แคนนอนฉลองยอดผลิตกล้องตระกูล EOS ตัวที่ 80 ล้าน

แคนนอนฉลองยอดผลิตกล้องตระกูล EOS ตัวที่ 80 ล้านเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

กทปส.อนุมัติทุน 80 ล้าน หนุนวิจัยด้านสื่อและโทรคมนาคมเพื่อสาธารณะ

กทปส.อนุมัติทุน 80 ล้าน หนุนวิจัยด้านสื่อและโทรคมนาคมเพื่อสาธารณะ

กทปส.ลงนามอนุมัติวงเงิน 80 ล้านบาท สนับสนุน 10 โครงการวิจัย แบ่งเป็นกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ออกเป็น 6 โครงการ และกิจการโทรคมนาคม 4 โครงการ…

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 57 ที่ห้องวิภาวดี บอลรูม ซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ได้ดำเนินการลงนามการรับทุนโครงการที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน การจัดสรรเงินจากกองทุนฯ (ประเภทที่ 1) ประจำปี 2556 โดยผ่านความเห็นชอบและการตัดสินจากคณะกรรมการของ กทปส. ทั้งสิ้น 10 โครงการ พร้อมอนุมัติวงเงินทั้งสิ้น 80 ล้านบาท

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ กล่าวว่า กทปส.ได้ดำเนินการผลักดันผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และมาตรา 52 (2) จากผลงานวิจัยจากโครงการทั้งหมดกว่า 200 โครงการ กทปส.ได้คัดเลือกมาแล้วเหลือเพียง 10 โครงการ จาก 8 หน่วยงาน พร้อมกรอบวงเงิน 80 ล้านบาท ในระยะเวลา 6-24 เดือน

ทั้งนี้ ทาง กทปส.ได้แบ่งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ออกเป็น 6 โครงการ ได้แก่

1. โครงการสายอากาศแถบความถี่กว้างที่มีอัตราการขยายสูง สำหรับการรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน ที่ห่างไกลจากสถานีส่งสัญญาณ วงเงินงบประมาณ 760,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการ คือ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชศรีมา

2. โครงการแนวทางการออกแบบ (Engineering Design Guide) ผลิตภัณฑ์เครื่องรับและแปลงสัญญาณคลื่นโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Digital Set-Top Box) ของประเทศไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล กสทช. มส. 4002-2555 พร้อมจัดทำแม่แบบที่ได้รับการทดสอบจากห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์แล้ว (Certified Proto Type) งบประมาณ 7,468,600 บาท ระยะเวลา 10 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการคือ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

3. โครงการการจัดทำจดหมายเหตุ 60 ปี โทรทัศน์ไทย งบประมาณ 4,815,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการ คือ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4. โครงการฝึกอบรมการผลิต Backpacking Journalism (นักข่าวสะพายเป้) สำหรับนักข่าวโทรทัศน์ งบประมาณ 2,044,600 บาท ระยะเวลา 12 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการ คือ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

5. โครงการพัฒนาผู้ผลิตและผลิตรายการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้เกิดการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค งบประมาณ 5,400,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการคือ มูลนิธิสำรวจโลก

6. โครงการงานสัมมนาปลายปี เรื่อง “วาระดิจิทัลแห่งอาเซียนและการเตรียมพร้อมของภาควิทยุและโทรทัศน์ในประเทศไทย” งบประมาณ 963,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการคือ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และด้านโทรคมนาคมอีก 4 โครงการ ได้แก่

1. โครงการสื่อลามกบนอินเทอร์เน็ต : พัฒนาการของตลาดสื่อลามก และความถดถอยของสังคมไทยงบประมาณ 1,866,829 บาท ระยะเวลา 14 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการคือ สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

2. โครงการพัฒนาระบบตรวจสอบความถี่วิทยุย่านความถี่ VHF โดยการควบคุมระยะไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต งบประมาณ 1,508,700 บาท ระยะเวลา 18 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการคือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

3. โครงการยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ของคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ในยุคหลอมรวมเทคโนโลยี งบประมาณ 5,371,400 บาท ระยะเวลา 18 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการคือ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

4. โครงการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็ง เครือข่ายผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมจังหวัดร้อยเอ็ด งบประมาณ 2,333,700 บาท ระยะเวลา 12 เดือน ผู้รับผิดชอบโครงการ คือ สมาคมผู้บริโภคร้อยเอ็ด.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘โซเชียล-เว็บลามก’ยอดฮิต เดือนเดียวเด็กแห่ดูเกือบ 80 ล้านครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ แลป เผยผลวิเคราะห์การทำงานจากฟังก์ชั่นจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต พบเดือน พ.ค. เยาวชนนิยมใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กและเว็บไซต์ลามกสูงสุด…

