IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
6 Oct
แอปเปิล (Apple) ประกาศยกเลิกการบังคับเซ็นสัญญาปกปิดความลับ nondisclosure agreement หรือ NDA กฎเหล็กซึ่งผู้พัฒนารายย่อยที่ต้องการผลิตซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานบนไอโฟนทุก คนจะถูกห้ามเผยแพร่หรือพูดถึงคอนเทนท์ในชุดพัฒนา iPhone software developer kit หรือ iPhone SDK กับใครก็ตาม ระบุว่าไม่ต้องการให้ข้อตกลงปกปิดความลับนี้ไปจำกัดความสามารถในการทำงานของ นักพัฒนา เพราะการเลิก NDA จะทำให้นักพัฒนาหารือกันได้อย่างอิสระ
แอปเปิลหนีไม่พ้นถูกมองว่ายกเลิกข้อตกลงปกปิดความลับ NDA เพื่อรับมือกระแสโทรศัพท์มือถือแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิล (Android) ที่เพิ่งลงตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแอนดรอยด์นั้นเป็นโอเพ่นซอร์สซึ่งนักพัฒนาสามารถต่อยอด และนำผลงานโปรแกรมไปจำหน่ายได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ขณะที่แอปเปิลนั้นบังคับให้นักพัฒนาทุกคนที่ดาวน์โหลดชุดพัฒนาซอฟต์แวร์สำ หรับไอโฟน ห้ามพูดถึงคอนเทนท์ใน iPhone SDK กับใครก็ตามแม้แต่นักพัฒนาด้วยกันเอง
แอ ปเปิลนั้นเคยบอกว่า ข้อตกลง NDA เกิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันนวัตกรรมของแอปเปิลเอง โดยเชื่อว่า NDA จะช่วยปกป้องไม่ให้ใครมาขโมยผลงานของแอปเปิลอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักพัฒนาถูกจำกัด เงื่อนไขใน NDA ทำให้นักพัฒนาไม่สามารถปรึกษากับนักพัฒนารายอื่นเพื่อแก้ปัญหาหรือ bug ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อการแก้ปัญหาทำได้ช้า การพัฒนาซอฟต์แวร์ก็เชื่องช้าตามไปด้วย เทียบกันแล้วแอนดรอยด์มีอิสระในการหารือมากกว่าไอโฟน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปไอโฟนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบไม่รู้จบ
เมื่อ NDA เป็นภาระของชุมชนนักพัฒนาเช่นนี้ แอปเปิลจึงประกาศยกเลิกให้ NDA ไม่มีผลกับซอฟต์แวร์ไอโฟนทุกรายการที่ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ขอยกเว้นเวอร์ชันทดสอบที่ยังไม่เปิดใช้งานจริง นั่นคือ นักพัฒนาที่อยู่ระหว่างการทดสอบชุดซอฟต์แวร์ของแอปเปิลจะยังอยู่ภายใต้ เงื่อนไข NDA ต่อไป
ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118302
Tags: apple, iphone, nda, steve job3 Oct
หวอ..เอาแล้วไง เริ่มระอุขึ้นมาแล้วสำหรับโลกเพลงออนไลน์ ที่ล่าสุดเจ้าตลาดผู้ให้บริการเพลงรายใหญ่อย่าง”พี่แอ๊ปเปิ้ล” ประกาศอาจต้องปิดตัว”ไอทูนส์” เป็นแน่แท้ หากต้นทุนสูงขึ้น

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : รายงานข่าวจากนิวส์แฟคเตอร์ ดอทคอม กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารลิขสิทธิ์ (ซีอาร์บี) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กำหนดแผนเปิดโหวตคะแนนเสียงตามข้อเรียกร้องของสมาคมผู้แต่งเพลงแห่งชาติ สหรัฐฯ เพื่อขอขึ้นค่าลิขสิทธิ์ให้สมาชิกในการจำหน่ายเพลงออนไลน์ จากเดิมที่จ่ายให้ศิลปิน 9 เซนต์ต่อเพลงเป็น 15 เซนต์
