3บริษัทจับมือ ผุด ‘SLA’ เจาะธุรกิจไอซีทีครบวงจร รับ AEC

3บริษัทจับมือ ผุด 'SLA' เจาะธุรกิจไอซีทีครบวงจร รับ AEC

สามารถเทลคอม ล็อกซเล่ย์ และเอไอที ผนึกกำลังเปิดตัว “SLA” บุกตลาดต่างประเทศ ประเดิมรุกพม่า ปักธงรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สามารถคอมมิวนิเคชั่นเซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือ ล็อกซเล่ย์ และ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอที ประกาศจัดตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ “SLA Asia Company Limited” เพื่อดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีไอซีทีครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมแต่งตั้งให้นายสุรกิจ เกียรติธนากร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีไอซีทีของไทยที่แข็งแกร่งและมีความพร้อมสูงสุดในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศแห่งหนึ่ง

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การร่วมทุนครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของทั้ง 3 บริษัท ในการขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เรามีความมั่นใจในศักยภาพการแข่งขัน เพราะนอกจากความรู้ความชำนาญที่ครอบคลุมทางด้านไอซีทีแล้ว ทั้ง 3 บริษัทยังมีความชำนาญเชิงลึกในงานโครงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การวางระบบเครือข่ายการสื่อสาร การบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ การออกแบบติดตั้งระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย การให้บริการคอลเซ็นเตอร์เต็มรูปแบบ เป็นต้น และด้วยความเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมโดยตลอด ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในการสร้างการยอมรับที่สำคัญ โดยปัจจุบันมีนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในประเทศ CLMV เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเปิดโอกาสให้เราขยายตลาดได้รวดเร็วขึ้น

นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พม่าถือเป็นตลาดใหม่ที่สำคัญซึ่งเรามุ่งเน้นเพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น เห็นได้ว่าปัจจุบันมีนักลงทุนชาวไทยเข้าไปประกอบธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีตัวเลขการค้าระหว่างไทยและพม่าในปีที่ผ่านมาสูงถึงกว่า 200,000 ล้านบาท ทำให้มีการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศพม่าอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กีปีมานี้ ดังนั้น การให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม การบริการสื่อสารไร้สาย รวมถึงการให้บริการไอซีทีที่ครบวงจร ตั้งแต่การขายอุปกรณ์ การติดตั้งและวางระบบการสื่อสาร ตลอดจนการให้บริการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งเรามั่นใจในศักยภาพของบริษัท SLA ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแน่นอน

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การรุกตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ของเรา โดยเฉพาะในกัมพูชา ซึ่ง AIT และกลุ่มสามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจอยู่ก่อนแล้ว จึงมั่นใจได้ด้วยประสบการณ์และรากฐานความสัมพันธ์ที่ดีกับ Local partners ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขยายธุรกิจของ SLA

ด้าน นายสุรกิจ เกียรติธนากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SLA Asia Company Limited กล่าวว่า เป้าหมายของ SLA คือการเป็นบริษัทชั้นนำของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งด้านการให้บริการไอซีทีโซลูชั่นคุณภาพสูงและตอบโจทย์ที่เฉพาะเจาะจงแก่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เรามองเห็นโอกาสในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งพม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อรองรับเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงวางเป้าหมายทางธุรกิจไว้ 2 ระยะ คือ ระยะสั้น จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่น เน้นการขายและติดตั้งวัสดุอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจร พร้อมบริการหลังการขายแก่กลุ่มธุรกิจที่เข้าไปลงทุนในประเทศดังกล่าว อาทิ ธุรกิจธนาคารและธุรกิจสื่อสาร เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มบริษัทคนไทยก็คือเป้าหมายสำคัญ สำหรับแผนระยะยาว คือ การนำเสนอโครงการแก่ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทกำลังศึกษาโครงการของกรมที่ดินในประเทศลาว และโครงการจัดทำบัตรประชาชน Smart ID Card ในประเทศพม่า

“ด้วยความร่วมมือของ 3 พันธมิตรที่แข็งแกร่ง ส่งผลใน SLA เริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยมีจุดได้เปรียบในการแข่งขัน คือ ความน่าเชื่อถือจากผลงานที่ผ่านมา ทีมงานที่มีเชี่ยวชาญ ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ความมั่นคงทางการเงิน และความคล่องตัวในการดำเนินงานเชิงรุก ดังนั้น จึงมั่นใจว่า SLA จะสามารถบรรลุผลเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างแน่นอน โดยเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของประเทศเป้าหมายแล้ว บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้า” นายสุรกิจ กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ชี้ AEC โอกาสทองซอฟต์แวร์ไทย เล็งสร้างเครือข่ายเสริมแกร่ง

