ศาลเลื่อนไต่สวน กรณี ‘CTH’ ฟ้อง ‘Apple’ ละเมิดลิขสิทธิ์

ศาลเลื่อนไต่สวน กรณี 'CTH' ฟ้อง 'Apple' ละเมิดลิขสิทธิ์

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เลื่อนไต่สวนคดี “ซีทีเอช” ฟ้อง “แอปเปิล” ละเมิดลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก หลังปล่อยให้มีแอพพลิเคชั่นลักลอบถ่ายทอดสัญญาณ ขายผ่านแอพสโตร์…

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาที่ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เจ้าของลิขสิทธิ์การแพร่ภาพฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2013-2014 แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย?หลังได้ยื่นฟ้องบริษัท แอปเปิล อิงค์?ประเทศสหรัฐอเมริกา , บริษัท แอปเปิล เซาท์ เอเชีย ประเทศไทย และนายจีนน์ แดเนียล เลวอฟฟ์ กรรมการผู้มีอำนาจ ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และให้บริการแอพพลิเคชั่น sport channel ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของซีทีเอชบนแอพสโตร์?ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี และเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท นั้น

เนื่องจากมีปัญหาความล่าช้าในการส่งหมายเรียกให้จำเลยที่อยู่ในต่างประเทศ โดยศาลได้นัดพร้อมคู่ความเพื่อติดตามความคืบหน้าการส่งหมายเรียก ในวันที่ 31 มีนาคม 2557 เวลา 09.30 น.?และนัดพร้อมคู่ความเพื่อไต่สวนมูลฟ้องใหม่ ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2557 เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ ซีทีเอช ได้ยื่นฟ้อง แอปเปิล ในคดีอาญาและแพ่ง จากการจำหน่ายแอพพลิเคชั่น “Sport Channel” และแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ อีก 5 แอพพลิเคชั่นขึ้นไป ผ่านทางร้าน iTunes App Store ซึ่งมีการลักลอบถ่ายทอดสัญญาณภาพ การแข่งขันฟุตบอลจากช่องซีทีเอช เผยแพร่ยังผู้ที่ซื้อและติดตั้งแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์ไอโฟน ไอแพด และไอพอดทัช โดยถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้าของซีทีเอช??ซึ่งคดีแพ่งนั้น ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคั้งต่อไปในวันที่ 23 ธันวาคมนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

Apple เผยโฉม OS X Mountain Lion

Apple เผยโฉม OS X Mountain Lion

แอปเปิล เผยโฉมระบบปฏิบัติการที่มีชื่อว่า OS X Mountain Lion นำความสามารถใน ios ใส่เครื่องแมค…

แอปเปิลเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไปของเครื่องแมค ชื่อว่า OS X Mountain Lion ซึ่งนำเอาคุณสมบัติและความสามารถของ iOS มาเป็นแอพพลิเคชั่น บนระบบปฏิบัติการใหม่นี้ ทั้ง iCloud? Messages Game Center (เกมเซ็นเตอร์) Reminder Notification Center (ระบบการแจ้งเตือน) Note (การจดบันทึก) ฯลฯ โดยบางแอพพลิเคชั่นสามารถเชื่อมโยงกับบน iOS ได้ด้วย

สำหรับ Messages ในระบบปฏิบัติการใหม่นั้น เป็นแอพพลิเคชั่นที่มาแทน iChat ในโอเอสเวอร์ชั่นเก่า ซึ่งสามารถแชทกับไอโฟน สามารถแชทผ่าน AOL Jabber หรือ Google Talk รวมทั้งสามารถแชร์รูปภาพ แชทกลุ่ม ได้อีกด้วย ส่วน Notification Center หรือระบบแจ้งเตือน สำหรับระบบปฏิบัติการใหม่นี้ จะอยู่ในแถบทางด้านขวาของหน้าจอ ซึ่งมีการแจ้งเตือนเหมือนกับใน ไอโฟน ซึ่งในปัจจุบันสามารถใช้ได้เพียงแอพพลิเคชั่นของแอปเปิลเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมี Gatekeeper Gatekeeper ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยในการดาวน์โหลด เพื่อป้องกันมัลแวร์ รวมทั้งรองรับ AirPlay ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เสียบกับทีวีและเครื่องเสียงไว้สำหรับแสดงภาพ เปิดรูป เล่นเพลง หนัง ที่โหลดจาก iTune ผ่านเครือข่ายไวไฟ

