึ้นไหม”

ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) ยังกล่าวถึงมูลค่าตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย มีผู้ใช้งานแอนดรอยด์มากที่สุดกว่า 50% รองลงมาคือ ไอโอเอส (ไอโฟน) ประมาณ 30% ที่เหลือจะเป็นแบล็กเบอร์รี่ และซิมเบียน (Symbion) ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดของเอชทีซีจะอยู่ที่ประมาณ 10% และเป็นผู้นำอันดับ 2 ในตลาดแอนดรอยด์ รองจากซัมซุง คาดว่าภายในปี 2556 จะเห็นความชัดเจนว่า Windows 8 จะเติบโตได้ขนาดไหน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ไอดีซีชี้ตลาดพีซีหดตัว เหตุเศรษฐกิจไม่ดี-รอวินโดวส์ 8

ไอดีซีชี้ตลาดพีซีหดตัว เหตุเศรษฐกิจไม่ดี-รอวินโดวส์ 8

ไอดีซี เผยตลาดพีซีเอเชียแปซิฟิกหดตัว 5% ผู้บริโภคชะลอซื้อรอรับการมาของวินโวส์ 8 และสภาพเศรษฐกิจยังไม่สดใส ขณะที่เลอโนโวยังโชว์ความแข็งแร่งครองแชมป์ตลาด…

ไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและทำวิจัย เปิดเผยผลการศึกษาตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 พบว่า ตลาดเติบโต 4% จากไตรมาสที่ 2 แต่มีการหดตัวลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมียอดจัดส่งรวม 31.4 ล้านเครื่อง น้อยกว่าที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่สดใสในภูมิภาค เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลลบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะที่ผู้จำหน่ายก็เลือกที่จะเคลียร์สินค้าคงคลัง เพื่อรองรับการมาของสินค้า ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8

อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศจีนยังคงขยายตัว ช่วยให้หลายเวนเดอร์สามารถกระตุ้นยอดขายโดยรวมของตนเองได้ โดยเลอโนโวยังคงครองอันดับ 1 ในภูมิภาค เนื่องจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคาและการส่งเสริมการขาย ประกอบกับการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ๆ ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน ส่วนเอชพีก็ปรับใช้กลยุทธ์ด้านราคาในตลาดประเทศจีนเช่นเดียวกัน จนส่งผลให้ได้รับส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสที่ 2 ในขณะที่เอซุสต้องพบกับความท้าท้ายในการรักษาส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนและอินเดีย แต่โดยรวมก็ยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นในตลาดจีน เช่นเดียวกับเดลล์ที่สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้งหลังจากที่ทำผลงานได้ดีขึ้นในตลาดประเทศจีน

นายแอนดี้ ฮันโดโค นักวิเคราะห์อาวุโสสายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ ประจำไอดีซีเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า จากการที่ตลาดพีซีซบเซามาตลอดทั้งปี แต่จากการเปิดตัวไมโครซอฟท์และพีซีเวนเดอร์ก็ลุ้นว่าระบบปฏิบัติการใหม่อย่างวินโดวส์ 8 จะสามารถกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้งหรือไม่ และหนึ่งในปัจจัยบวกที่เราเห็นคือ การที่ผู้จำหน่ายในประเทศต่างๆ ได้เตรียมพร้อมรับการมาของสินค้าที่ใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดจัดส่งในไตมาสสุดท้ายของปี ทั้งนี้ ในปี 2556 ยังคงเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับพีซีเวนเดอร์ เพราะไม่เพียงแค่ต้องแข่งขันกันเองเท่านั้น แต่จะต้องหาทางรับมือกับความนิยมของสินค้าประเภทอื่น เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,