ความ เคลื่อนไหวดังกล่าวถูกต่อต้านจากสมาคมอุตสาหกรรมเพลงสหรัฐฯ (อาร์ไอเอเอ) และสมาคมสื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าปลีกเพลงออนไลน์ ประกอบด้วยเอโอแอล, แอ๊ปเปิ้ล, มิวสิคเน็ต, แนปสเตอร์, เรียลเน็ตเวิร์ค และยาฮู
ทั้งนี้เป็นที่คาดกันว่าผู้ที่ จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ร้านค้าเพลงออนไลน์ “ไอทูนส์” ซึ่งปัจจุบันเป็นบริการเพลงดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด
นาย เอ็ดดี้ คิว รองประธานกลุ่มธุรกิจไอทูนส์ กล่าวว่า ธุรกิจเพลงออนไลน์มีส่วนต่างรายได้ต่ำมากอยู่แล้ว แต่เพราะบริษัทตระหนักดีกว่า ที่ผ่านมาไอทูนส์ สโตร์ไม่เคยขาดทุน แต่ก็เป็นไปได้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหากค่าธรรมเนียมสูงขึ้น
อย่าง ไรก็ตาม นายคิวระบุชัดเจนว่า หากซีอาร์บีขึ้นค่าธรรมเนียมอาจส่งผลให้บริษัทต้องเลือกระหว่างขึ้นค่า บริการเพลง ซึ่งอาจกระทบต่อยอดขาย หรือจะเลือกแบกภาระต้นทุนไว้เอง ซึ่งวิธีนี้อาจทำให้ส่วนต่างกำไรของบริษัทแย่ลงเรื่อยๆ
“เราขอย้ำชัดเจนว่า เราทำธุรกิจนี้เพื่อสร้างรายได้ และคงจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้หากไม่มีทางจะทำให้ได้กำไรขึ้นมา”
อย่าง ไรก็ตามนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า แอ๊ปเปิ้ลไม่มีทางปิดบริการดังกล่าว เนื่องจากครองส่วนแบ่งสูงถึง 85% ของตลาดเพลงดิจิทัลทั่วโลก นอกจากนี้ไอทูนส์ยังมีบทบาทในการผลักดันยอดขายเครื่องเล่นเพลง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของแอ๊ปเปิ้ล
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/03/news_299998.php
Tags: apple, itunes30 Sep
แอ๊ปเปิ้ลปลดล็อกไอโฟน 3 จี ในฮ่องกง ให้อิสระเลือกค่ายได้เอง ฟาก “โนเกีย” เตรียมปล่อยคู่แข่ง “ทูบ” 2 ต.ค.นี้
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักข่าวเอพี รายงานว่า แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ไฟเขียวจำหน่ายไอโฟน 3จี แบบไม่จำกัดค่ายในตลาดฮ่องกง โดยเปิดให้ผู้ใช้เลือกผู้ให้บริการได้ตามใจชอบ ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ เป็นกลยุทธ์แตกต่างจากแผนก่อนหน้านี้ที่เคยประกาศเมื่อครั้งเปิดตัวไอโฟน เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งระบุชัดเจนว่า จะต้องใช้งานผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการใน 22 ประเทศ ที่แอ๊ปเปิ้ลทำข้อตกลงไว้เท่านั้น โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานถึงเหตุผลของแผนดังกล่าว

ด้านเวบไซต์ของแอ๊ปเปิ้ลในฮ่องกง ระบุว่า ผู้สนใจสามารถ “ซื้อไอโฟน3จี” ได้โดยตรงผ่านช้อปออนไลน์ของแอ๊ปเปิ้ล และสามารถเลือกผู้ให้บริการระบบเอง โดยรุ่น 8 กิกะไบต์ ราคา 5,400 ดอลลาร์ฮ่องกง (695 ดอลลาร์) และรุ่น 16 กิกะไบต์ ราคา 6,200 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการจัดส่ง ขณะที่ ราคาเปิดตัวเครื่องในสหรัฐ รุ่น 8 กิกะไบต์ อยู่ที่ 199 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น 16 กิกะไบต์ อยุ่ที่ 299 ดอลลาร์