ทั้งนี้ นักพัฒนา MAC OS X สามารถดาวน์โหลด OS X 10.8 Mountain Lion รุ่นทดลองใช้งาน เพื่อทดสอบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนรุ่นตัวเต็มจะออกมาในช่วงเดือน ก.ค. 2555

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูล สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.apple.com

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

แอปเปิลเลิก NDA เปิดทางนักพัฒนาโปรแกรมไอโฟนหารือได้

แอปเปิล (Apple) ประกาศยกเลิกการบังคับเซ็นสัญญาปกปิดความลับ nondisclosure agreement หรือ NDA กฎเหล็กซึ่งผู้พัฒนารายย่อยที่ต้องการผลิตซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานบนไอโฟนทุก คนจะถูกห้ามเผยแพร่หรือพูดถึงคอนเทนท์ในชุดพัฒนา iPhone software developer kit หรือ iPhone SDK กับใครก็ตาม ระบุว่าไม่ต้องการให้ข้อตกลงปกปิดความลับนี้ไปจำกัดความสามารถในการทำงานของ นักพัฒนา เพราะการเลิก NDA จะทำให้นักพัฒนาหารือกันได้อย่างอิสระ

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

แอปเปิลหนีไม่พ้นถูกมองว่ายกเลิกข้อตกลงปกปิดความลับ NDA เพื่อรับมือกระแสโทรศัพท์มือถือแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิล (Android) ที่เพิ่งลงตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแอนดรอยด์นั้นเป็นโอเพ่นซอร์สซึ่งนักพัฒนาสามารถต่อยอด และนำผลงานโปรแกรมไปจำหน่ายได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ขณะที่แอปเปิลนั้นบังคับให้นักพัฒนาทุกคนที่ดาวน์โหลดชุดพัฒนาซอฟต์แวร์สำ หรับไอโฟน ห้ามพูดถึงคอนเทนท์ใน iPhone SDK กับใครก็ตามแม้แต่นักพัฒนาด้วยกันเอง

แอ ปเปิลนั้นเคยบอกว่า ข้อตกลง NDA เกิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันนวัตกรรมของแอปเปิลเอง โดยเชื่อว่า NDA จะช่วยปกป้องไม่ให้ใครมาขโมยผลงานของแอปเปิลอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักพัฒนาถูกจำกัด เงื่อนไขใน NDA ทำให้นักพัฒนาไม่สามารถปรึกษากับนักพัฒนารายอื่นเพื่อแก้ปัญหาหรือ bug ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อการแก้ปัญหาทำได้ช้า การพัฒนาซอฟต์แวร์ก็เชื่องช้าตามไปด้วย เทียบกันแล้วแอนดรอยด์มีอิสระในการหารือมากกว่าไอโฟน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปไอโฟนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบไม่รู้จบ

เมื่อ NDA เป็นภาระของชุมชนนักพัฒนาเช่นนี้ แอปเปิลจึงประกาศยกเลิกให้ NDA ไม่มีผลกับซอฟต์แวร์ไอโฟนทุกรายการที่ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ขอยกเว้นเวอร์ชันทดสอบที่ยังไม่เปิดใช้งานจริง นั่นคือ นักพัฒนาที่อยู่ระหว่างการทดสอบชุดซอฟต์แวร์ของแอปเปิลจะยังอยู่ภายใต้ เงื่อนไข NDA ต่อไป

ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118302

Tags: , , ,

แอ๊ปเปิ้ลขู่ปิดไอทูนส์ประท้วงค่าธรรมเนียมขึ้น

หวอ..เอาแล้วไง เริ่มระอุขึ้นมาแล้วสำหรับโลกเพลงออนไลน์ ที่ล่าสุดเจ้าตลาดผู้ให้บริการเพลงรายใหญ่อย่าง”พี่แอ๊ปเปิ้ล” ประกาศอาจต้องปิดตัว”ไอทูนส์” เป็นแน่แท้ หากต้นทุนสูงขึ้น

