IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
7 Oct
“เอชพี”เผยยุคเศรษฐกิจฝืดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต ออลอินวัน มาแรง คาดตลาดรวมถึงสิ้นปีเติบโต 25-30% จากตลาดรวมครึ่งปีแรกกว่า 6 แสนเครื่อง คาดปลายปีจะตกประมาณ 1.2-1.3 ล้านเครื่อง ล่าสุดส่งเครื่องพิมพ์ราคาประหยัดมาพร้อมเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ Dual Drop ลงตลาด ชูจุดขายต้นทุนต่อแผ่นถูกสุดในตลาด เอชพีผู้นำตลาดอันดับ 1 คาดยอดขายเติบโต 40% สิ้นปีนี้
นายฐิตพล บุญประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตและสแกนเนอร์ บริษัท ฮิวเลตต์ ? แพคการ์ด (ประเทศไทย) หรือเอชพี กล่าวว่า 2 ไตรมาสแรกที่ผ่านมาตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตออลอินวันมีการขยายตัวอย่างมาก โดยการเติบโตของตลาดรวมอิงค์เจ็ตออลอินวันมีการเติบโตเข้าใกล้ 70% ?โดยออลอินวันเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดอิงค์เจ็ตในปัจจุบันถึง 60%
จาก การเติบโตของตลาดอิงค์เจ็ตประเภทออลอินวัน ทำให้เอชพีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เอชพีมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ?ในปี 2550 เอชพีมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 38% ของตลาดรวม ?และในไตรมาสที่ 2 ?ปี 2551 เอชพีมีการเติบโต 75%
ผู้บริหารเอชพี กล่าวว่า ครึ่งปีแรกของปี 2551 คาดว่าตลาดรวมอิงค์เจ็ต ออลอินวันจะมีการเติบโตประมาณ 30% ในส่วนของเอชพีคาดว่าจะมีการเติบโตในครึ่งแรกประมาณ 69% โดยมีส่วนแบ่งในตลาดไตรมาสแรกประมาณ 35 % และในไตรมาสที่ 2 ประมาณ 38% ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปี 2551 เอชพีคาดว่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 40%
ใน ส่วนตลาดรวมอิงค์เจ็ต ออลอินวัน นับถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโตประมาณ 25-30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ?และเมื่อมองเป็นจำนวนเครื่อง 2 ไตรมาสแรกตลาดรวมตกประมาณ 6 แสนเครื่อง ?คาดว่าปลายปีจะตกประมาณ 1.2-1.3 ล้านเครื่อง ?ซึ่งเป็นการเติบโตเมื่อเทียบกับที่ผ่านมาที่ตลาดรวมอิงค์เจ็ตออลอินวัน ประมาณ 1.05 ล้านเครื่อง
ผู้บริหารเอชพี กล่าวว่า แนวโน้มตลาดปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญกับตลาดอิงค์เจ็ต ออลอินวัน ซึ่งเป็นตลาดที่เอชพีเป็นผู้นำอยู่ในปัจจุบันโดยเฉพาะในตลาดที่มีการใช้งาน ในลักษณะกึ่งโฮมยูส และบิสซิเนสยูสที่เป็นธุรกิจรายย่อยหรือไมโครบิสซิเนส ?ซึ่งต้องการใช้งานที่หลากหลาย มีประสิทธิภาพในราคาย่อมเยาทั้งในแง่ของตัวเครื่องและหมึกพิมพ์ เอชพีจึงนำเสนอเครื่องพิมพ์ HP Deskjet F735 All-in-One ?เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้