แคสเปอร์สกี้ แลป ผู้ให้บริการโซลูชั่นปกป้องข้อมูล เปิดเผยผลจากการวิเคราะห์การทำงานของฟังก์ชั่น Parental Control ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยพบว่าในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2556 มีเว็บไซต์อันตรายที่เด็กและเยาวชนควรเลี่ยงการเข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต คิดเป็นสัดส่วนโซเชียลเน็ตเวิร์ก 31.26% , เว็บไซต์ลามกอนาจาร 16.83% , ร้านค้าออนไลน์ 16.65% , ห้องแชตและกระดานสนทนา 8.09% , เว็บเมล์ 7.39% , เว็บไซต์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย 3.77% , เกมออนไลน์ 3.19% , เว็บไซต์การพนัน ขายยา ขายอาวุธ และเว็บที่มีการหักเงินออนไลน์ 0.8-2%

จากข้อมูลที่บันทึกได้โดยโมดูล Parental Control พบว่าเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการเข้าใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กกว่า 52 ล้านครั้ง และเข้าเว็บไซต์ลามกอนาจารอีกว่า 25 ล้านครั้ง ตามมาด้วยการเข้าเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์เป็นอันดับ 3 ในกรณีนี้ อาจกล่าวได้ว่าเด็กและเยาวชนต้องการเลือกซื้อของเล่นและสินค้าอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดปัญหาภายหลัง หากเด็กใช้บัตรเครดิตของผู้ปกครองสั่งซื้อสินค้า โดยอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ตั้งร้านค้าปลอมได้

ปัจจุบัน ทุกครอบครัวจะมีอุปกรณ์สื่อสารหรือโมบายดีไวซ์เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกคนในบ้าน ทำให้การควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กๆ ยากยิ่งขึ้น จากผลการสำรวจของบีทูบีอินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ แคสเปอร์สกี้ แลป เมื่อเดือนเมษายน 2556 พกว่าทุกครอบครัวจะมีพีซีหรือโน้ตบุ๊กโดยเฉลี่ยบ้านละ 2-3 เครื่อง สมาร์ทโฟน 1-2 เครื่อง และแท็บเล็ต 1 เครื่อง ส่งผลให้เยาวชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ง่าย และหากไม่มีการควบคุมการเข้าใช้งานก็อาจประสบภัยร้ายจากโลกโซเบอร์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นายจิมมี่ ฟง ผู้อำนวยการฝ่ายช่องทางการจัดจำหน่าย แคสเปอร์สกี้ แลป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เทคโนโลยี Parental Control ได้รับการพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานความคิดว่าควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่าวัวหายแล้วค่อยล้อมคอก ในโลกปัจจุบัน การเข้าถึงข้อมูลทุกประเภทสะดวกกว่าเมื่อก่อนมาก ขณะที่เยาวชนยังไม่รู้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็นจึงควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ อาทิ Kaspersky Internet Security , Kaspersky PURE และ Kaspersky Security for Mac มีฟังก์ชั่นควบคุมการใช้งานด้วยผู้ปกครองหรือ Parental Control ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดให้ผู้ปกครองได้มั่นใจว่าลูกหลานจะได้รับการปกป้องจากภัยออนไลน์ในโลกไซเบอร์

ทั้งนี้ โมดูล Parental Control สามารถจำกัดการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้หลายระดับ ทั้งบล็อกบางเว็บไซต์ บางโปรแกรม บล็อกการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยไม่ต้องบล็อกเว็บไซต์ทั้งเว็บเพื่อปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ แคสเปอร์สกี้ แลป ยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของเยาวชนที่พกพาโมบายดีไวซ์ คือ Parental Control (Safe Browser) สำหรับไอโอเอส และ Parental Control สำหรับแอนดรอยด์อีกด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสท ทุ่ม 80 ล้านบาทลุยCAT e-auction