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : รายงานข่าวจากนิวส์แฟคเตอร์ ดอทคอม กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารลิขสิทธิ์ (ซีอาร์บี) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กำหนดแผนเปิดโหวตคะแนนเสียงตามข้อเรียกร้องของสมาคมผู้แต่งเพลงแห่งชาติ สหรัฐฯ เพื่อขอขึ้นค่าลิขสิทธิ์ให้สมาชิกในการจำหน่ายเพลงออนไลน์ จากเดิมที่จ่ายให้ศิลปิน 9 เซนต์ต่อเพลงเป็น 15 เซนต์

ความ เคลื่อนไหวดังกล่าวถูกต่อต้านจากสมาคมอุตสาหกรรมเพลงสหรัฐฯ (อาร์ไอเอเอ) และสมาคมสื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าปลีกเพลงออนไลน์ ประกอบด้วยเอโอแอล, แอ๊ปเปิ้ล, มิวสิคเน็ต, แนปสเตอร์, เรียลเน็ตเวิร์ค และยาฮู

ทั้งนี้เป็นที่คาดกันว่าผู้ที่ จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ร้านค้าเพลงออนไลน์ “ไอทูนส์” ซึ่งปัจจุบันเป็นบริการเพลงดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด

นาย เอ็ดดี้ คิว รองประธานกลุ่มธุรกิจไอทูนส์ กล่าวว่า ธุรกิจเพลงออนไลน์มีส่วนต่างรายได้ต่ำมากอยู่แล้ว แต่เพราะบริษัทตระหนักดีกว่า ที่ผ่านมาไอทูนส์ สโตร์ไม่เคยขาดทุน แต่ก็เป็นไปได้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหากค่าธรรมเนียมสูงขึ้น

อย่าง ไรก็ตาม นายคิวระบุชัดเจนว่า หากซีอาร์บีขึ้นค่าธรรมเนียมอาจส่งผลให้บริษัทต้องเลือกระหว่างขึ้นค่า บริการเพลง ซึ่งอาจกระทบต่อยอดขาย หรือจะเลือกแบกภาระต้นทุนไว้เอง ซึ่งวิธีนี้อาจทำให้ส่วนต่างกำไรของบริษัทแย่ลงเรื่อยๆ

“เราขอย้ำชัดเจนว่า เราทำธุรกิจนี้เพื่อสร้างรายได้ และคงจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้หากไม่มีทางจะทำให้ได้กำไรขึ้นมา”

อย่าง ไรก็ตามนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า แอ๊ปเปิ้ลไม่มีทางปิดบริการดังกล่าว เนื่องจากครองส่วนแบ่งสูงถึง 85% ของตลาดเพลงดิจิทัลทั่วโลก นอกจากนี้ไอทูนส์ยังมีบทบาทในการผลักดันยอดขายเครื่องเล่นเพลง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของแอ๊ปเปิ้ล

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/03/news_299998.php

Tags: ,

แอ๊ปเปิ้ลปลดล็อก’ไอโฟน’ฮ่องกง

แอ๊ปเปิ้ลปลดล็อกไอโฟน 3 จี ในฮ่องกง ให้อิสระเลือกค่ายได้เอง ฟาก “โนเกีย” เตรียมปล่อยคู่แข่ง “ทูบ” 2 ต.ค.นี้

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักข่าวเอพี รายงานว่า แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ไฟเขียวจำหน่ายไอโฟน 3จี แบบไม่จำกัดค่ายในตลาดฮ่องกง โดยเปิดให้ผู้ใช้เลือกผู้ให้บริการได้ตามใจชอบ ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ เป็นกลยุทธ์แตกต่างจากแผนก่อนหน้านี้ที่เคยประกาศเมื่อครั้งเปิดตัวไอโฟน เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งระบุชัดเจนว่า จะต้องใช้งานผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการใน 22 ประเทศ ที่แอ๊ปเปิ้ลทำข้อตกลงไว้เท่านั้น โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานถึงเหตุผลของแผนดังกล่าว

