ทีวีฝังฮาร์ดดิสก์-บลูเรย์ไดร์ฟเครื่องแรกของโลก

มิตซูบิชิอิเล็กทริก (Mitsubishi Electric) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นเปิดตัวแอลซีดีทีวีความละเอียด สูงเครื่องแรกของโลกที่ฝังฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (HDD) และบลูเรย์ดิสก์ไดร์ฟ (Blu-ray disk drive) ในตัว ให้คอหนังบันทึกวิดีโอลงทีวีได้โดยไม่ต้องต่ออุปกรณ์ใดเพิ่มเติม

สุดยอดทีวีนี้ทำตลาดในชื่อ “Real BHR series” หน้าจอใหญ่สุดเริ่มต้นขนาด 37 นิ้ว สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงนาน 160 ชั่วโมงบนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟความจุ 320GB หากบันทึกลงในแผ่นบลูเรย์ดิสก์ดับเบิลเลเยอร์ความจุ 50GB จะสามารถบันทึกได้ 24 ชั่วโมง

สนนราคาที่แน่นอนยังไม่เปิดเผย คาดว่าจะวางตลาดในเดือนตุลาคมนี้


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Tags: , , ,

แย่แล้ว..แฮมเบอร์ทำพิษ..อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ท่าจะป่วย

วิกฤติการเงินทั่วโลก ดึงอุตฯฮาร์ดดิสก์โตลดลงเหลือไม่ถึง 10% จากที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 14% หวังอานิสงค์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์-ธุรกิจบริการผ่านดาต้าเซ็นเตอร์-กระแสเน็ต บุ๊ค หนุนความต้องการตลาดรวมฟื้นใน 2 ปี

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นายโจแอล ไวส์ ประธานสมาคมสำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดไดร์ฟทั่วโลก (ไอดีมา) กล่าวว่า ผลกระทบจากวิกฤตการเงินอาจส่งผลกระทบยอดซื้อต่อตลาดรวม ทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ลดลงเหลือไม่ถึง 10% ในปี 2552 จากเดิมเคยมีประมาณการณ์ว่าตลาดจะขยายตัวระดับ 14% ต่อเนื่องตลอด 5 ปี ขณะที่ ปีนี้คาดว่าตลาดจะยังอยู่ที่ 565 ล้านยูนิตทั่วโลก

พร้อมกันนี้ คาดว่าจะไม่มีการปรับลดจำนวนพนักงาน ในส่วนของฐานการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย แต่จะไม่รับคนเพิ่ม

รายงานข่าว กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์อันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งผู้ผลิตแถวหน้าเข้ามาตั้งโรงงาน ได้แก่ เวสเทิร์น ดิจิตอล, ฮิตาชิ, ซีเกท, ฟูจิตสึ โดยเมื่อปี 2550 มียอดผลิตรวมประมาณ 200 ล้านยูนิต สร้างมูลค่าส่งออก 5 แสนล้านบาท

ด้านนายจอห์น ริดนิ่ง ผู้อำนวยการวิจัย ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ดาต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ไอดีซี) กล่าวว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมียอดขายฮาร์ดดิสก์ 152 ล้านยูนิต เพิ่มจากไตรมาส 4 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ภาวะความมั่นใจกับสถานการณ์อนาคต จะทำให้ยอดเติบโตรวมลดลงหลายไตรมาส และน่าฟื้นกลับมาแข็งแกร่งได้ปี 2553

ทั้งนี้ เขามองว่าแม้ปีหน้าตลาดจะเติบโตไม่ถึง 12-14% อย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ แต่ก็น่าจะยังอยู่ที่ประมาณ 10% เนื่องจากฮาร์ดดิกส์จะได้รับผลกระทบน้อยว่าพีซี เพราะมีความต้องการการจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลเพิ่มมาก ผู้บริโภคการจัดเก็บไฟล์ขนาดใหญ่และวิดิโอมากขึ้น

ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มของการเกิดกลุ่มผู้ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่าเป็น “คลาวด์ คอมพิวติ้ง” ในหลายรูปแบบ และต้องเพิ่มการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้บริการตลาดผู้ใช้องค์กรธุรกิจ จะกระตุ้นให้มีผู้ใช้อุปกรณ์โมบาย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้บริการมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ปัจจัยหนุนจากการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ “เน็ตบุ๊ค” ที่มีน้ำหนักเบา หน้าจอเล็กกว่า 10 นิ้ว ระดับราคาเฉลี่ย 200 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีทั้งแบบที่ใช้ฮาร์ดดิกส์และเอสเอสดี (Solid State Drive) โดยปัจจุบันมีกลุ่มที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ 65%

ขณะที่ ผลสำรวจความต้องการลงทุนไอทีขององค์กรทั่วโลก พบว่า 40% มีแผนตัดลดงบลงทุน โดยระบุว่าจะตัดลดงบส่วนของพีซี 50% ตามมาด้วยโมบาย ดีไวซ์ และวอยซ์โอเวอร์ไอพี ในสัดส่วนเท่ากันคือ 40% เครื่องแม่ข่าย 30% และมีเพียง 20% ระบุตัดงบด้านสตอเรจ