กสท ทุ่ม 80 ล้านบาทลุยCAT e-auction

กสท ปลื้มผลงาน CAT e-auction ครองตลาดประมูลอิเล็กทรอนิกส์?40%?เผยผลสำรวจกรมบัญชีกลางนำลิ่วความพึงพอใจ?ช่วยเซฟงบประมาณรัฐแล้วกว่า?2.5?หมื่นล้าน แผนปี?56 เตรียมเกาะกระแสเศรษฐกิจไทยโตต่อ ชูจุดเก่ง?e-auction ออนไลน์ เล็งบุกตลาดหน่วยงานภูมิภาคหวังดันส่วนแบ่งตลาดขึ้น?50%…

นางอโณทัย คล้ามไพบูลย์?ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด?(มหาชน)?หรือ CAT ว่า กสท ได้เริ่มเปิดบริการ?CAT e-auction?จากนโยบายรัฐบาลที่ให้หน่วยงานรัฐใช้ระบบ?e-auction?ตั้งแต่ปี?2548?จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา?7 ปี โดยภาพรวมตั้งแต่ปี?2551-2555?กสท ได้ให้บริการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์?CAT e-auction แล้วมากกว่า?50,000?โครงการ สามารถช่วยให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณกว่า?25,000?ล้านบาท

ทั้งนี้ บริการ?CAT e-auction ได้รับการยอมรับอย่างสูงในตลาดกลุ่มองค์กรภาครัฐและกลุ่มผู้ค้า และยังได้รับการประเมินความพึงพอใจในอันดับสูงสุดจากการสำรวจของกรมบัญชี กลางที่ได้ประเมินผลการดำเนินงานผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ปี?2553 โดยการให้บริการตลาดกลางด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์?CAT e-auctionได้รับการประเมินว่ามีจำนวนครั้งการประมูล มูลค่าการประมูล และรายได้ค่าบริการการประมูลสูงสุด รวมทั้งผู้ค้าเห็นว่ามีระดับความโปร่งใสและเป็นกลางสูงสุด

?จุดแข็งของบริการส่วนหนึ่ง คือ เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่มากกว่านั้นคือกระบวนการดำเนินงานและระบบ ของ CAT e-auction?ที่ให้ความสะดวกความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำ?e-auction?มีเจ้าหน้าที่ให้การแนะนำดูแลโดยตลอดทุกขั้นตอน จึงช่วยให้การประมูลทุกโครงการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ถูกต้องและปลอดภัย เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในบริการ? ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ กสท กล่าว

นางอโณทัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ บริการ?CAT e-auction?มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ?40%?ซึ่งเกือบทั้งหมดของลูกค้าคือหน่วยงานภาครัฐในส่วนกลาง สำหรับปี 2556?ตั้งงบปี 255-2556 เป็น 80 ล้านบาท?ตั้งเป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดต่อไป โดยกลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะเน้นทำ ประชาสัมพันธ์มากขึ้นตลอดจนพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีแผนการขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มภูมิภาคมากขึ้น ด้วยการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในกลุ่มข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด?(อบจ.)?และองค์การบริหารส่วนตำบล?(อบต.)?อย่างต่อเนื่อง

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ กสท กล่าวอีกว่า ในการขยายตลาดจะมุ่งเน้นให้ข้อมูลแก่ อบจ.?อบต.ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความโปร่งใสของระบบซึ่งสามารถช่วยให้กระบวนการประมูลเสร็จสิ้นเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้?CAT e-auction?ซึ่งมีจำนวนห้องประมูล?1,600?ห้อง ทั่วประเทศครอบคลุมทุกจังหวัด และในระดับอำเภอใหญ่ๆ ทั่วประเทศยังสามารถจัดประมูลทางไกลออนไลน์ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของ กสท ซึ่งเพิ่มความสะดวกให้ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมายังสถานที่ประมูลสามารถร่วมประมูลได้จากทั่วประเทศ โดยการที่ กสท เป็นเจ้าของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถดูแลความปลอดภัยของข้อมูล อีกทั้งเชื่อถือได้ในความโปร่งใสของกระบวนการดำเนินงาน

สำหรับ ด้านซอฟท์แวร์ได้พัฒนาให้เป็นไปตามกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง โดยล่าสุดได้อัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่ ให้สอดคล้องกับระเบียบใหม่ของกรมบัญชีกลางเรื่องหลักเกณฑ์การเสนอลดราคาขั้นต่ำ?(Minimum Bid)?ที่กำหนดให้การเคาะราคาในแต่ละครั้งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.2 ของการประกวดราคาสูงสุด ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่?1 ต.ค.?2555 ที่ผ่านมา รวมถึงก่อนหน้านี้ได้ปรับปรุงจากแบบ?Static Pricing?ที่มีการจำกัดเวลามาเป็น?Dynamic Pricing?ที่ผู้เข้าประมูลจะเสนอตัวเลขได้เรื่อยๆโดยไม่จำกัดเวลา ส่งผลให้ได้ราคาที่ประหยัดงบประมาณมากขึ้น