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

ด้านเวบไซต์ของแอ๊ปเปิ้ลในฮ่องกง ระบุว่า ผู้สนใจสามารถ “ซื้อไอโฟน3จี” ได้โดยตรงผ่านช้อปออนไลน์ของแอ๊ปเปิ้ล และสามารถเลือกผู้ให้บริการระบบเอง โดยรุ่น 8 กิกะไบต์ ราคา 5,400 ดอลลาร์ฮ่องกง (695 ดอลลาร์) และรุ่น 16 กิกะไบต์ ราคา 6,200 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการจัดส่ง ขณะที่ ราคาเปิดตัวเครื่องในสหรัฐ รุ่น 8 กิกะไบต์ อยู่ที่ 199 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น 16 กิกะไบต์ อยุ่ที่ 299 ดอลลาร์

รายงานข่าว กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดตัวไอโฟน 3จีทั่วโลก เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แฟนพันธุ์แท้ของไอโฟนสามารถหาซื้อได้จาก “ฮัทชิสัน เทเลคอมมิวนิเคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล” โดยจะต้องทำสัญญาใช้บริการระบบเป็นเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตาม เครื่องเหล่านี้กลับได้รับความนิยมแพร่หลายในตลาดมืด

วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากหลายสำนัก ระบุว่า โนเกีย เตรียมปล่อยมือถือจอสัมผัสรุ่นแรก “ทูบ (Tube)” ลงตลาดสัปดาห์หน้า เพื่อหวังท้าชนไอโฟน โดยจะเปิดตัวครั้งแรกระหว่างงานพบปะสื่อมวลชน และนักวิเคราะห์ในลอนดอน วันที่ 2 ต.ค.นี้

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/30/news_298808.php

Tags: ,

แอปเปิลเรียกคืนอแดปเตอร์ iPhone 3G!

พบความผิดพลาดในอุปกรณ์แปลงไฟหรือพาวเวอร์อแดปเตอร์ขนาดจิ๋วสำหรับใช้กับ โทรศัพท์มือถือจอสัมผัสชื่อดัง”ไอโฟนทรีจี (iPhone 3G)” โดยแอปเปิล (Apple) ออกมาประกาศเตือนให้ผู้ใช้ในหลายประเทศมารับอแดปเตอร์ใหม่ที่ร้านค้าแอปเปิล ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรที่อาจเกิดขึ้น

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

อแดปเตอร์ของไอโฟนทรีจีที่มีปัญหานั้นเป็นอแดปเตอร์ขนาดเล็กซึ่งมี พอร์ตยูเอสบีสำหรับต่อสายเชื่อมไอโฟนเพื่อชาร์ตไฟ ความผิดพลาดเกิดขึ้นบริเวณง่ามโลหะที่ทำให้การเสียบอแดปเตอร์เข้าเต้าเสียบ เกิดติดขัดและอาจหักออกได้ ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรตามมา

แอ ปเปิลระบุว่ายินดีเปลี่ยนอแดปเตอร์รุ่นนี้ให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้สามารถนำอแดปเตอร์เดิมมาติดต่อที่ร้านแอปเปิลและร้านออนไลน์ได้ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นไป

ระหว่างนี้ แอปเปิลแนะนำให้ผู้ใช้ไอโฟนทรีจีหยุดชาร์จไฟด้วยอแดปเตอร์ดังกล่าว โดยขอให้ใช้อแดปเตอร์ยูเอสบีมาตรฐานของแอปเปิลหรือของผู้ผลิตรายอื่นก่อน รวมถึงสามารถชาร์จกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านสายยูเอสบี

แอปเปิลแถลงในเว็บไซต์ว่า รายงานความผิดพลาดที่แอปเปิลได้รับนั้นคิดเป็นสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับ จำนวนอแดปเตอร์ที่ได้จำหน่ายไป และไม่มีรายงานความเสียหายถึงขั้นบาดเจ็บใดๆ

ไม่มีข้อมูลว่า อแดปเตอร์ที่ได้รับความเสียหายมีจำนวนเท่าใด โดยอแดปเตอร์ที่ถูกเรียกคืนครั้งนี้มีจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา แคนาดา ชิลี โคลัมเบีย คอสตาริกา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ญี่ปุ่น แม็กซีโก ปานามา และเปรู

สำหรับผู้ซื้ออแดปเตอร์แบบแยกขายเดี่ยวเป็นอุปกรณ์เสริม อยู่ในกลุ่มปลอดภัยซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอแดปเตอร์กับแอปเปิล โดยผู้ใช้สามารถสังเกตจากจุดสีเขียวซึ่งจะติดไว้ที่ด้านล่างของอแดปเตอร์