รายงานข่าว กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดตัวไอโฟน 3จีทั่วโลก เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แฟนพันธุ์แท้ของไอโฟนสามารถหาซื้อได้จาก “ฮัทชิสัน เทเลคอมมิวนิเคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล” โดยจะต้องทำสัญญาใช้บริการระบบเป็นเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตาม เครื่องเหล่านี้กลับได้รับความนิยมแพร่หลายในตลาดมืด
วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากหลายสำนัก ระบุว่า โนเกีย เตรียมปล่อยมือถือจอสัมผัสรุ่นแรก “ทูบ (Tube)” ลงตลาดสัปดาห์หน้า เพื่อหวังท้าชนไอโฟน โดยจะเปิดตัวครั้งแรกระหว่างงานพบปะสื่อมวลชน และนักวิเคราะห์ในลอนดอน วันที่ 2 ต.ค.นี้
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/30/news_298808.php
Tags: apple, iphone21 Sep
พบความผิดพลาดในอุปกรณ์แปลงไฟหรือพาวเวอร์อแดปเตอร์ขนาดจิ๋วสำหรับใช้กับ โทรศัพท์มือถือจอสัมผัสชื่อดัง”ไอโฟนทรีจี (iPhone 3G)” โดยแอปเปิล (Apple) ออกมาประกาศเตือนให้ผู้ใช้ในหลายประเทศมารับอแดปเตอร์ใหม่ที่ร้านค้าแอปเปิล ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรที่อาจเกิดขึ้น
อแดปเตอร์ของไอโฟนทรีจีที่มีปัญหานั้นเป็นอแดปเตอร์ขนาดเล็กซึ่งมี พอร์ตยูเอสบีสำหรับต่อสายเชื่อมไอโฟนเพื่อชาร์ตไฟ ความผิดพลาดเกิดขึ้นบริเวณง่ามโลหะที่ทำให้การเสียบอแดปเตอร์เข้าเต้าเสียบ เกิดติดขัดและอาจหักออกได้ ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรตามมา
แอ ปเปิลระบุว่ายินดีเปลี่ยนอแดปเตอร์รุ่นนี้ให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้สามารถนำอแดปเตอร์เดิมมาติดต่อที่ร้านแอปเปิลและร้านออนไลน์ได้ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นไป
ระหว่างนี้ แอปเปิลแนะนำให้ผู้ใช้ไอโฟนทรีจีหยุดชาร์จไฟด้วยอแดปเตอร์ดังกล่าว โดยขอให้ใช้อแดปเตอร์ยูเอสบีมาตรฐานของแอปเปิลหรือของผู้ผลิตรายอื่นก่อน รวมถึงสามารถชาร์จกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านสายยูเอสบี
แอปเปิลแถลงในเว็บไซต์ว่า รายงานความผิดพลาดที่แอปเปิลได้รับนั้นคิดเป็นสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับ จำนวนอแดปเตอร์ที่ได้จำหน่ายไป และไม่มีรายงานความเสียหายถึงขั้นบาดเจ็บใดๆ
ไม่มีข้อมูลว่า อแดปเตอร์ที่ได้รับความเสียหายมีจำนวนเท่าใด โดยอแดปเตอร์ที่ถูกเรียกคืนครั้งนี้มีจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา แคนาดา ชิลี โคลัมเบีย คอสตาริกา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ญี่ปุ่น แม็กซีโก ปานามา และเปรู
สำหรับผู้ซื้ออแดปเตอร์แบบแยกขายเดี่ยวเป็นอุปกรณ์เสริม อยู่ในกลุ่มปลอดภัยซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอแดปเตอร์กับแอปเปิล โดยผู้ใช้สามารถสังเกตจากจุดสีเขียวซึ่งจะติดไว้ที่ด้านล่างของอแดปเตอร์
ที่มา : http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000111713
