<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวไอที เกมส์ ทีวี ดารา ภาพยนตร์ &#124; IT News &#124; Games &#124; Movies &#124; Iphone &#124; 3G &#187; creative common</title>
	<atom:link href="http://it.siamhost4u.com/tag/creative-common/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://it.siamhost4u.com</link>
	<description>IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Sep 2009 02:41:31 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กำเนิด&#8221;ครีเอทีฟคอมมอนส์&#8221;เพื่อคนไทย สุดยอดทางเลือกสำหรับโชว์งานบนเน็ต</title>
		<link>http://it.siamhost4u.com/it/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://it.siamhost4u.com/it/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2009 03:54:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[creative common]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอทีฟคอมมอนส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://it.siamhost4u.com/?p=595</guid>
		<description><![CDATA[เลิกเซ็งกับการถูกคนอื่นแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของผลงานสร้างสรรค์ เช่น บทความ ข้อเขียน เพลง ภาพถ่าย วิดีโอ และอื่นๆ ที่เราในฐานะผู้สร้างอุตส่าห์ใจดีอัปโหลดไว้ให้ชมฟรีบนอินเทอร์เน็ต เพราะวันนี้ คนไทยทุกคนสามารถใช้ &#8220;สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย&#8221; เพื่อสงวนลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ของตัวเองได้โดยที่ ยังเปิดเสรีให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถหยิบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ได้ตาม ปกติ ทางสายกลางนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรม&#8221;คอนเทนต์เสรี&#8221;ของไทยในยุค ดิจิตอล ซึ่งเป็นยุคที่การเผยแพร่-ดัดแปลงชิ้นงานสร้างสรรค์ ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเหลือเกิน

สิ่งที่เกิดขึ้นในสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยที่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 2 เมษายน 2552 คือการแปลสัญญาบางส่วนเป็นภาษาไทย และปรับแก้ให้สอดคล้องกับกฏหมายของประเทศเพื่อให้สามารถมีผลบังคับใช้กับ กฏหมายไทยได้โดยสะดวก คณะทำงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยระบุว่า สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการให้ความรู้ทั้งสองด้านอย่างจริงจัง ทั้งด้านผู้สร้างสรรค์งานเช่น บล็อกเกอร์ นักวิจัย นักเขียน หรือนักถ่ายภาพ และด้านประชาชนทั่วไปที่จะต้องรู้ว่าสามารถคัดลอกงานเหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อ อย่างเสรีในระดับใด
สงวนสิทธิ์แต่ไม่ปิดกั้น
&#8221; ก่อนนี้โลกของลิขสิทธิ์มีเพียง 2 ข้าง ไม่สาธารณะไปเลยก็สงวนลิขสิทธิ์ (Copyright) แต่ cc (CreativeCommons) จะอยู่ตรงกลาง ให้สิทธิ์เจ้าของงานกำหนดเงื่อนไขการเอาไปใช้ในสาธารณะ&#8221; ชิตพงษ์ กิตตินิรันดร ผู้ประสานงาน เครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยอธิบาย
ยกตัวอย่างช่างภาพมือสมัครเล่นที่อยากโชว์ฝีมือตัวเองด้วยการนำภาพ ถ่ายมาโพสต์ในเว็บล็อก จะสามารถกำหนดให้ผู้ที่นำภาพไปเผยแพร่ต่อต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางข้อ เช่นต้องอ้างแหล่งที่มาและห้ามนำไปขายต่อ ด้วยการนำป้ายเงื่อนไข cc ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตัวอักษรย่อในกรอบขนาดเล็ก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เลิกเซ็งกับการถูกคนอื่นแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของผลงานสร้างสรรค์ เช่น บทความ ข้อเขียน เพลง ภาพถ่าย วิดีโอ และอื่นๆ ที่เราในฐานะผู้สร้างอุตส่าห์ใจดีอัปโหลดไว้ให้ชมฟรีบนอินเทอร์เน็ต เพราะวันนี้ คนไทยทุกคนสามารถใช้ &#8220;สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย&#8221; เพื่อสงวนลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ของตัวเองได้โดยที่ ยังเปิดเสรีให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถหยิบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ได้ตาม ปกติ ทางสายกลางนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรม&#8221;คอนเทนต์เสรี&#8221;ของไทยในยุค ดิจิตอล ซึ่งเป็นยุคที่การเผยแพร่-ดัดแปลงชิ้นงานสร้างสรรค์ ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเหลือเกิน</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-596 aligncenter" title="09-04-52" src="http://it.siamhost4u.com/wp-content/uploads/2009/04/09-04-52.jpg" alt="09-04-52" width="335" height="500" /></p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นในสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยที่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 2 เมษายน 2552 คือการแปลสัญญาบางส่วนเป็นภาษาไทย และปรับแก้ให้สอดคล้องกับกฏหมายของประเทศเพื่อให้สามารถมีผลบังคับใช้กับ กฏหมายไทยได้โดยสะดวก คณะทำงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยระบุว่า สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการให้ความรู้ทั้งสองด้านอย่างจริงจัง ทั้งด้านผู้สร้างสรรค์งานเช่น บล็อกเกอร์ นักวิจัย นักเขียน หรือนักถ่ายภาพ และด้านประชาชนทั่วไปที่จะต้องรู้ว่าสามารถคัดลอกงานเหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อ อย่างเสรีในระดับใด</p>
<p><strong><span style="font-size: small;">สงวนสิทธิ์แต่ไม่ปิดกั้น</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">&#8221; ก่อนนี้โลกของลิขสิทธิ์มีเพียง 2 ข้าง ไม่สาธารณะไปเลยก็สงวนลิขสิทธิ์ (Copyright) แต่ cc (CreativeCommons) จะอยู่ตรงกลาง ให้สิทธิ์เจ้าของงานกำหนดเงื่อนไขการเอาไปใช้ในสาธารณะ&#8221;</span></strong> ชิตพงษ์ กิตตินิรันดร ผู้ประสานงาน เครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยอธิบาย</p>
<p>ยกตัวอย่างช่างภาพมือสมัครเล่นที่อยากโชว์ฝีมือตัวเองด้วยการนำภาพ ถ่ายมาโพสต์ในเว็บล็อก จะสามารถกำหนดให้ผู้ที่นำภาพไปเผยแพร่ต่อต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางข้อ เช่นต้องอ้างแหล่งที่มาและห้ามนำไปขายต่อ ด้วยการนำป้ายเงื่อนไข cc ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตัวอักษรย่อในกรอบขนาดเล็ก มาติดไว้ในหน้าเว็บเพื่อบอกให้ผู้ที่ต้องการเผยแพร่งานต่อ รับรู้ว่าตัวเองมีสิทธิใดและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใดบ้างตามที่เจ้าของงาน กำหนดไว้</p>
<p><strong>&#8221; คุณสามารถแปะสัญญา cc ใต้ผลงานโดยเข้าไปที่ cc.org กดที่ license your work เลือกที่ประเทศไทย เมื่อเลือกเงื่อนไขที่ต้องการได้แล้วจะได้รหัส HTML ในลิงก์ที่ระบบประมวลผลให้ นำรหัสนี้ไปติดในเว็บก็สามารถบอกสิทธิ์แก่ผู้อ่านทั่วไปว่าสามารถทำอะไรได้ บ้าง&#8221;</strong></p>
<p>อักษรย่อแสดงระดับของสิทธิ์ cc ที่ใช้กันมากในขณะนี้มี 4 ชื่อ ได้แก่ <strong><span style="color: #990000;">by</span></strong> ต้องแสดงแหล่งที่มา, <strong><span style="color: #990000;">nc</span></strong> ไม่ใช้เพื่อการค้า, <strong><span style="color: #990000;">nd</span></strong> ไม่แก้ไขต้นฉบับ และ <strong><span style="color: #990000;">sa </span></strong>ผู้ เผยแพร่ต่อต้องใช้สัญญาแบบเดียวกันต่อไปเรื่อยๆ อักษรเหล่านี้ถูกนำมาผสมและจัดชุดเป็น 6 ชุดให้ผู้สร้างงานเลือกได้โดยสะดวก ได้แก่ by, by-sa, by-nd, by-nc, by-nc-sa และ by-nc-nd</p>