ที่มา : http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000111713

Tags: , ,

แอปเปิ้ลเปิดตัวไอพอด iPod รุ่นบางเฉียบ

ซานฟรานซิสโก10ก.ย.-แอปเปิ้ลเปิดตัวไอพอดนาโนรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งมีจุดเด่น ตรงที่ตัวเครื่องบางเฉียบทั้งยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายและเพื่อให้ สอดคล้องกับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แอปเปิ้ลจึงออกแบบไอพอดรุ่นนี้ให้ทำมาจากวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลใช้งาน ได้อีก

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

นายสตีฟ จอบส์? ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอปเปิ้ล ได้นำไอพอดรุ่นที่ 4 นี้? มาเปิดตัวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในนครซานฟรานซิสโก สหรัฐ?? คาดว่า ไอพอดนาโนรุ่นนี้ จะวางขายที่ประเทศอังกฤษ ในราคาเครื่องละ 109 ปอนด์ หรือประมาณ 6,700 บาท? สำหรับรุ่นที่มีหน่วยความจำ 8 กิกะไบต์?? แต่รุ่นที่มีหน่วยความจำ 16 กิกะไบต์ จะขายกันที่ราคา 149 ปอนด์ หรือประมาณ 9,200 บาท

ไอพอดนาโนรุ่นนี้ นอกจากจะทำให้ผู้ใช้งานเลือกฟังเพลงได้ตามที่ตัวเองป้อนข้อมูลลงไปแล้ว? ยังมีลูกเล่นแหวกแนวตรงที่ เพียงแค่ผู้ใช้งานขยับข้อมือ ก็สามารถสั่งการให้ไอพอดเลื่อนเพลงขึ้นหรือลงได้?? นายสตีฟ จอบส์ ยังอ้างว่า ขายไอพอดไปได้แล้วกว่า 160 ล้านเครื่อง นับจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว. -620

ที่มา : http://news.mcot.net/technology/inside.php?value=bmlkPTU0NDg4Jm50eXBlPXRleHQ=

Tags: , , ,

แอปเปิลรับ แบตช็อตทำไอพ็อดนาโนไฟลุกจริง!

หลังจากกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นออกมาให้ข่าวว่า เกิดเหตุไอพ็อดนาโน (iPod nano) 3 เครื่องร้อนจัดจนเกิดไฟลุกไหม้ จากการตรวจสอบเชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะข้อผิดพลาดในแบตเตอรี่ ซึ่งแอปเปิลออกมาให้ข่าวว่า ปัญหาไฟรั่วเกิดในแบตเตอรี่เฉพาะผู้ผลิตรายเดียว
???????
???????รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากปัญหาแบตเตอรี่ร้อนจัดจนไฟลุกไหม้ไอพ็อดนาโน 3 เครื่องที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น แต่แอปเปิลนั้นออกมายอมรับว่า มีผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุไฟไหม้ไอพ็อดนาโนจำนวน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยจากการตรวจสอบของรัฐบาลญี่ปุ่น พบว่าไอพ็อดนาโนที่มีความเสี่ยงไฟลุกไหม้ได้แก่ MA004J/A, MA005J/A, MA099J/A และ MA107J/A ซึ่งเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงเดือนกันยายนปี 2005-2006

?

???????
???????รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าการออกแถลงการเรื่องไอพ็อดนาโนครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ชี้นำการสอบสวน แต่จุดประสงค์คือต้องการให้แอปเปิลออกมากล่าวเตือนภัยแก่ผู้บริโภค ล่าสุดแอปเปิลยังยืนยันว่าไม่มีรายงานการบาดเจ็บขั้นร้ายแรง แต่ก็ยินยอมเปลี่ยนเครื่องให้กับผู้ใช้ iPod nano ที่มีความเสี่ยง โดยสามารถติดต่อเปลี่ยนเครื่องที่ศูนย์ให้บริการของแอปเปิลโดยตรง
???????
???????แอปเปิลไม่ให้ข้อมูลว่า แบตเตอรี่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั้นเป็นฝีมือของผู้ผลิตรายใด ให้ข้อมูลเพียงว่าเป็นเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตเพียงรายเดียว โดยความคืบหน้าล่าสุดของแอปเปิล คือการประกาศอัปเดทซอฟต์แวร์ในไอโฟนเพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่องที่มีอยู่เดิม