นางอโณทัย กล่าวด้วยว่า กสท มีรายได้รวมจากกลุ่มธุรกิจ?e-Business?ในปีนี้กว่า?300?ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากบริการ?CAT e-auction?ประมาณ 150?ล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากบริการประชุมออนไลน์ (CAT conference)?บริการตามสอบข้อมูลสินค้าเกษตร?(CAT e-smart farm)?บริการ?IPTV (CAT e- entertainment)?และบริการนิทรรศการออนไลน์?(CAT e-exhibition)?ในปีหน้าตั้งเป้ารายได้กลุ่ม?e-Business เติบโตขึ้น 10-20%?โดยเน้นที่บริการ?CAT e-auction?ซึ่งหวังจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก?40% เป็น?50%?ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าเป็นไปได้แน่นอน เพราะ CAT e-auction?มีรายได้โดยเฉลี่ยประมาณปีละ?100-150?ล้านบาท ที่ผ่านมาปี?2554?เหตุการณ์น้ำท่วมทำให้รายได้ตกไป ขณะที่ปี?2555?กลับขึ้นมาสูงขึ้น และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี?2556

?ปีหน้าเชื่อว่าประเทศไทยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ จึงหมายถึงโครงการประมูลอีกจำนวนมาก ซึ่ง กสท มีความพร้อมรองรับด้วยห้องประมูลทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยในส่วนกลางนอกจากห้องประมูลที่ กสท หลักสี่แล้ว ได้วางแผนปรับปรุงและเพิ่มห้องประมูลในพื้นที่ชั้น?3?ของ?CAT Tower?บางรักที่ขณะนี้ใช้งานอยู่ประมาณกว่า?30?ห้องซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปีหน้า นอกจากนั้นจะเป็นห้องประมูลที่ตั้งอยู่ในสำนักงานสาขาทั่วประเทศเพื่อให้บริการ?CAT e-auction?ในส่วนภูมิภาคอย่างทั่วถึง? นางอโณทัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ห้องประมูล?CAT e-auction?จะต้องปรับปรุงให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด และดูแลอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา รวมถึงการเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากบริษัทเพื่อให้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ ที่มีระบบทันสมัยมีการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยในส่วนนี้จะใช้งบประมาณ?30?ล้านบาท?ทั้งนี้ ความพร้อมของบริการ?CAT e-auctionถือ เป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ด้านการให้บริการ ของ กสท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจและประชาชน เตรียมความพร้อมและรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งในอนาคตอันใกล้จะเห็นการขยายตัวการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

แคนนอนฉลองผลิตเลนส์ EF ครบ 80 ล้านชิ้น

แคนนอนฉลองผลิตเลนส์ EF ครบ 80 ล้านชิ้น

แคนนอนฉลองความสำเร็จของยอดการผลิตเลนส์ EF ครบ 80 ล้านชิ้นนับตั้งแต่เริ่มผลิตเมื่อปี 1987 โดยในปีนี้แคนนอนได้เปิดตัวเลนส์ EF-M สำหรับกล้อง EOS ทำให้ ขณะนี้แคนนอนมี เลนส์ EF จำหน่ายในตลาดมากถึง 76 รุ่น…

บริษัทแคนนอน อิงค์ และแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความสำเร็จของยอดการผลิตเลนส์ตระกูล EF ของบริษัทครบ จำนวน 80 ล้านชิ้น เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2012 การผลิตเลนส์ EF สำหรับกล้องแคนนอน EOS เริ่มขึ้นในปี 1987 ณ โรงงานอัตสึโนมิยะ และได้ขยายการผลิตไปยัง โรงงานหลักของแคนนอนอีก 4 แห่ง โดยแคนนอนสามารถผลิตเลนส์ EF ได้จำนวน 10 ล้านชิ้นในปี 1995 และเพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 20 ล้านชิ้นในปี 2001 และหลังจากการผลิตได้จำนวน 30 ล้านชิ้นในปี 2006 แคนนอนได้เฉลิมฉลองความสำเร็จของยอดการผลิตเลนส์ EF จำนวน 40 ล้านชิ้นในปี 2008 โดยในปี 2009 แคนนอนสามารถผลิตเลนส์ได้ถึง 50 ล้านชิ้น และในปีถัดไป สามารถผลิตครบ 60 ล้านชิ้นในเดือนมกราคม 2011 และ 70 ล้านชิ้นในเดือนตุลาคม 2011 และในปี 2012 นี้ซึ่งเป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของระบบ EOS ?แคนนอนก็สามารถผลิตเลนส์ได้มากถึง 80 ล้านชิ้น