HP Deskjet F735 All-in-One ?มาพร้อมเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ Dual Drop ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ล่าสุดจากเอชพีให้ความคมชัดในระดับเครื่อง พิมพ์เลเซอร์ และยังให้ภาพสีสันสดใส ให้ความเร็วในการพิมพ์ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์รุ่นดังกล่าวยังมีราคาเครื่องที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ ทั้งตัวเครื่องและหมึกรุ่น HP 703 ที่ราคาเพียง 320 บาทสำหรับหมึกดำ พิมพ์ได้สูงสุด 600 แผ่นต่อตลับ และพิมพ์สีได้จำนวนสูงสุดถึง 250 แผ่นต่อตลับ ด้วยราคาหมึกที่ 320 บาทเท่ากัน ?ซึ่งทำให้สามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 150% เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์อื่นๆ
HP Deskjet F735 All-in-One มุ่งเจาะ 5 ตลาดหลักคือ 1. กลุ่มลูกค้าที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพภายใต้ต้นทุนต่ำทั้งต้นทุนต่อการพิมพ์ ต่อแผ่นและต้นหนุนหมึก 2. กลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการเจอกับปัญหาหมึกรั่วจากหมึกรีฟิว 3. กลุ่มลูกค้าที่ต้องการได้รับการรับประกันจากการใช้หมึกแท้ราคาไม่แพง 4.กลุ่มโฮมยูส และไมโคร บิสซิเนส ?และ 5. กลุ่มลูกค้าที่งบประมาณจำกัดในวงเงินประมาณ 5 พันบาท
เอชพีทำตลาด HP Deskjet F735 All-in-One ในราคาราคา 3,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)โดยคาดว่าจะมียอดขาย HP Deskjet F735 All-in-One คิดเป็นสัดส่วน 10% ของผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต และคาดว่าจะดึงยอดผู้ใช้หมึกแท้เอชพีเพิ่มขึ้น โดยจะชูจุดขายของประหยัดค่าใช้จ่าย ถูกสุด 51-52 ส.ต. ต่อการพิมพ์ต่อแผ่นสำหรับการพิมพ์ขาวดำเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นเป็นจุดขาย
ทีมา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118873
Tags: hp, printer, ต้นทุนถูก, เครื่องปริ้นท์, เอชพี13 Sep
ม่น้อยหน้า สำหรับพี่ใหญ่ตลาดมือถือประเทศไทย ล่าสุดใจปล้ำเตรียมควักเงินก้อนโต ลุย 3จี
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เอไอเอส ปรับแผนลุย 3จี หลังดีแทครุกลงทุนเครือข่าย กทม. เตรียมขออนุมัติ กทช.ติดตั้งสถานีฐานเอชเอสพีเอ 400 แห่งเดิม โฟกัสกรุงเทพฯ หวังเปิดบริการทันปลายปี ทั้งเล็งขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติมรองรับเป้าหมายติดตั้ง 2,000 สถานีฐาน ครอบคลุมชลบุรี-ภูเก็ต คาดใช้งบลงทุน 6-7 พันล้านบาท
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสตัดสินใจเดินหน้าลงทุนเครือข่ายรองรับการเปิดให้บริการ 3จีระบบเอชเอสพีเอในพื้นที่ กทม. แล้ว หลังจากล่าสุดคู่แข่งประกาศแผนเดินหน้าลงทุน
อย่างไรก็ตาม ต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขที่เคยขออนุมัติการนำเข้าและติดตั้งสถานีฐาน 400 แห่ง เพื่อรองรับบริการดังกล่าวจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เหตุจำนวนสถานีฐานเดิมจะกระจายหลายจังหวัด แต่จากประสบการณ์ที่เปิดให้บริการแห่งแรกที่เชียงใหม่ พบว่า ความคาดหวังของลูกค้าจะไม่จำกัดเฉพาะการใช้งานในเขตเมืองเท่านั้น และต้องการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เวลาอยู่บ้าน ซึ่งอาจตั้งอยู่เขตนอกตัวเมือง