<p><strong><span style="color: #990000;">&#8220;nd เหมาะสำหรับงานที่ผู้สร้างมองว่ามีความสมบูรณ์และไม่ต้องการให้ดัดแปลงใดๆ อีกแล้ว เช่นนักดนตรีอย่างโมซาร์ส ที่บอกว่าจะตัดโน้ตในเพลงของเขาไม่ได้สักตัวเดียว&#8221;</span></strong> โดยหากเงื่อนไขทั้ง 6 ชุดนี้ยังไม่สามารถตอบความต้องการของผู้สร้างงาน ก็สามารถเขียนเงื่อนไขขึ้นใหม่ได้เอง</p>
<p>ชิตพงษ์ให้ข้อมูลว่า งานที่เผยแพร่โดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ทั่วโลกในปัจจุบันมีจำนวน ประมาณ 130 ล้านชิ้น เฉพาะในเว็บฝากภาพ Flickr นั้นมีมากกว่า 100 ล้านชิ้น สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์สังคมความรู้ของสถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ, เว็บไซต์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, GotoKnow.org, ThaiGoodView.com, Fuse.in.th และนิตยสารโอเพ่นออนไลน์ล้วนใช้ cc ในการเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างเสรีและเปิดกว้าง ยิ่งขึ้นกว่าเดิม</p>
<p><span style="color: #990000;"><strong>&#8221; เว็บไซต์ไทยที่เชื่อว่าจะใช้ cc ในอนาคตนั้น ได้แก่ พันทิป เอ็กซทีน เอ็มไทยในส่วนวิดีโอ และเด็กดี ในเว็บเหล่านี้จะมีกล่องให้เลือกสัญญา cc เลยหลังสร้างเนื้อหา&#8221;</strong> </span>โดยวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิพดอทคอมยืนยันว่าจะนำ cc ที่ถูกแปลและปรับแก้ให้เข้ากับกฏหมายไทยไปใช้งานในเว็บไซต์แน่นอน แต่ต้องรอหลังจากการพัฒนาระบบแล้วเสร็จ</p>
<p>สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยนี้เกิดบนความร่วมมือ ระหว่างสำนักกฎหมายธรรมนิติ, สถาบัน Change Fusion, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, แผนงาน ICT เพื่อสุขภาวะออนไลน์ และภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และครีเอทีฟคอมมอนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศเยอรมันนี ดำเนินการแปลและปรับปรุงแก้ไขกว่า 1 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ 51 ของโลกที่สามารถคลอด cc ที่สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น ทำให้การคุ้มครองเนื้อหางานสร้างสรรค์อยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ประเทศไทย</p>
<p><strong><span style="font-size: small;">คุ้มครองผลงาน แต่ไม่คุ้มครองปากท้อง?</span></strong></p>
<p>ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าวัฒนธรรมการเผยแพร่คอนเทนต์แบบเสรีที่กำลัง จะเกิดโดยมี cc เป็นเครื่องมือหลักนั้น ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถสร้างเงินรายได้ และไม่ได้เพิ่มทางเลือกให้กับคนที่ต้องการทำเงินจากคอนเทนต์ จุดนี้พิชัย พืชมงคล ผู้นำคณะทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากสำนักกฎหมายธรรมนิติ เชื่อว่า cc สามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้จริง</p>
<p><strong>&#8221; ผมเชื่อว่าถ้าเว็บไซต์ที่ใช้ cc มีการสร้างสรรค์ขึ้นเรื่อยๆ จะเกิดเป็นแรงเหนี่ยวนำให้คนสร้างสรรค์งานชาวไทยเกิดขึ้นมากกว่าเดิม ผลคือภาคธุรกิจจะตื่นตัวในการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะประโยชน์ ที่สำคัญ cc จะเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ด้วย เช่น ภาพยนตร์ตัวอย่าง ที่ค่ายหนังจะสามารถเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตได้เร็วและไม่ต้องกังวล&#8221;<br />
</strong><br />