ที่มา : http://www.manager.co.th

Tags: , ,

แอปเปิ้ลผุดช็อปในมหา”ลัยทั่วปท. งัดโมเดล”U-Store”เจาะกลุ่มนักศึกษากำลังซื้อสูง

“แอปเปิ้ล” ปูพรมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 50 แห่งทั่ว ปท. ทั้งโมเดล iStudio, iBeat และล่าสุดเปิด “U-Store” บุกมหา”ลัยดัง เข้าถึงกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง ประเดิม มธ.-มช. และ ม.รังสิต ประกาศพร้อมเดินหน้าเจรจากับทุกสถาบันการศึกษาที่สนใจ เผยแนวโน้มการเติบโตยอดขายไปได้สวย ผู้บริโภคให้การตอบรับแบรนด์ “แอปเปิ้ล” มากขึ้น ขณะที่ข้อมูลยังไม่ชัด “ไอโฟน” มาเมืองไทยเมื่อไหร่

?


นายเทอดศักดิ์ สกุลยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโมเดลช่องทางการจัดจำหน่ายของแอปเปิ้ลมี 3 รูปแบบ คือ iStudio, iBeat และ U-Store โดยในส่วนของ U-Store เป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น โดยขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง คือ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต และที่มหาวิทยาลัยรังสิต และเร็วๆ นี้จะเปิดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งสถานที่

“แอปเปิ้ลพร้อมที่เข้าไปในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับความพร้อมและมุมมองของมหาวิทยาลัยว่าไปในทิศทางเดียวกับเราหรือไม่ โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับอีกหลายแห่ง เราไม่ได้หยุดแค่นี้แน่นอน”

นายเทอดศักดิ์กล่าวว่า ตลาดการศึกษาถือว่าเป็นตลาดสำคัญของแอปเปิ้ลมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมานักศึกษาต้องออกมาซื้อที่รีเทลช็อปข้างนอก แต่ต่อไปนี้แอปเปิ้ลจะเข้าไปตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายถึงที่ เพราะโปรดักต์ของแอปเปิ้ลค่อนข้างชัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับการเรียนการสอน ทางมหาวิทยาลัยเห็นประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับจากการที่ให้บริษัทเข้าไปเปิดช็อป

สำหรับ iStudio ปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น19 แห่ง จะเป็นช็อปที่เต็มรูปแบบที่สุด ซึ่งต้องเป็นตัวแทนระดับพรีเมี่ยม รีเซลเลอร์ (premiun reseller) เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ เพราะนอกจากจะมีสินค้าครบแล้ว ในแง่ของพนักงานขายก็ต้องมีความรู้มากเป็นพิเศษ ซึ่งในกรณีของตัวแทน iStudio จะมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก แต่สำหรับ iBeat จะเป็นช็อปที่มีขนาดเล็กกว่า และสินค้าที่วางจำหน่ายน้อยกว่า โดยจะเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจไอทีเข้ามาช่วยในการทำตลาด ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 30 แห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

“คอนเซ็ปต์ U-Store และ iStudio ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ U-Store ก็เป็นช็อปที่เปิดในมหาวิทยาลัยเพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษา โดยในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายก็จะมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 3 โมเดลตามความเหมาะสมแต่ละทำเล ซึ่งตลาดของแอปเปิลในเมืองไทยก็มีการเติบโตและได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าคอนซูเมอร์อย่างไอพอดและไอโฟน ก็ทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับ แบรนด์แอปเปิ้ลมากขึ้น” นายเทอดศักดิ์กล่าวและว่า

ในกรณีของไอโฟนนั้นจะเข้ามาทำตลาดในเอเชียภายในปีนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อไหร่ โดยปัจจุบันสินค้าที่ทำรายได้หลักให้บริษัทก็คือ คอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งมีทั้งกลุ่ม คอร์ปอเรตและคอนซูเมอร์