Tags: 3g, apple, iphone10 Sep
ซานฟรานซิสโก10ก.ย.-แอปเปิ้ลเปิดตัวไอพอดนาโนรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งมีจุดเด่น ตรงที่ตัวเครื่องบางเฉียบทั้งยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายและเพื่อให้ สอดคล้องกับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แอปเปิ้ลจึงออกแบบไอพอดรุ่นนี้ให้ทำมาจากวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลใช้งาน ได้อีก

นายสตีฟ จอบส์? ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอปเปิ้ล ได้นำไอพอดรุ่นที่ 4 นี้? มาเปิดตัวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในนครซานฟรานซิสโก สหรัฐ?? คาดว่า ไอพอดนาโนรุ่นนี้ จะวางขายที่ประเทศอังกฤษ ในราคาเครื่องละ 109 ปอนด์ หรือประมาณ 6,700 บาท? สำหรับรุ่นที่มีหน่วยความจำ 8 กิกะไบต์?? แต่รุ่นที่มีหน่วยความจำ 16 กิกะไบต์ จะขายกันที่ราคา 149 ปอนด์ หรือประมาณ 9,200 บาท
ไอพอดนาโนรุ่นนี้ นอกจากจะทำให้ผู้ใช้งานเลือกฟังเพลงได้ตามที่ตัวเองป้อนข้อมูลลงไปแล้ว? ยังมีลูกเล่นแหวกแนวตรงที่ เพียงแค่ผู้ใช้งานขยับข้อมือ ก็สามารถสั่งการให้ไอพอดเลื่อนเพลงขึ้นหรือลงได้?? นายสตีฟ จอบส์ ยังอ้างว่า ขายไอพอดไปได้แล้วกว่า 160 ล้านเครื่อง นับจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว. -620
ที่มา : http://news.mcot.net/technology/inside.php?value=bmlkPTU0NDg4Jm50eXBlPXRleHQ=
Tags: apple, apple ipod, ipod, ipod apple21 Aug
หลังจากกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นออกมาให้ข่าวว่า เกิดเหตุไอพ็อดนาโน (iPod nano) 3 เครื่องร้อนจัดจนเกิดไฟลุกไหม้ จากการตรวจสอบเชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะข้อผิดพลาดในแบตเตอรี่ ซึ่งแอปเปิลออกมาให้ข่าวว่า ปัญหาไฟรั่วเกิดในแบตเตอรี่เฉพาะผู้ผลิตรายเดียว
???????
???????รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากปัญหาแบตเตอรี่ร้อนจัดจนไฟลุกไหม้ไอพ็อดนาโน 3 เครื่องที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น แต่แอปเปิลนั้นออกมายอมรับว่า มีผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุไฟไหม้ไอพ็อดนาโนจำนวน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยจากการตรวจสอบของรัฐบาลญี่ปุ่น พบว่าไอพ็อดนาโนที่มีความเสี่ยงไฟลุกไหม้ได้แก่ MA004J/A, MA005J/A, MA099J/A และ MA107J/A ซึ่งเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงเดือนกันยายนปี 2005-2006
?
???????
???????รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าการออกแถลงการเรื่องไอพ็อดนาโนครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ชี้นำการสอบสวน แต่จุดประสงค์คือต้องการให้แอปเปิลออกมากล่าวเตือนภัยแก่ผู้บริโภค ล่าสุดแอปเปิลยังยืนยันว่าไม่มีรายงานการบาดเจ็บขั้นร้ายแรง แต่ก็ยินยอมเปลี่ยนเครื่องให้กับผู้ใช้ iPod nano ที่มีความเสี่ยง โดยสามารถติดต่อเปลี่ยนเครื่องที่ศูนย์ให้บริการของแอปเปิลโดยตรง
???????