เลนส์ EF ของแคนนอนได้เปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกพร้อมกับกล้อง EOS SLR ในเดือนมีนาคม 1987 และเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านเลนส์มาโดยตลอด เช่น ครั้งแรกของการพัฒนามอเตอร์อัลตร้าโซนิค (USM) เพื่อการทำงานที่รวดเร็วและเงียบ, ระบบป้องกันการสั่นไหวในตัวเลนส์ (IS), การเคลือบผิวเลนส์ด้วยเทคโนโลยี (SWC) เป็นต้น ในปีที่แล้วเลนส์ EF ได้ขยายไลน์ไปยังกลุ่มของเลนส์ที่ใช้ในในการถ่ายทำภาพยนตร์และโทรทัศน์ และในปีนี้แคนนอนได้เปิดตัวเลนส์ EF-M สำหรับกล้อง EOS ทำให้ปัจจุบันแคนนอนมี เลนส์ EF มากถึง 76 รุ่น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

‘Gview 80 Plus’ เพาเวอร์ซัพพลายเลือดไทย ประหยัดไฟช่วยชาติ

'Gview 80 Plus' เพาเวอร์ซัพพลายเลือดไทย ประหยัดไฟช่วยชาติ

จีวิว เดินหน้าเปิดตัว Gview 80 Plus เพาเวอร์ซัพพลายประหยัดพลังงานระดับพรีเมี่ยม 7 รุ่น เผยเป็นแบรนด์แรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานประหยัดพลังงาน 80 Plus จากอเมริกา ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัวในปี 55 …

นายธนภัทร เฉียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเหลียน คอมพิวเตอร์ จำกัด หรือจีวิว (Gview) กล่าวว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายฐานการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในปี 2555 ล่าสุดเปิดตัว เพาเวอร์ซัพพลายซีรี่ส์ Gview 80 Plus ในระดับพรีเมี่ยมทั้งหมด 7 รุ่น มีราคาตั้งแต่ 1,790-4,990 บาท ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดค่าไฟให้ผู้บริโภคเฉลี่ย 450 บาท ต่อเครื่องในหนึ่งปี โดยทั้ง 7 รุ่นได้รับมาตรฐาน 80 Plus จากหน่วยงานอีไอเอ (Energy Information Administration) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นมาตรฐานการประหยัดพลังงานของเพาเวอร์ซัพพลายคอมพิวเตอร์ระดับโลก ซึ่งจีวิวเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ได้การรับรองมาตรฐานนี้ โดยตั้งเป้ายอดขายซีรี่ส์ Gview 80 Plus ในปี 2555 ไว้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัว เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไว้ที่ 25% ต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ของจีวิวทั้งเคสคอมพิวเตอร์ และเพาเวอร์ซัพพลาย มีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทยทั้งหมด 50%

กรรมการ ผู้จัดการ หัวเหลียน คอมพิวเตอร์ กล่าวด้วยว่า แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554 แต่ยังสามารถทำยอดขายเคสคอมพิวเตอร์ และเพาเวอร์ซัพพลายในปี 2554 ได้ทั้งหมดราว 240,000 ตัว ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 230,000 ตัว นอกจากนี้ยังมีแผนการสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันเกมคอมพิวเตอร์ในปี 2555 นอกจากไทยแลนด์เกมโชว์ 2012 อีกราว 2 งาน

ทั้งนี้ มาตรฐานการประหยัดพลังงาน 80 Plus หมายถึงการที่เพาเวอร์ซัพพลายจะต้องทำการควบคุมกระแสไฟฟ้าจากสายไฟส่งผ่านไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีอัตราการสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่เกิน 20% จาก 100% นอกจากจะทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้ามากขึ้นแล้ว ยังสามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ในเคสคอมพิวเตอร์ได้ยาวนานขึ้น เนื่องจากมีการจ่ายไฟที่เสถียรไม่มากหรือน้อยเกินไป.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,