ชี้ AEC โอกาสทองซอฟต์แวร์ไทย เล็งสร้างเครือข่ายเสริมแกร่ง

“ซอฟต์แวร์พาร์ค” มั่นใจซอฟต์แวร์ไทยมีโอกาสเติบโตสูงในเอเชีย เล็งทำตลาดตามความต้องการแต่ละประเทศ แนะดึงต่างชาติเข้าเจรจาในไทย เชื่อกลยุทธ์หนุนเป็นประตูสู่ตลาดโลกได้ผล…

นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค เปิดเผยว่า หลังจากซอฟต์แวร์พาร์คประกาศแนวทางการส่งเสริมให้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดโลก (Gateway to Global) ก็เริ่มใช้ไทยเป็นฐานในการสร้างเครือข่ายซอฟต์แวร์ในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยยึดทิศทางทำตลาดแบบนำคู่ค้าและลูกค้าทางด้านซอฟต์แวร์จากประเทศในเอเชียเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานในการเจรจาต่อรอง ซึ่งในรอบปีนี้ซอฟต์แวร์พาร์คได้ดำเนินการลักษณะนี้กับพันธมิตรหลายราย และประสบความสำเร็จด้วยดี เนื่องจากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จากต่างประเทศให้ความสนใจที่จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ไทยเป็นอย่างมาก

ผู้อำนวยการ ซอฟต์แวร์พาร์ค กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์แนวทางการทำธุรกิจร่วมของกลุ่มประเทศเอเชีย ซึ่งซอฟต์แวร์พาร์คจะใช้เป็นแนวทางในการประสานงานต่อจากนี้ โดยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มในประเทศเออีซีก่อน ซึ่งประเทศที่ไทยควรให้ความสำคัญในอันดับหนึ่งด้านการค้าซอฟต์แวร์ คือ อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่พร้อมเปิดรับซอฟต์แวร์จากประเทศไทย รวมถึงมีตลาดใหญ่และมีความต้องการซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับโทรคมนาคมและโมบายล์จำนวนมาก ซึ่งซอฟต์แวร์พาร์คจะวางยุทธศาสตร์ให้อินโดนีเซียเป็นทั้งลูกค้าและคู่ค้าไปพร้อมกัน ส่วนกลุ่มประเทศที่เหมาะจะเป็นคู่ค้าเพียงอย่างเดียวคือมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากสถานะของทั้งสองประเทศมีความใกล้เคียงกับไทยแต่จะล้ำหน้าเรื่องการตลาดในระดับโลกมากกว่าไทย อย่างไรก็ตาม มาเลเซียยังมีความพร้อมเปิดตลาดซอฟต์แวร์ของไทยอยู่เป็นระยะ

ส่วนในกลุ่มอินโดจีน คือ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จะมีความแตกต่างในเชิงยุทธศาสตร์ โดยพม่าเริ่มทำการเปิดประเทศ แม้ยุทธศาสตร์ยังไม่ชัดเจนแต่ก็มีการสร้างแรงงานไอทีภายในประเทศเพื่อส่งออกไปทำงานในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม พม่าถือเป็นตลาดเปิดใหม่ที่มีแนวโน้มในการใช้ซอฟต์แวร์ของคนไทยในอนาคต ขณะที่ลาวและกัมพูชาในช่วงนี้มีความโดดเด่นเรื่องซอฟต์แวร์และไอทีไม่มาก ทำให้ทั้งสองประเทศถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้งาน สามารถเข้าตลาดได้ง่ายและใช้ต้นทุนไม่สูงมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบในแง่กำลังซื้อจะพบว่ามีไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ภายในภูมิภาค ส่วนเวียดนาม ถือเป็นเครือข่ายที่ซอฟต์แวร์พาร์คมีการติดต่อมาอย่างยาวนาน แต่การรุกตลาดซอฟต์แวร์ไปยังเวียดนามต้องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะการเลือกคู่ค้าทางธุรกิจ เนื่องจากเวียดนามแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการเป็น Resource Outsource หรือการใช้คนและสาธารณูปโภคของเขาในการรับงานด้านซอฟต์แวร์ไปดำเนินการ จึงอาจทำให้ทิศทางของไทยกับเวียดนามสามารถผสานกันได้มากขึ้น เนื่องจากไทยก็อยู่ในสภาวะขาดแคลนกำลังคน