ดังนั้นต้องทำเรื่องไปยัง กทช. เพื่อขอย้ายพื้นที่ติดตั้ง โดยจะโฟกัสในจังหวัดที่ต้องการใช้งานสูง และกระจายให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ซึ่งเป้าหมายเบื้องต้นมองไว้ที่ กทม. ชลบุรี และภูเก็ต
“400 สถานีฐานแรก คงมุ่งที่กรุงเทพฯ ก่อน งบลงทุนน่าจะอยู่หลัก 1,500-1,600 ล้านบาท หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท หลังจากนั้นเราเตรียมขอเพิ่มเติมให้ได้ครบ 2,000 สถานีฐาน สำหรับกระจายให้ครบจังหวัดเป้าหมาย โดยประมาณการณ์เงินลงทุนทั้งสิ้นราว 6,000-7,000 ล้านบาท”
เขาเชื่อว่าการขออนุมัติจาก กทช. ทั้งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขติดตั้ง 400 ฐานแรก และส่วนที่เพิ่มเติมนั้นน่าจะไม่ล่าช้าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ เพราะปัจจุบัน กทช. ได้ให้อนุญาตเรื่องการพัฒนาบนคลื่นความถี่เดิม (Inband Migration) ไปแล้ว
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส กล่าวว่า สาเหตุที่เอไอเอสตัดสินใจลงทุนเอชเอสพีเอใหม่ ทั้งๆ ที่ยังกังวลถึงเงื่อนไขสัมปทานแบบบีทีโอ ซึ่งต้องโอนสินทรัพย์ให้หน่วยงานคู่สัญญา เพราะไม่สามารถรอได้หลังจากคู่แข่งตัดสินใจเดินหน้าลงทุนแล้ว
หากบริษัทยังมองถึงโอกาสที่จะให้ บริการบนย่านความถี่ใหม่ ไม่ใช่การพัฒนาบนคลื่นความถี่เดิม ทั้งไลเซ่น 3จี ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที
ขณะเดียวกัน ก็ยังมองถึงความเป็นไปได้ของข้อเสนอที่ยื่นให้ทีโอทีในการขอแบ่งใช้ย่านความ ถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยจะรับภาระการลงทุนเอง ซึ่งลดข้อจำกัดด้านงบลงทุนของทีโอทีได้ รวมทั้งเครือข่ายที่ลงทุนไปก็จะต้องโอนให้ทีโอทีอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ ดีแทคระบุเตรียมจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์สำหรับให้บริการเอชเอสพีเอ โดยใช้งบเบื้องต้น 5 พันล้านบาท ซึ่งจะติดตั้งอุปกรณ์เขต กทม., เชียงใหม่, ชลบุรี และภูเก็ต เป็นเฟสแรก และเปิดให้บริการปลายไตรมาสแรก ปี 2552
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/13/news_294179.php
Tags: ais, hp27 Jul
เปรียบเทียบกับ EEE PC และ Acer Aspire One แล้ว HP Mini Note กินขาดด้านรูปลักษณ์ที่ดูเนี้ยบเหมือนแมคอินทอช
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โน้ตบุ๊กรุ่นเล็กหลายรุ่นขนาดจอ 8.9 นิ้ว และน้ำหนักเครื่อง 1 กิโลกรัม มีตั้งแต่ราคาเกือบ 14,900-17,900 บาท แต่สำหรับเอชพี 2133 ที่เรียกขานกันว่า มินิโน้ต ขึ้นป้ายไว้ 29,900 บาท มันต้องมีดีอะไรสักอย่าง เอชพีถึงกล้าหาญขนาดนี้
?
?
หากมองรูปร่างหน้าตาแล้ว เอชพี มินิโน้ต เป็นโน้ตบุ๊กขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า “ซับโน้ตบุ๊ก” ที่สวยที่สุดในตลาด ตัวเครื่องผลิตจากแมคนีเซียม อัลลอย สีเงินดูเรียบหรู เบา และแข็งแกร่ง