???????แอปเปิลไม่ให้ข้อมูลว่า แบตเตอรี่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั้นเป็นฝีมือของผู้ผลิตรายใด ให้ข้อมูลเพียงว่าเป็นเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตเพียงรายเดียว โดยความคืบหน้าล่าสุดของแอปเปิล คือการประกาศอัปเดทซอฟต์แวร์ในไอโฟนเพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่องที่มีอยู่เดิม
ที่มา : http://www.manager.co.th
Tags: apple, ipod, แบต23 Jun
?
![]() |
นายเทอดศักดิ์ สกุลยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโมเดลช่องทางการจัดจำหน่ายของแอปเปิ้ลมี 3 รูปแบบ คือ iStudio, iBeat และ U-Store โดยในส่วนของ U-Store เป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น โดยขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง คือ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต และที่มหาวิทยาลัยรังสิต และเร็วๆ นี้จะเปิดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งสถานที่
“แอปเปิ้ลพร้อมที่เข้าไปในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับความพร้อมและมุมมองของมหาวิทยาลัยว่าไปในทิศทางเดียวกับเราหรือไม่ โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับอีกหลายแห่ง เราไม่ได้หยุดแค่นี้แน่นอน”
นายเทอดศักดิ์กล่าวว่า ตลาดการศึกษาถือว่าเป็นตลาดสำคัญของแอปเปิ้ลมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมานักศึกษาต้องออกมาซื้อที่รีเทลช็อปข้างนอก แต่ต่อไปนี้แอปเปิ้ลจะเข้าไปตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายถึงที่ เพราะโปรดักต์ของแอปเปิ้ลค่อนข้างชัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับการเรียนการสอน ทางมหาวิทยาลัยเห็นประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับจากการที่ให้บริษัทเข้าไปเปิดช็อป
สำหรับ iStudio ปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น19 แห่ง จะเป็นช็อปที่เต็มรูปแบบที่สุด ซึ่งต้องเป็นตัวแทนระดับพรีเมี่ยม รีเซลเลอร์ (premiun reseller) เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ เพราะนอกจากจะมีสินค้าครบแล้ว ในแง่ของพนักงานขายก็ต้องมีความรู้มากเป็นพิเศษ ซึ่งในกรณีของตัวแทน iStudio จะมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก แต่สำหรับ iBeat จะเป็นช็อปที่มีขนาดเล็กกว่า และสินค้าที่วางจำหน่ายน้อยกว่า โดยจะเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจไอทีเข้ามาช่วยในการทำตลาด ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 30 แห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
“คอนเซ็ปต์ U-Store และ iStudio ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ U-Store ก็เป็นช็อปที่เปิดในมหาวิทยาลัยเพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษา โดยในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายก็จะมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 3 โมเดลตามความเหมาะสมแต่ละทำเล ซึ่งตลาดของแอปเปิลในเมืองไทยก็มีการเติบโตและได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าคอนซูเมอร์อย่างไอพอดและไอโฟน ก็ทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับ แบรนด์แอปเปิ้ลมากขึ้น” นายเทอดศักดิ์กล่าวและว่า
ในกรณีของไอโฟนนั้นจะเข้ามาทำตลาดในเอเชียภายในปีนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อไหร่ โดยปัจจุบันสินค้าที่ทำรายได้หลักให้บริษัทก็คือ คอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งมีทั้งกลุ่ม คอร์ปอเรตและคอนซูเมอร์