นายเฉลิมพล กล่าวด้วยว่า ซอฟต์แวร์พาร์คได้เล็งเห็นถึงความสามารถและความต้องการขององค์กรที่พัฒนา ผู้ประกอบการในประเทศ เกาหลี และไต้หวัน ในการร่วมมือช่วยเหลือผู้ประกอบการของแต่ละประเทศในการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เพื่อขยายตลาดทั้งในและนอกเออีซี จึงได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU ในเดือนที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดการบูรณาการด้านความร่วมมือต่อจาก MOU ที่ซอฟต์แวร์พาร์คได้ลงนามร่วมกับกลุ่มศูนย์บ่มเพาะในทุกประเทศในอาเซียนเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้ ดังนั้นความพร้อมในตลาดเออีซีที่ซอฟต์แวร์พาร์คได้วางยุทธศาสตร์ไว้จะสอดคล้องกับจุดอ่อนจุดแข็งของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็จะเชื่อมต่อประสานกับประเทศต่างๆ ในเออีซี บนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้แนวคิดการส่งเสริมให้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดโลกเป็นไปได้อย่างแน่นอน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ผลวิจัย ชี้ชัด ไทยยังขาดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รับ AEC

ผลวิจัย ชี้ชัด ไทยยังขาดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รับ AEC

สถาบัน IMC จับมือ ATCI เผยผลสำรวจเช็กความพร้อมเทคโนโลยีก่อกำเนิดในไทย ชี้เมืองไทยเน้นพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นสูงสุด ขณะที่ระบบคลาวด์ยังขาดความสนใจ ชี้ปัญหาหลักยังขาดแคลนบุคลากรนักพัฒนาซอฟต์แวร์มือดีและขาดแผนงานธุรกิจที่ชัดเจน…

สถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) องค์กรทำวิจัยและสำรวจข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) เปิดเผยผลการวิจัยเช็กความพร้อมวงการไอทีไทย ในการรับมือ 4 เทคโนโลยีใหม่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในสถานการณ์เดินหน้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า ธุรกิจไทยสนใจพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านแอพโมบายสูงสุด แต่ระบบคลาวด์ยังห่างความสนใจ ในขณะที่แต่ละองค์กรยังมีจำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์น้อย และพบปัญหาขาดแคลนบุคลากรมือดีและขาดแผนงานทิศทางในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ชัดเจน

ทั้งนี้ จากงานสำรวจดังกล่าวมีชื่อว่า โครงการวิจัยเชิงสำรวจในหัวข้อ “Emerging Technology : Thai IT Professional Readiness Survey” เพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงในกลุ่มของบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้าน Emerging Technology?หรือ เทคโนโลยีก่อกำเนิดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวที่เออีซีกำลังจะเข้ามามีบทบาทในปี 2558 โดยการสำรวจครั้งนี้ได้เจาะลึก 4 ด้านในรายละเอียดเกี่ยวกับภาพรวมศึกษาความพร้อมของบุคลากรทางด้านซอฟต์แวร์ของหน่วยงาน/องค์กร ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ ทักษะของบุคลากรในด้านภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม, ด้านการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น, ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์บนคลาวด์เทคโนโลยี และด้านการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิดอื่นๆ?โดยมีการศึกษาในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2556 ด้วยจำนวนกลุ่มตัวอย่างกว่า 100 บริษัทในประเทศไทย

นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี เปิดเผยว่า จากผลสำรวจพบว่าองค์กรต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของ Emerging Technology เพราะเห็นโอกาสทางการตลาด แต่ปัญหาสำคัญคือขาดบุคลากรที่มีความเข้าใจทางด้านนี้พียงพอ

สำหรับผลการสำรวจในด้านภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม พบว่า ยังนิยมใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ PHP, Java และ .NET โดยภาษาทั้งสามได้รับความนิยมเป็นจำนวนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างนั้น ได้แก่ PHP (65.17%), Java (62.92%) และ .NET (61.80%) ขณะที่จำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในแต่ละบริษัทยังมีน้อย โดยส่วนใหญ่ระบุว่ามีน้อยกว่า 10 คน และมีเพียงไม่กี่รายที่ระบุว่ามีมากกว่า 20 คน

ส่วนผลสำรวจในด้านพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น ชี้ว่าส่วนใหญ่ระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ ในจำนวนที่เท่ากัน คือ 51.69% ตามมาด้วยวินโดวส์ (24.72%) แต่กระแสใหม่คือ เริ่มสนใจพัฒนา HTML5?เป็นแอพพลิเคชั่นแบบข้ามแพลตฟอร์มในจำนวนถึง 50.56% และที่น่าสนใจ คือ ด้านดังกล่าวยังมีแนวโน้มขยายตัว เพิ่มบุคลากรพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นมากกว่าเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ที่สำรวจวิจัยในครั้งนี้ และเน้นความสนใจที่ขยายตัวด้านไอโอเอสมากที่สุด