พอเปิดหน้าจอเพื่อเตรียมใช้งาน ผู้ใช้ต้องพอใจกับแป้นพิมพ์ขนาดมาตรฐาน แป้นตัวอักษรทุกตัวบนแป้นมากันแบบเต็มตัว ไม่แคระแกร็น จนต้องงอมือหดไหล่ทำงาน สีสันและการออกแบบคีย์บอร์ดของเอชพี มินิโน้ต ดูเผินๆ ชวนให้นึกถึง “แมคบุ๊ก” ของแอปเปิ้ล สัมผัสตอบสนองการพิมพ์ได้อย่างคล่องแคล่ว ไอทีโซนให้คะแนนการออกแบบคีย์บอร์ดเต็ม 10
การเชื่อมต่อกับเครือข่ายเหมือนกับโน้ตบุ๊กรุ่นสูง ทั้งเครือข่ายภายใน (แลน) เครือข่ายไร้สาย (ไวไฟ) และบลูทูธ
หน้าจอมินิโน้ตขนาด 8.9 นิ้ว เหมือนกับซับโน้ตบุ๊กรุ่นเยาว์ของหลายค่าย แสดงผลด้วยความละเอียด 1,280×768 ให้ภาพคมชัดสูง เหมาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานต่อกับเครื่องฉาย หรือจอภายนอกที่แสดงผลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งถือเป็นข้อดี
แต่ความละเอียดระดับดังกล่าวเมื่อนำมาใช้กับตัวโน้ตบุ๊กเอง ส่งผลให้ตัวอักษรและสัญรูปหรือไอคอนต่างๆ เล็กลงด้วย ผู้ใช้สามารถปรับแต่งค่าการแสดงผลลดความละเอียดลงเป็น 1260×600 ได้ แต่ตัวอักษรจะเบลอเล็กน้อย ถึงอย่างไรยังสบายตากว่า
เอชพี มินิโน้ต ใช้ซีพียู ยี่ห้อ วีไอเอ ซี 7-เอ็ม ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1.6 กิกะเฮิรตซ์ ไม่ใช่ซีพียูอะตอม จากอินเทลที่ซับโน้ตบุ๊กอื่นใช้กัน การเปิดเครื่องใช้งานใช้เวลาพอสมควร และถือว่าช้ากว่าชัดเจนเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กขนาดเล็กอย่างอัสซุส อีพีซี 701 คะแนนซีพียู ไอทีโซนให้คะแนนซีพียูแค่ 7
แบตเตอรี่ของเอชพี 2133 ยังถือว่าใช้งานได้น้อยชั่วโมง ชาร์จไฟเต็มที่ใช้งานได้สูงสุด 2 ชั่วโมง
ถึงกระนั้น ฮาร์ดดิสก์ของมินิโน้ตขนาด 120 กิกะไบต์ ติดตั้งโปรแกรมขนาดใหญ่ และเก็บไฟล์เอกสาร ไฟล์รูปภาพได้เหลือเฟือ และสามารถเพิ่มหน่วยความจำแรมได้ 2 กิกะไบต์
ถึงแม้จะมียูเอสบีพอร์ตมาให้เพียง 2 ช่อง และมีเพียงช่องเสียบเอสดีการ์ดเท่านั้น มินิโน้ตได้เพิ่มช่องพีซีเอ็มซีไอเอ (PCMCIA) มาหนึ่งช่อง สำหรับใช้เสียบแอร์การ์ดท่องเน็ตไร้สาย ซึ่งซับโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นไม่มี
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: hp, mininote23 Jun
10 มิ.ย.ที่ผ่านมา “ฮิวเลตต์-แพคการ์ด” จัดงานเปิดตัวนวัตกรรมและสินค้าใหม่ ของกลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ หรือที่เรียกกันว่า PSG ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีด้วยคอนเซ็ปต์ “HP Connecting to your world” จัดว่าเป็นงานใหญ่ระดับโลกที่เอชพีใช้เป็นเวทีสำหรับสินค้าประจำปี 2551 เลยทีเดียว


เช่นเดียวกับสินค้าที่เปิดตัวในงานนี้ก็สะท้อนเรื่องของความ “เข้าใจ” และ “ความง่าย” ในการใช้งานเป็นอย่างดี เช่น HP TouchSmart โฮมพีซีรุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานด้วยการสัมผัสหรือเลื่อนนิ้วบนหน้าจอแทนการใช้เมาส์
โดยแนวคิดการออกแบบคอมพิวเตอร์มาจากเรื่องของ user interface ซึ่งคอมพิวเตอร์ปกติจะใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในการสั่งการ แต่ HP TouchSmart ให้ความสำคัญการ natural interface นั่นคือการใช้มือสัมผัสและควบคุม เหมือนกับการใช้อุปกรณ์อื่นๆ การออกแบบจึงเน้นไปที่การควบคุมการทำงานด้วยปลายนิ้วสัมผัส หน้าจอในตำแหน่งต่างๆ