ด้านนางสาวพรเพ็ญ แก้วสุรพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อี ไอ ที เอส โซลูชั่น จำกัด ผู้แทนจำหน่ายสินค้าของ แอปเปิ้ลมากว่า 10 ปี กล่าวว่า บริษัทได้เปิดร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ U-Store ภายในมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นครั้งแรก จากเดิมที่ทำตลาดเฉพาะคอร์ปอเรตขนาดใหญ่และสถาบันการศึกษาเท่านั้น โดยใช้งบฯลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท โดยมีแอปเปิ้ลเป็น ผู้ช่วยเรื่องการตลาดและอนุมัติความเห็นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ

โดยภายในร้านจะจำหน่ายสินค้าจาก แอปเปิ้ลทุกชนิด และแอ็กเซสซอรี่ไอทีอื่นๆ พร้อมกับเป็นสถานที่ให้นักศึกษาสามารถทดลองใช้สินค้า หรือฝึกโปรแกรมต่างๆ ได้ ซึ่งอนาคตต้องการให้ U-Store เป็นศูนย์กลางด้านไอที ในการจัดเวิร์กช็อป หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ โดยมี เจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ข้อมูลด้านการใช้งานไอทีได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันราคาสินค้าที่ขายภายในร้านบางรุ่นจะเป็นราคาเพื่อการศึกษา โดยหากผู้ซื้อสินค้าโชว์บัตร น.ศ.สถาบันใดก็ตาม สามารถลดราคาได้ 10%

“ที่เข้ามาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย เพราะเดิมมีลูกค้าที่เป็นสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว จึงทำให้ทั้งอาจารย์ นักศึกษา อยากซื้อสินค้าใช้เองบ้าง จึงหันมาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย และนักศึกษา ม.รังสิตก็เป็น กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันคาดว่านักศึกษา ม.รังสิตประมาณ 20% ที่ใช้สินค้าของแอปเปิ้ลอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องการขยายเพิ่มเป็น 50%”

ปัจจุบันการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า แอปเปิ้ลภายในมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วโลก จะใช้ชื่อ “Campus Store” และจะบริหารงานจากแอปเปิ้ลโดยตรง โดยให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ช่วยเผยแพร่กิจกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผู้ใช้เทคโนโลยีของแอปเปิ้ล

นางสาวพรเพ็ญกล่าวว่า รูปแบบของร้าน U-Store และ i-Studio ไม่ต่างกัน เพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายร้านรีเทลเหมือนกัน เพียงแต่ U-Store ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย

“U-Store จะมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือ นักศึกษา ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและยังได้ราคาพิเศษ ซึ่งการตั้งร้านในมหาวิทยาลัยมีข้อดีตรงที่ทุกๆ ปีจะมีลูกค้าใหม่ เพราะเด็กปี 1 เข้าเรียน ไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มเดิม ถึงแม้ว่ากลุ่มลูกค้าไม่กว้าง แต่สามารถโฟกัสเป้าหมายได้ชัดเจน ขณะเดียวกันการแข่งขันไม่สูงมากเหมือนร้านค้าทั่วไป แต่อาจจะมีช่วงเปิด-ปิดเทอมแทน” นางสาวพรเพ็ญกล่าวและว่า

ภาพรวมการจำหน่ายสินค้าแอปเปิ้ลพบว่า ตลาดโตขึ้นเพราะเทรนด์สินค้าใหม่ๆ มาแรง และการรับรู้ของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่คิดว่าแอปเปิ้ลใช้ยาก แต่ตอนนี้คนเข้าใจมากขึ้น โดยสินค้าของแอปเปิ้ลที่ขายดีอันดับ 1 คือ Macbook ระดับราคา 4 หมื่นบาท อันดับ 2 Macbook Pro ราคา 6.5 หมื่นบาท และ i-Mac ราคาประมาณ 3.8 หมื่นบาท สำหรับปีนี้ อีไอทีเอส ตั้งเป้ายอดขายทั้งหมด 80 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากแอปเปิ้ล 80% จากยอดขายทั้งหมด จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 60 ล้านบาท

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Tags: ,

‘แอปเปิล’ ราคาสะท้านโลก

เมื่อวันก่อน ขณะที่นั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ ได้ยินเสียงน้องๆ กราฟิก คุยกันถึง 3G iPhone ที่ราคาประมาณ 6 พันกว่าบาท เราหูผึ่งขึ้นทันที เพราะอยากได้โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่รองรับ 3G ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจดีว่า 3G คืออะไร

และ 3G ก็ยังไม่มีในเมืองไทย แต่พอได้ยินว่าเป็น 3G iPhone ของแอปเปิลในราคาแค่นั้น ก็อยากได้แบบไม่ต้องคิด ถึงขนาดจะซื้อ 2 เครื่อง สีขาวกับดำ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จริงหรือนี่ iPhone จากค่ายแอปเปิลราคาไม่ถึงหมื่น ทำไมถึงถูกได้ขนาดนี้?