แม้ว่าคลาวด์คอมพิวติ้งถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่สนใจกันอย่างกว้างขวางนักในกลุ่มบริษัท/หน่วยงานไทย แต่เมื่อมีการสำรวจแนวโน้มการพัฒนาซอฟต์แวร์บนคลาวด์ แพลตฟอร์ม ก็ยังจัดว่ามีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย โดยแพลตฟอร์มที่หน่วยงาน/บริษัทมีบุคลากรที่มีทักษะในการพัฒนามากที่สุดคือ Google App Engine เพียง 22.47% และ Microsoft Azure จำนวน 19.10% ตามมาด้วย Amazon Web Services (13.48%) และ Heroku (5.62%)?นอกจากองค์กรต่างๆ จะมีบุคลากรที่พัฒนาซอฟต์แวร์บนคลาวด์คอมพิวติ้งน้อยกว่า 10 คนแล้ว กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนงานในการขยายบุคลากรซอฟต์แวร์อย่างชัดเจนนัก และน้อยมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ

นอกจากนี้ ความสนใจเทคโนโลยีก่อกำเนิดอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของบริษัทไทย พบว่ามีบุคลากรพัฒนาด้าน Business Intelligence (BI) มากที่สุดถึง 58.42% ตามด้วย Facebook Application Development (33.71%) , noSQL (21.35%) และ Big Data (17.98%)? อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนงานอย่างชัดเจนนัก สำหรับปัญหาในการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิดที่มากที่สุดที่พบ คือการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะความสามารถซึ่งมีจำนวนผู้ตอบถึง 76.40% ตามมาด้วยปัญหาการขาดแคลนแหล่งความรู้/การฝึกอบรม (49.44%) ขาดงบประมาณ (42.70%) เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถก้าวตามได้ทัน (31.46%) ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ (25.84%) ยังมองไม่เห็นโอกาสทางการตลาด (16.85%) ตามลำดับ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC

UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC

UIH และ BB Connect ขยายบริการเครือข่าย IPLC ไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม หวังเพิ่มช่องทางสื่อสารให้ธุรกิจไทยไปสู่ตลาดอินโดจีน และขึ้นแท่นผู้นำด้านไอซีที รับการที่ประเทศต่างๆ จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC

UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC

UIH และ BB Connect ขยายบริการเครือข่าย IPLC ไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม หวังเพิ่มช่องทางสื่อสารให้ธุรกิจไทยไปสู่ตลาดอินโดจีน และขึ้นแท่นผู้นำด้านไอซีที รับการที่ประเทศต่างๆ จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015…

บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) ผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรบริษัท บีบี คอนเน็ค จำกัด (BB Connect) บริษัทเอกชนรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องในการให้บริการเครือข่ายสื่อสารข้ามแดน ประกาศการเดินหน้าธุรกิจ เปิดประตูเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และเต็มประสิทธิภาพของ UIH เพื่อนำพาองค์กรธุรกิจก้าวเข้าสู่ตลาดอินโดไชน่า โดยล่าสุด UIH ข้ามฝั่งโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สปป. ลาว? ด้วยการเชื่อมต่อโครงข่ายผ่านบริษัท Enterprise of Telecom Lao Public Company (ETL) รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของ สปป. ลาว ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการสื่อสารในการดำเนินธุรกิจให้แก่องค์กรที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่าง 2 ประเทศ โดยในเบื้องต้นมีลูกค้าชั้นนำกลุ่มธนาคาร โรงแรม และเครื่องดื่ม ได้นำร่องใช้บริการการเชื่อมต่อโครงข่าย 2 ประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ UIH และ BB Connect คาดหวังธุรกิจไทยที่จะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม สามารถเชื่อมต่อทั้งข้อมูล ภาพ เสียง และมัลติมีเดียต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวก เปิดประตูการค้าให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่ และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลาง ด้านการสื่อสารสำหรับภูมิภาคนี้ก่อนการเปิดการค้าเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะมาถึงในไม่กี่ปีข้างหน้า.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC

UIH ขยายบริการโครงข่ายสู่อินโดไชน่ารับ AEC

UIH และ BB Connect ขยายบริการเครือข่าย IPLC ไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม หวังเพิ่มช่องทางสื่อสารให้ธุรกิจไทยไปสู่ตลาดอินโดจีน และขึ้นแท่นผู้นำด้านไอซีที รับการที่ประเทศต่างๆ จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015…

บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) ผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรบริษัท บีบี คอนเน็ค จำกัด (BB Connect) บริษัทเอกชนรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องในการให้บริการเครือข่ายสื่อสารข้ามแดน ประกาศการเดินหน้าธุรกิจ เปิดประตูเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และเต็มประสิทธิภาพของ UIH เพื่อนำพาองค์กรธุรกิจก้าวเข้าสู่ตลาดอินโดไชน่า โดยล่าสุด UIH ข้ามฝั่งโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สปป. ลาว? ด้วยการเชื่อมต่อโครงข่ายผ่านบริษัท Enterprise of Telecom Lao Public Company (ETL) รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของ สปป. ลาว ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการสื่อสารในการดำเนินธุรกิจให้แก่องค์กรที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่าง 2 ประเทศ โดยในเบื้องต้นมีลูกค้าชั้นนำกลุ่มธนาคาร โรงแรม และเครื่องดื่ม ได้นำร่องใช้บริการการเชื่อมต่อโครงข่าย 2 ประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ UIH และ BB Connect คาดหวังธุรกิจไทยที่จะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม สามารถเชื่อมต่อทั้งข้อมูล ภาพ เสียง และมัลติมีเดียต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวก เปิดประตูการค้าให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่ และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลาง ด้านการสื่อสารสำหรับภูมิภาคนี้ก่อนการเปิดการค้าเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะมาถึงในไม่กี่ปีข้างหน้า.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ปณท ชวนร่วมเปิดหน้าต่างอาเซียนรับ AEC 2015

ปณท ชวนร่วมเปิดหน้าต่างอาเซียนรับ AEC 2015

ปณท จัดนิทรรศการ ?เปิดหน้าต่างอาเซียน…ต่างหน้าไม่ต่างใจ? ก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2558 ถึงวันที่ 31 ม.ค.55 เล็งบริการร่วมทั้งโลจิสติกส์ และการเงิน พร้อมจับมือออกแสตมป์ร่วม 10 ประเทศภาพเดียวกันฉลองเออีซี 2015…

นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท กล่าวว่า นิทรรศการ ?เปิดหน้าต่างอาเซียน…ต่างหน้าไม่ต่างใจ? ที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนที่กำลังจะก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ภายในสิ้นปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า โดย ปณท ใช้บานหน้าต่างเป็นสื่อชวนให้ค้นหาเพื่อทำความรู้จัก และเข้าใจแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในแง่มุมต่างๆ พร้อมจัดแสดงแสตมป์ของทุกประเทศในอาเซียน ซึ่งจะบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และเรื่องราวที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้เขียนไปรษณียบัตรมิตรภาพส่งฟรีถึงเพื่อนบ้านอาเซียน ผ่านตู้ไปรษณีย์จำลองของแต่ละประเทศที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษด้วย โดยจะมีการรวบรวมส่งมอบให้แก่สถานทูตของประเทศนั้นๆ ต่อไป

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท กล่าวต่อว่า ผลการประชุมซีอีโอ ฟอร์รั่ม (CEO Forum) ของไปรษณีย์อาเซียน ณ จังหวัดเสียมราฐ กัมพูชา ในช่วงเดียวกับที่มีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 21 ณ กรุงพนมเปญนั้น ไปรษณีย์ทุกประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจัดให้มีบริการร่วมของไปรษณีย์อาเซียน 10 ประเทศ ทั้งด้านโลจิสติกส์ และบริการการเงินเพื่อรองรับเออีซีที่จะมาถึง และเห็นด้วยในหลักการที่จะจัดทำตราไปรษณียากรที่ระลึกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 ให้เป็นแสตมป์ที่ออกร่วมกันทั้ง 10 ประเทศในแบบเดียวกัน ทั้งนี้ อาจลงนามเอ็มโอยูร่วมกันภายในงานแสตมป์โลกไทยแลนด์ 2013 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในกลางปี 2556

สำหรับ นิทรรศการ ?เปิดหน้าต่างอาเซียน…ต่างหน้าไม่ต่างใจ? จะมีไปถึงวันที่ 31 ม.ค.2556 ณ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน (สถานี BTS สะพานควาย) สถานศึกษาใดประสงค์จะพานักเรียนเข้าชมเป็นหมู่คณะ สามารถแจ้งสำรองวันเวลาล่วงหน้าได้ โดยพิพิธภัณฑ์ฯกำหนดรอบให้เข้าชมในวันเวลาราชการ เฉพาะพุธถึงศุกร์ วันละ 2 รอบ ๆ ละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยจะมีวิทยากรพร้อมกิจกรรมและอาหารว่างบริการฟรี สนใจติดต่อได้ที่ฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร ?โทร.0 2831 3856, 0 2831 3722 โทรสาร 0 2831 3850 หรือ stamp@thailandpost.co.th