“วิกฤตที่เกิดขึ้นแตกต่างจากวิกฤติ เอเชียเมื่อปี 2541 และยุคฟองสบู่ดอทคอมในสหรัฐปี 2544 แต่ครั้งนี้ผลที่เกิดขึ้นรวดเร็วกระจายไปทั่วโลก โดยอาจไม่รุนแรงเฉียบพลันเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา” นายริดนิ่งกล่าว

นายจอห์น คิม นักวิเคราะห์ บริษัท เทรนด์ โฟกัส กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทที่รับจ้างทำเอสเอสอี (เอสเอสดี โออีเอ็ม) มีมากกว่า 60 รายทั่วโลก จากตลาดรวมมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับฮาร์ดดิสก์ มีผู้ผลิต 7 รายหลัก รวมมูลค่าตลาด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ดังนั้น จะเห็นว่าผู้ผลิตเอสเอสดียังมีจำนวนมากเกินไป และเชื่อว่าอนาคตจะเกิดการควบรวมเหมือนอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์

รวมทั้งมีคาดการณ์ว่า การใช้งานเอสเอสดี จะได้รับความนิยมในกลุ่มอุปกรณ์โมบาย ดีไวซ์ โดยปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนการใช้เอสเอสดี 92% และฮาร์ดดิสก์ 7% จากตลาดรวมโมบาย ดีไวซ์ 1.5 พันล้านเครื่อง และคาดว่าปี 2555 ตลาดรวมจะขยับเป็น 2.5 พันล้านเครื่อง โดยมีสัดส่วนที่ใช้เอสเอสดี 91%

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/24/news_305663.php

Tags: ,

Hard Disk จิ๋วขนาดเท่าบัตรเครดิต!

นวัตกรรมการผลิต Hard Disk Drive ล่าสุด ที่ช่วยให้คุณสามารถพกพาข้อมูลได้สูงถึง 20GB ในกระเป๋าสตางค์

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดชิ้นนี้มีชื่อว่า Black Edition Q Series เป็นของ Samsung ที่เปิดตัวในประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่มีขนาดเล็กจิ๋วจนน่าตกใจ ขนาดพอๆ กับบัตรเครดิตเท่านั้นเอง

?

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

?

คุณสมบัติก็ใช่ย่อย เพราะมีความจุฮาร์ดไดรฟ์สูงถึง 20 GB ขนาด 1.8 นิ้ว หนาเพียง 6 มิลลิเมตร และกินไฟน้อยมาก ไม่เกิน 1.4 วัตต์ จึงสามารถเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB เหมือน thumb drive ทั่วไป โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟให้ยุ่งยากเลย

ก่อนหน้านี้ Samsung เคยเปิดตัวฮาร์ดไดรฟ์ขนาดจิ๋วเท่าบัตรเครดิตนี้ออกมาแล้วรุ่นหนึ่ง มีความจุ 40 GB แต่เนื่องจากราคาขายที่สูงมาก ทำให้ผู้บริโภคไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก คราวนี้จึงเปิดตัวรุ่น 20 GB ออกมาด้วยราคาที่ย่อมเยาขึ้น เพียง 45 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

สำหรับประสิทธิภาพการใช้งานนั้น ด้วยขนาดตัวที่เล็กจิ๋วและกินไฟน้อย ทำให้ Black Edition Q Series ตัวนี้ทำงานด้วยเสียงที่ค่อนข้างเงียบ ส่วนการส่งผ่านข้อมูลถือว่ามีเสถียรภาพพอควร อยู่ที่ 23.7 MB ต่อวินาที แต่บางช่วงความเร็วก็ตกลงไปบ้าง

รูปลักษณ์ภายนอกมีลักษณะสีดำ ผิวเรียบ มันวาว ออกแบบคล้ายบัตรเครดิต ด้านหน้าของตัวเครื่องมีภาพสัญลักษณ์ฮาร์ดไดรฟ์ (เป็นไปได้ว่าเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นบัตรเครดิต) น้ำหนักเบา สามารถพกพาในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงได้

ปัญหาก็คือหากพกพา Black Edition Q Series ในกระเป๋าจริง แม่เหล็กภายในจะส่งผลต่อแถบแม่เหล็กของบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรอื่นๆ ในประเป๋าหรือไม่

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: , ,

“VelociRaptor”สปีดเร็วสุดในโลกที่ระดับ10,000 RPM!

เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป (WD) หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด WD VelociRaptor?

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : VelociRaptor รุ่นใหม่นี้มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อร่วมกันหลายไดรฟ์ผ่านทางสล็อตแบบ backplane ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นใหม่เป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุดของฮาร์ดไดรฟ์แบบ SATA ความเร็วสูง 10,000 รอบต่อนาทีของตระกูล WD VelociRaptor? ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมมากมาย

?

?

ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor?เวอร์ชั่นใหม่ที่สามารถใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อแบบ backplane ถูกออกแบบเป็นพิเศษสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5 นิ้ว ทั้งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่จริงจังต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น PC และ Mac? หรือเวิร์คสเตชั่นระดับมืออาชีพ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้โครงสร้างแบบ backplane

ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? นับเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากท่ามกลางผู้ที่จริงจังต่อการใช้งาน มาพร้อมความจุเพิ่มกว่าเดิมถึง 2 เท่า และประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นอีก 35 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ อุณภูมิระหว่างทำงานก็ยังต่ำกว่าฮาร์ดไดรฟ์ ?Raptor? ในยุคก่อนถึง 35 เปอร์เซ็นต์ เทคโนโลยีฮาร์ดไดรฟ์แบบ SATA ซึ่งเปรียบเทียบราคากันแล้วถือว่าค่อนข้างถูกรวมทั้งมีความน่าเชื่อในการทำงานสูงได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับร่วมกับเซิร์ฟเวอร์อย่างต่อเนื่องทั้งแบบขนาด 2.5 นิ้วและ 3.5 นิ้ว

นอกจากนี้ เวิร์คสเตชั่นที่ใช้โครงสร้างการเชื่อมต่อแบบ backplane ก็มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเน้นจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ซิสเต็มที่ดีไซน์แบบใช้ฮาร์ดไดรฟ์หลายยูนิตสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? ขนาด 2.5 นิ้วได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นเพื่อมาตรฐานการใช้งานระดับองค์กร ที่ระดับความจุ300GB ติดตั้งอยู่ในฟอร์มแฟคเตอร์สำหรับองค์กรขนาด 2.5 นิ้ว ผนึกอยู่ภายในกล่อง IcePack? ขนาด 3.5 นิ้ว สามารถปรับใช้กับช่องติดตั้งฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์มาตรฐานขนาด 3.5 นิ้วได้ลงตัวเหมาะเจาะ พร้อมฮีตซิงค์ระบายความร้อนแบบเบ็ดเสร็จภายในตัว ช่วยระบายความร้อนให้กับฮาร์ดไดรฟ์อยู่เสมอเมื่อติดตั้งในเคสของเครื่องเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูง

WD VelociRaptor? เป็นฮาร์ดไดรฟ์รุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ใช้เครื่องพีซีที่เน้นเรื่องความเร็วสูงๆ และให้ความสำคัญต่อคุณลักษณะต่างๆ รวมถึงประสิทธิภาพการทำงาน และความน่าเชื่อถือ เช่นเดียวกับคุณสมบัติโดดเด่นที่มีอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์ WD ทุกรุ่น

สำหรับฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? มีคุณลักษณะพิเศษใหม่ ๆ ดังนี้

ทำงานเร็ว ? ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นฐานประสิทธิภาพของไดรฟ์ในตระกูล WD Raptor มีความเร็วในการหมุนรอบจานดิสก์ที่ 10,000 รอบต่อนาที ใช้อินเทอร์เฟส SATA ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ 3 GB/วินาที และมาพร้อมกับแคชขนาด 16 MB เพื่อสนองประสิทธิภาพตามที่ลูกค้าต้องการ

วางใจได้ในทุกการทำงาน ? ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? ได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นสำหรับมาตรฐานฮาร์ดดิสก์ระดับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานในเชิงธุรกิจ เพื่อให้องค์กรสามารถวางใจได้ในสภาพแวดล้อมที่ฮาร์ดไดรฟ์มีรอบการทำงานสูง ดีไซน์ที่ออกมาสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับไดรฟ์แบบ SATA ทั่วไป โดยมีผลการคำนวณค่าเฉลี่ยอายุการใช้งานเฉลี่ย (Mean Time Between Failure: MTBF) สูงถึง 1.4 ล้านชั่วโมง

กล่อง IcePack ? ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? ขนาด 2.5 นิ้วผนึกอยู่ในกล่องมาตรฐานสำหรับองค์กรขนาด 3.5 นิ้ว สามารถปรับใช้กับช่องติดตั้งฮาร์ดดิสก์มาตรฐานขนาด 3.5 นิ้วได้พอ พร้อมฮีตซิงค์ระบายความร้อนในตัว ช่วยระบายความร้อนให้กับไดรฟ์อยู่เสมอเมื่อติดตั้งในเคสของเครื่องเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูง

ประหยัดพลังงานเป็นเลิศ? ฮาร์ดไดรฟ์ WD VelociRaptor? ประหยัดไฟมากกว่า WD Raptor รุ่นก่อนหน้าถึง 35 เปอร์เซ็นต์

เทคโนโลยี Rotary Acceleration Feed Forward (RAFF?) ? ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในบริเวณที่มีการสั่นสะเทือนและมีการติดตั้งฮาร์ดไดรฟ์หลายๆ ตัวในเคสเดียว

เทคโนโลยีสำหรับพักหัวเข็ม NoTouch? ? ช่วยรับประกันว่าหัวบันทึกจะไม่สัมผัสโดนผิวหน้าของดิสก์อย่างเด็ดขาด จึงมั่นใจไดว่าการสึกหรอที่บริเวณหัวบันทึกและพื้นผิวของตัวดิสก์จะลดลงอย่างมาก ทั้งยังช่วยปกป้องฮาร์ดไดรฟ์ในระหว่างการเคลื่อนย้ายได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: ,