เราเลยไม่รอช้า รีบออนเอ็ม (online msn) คุยกับน้องคนหนึ่งซึ่งเรียนไฮสกูลอยู่ที่อเมริกา หวังจะฝากซื้อให้ส่งมา จึงรู้ว่าแท้จริงแล้วมีข้อผูกมัดภายใต้ราคาถูกจูงใจนั้น และได้รู้รายละเอียดกระจ่างขึ้น เมื่อ search หาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง

ที่ 3G iPhone ถูกกว่า iPhone รุ่นแรกๆ และโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ใกล้เคียงกันของยี่ห้อคู่แข่ง ทั้งๆ ที่ มีฟังก์ชันทุกอย่างดีกว่า เพราะแอปเปิล ได้ตัดสินใจสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการโครงข่ายไร้สายอย่าง เอทีแอนด์ที ที่อเมริกา

จากแบบเดิมที่ผู้ให้บริการ ต้องแบ่งค่าบริการในการใช้งานตามสัญญาแก่แอปเปิล ไปเป็นแบบใหม่ ที่ผู้ให้บริการ ออกเงินชดเชย (subsidise)แก่แอปเปิล สำหรับค่าเครื่อง 3G iPhone ทุกเครื่องที่ขายได้ โดยผู้ให้บริการ จะทำสัญญาผูกมัดผู้ซื้อ ให้ใช้โครงข่ายเป็นเวลา 2 ปี และไม่ต้องแบ่งค่าบริการการใช้งานให้แอปเปิลอีก เหมือนกับที่โนเกียและซัมซุงเคยทำมาแล้ว

สาเหตุที่แอปเปิลทำแบบนี้ เพราะการดำเนินธุรกิจแบบเดิมของแอปเปิล ทำให้ยอดขายของ iPhone เติบโตช้าเกินไป แอปเปิลจึงใช้กลยุทธ์หาพันธมิตร เพื่อขายเครื่องได้ถูกลง และเพิ่มจำนวนประเทศที่ขาย 3G iPhone อย่างถูกกฎหมาย จาก 6 ประเทศ เป็น 70 ประเทศ โดยหวังว่า จะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากส่วนแบ่งค่าบริการจากการใช้งาน

ซึ่งกลยุทธ์ของแอปเปิล ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมือถือแค่ส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ยังกำหนดทิศทาง มาตรฐานใหม่ในด้านการออกแบบ และความง่ายต่อการใช้งาน

ของสมาร์ทโฟน ให้คู่แข่งเดินตาม

คงต้องดูกันต่อไปว่า ยุคแห่งการสื่อสารไร้สายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่ตอนนี้ เราว่าคนทั่วโลกต่างรอคอย แอปเปิลราคาถูก ผลนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ใช่เพราะเป็น 3G แต่เพราะเป็น iPhone ของแอปเปิล ซึ่งราคาถูกแบบบิ๊กแบงสะท้านโลก

แล้วเมืองไทยล่ะ จะได้ใช้ 3G iPhone ราคาถูกเหมือนคนอื่นมั้ย!!

เพราะเราไม่มี เอทีแอนด์ที ก็หวังว่าแอปเปิลจะสามารถจับมือกับผู้ให้บริการโครงข่ายไร้สายสักรายในบ้านเรา ที่พร้อมจะเป็นพันธมิตรและมีความสามารถในการเชื่อมต่อโครงข่ายไร้สายความเร็วสูงรุ่นที่ 3 หรือ 3G ที่หลายๆ ประเทศเขาได้ใช้บริการกันมานานจนเบื่อแล้ว

แต่ไทยเรายังไม่มีกับเขาสักที เฮ้อ!
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Tags: ,