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

จิตอาสารวมตัวเพจ ‘AEC Geek’ เตรียมความพร้อม SME สู่เออีซี

จิตอาสารวมตัวเพจ 'AEC Geek' เตรียมความพร้อม SME สู่เออีซี

ผู้ก่อตั้งเผยเปิดเพจ AEC Geek นาน 3 เดือน สมาชิกทะลุ 3 หมื่นคน ชูคอนเซปต์จากโซเชียลมีเดียสู่อาสากูรู โครงการจิตอาสาทางธุรกิจ หวังเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีไทยเงินทุนจำกัด…

ในปี 2558 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของภาคธุรกิจ ซึ่งหลายฝ่ายเริ่มเห็นความสำคัญของการเปิดประชาคมอาเซียนเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งซึ่งอาศัยความชื่นชอบในโซเชียลมีเดีย ประกอบกับความสนใจในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่เออีซี จึงทำให้เกิดการรวมตัวขึ้นภายใต้เพจ “AEC Geek” บนเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นเพจอิสระที่จัดทำขึ้นโดยคนไทยที่ไม่ใช่หน่วยงาน มีเนื้อหาในการเผยแพร่แผนพัฒนากลยุทธ์ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่การเปิดเศรษฐกิจเสรีอาเซียน

ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ผู้ก่อตั้งเพจ AEC Geek กล่าวว่า ในปี 2558 ที่เออีซีกำลังจะมาถึงถือเป็นอีกปีสำคัญของภาคธุรกิจ ซึ่งหลายฝ่ายเริ่มให้ความสำคัญกับการเปิดประชาคมอาเซียนกันอย่างกว้างขวาง รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ ที่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปิดเออีซีแล้ว ทั้งเรื่องเงินทุนและการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ โดยใช้บุคลากรทั้งภายในองค์กรและจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนธุรกิจ แต่ทั้งนี้ บริษัทขนาดใหญ่ดังกล่าวมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5 ของบริษัททั้งหมดในประเทศไทย ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและแหล่งเงินทุนจำกัด

ผู้ก่อตั้งเพจ AEC Geek กล่าวอีกว่า ภายหลังเพจดังกล่าวได้จัดทำขึ้น และมีการเผยแพร่เครื่องมือต่างๆ ในการพัฒนาธุรกิจผ่านทางหน้าเพจ AEC Geek ซึ่งมีสมาชิกกว่า 3 หมื่นคน ภายในเวลา 3 เดือน ทำให้เกิดจุดเริ่มต้นในการจัดตั้งโครงการอาสากูรู ซึ่งเป็นโครงการจิตอาสาที่ต้องการฝึกฝนตนเองเพื่อเตรียมตัวเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของกระแสนิยม 3 อย่างที่เป็นที่นิยม คือ โซเชียลมีเดีย จิตอาสา และเออีซี

สำหรับการดำเนินงานของโครงการฯ มีการคัดเลือกทีมอาสากูรู รุ่นที่ 1 โดยมีทีมงานที่เป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจองค์กรใหญ่ๆ มาให้คำปรึกษาและผึกฝนให้ทีมอาสา เพื่อทำให้ทีมอาสากูรูมีคุณภาพ ตามมาตรฐานที่ปรึกษาระดับโลก และทีมดังกล่าว จะนำเครื่องมือและกรอบความรู้ต่างๆ ไปเผยแพร่และใช้งานกับผู้ประกอบการในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และวิธีการทางธุรกิจที่เป็น Best Practices เพื่อนำมาจัดทำแผนกลยุทธ์ในการเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี โดยมีทีมอาสากูรู เป็นพี่เลี้ยงคอยถ่ายทอดความรู้และช่วยเหลือในการพัฒนาแผนกลยุทธ์ตามกรอบที่วางไว้ ตลอดจนช่วยให้นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดกระบวนการสู่ความสำเร็จขึ้นในผู้ประกอบการ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

เอ็นฟอร์ซลุยตลาดซีเคียวริตี้ ครึ่งปีหลัง55 รับการมาของ AEC

เอ็นฟอร์ซลุยตลาดซีเคียวริตี้ ครึ่งปีหลัง55 รับการมาของ AEC

เอ็นฟอร์ซฯ รุกหนักครึ่งปีหลัง 55 เน้นกลยุทธ์ทำตลาดพาร์ทเนอร์แบบแนวดิ่ง เปิดสำนักงานใหม่รองรับการเติบโตธุรกิจและประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 25% ในครึ่งปีหลัง ชี้แนวโน้มเทคโนโลยีมาแรงทั้งไฟร์วอลล์ยุคอนาคต การบริหารไอทีองค์กรรับกระแส BYOD และ ความปลอดภัยบนคลาวด์ระดับองค์กร…??

นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด กล่าวว่า ในครึ่งปีหลัง 2555 เอ็นฟอร์ซฯ เน้นกลยุทธ์ในการทำตลาดกับพาร์ทเนอร์ในรูปแบบแนวดิ่ง (Vertical) เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น เนื่องจากลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมมีความต้องการที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะทางด้านไอที ซีเคียวริตี้ เนื่องจากลูกค้ามีการแบ่งความต้องการที่ชัดเจน ในการให้ความสำคัญกับโซลูชั่นเฉพาะทางและรู้ว่าโซลูชั่นใดเหมาะกับธุรกิจ ลูกค้าอย่างไร อาทิ กลุ่มลูกค้าเวิลด์แบงก์? กลุ่มโทรคมนาคม และกลุ่มสถาบันการศึกษา เป็นต้น

?ส่วนในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เอ็นฟอร์ซฯ ประสบความสำเร็จกับการเติบโตของยอดขายตรงตามเป้าหมายที่ได้ตั้งใจไว้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จมาจากการได้รับความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ให้เข้ามารับผิดชอบดูแลโครงการใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพาร์ทเนอร์มีการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างจังหวัด ประกอบกับเอ็นฟอร์ซฯ มีความพร้อมในการนำเสนอโซลูชั่นได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทำให้ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความแข็งแกร่งในการทำงานร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าอีกด้วย? กก.ผจก.บ.เอ็นฟอร์ซ กล่าว??

นายนักรบ กล่าวต่อว่า เอ็นฟอร์ซ ยังมองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการเสริมทัพผลิตภัณฑ์ชั้นนำใหม่ให้ครบวงจร ได้แก่ ซีเอ (CA) เป็นโซลูชั่นด้านระบบสำรองข้อมูล (Back up & Storage) เพิ่มเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องของโซลูชั่นด้านสำรองข้อมูล โดยซีเอ ถือเป็นแบรนด์โซลูชั่นด้านระบบสำรองข้อมูลชั้นนำในระดับโลก และ เอ็นเอสเอฟโฟกัส (NSFocus) เป็นโซลูชั่นด้าน Anti DDos ซึ่งเป็นโซลูชั่นสำหรับ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ และ ดาต้า เซ็นเตอร์ โซลูชั่นดังกล่าวจะช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอมใน ทราฟิก (Traffic) ของข้อมูล โดยเล็งเห็นว่าตลาดด้านโทรคมนาคมมีการเติบโตเพิ่มากขึ้นทุกปี และมียอดผู้ใช้แบนด์วิธ (Bandwidth) เป็นจำนวนมาก ทำให้ D-Dos เพิ่ม มากขึ้น ประกอบกับอนาคตการใช้งานแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนที่มีเพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้ความต้องการด้านแบนด์วิธมีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นโซลูชั่นจาก NSFocus จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการที่ดีให้กับเซอร์วิส โพรวายเดอร์

?

กก.ผจก.บ.เอ็นฟอร์ซ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เอ็นฟอร์ซยังมีผลิตภัณฑ์ของ คาเซยา (Kaseya) เป็น โซลูชั่นด้านการบริหารจัดการไอทีสำหรับองค์กร หรือโซลูชั่นที่ช่วยองค์กรต่างๆ จัดการระบบไอทีให้มีประสิทธิภาพในการรองรับความต้องการการใช้งานในองค์กร เพราะว่าในปัจจุบันพนักงานขององค์กรเริ่มนำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวเข้ามาใช้ในองค์กรไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ที่มีความหลากหลาย ดังนั้นองค์กรจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอุปกรณ์เหล่านั้น โซลูชั่นจากคาเซยาจะสามารถช่วยองค์กรให้บริหารจัดการความหลากหลายของอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี???