ด้านนางสาวพรเพ็ญ แก้วสุรพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อี ไอ ที เอส โซลูชั่น จำกัด ผู้แทนจำหน่ายสินค้าของ แอปเปิ้ลมากว่า 10 ปี กล่าวว่า บริษัทได้เปิดร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ U-Store ภายในมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นครั้งแรก จากเดิมที่ทำตลาดเฉพาะคอร์ปอเรตขนาดใหญ่และสถาบันการศึกษาเท่านั้น โดยใช้งบฯลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท โดยมีแอปเปิ้ลเป็น ผู้ช่วยเรื่องการตลาดและอนุมัติความเห็นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ
โดยภายในร้านจะจำหน่ายสินค้าจาก แอปเปิ้ลทุกชนิด และแอ็กเซสซอรี่ไอทีอื่นๆ พร้อมกับเป็นสถานที่ให้นักศึกษาสามารถทดลองใช้สินค้า หรือฝึกโปรแกรมต่างๆ ได้ ซึ่งอนาคตต้องการให้ U-Store เป็นศูนย์กลางด้านไอที ในการจัดเวิร์กช็อป หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ โดยมี เจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ข้อมูลด้านการใช้งานไอทีได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันราคาสินค้าที่ขายภายในร้านบางรุ่นจะเป็นราคาเพื่อการศึกษา โดยหากผู้ซื้อสินค้าโชว์บัตร น.ศ.สถาบันใดก็ตาม สามารถลดราคาได้ 10%
“ที่เข้ามาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย เพราะเดิมมีลูกค้าที่เป็นสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว จึงทำให้ทั้งอาจารย์ นักศึกษา อยากซื้อสินค้าใช้เองบ้าง จึงหันมาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย และนักศึกษา ม.รังสิตก็เป็น กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันคาดว่านักศึกษา ม.รังสิตประมาณ 20% ที่ใช้สินค้าของแอปเปิ้ลอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องการขยายเพิ่มเป็น 50%”
ปัจจุบันการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า แอปเปิ้ลภายในมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วโลก จะใช้ชื่อ “Campus Store” และจะบริหารงานจากแอปเปิ้ลโดยตรง โดยให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ช่วยเผยแพร่กิจกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผู้ใช้เทคโนโลยีของแอปเปิ้ล
นางสาวพรเพ็ญกล่าวว่า รูปแบบของร้าน U-Store และ i-Studio ไม่ต่างกัน เพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายร้านรีเทลเหมือนกัน เพียงแต่ U-Store ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย
“U-Store จะมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือ นักศึกษา ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและยังได้ราคาพิเศษ ซึ่งการตั้งร้านในมหาวิทยาลัยมีข้อดีตรงที่ทุกๆ ปีจะมีลูกค้าใหม่ เพราะเด็กปี 1 เข้าเรียน ไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มเดิม ถึงแม้ว่ากลุ่มลูกค้าไม่กว้าง แต่สามารถโฟกัสเป้าหมายได้ชัดเจน ขณะเดียวกันการแข่งขันไม่สูงมากเหมือนร้านค้าทั่วไป แต่อาจจะมีช่วงเปิด-ปิดเทอมแทน” นางสาวพรเพ็ญกล่าวและว่า
ภาพรวมการจำหน่ายสินค้าแอปเปิ้ลพบว่า ตลาดโตขึ้นเพราะเทรนด์สินค้าใหม่ๆ มาแรง และการรับรู้ของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่คิดว่าแอปเปิ้ลใช้ยาก แต่ตอนนี้คนเข้าใจมากขึ้น โดยสินค้าของแอปเปิ้ลที่ขายดีอันดับ 1 คือ Macbook ระดับราคา 4 หมื่นบาท อันดับ 2 Macbook Pro ราคา 6.5 หมื่นบาท และ i-Mac ราคาประมาณ 3.8 หมื่นบาท สำหรับปีนี้ อีไอทีเอส ตั้งเป้ายอดขายทั้งหมด 80 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากแอปเปิ้ล 80% จากยอดขายทั้งหมด จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 60 ล้านบาท
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
Tags: apple, u-store23 Jun