ขณะที่ปราบดา หยุ่น นักเขียนรางวัลซีไรท์ตั้งข้อสังเกตว่า cc นั้นถูกสร้างมาเพื่อนักสร้างงานที่มีจิตใจพร้อมจะให้อยู่เป็นทุนเดิม อาจทำให้ cc ไม่ได้ช่วยลดจำนวนผู้ที่&#8221;ไม่ได้คิดถึงวัฒนธรรมเสรี&#8221;ในสังคมไทยลง จุดนี้วันฉัตรแห่งพันทิปเชื่อว่าอาจจะเกิดเป็นโมเดลธุรกิจมารองรับวัฒนธรรม เสรีก็ได้ เช่น การเปิดหมวกรับบริจาคเงินของบล็อกเกอร์ ซึ่งไม่ใช่เชิงการค้าเต็มตัว</p>
<p><strong>&#8221; ที่อยากจะบอกคือ cc ยังต้องไปอีกไกลมาก 10 ปีเป็นอย่างน้อยกว่าจะทำให้ผู้สร้างและผู้ใช้คอนเทนต์รู้สิทธิของตัวเอง เชื่อว่าการให้ความเข้าใจเรื่อง cc กับสาธารณชนจะเป็นเรื่องสำคัญมากในอนาคต และในระยะยาว โลกของคอนเทนต์จะแบ่งออกเป็น 2 ซีก เหมือนโลกของวินโดวส์และลินุกซ์ ที่มีการจัดการ และข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน&#8221;</strong> วันฉัตรกล่าว</p>
<p>ชิตพงษ์เสริมว่า กรณีศึกษาเรื่องความสำเร็จของวัฒนธรรมคอนเทนต์เสรีนั้นเริ่มมีให้เห็นแล้วใน ขณะนี้ เช่น ภาพถ่ายที่ถูกอัปโหลดให้ชาวอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ฟรีบนเงื่อนไข cc ก็ยังสามารถจำหน่ายในรูปเล่มได้อย่างน่าพอใจ หรือช่างภาพมือสมัครเล่นที่กลายเป็นมืออาชีพได้เพราะภาพถ่ายที่โพสต์ไว้บน อินเทอร์เน็ตนั้นไปโดนใจผู้จ้างงาน ทั้งหมดเชื่อว่า cc จะสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจลูกผสม (Hybrid Economy) ที่เน้นทั้งการเผยแพร่ข้อมูลแบบเสรีควบคู่กับการค้าในเวลาเดียวกัน</p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ไม่ทำให้ฟ้องร้องมากขึ้น</strong></span></p>
<p>พิชัยเชื่อว่า หากการใช้งาน cc และวัฒนธรรมคอนเทนต์เสรีแพร่หลายในสังคมไทย จะไม่ทำให้ตัวเลขการฟ้องร้องเพราะการทำผิดเงื่อนไขเพิ่มขึ้น โดยบอกว่าสัญญา cc จะช่วยระงับการฟ้องร้องด้วยการคุ้มครองทั้งสองฝ่าย</p>
<p>ในงานเปิดตัวสัญญา cc เวอร์ชันภาษาไทยนั้นมีการตอบข้อสงสัยเรื่องการใช้งานสัญญา cc หลายจุด โดยพิชัยให้ข้อสรุปว่าการรีมิกซ์หรือการตัดต่องานที่มีการใช้สัญญา cc ต่างแบบกัน จะต้องใช้สัญญา cc ที่มีความเข้มสูงสุด และหากเจ้าของงานเปิดใช้สัญญา cc เพียงหนึ่งวันแล้วเปลี่ยนใจเลิกใช้ ผู้ที่เผยแพร่งานด้วยสัญญา cc ในวันนั้นพอดีจะมีสิทธิเผยแพร่งานตามสัญญานั้นตลอดไป</p>
<p>หากไม่เลือกใช้สัญญา cc เวอร์ชันภาษาไทยก็สามารถใช้เวอร์ชันของชาติอื่นๆที่มีมาก่อนหน้านี้ได้ เช่น สัญญา cc ของเยอรมนี แต่จะยุ่งยากเนื่องจากต้องใช้สัญญาที่เป็นภาษาเยอรมัน ฟ้องร้องที่ศาลเยอรมัน และต้องบังคับใช้ตามกฏหมายเยอรมัน ขณะเดียวกัน ผู้ที่เป็นเจ้าของงานสร้างสรรค์จะต้องติดตามเพื่ออ้างสิทธิ์ของตัวเองด้วยตน เอง เนื่องจากยังไม่มีระบบตรวจจับการเผยแพร่งานบนอินเทอร์เน็ตแบบอัตโนมัติ</p>
<p>และนอกจากโลกออนไลน์ การเผยแพร่งานในสื่อออฟไลน์ก็สามารถใช้ cc ได้เช่นกัน</p>
<p><strong><span style="color: #990000;">&#8221; เป้าหมายหนึ่งของเราคืออยากให้เอกสารการสอนออนไลน์ทุกชิ้นของสถาบันการศึกษา ไทยเป็น cc และทำให้งานวรรณกรรม Flow (ไหลเวียน) ไปทั่วสังคมไทย&#8221;</span></strong> ซึ่งจะทำให้สังคมไทยได้รับประโยชน์จากวัฒนธรรมคอนเทนต์เสรีในที่สุด</p>
<p>ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์</p>

	Tags: <a href="http://it.siamhost4u.com/tag/creative-common" title="creative common" rel="tag nofollow">creative common</a>, <a href="http://it.siamhost4u.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c" title="ครีเอทีฟคอมมอนส์" rel="tag nofollow">ครีเอทีฟคอมมอนส์</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://it.siamhost4u.com/it/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