นายนักรบ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดไอที ซีเคียวริตี้ในครึ่งหลังปี 2555 ว่า มีแนวโน้มการเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกันในแบบรายไตรมาส (Quarter-Quarter) หรือปีต่อปี (Year-Year) เนื่องด้วยอัตราความต้องการในการซื้อที่เพิ่มขึ้น?ดังนั้นถ้าไม่มีปัจจัยอื่นใดมาแทรกแซง เช่น ปัจจัยทางภัยธรรมชาติหรือสถานการณ์ทางการเมือง ตลาดครึ่งปีหลังน่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตของตลาดไอที ซีเคียวริตี้ เทียบเท่ากับตลาดไอทีเนื่องจากมีความสัมพันธ์กัน และตลาดไอที? ซีเคียวริตี้จะเติบโตตามความต้องการของตลาดไอที ผมมั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดรวมทั้งหมดของไอที และไอที ซีเคียวริตี้ น่าจะมีการเติบโตอยู่ที่ 15-20% สำหรับเทคโนโลยี ซีเคียวริตี้ที่น่าจับตามองตามกระแส? Bring your Own Device (BYOD) ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ ??

1.เน็กซ์-เจน ไฟร์วอลล์ (Next-Gen Firewall) เนื่องจากเป็นช่วงที่เปลี่ยนจาก ไฟร์วอลล์แบบเดิม ไปสู่ เน็กซ์-เจน ไฟร์วอลล์ และถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไอที ซีเคียวริตี้ในปีนี้ไปจนถึงปีหน้า (2555-2556) ??

2.การบริหารจัดการไอทีสำหรับองค์กร (Enterprise IT Management) จากกระแสแนวคิด BYOD หรือการที่พนักงานนำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้ในองค์กรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน จึงทำให้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการควบคุมการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับระบบขององค์กร??

3.คลาวด์ ซีเคียวริตี้ (Cloud Security) การใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ที่กำลังมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน จะทำให้เกิดคลาวด์ ซีเคียวริตี้ ที่จะมาพร้อมกับเวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น???

กก.ผจก.บ.เอ็นฟอร์ซ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้เอ็นฟอร์ซฯ ยังได้เปิดสำนักงานใหม่ที่โครงการเดอะซินโครไนซ์ ย่านถนนรัชดาภิเษก เป็นออฟฟิศใหม่ใจกลางเมือง เพื่อรองรับการขยายตัว และการเติบโตของธุรกิจ พร้อมรองรับประชาคมอาเซียน ในปี 2558 เนื่องจากเอ็นฟอร์ซฯ มีการเพิ่มจำนวนบุคลากรและขยายธุรกิจเพิ่มมากขึ้น? ซึ่งสำนักงานใหม่นี้จะพื้นที่ใช้สอย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มมากขึ้น อาทิ ห้องจัดอบรม และเทรนนิ่งต่างๆ สามารถรองรับจำนวนบุคลากรได้ถึง 30 คน มีพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า พร้อมและพื้นที่ในการทำกิจกรรมสันทนาการให้กับพนักงาน เป็นต้น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

UIH สยายปีกลุยตลาดโทรคมนาคมอินโดจีนรับ AEC

UIH สยายปีกลุยตลาดโทรคมนาคมอินโดจีนรับ AEC

คณะผู้บริหารของ UIH เดินทางไปเยือนเพื่อเจรจาธุรกิจ สำหรับเส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายของ UIH โดยเป็นการก้าวข้ามพรมแดนขยายตลาดสู่ลาว จีน เวียดนาม รับการเป็นประชาคมอาเซียน หรือ AEC ในปี 2015…

นายทยาวัต อุนนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่าย International Broadband Solution นำทีมคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) เดินทางไปเยือนเวียงจันทร์ สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อเจรจาธุรกิจสำหรับเส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายของ UIH โดยชูจุดยืนความมีเสถียรภาพโครงข่าย UIH จากภายในประเทศไทย สู่ประเทศเพื่อนบ้านผ่านพันธมิตร 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมในประเทศลาว อาทิ ETL, UNITEL, LAO Telecom และ Beeline เพื่อเป็นการเตรียมโครงข่ายสำหรับรองรับการขยายธุรกิจขององค์กรลูกค้า UIH และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หรือ AEC ในปี 2015 ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับการเยือนเวียงจันทร์ของผู้บริหาร UIH ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มความมั่นใจแก่องค์กรลูกค้า ในเรื่องศักยภาพด้านเสถียรภาพ และความแข็งแกร่งของโครงข่าย UIH ที่พร้อมเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างๆทั่วโลก พร้อมทั้งขยายรูปแบบการบริการเพื่อตอบสนองการสื่อสารหลากหลายรูปแบบขององค์กรลูกค้าที่มากขึ้น ทั้งยังช่วยให้การสื่อสารขององค์กรลูกค้าสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,