หรืออีกโปรดักต์ที่สะท้อนความต้องการของลูกค้าได้ดีคือจอมอนิเตอร์ HP DreamColor LP2480zx ซึ่งสามารถแสดงผลได้ 1 พันล้านเฉดสีมากกว่าจอแอลซีดีทั่วไป 64 เท่า รองรับการใช้งานด้านกราฟิกและแอนิเมชั่น โดยสินค้าตัวนี้มีที่มาจากการทำงานของเอชพีร่วมกับ “ดรีมเวิร์ก” ผู้ผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูด ซึ่งมีปัญหาหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการผลิตงานให้สีไม่ละเอียดเท่ากับภาพที่ปรากฏบนหน้าจอจริงๆ
ดรีมเวิร์กจึงสะท้อนความต้องการ ดังกล่าวต่อเอชพีและออกมาเป็น HP DreamColor ซึ่งใช้ในการผลิตแอนิเมชั่นเรื่อง “กังฟูแพนด้า” (ใครได้ดูเรื่องนี้โปรดสังเกตเฉดสีของตัวละครและแบ็กกราวนด์ว่าละเอียดและสดแค่ไหน)
ในส่วนของ “โน้ตบุ๊ก” ที่เป็นพระเอกของตลาดเวลานี้ ก็เปิดตัวอีก 7 ซีรีส์ ได้แก่ HP EliteBook 6930p, HP Pavilian dv4, HP Pavilian dv5 และ HP Pavilian dv7 ตลอดจน Compaq Presario CQ20, CQ45, CQ40 และ CQ50 ซึ่งโปรดักต์ไลน์เหล่านี้สะท้อนวิธีคิดออกมาทางด้านการดีไซน์มากขึ้น ใช้วัสดุที่
ทนทานมากขึ้น ที่สำคัญใช้แล้วต้อง “Look Cool” ดูเท่
อย่างตัวไฮไลต์โน้ตบุ๊ก HP EliteBook 6930p ที่จัดอยู่ในคลาส EliteBook ที่เอชพีเพิ่งแยกเซ็กเมนต์กลุ่มสินค้าใหม่นอกเหนือจากกลุ่ม comercial notebook และ consumer notebook โดยออกแบบมาสำหรับนักธุรกิจระดับไฮเอนด์มีฟีเจอร์ของการเชื่อมต่อต่างๆ ครบถ้วน ผสมกับการออกแบบและใช้วัสดุอะลูมิเนียมและแม็กนีเซียมอัลลอยในการผลิตเพื่อความทนทานในการใช้งานด้วย
“เอเดรียน โค้ช” รองประธานกรรมการอาวุโส กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ เอชพี เอเชีย-แปซิฟิกและประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดโน้ตบุ๊กในเอเชียจะมีแรงผลักดันจากกลุ่ม “Young People” เช่นเดียวกับเทรนด์หลักของโลก โดยคนกลุ่มนี้มีขนาดที่ใหญ่มาก แค่วัยรุ่นในจีนและอินเดีย 2 ประเทศนี้ก็มีขนาดเท่ากับลูกค้าในอเมริกาแล้ว ซึ่งความต้องการใช้งานของคนกลุ่มนี้ก็คือการใช้งานทางด้านความบันเทิง การเชื่อมต่อและสื่อสาร รวมทั้งใช้เวลากับคอมพิวเตอร์นานมากและต้องการแสดงความเป็นตัวตนบนโลกออนไลน์ด้วย
อีกเหตุผลที่คนกลุ่มนี้ช่วยผลักดันการเติบโตของโน้ตบุ๊กนั่นก็คือสังคมในเอเชียต้องการลงทุนด้านการศึกษาให้กับกลุ่ม young people ดังนั้นผู้ปกครองจึงซื้อโน้ตบุ๊กเพื่อให้บุตรหลานของตัวเองใช้ในการศึกษาด้วย
“กลยุทธ์ของเราคือการออกแบบสินค้าเพื่อเอเชีย (design for Asia) โดยสินค้าบางรุ่นจะถูกออกแบบมาสำหรับคนเอเชียโดยเฉพาะเช่น Compaq Presario CQ20 ก็เป็นซีรีส์หนึ่งที่ออกแบบมาสำหรับคนเอเชียโดยดีไซน์จะบางกว่าเพราะคนเอเชียชอบดีไซน์ในลักษณะนี้ หรือ mininote ก็เป็นสินค้าที่ออกแบบมาสำหรับเอเชียก่อนที่จะนำออกไปทำตลาดทั่วโลกเป็นต้น”
ที่มา : มติชน
Tags: elitebook, hp, os23 Jun