รางวัล IBM Choice Award

รางวัล IBM Choice Award

การประกาศผลรางวัล IBM Choice Award ในงาน IBM PartnerWorld Leadership Conference ครั้งนี้ จัดขึ้น ณ เมืองลาสเวกัส มลรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรางวัล IBM Choice Award มอบให้เพื่อเป็นเกียรติกับคู่ค้า ในการสะท้อนคุณค่าไอบีเอ็ม (IBM Values) สู่ลูกค้า และการบรรลุผลสำเร็จในเชิงธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างประโยชน์สูงสุดแก่คู่ค้าและลูกค้า ซึ่งรางวัล IBM Choice Award นี้ ได้รับการคัดเลือกจากผู้บริหารระดับสูงของไอบีเอ็มในแต่ละภูมิภาค โดยจำแนกออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่สำหรับคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า รวมถึงความเชี่ยวชาญในการตอบโจทย์ธุรกิจด้วยไอบีเอ็มโซลูชั่น

“รางวัล IBM Choice Award นี้ ได้มอบให้กับคู่ค้าของ IBM ในแต่ละภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ที่มีผลงานโดดเด่น รวมถึงมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมภาพลักษณ์และคุณค่าต่างๆ ของ IBM ให้กับลูกค้า” กล่าวโดย Eric Yeo, Director, Global Business Partners, IBM ASEAN “ไอบีเอ็ม ต้องการแสดงความยกย่องแก่คู่ค้าของเราทุกปี ถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันในทุกธุรกิจทั่วโลก”

“รางวัลนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงกับคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน ที่ได้รับความไว้วางใจจาก IBM ให้ได้รับรางวัล ?The Most Outstanding Distributor? เราก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าที่ร่วมมือกันมายาวนานที่สุดของไอบีเอ็มประเทศไทย ความมุ่งมั่นหลักของเรา คือ การตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะ Value Added Distributor เพื่อสร้างคุณค่าให้กับคู่ค้า และสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการลงทุนกับโซลูชั่นของไอบีเอ็ม เรามุ่งมั่นในการส่งเสริมให้บุคลากรของคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนได้รับการพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ เข้าใจโซลูชั่นและบริการต่างๆ ของไอบีเอ็มอย่างถ่องแท้ รวมไปถึงการมองหาตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมเสมอมา เช่น โอกาสทางธุรกิจในกลุ่ม Digital TV ยิ่งไปกว่านั้น เรายังคงสร้างความพร้อมของบุคลากรของเรา เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของไอบีเอ็ม ในการให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ ในเรื่อง Business Analytics, Cloud Computing หรือแม้กระทั่งการขยายธุรกิจไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ในชื่อของ Geo Expansion” นายศุภกิจ ติยะวัชรพงศ์ กรรมการผู้บริหาร บริษัท คอมพิวเตอร์ ยูเนี่ยน จำกัด กล่าว

?

นายศุภกิจ กล่าวต่อว่า รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ทาง IBM เค้าพิจารณาจากผลงานของ Distributor กว่า 86 บริษัท จาก 140 ประเทศทั่วโลก โดยดูจากผลประกอบการ รวมถึงผลงานเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยเหลือคู่ค้า และลูกค้าของ IBM รวมถึงการสร้างธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ IBM ในมุมมองการทำงานใน Computer Union จะเน้นที่การเป็น Value Added Distributor ซึ่งมูลค่าเพิ่มที่ทาง Computer Union? เน้นมากๆ เลย ก็คือ การสร้างคุณค่าเพิ่ม และคุณภาพของการทำงานให้กับคู่ค้า ซึ่งในบางครั้งยังรวมไปถึงลูกค้าของคู่ค้าเราด้วยอีกด้วย เรามุ่งมั่นในการส่งเสริมศักยภาพทีมงานของ Computer Union ให้มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าเรามีความรู้ ความสามารถในสิ่งที่เรานำเสนอ และสามารถช่วยเหลือคู่ค้าของเราได้อย่างแท้จริง

การสร้างมูลค่าเพิ่ม

หนึ่งโครงการในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคู่ค้าและลูกค้า คือ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่เรียกว่า Business Partner Innovation Center เพื่อเปิดโอกาสให้คู่ค้าและลูกค้าได้ทดลองใช้ Solution ต่างๆ ของ IBM เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนการตัดสินใจที่จะลงทุนซื้ออุปกรณ์ หรือ Solution ต่างๆ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยศูนย์ข้อมูล Business Partner Innovation Center นี้ เราลงทุนเป็นมูลค่าสูงถึง 8 หลัก เพื่อรวบรวมโซลูชั่นทันสมัยมากมายที่ตลาดกำลังให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น IBM PureFlex, IBM PureData, Storage รุ่นล่าสุด, Power (Unix) Server และ Network Switch รวมไปถึงล่าสุด เราเพิ่มเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ เข้าไปในศูนย์ เพื่อให้ครอบคลุมการสนองความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น เช่น Power Server, Storage V5000 และอุปกรณ์ Security ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ Log Analysis อย่าง IBM QRadar และอุปกรณ์ Network Security อย่าง IBM Security Network Protection?

การสร้างธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ การขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าใหม่

?

นอกจากนี้ เรายังทำการตลาดเชิงรุกกับคู่ค้าของเราในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเจาะกลุ่มตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต ซึ่งถือส่วนหนึ่งของการทำงานเชิงสร้างสรรค์ ในหลายปีที่ผ่านมา Computer Union ได้พยายามเข้าใจถึงโอกาสทางธุรกิจเกิดใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญสำหรับประเทศไทย และได้มีการพูดคุยกับทาง IBM ประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

“ผมขอยกตัวอย่างสัก 2 ตัวอย่าง มาพูดคุยกันในที่นี้ ตัวอย่างแรก คือ Digital TV ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกวันนี้หลายคนต่างตั้งตารอที่จะได้ดู TV คุณภาพสูง ที่เรียกกันว่า HD TV กัน Computer Union กับ IBM ประเทศไทย มองเห็นทิศทางของ Digital TV มาไม่น้อยกว่า 8 ปีแล้ว ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไทยรัฐเองก็เป็นหนึ่งของลูกค้าที่ได้ให้โอกาส Computer Union และ IBM ได้มีส่วนเป็นหนึ่งของการก้าวเข้าสู่ยุค Digital TV ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณ คุณยิ่งลักษณ์ และ คุณวัชร วัชรพล มา ณ โอกาสนี้ด้วย” นายศุภกิจ กล่าว.

อย่างไรก็ตาม เราทุ่มเทกับตลาดนี้ และทำการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 8 ปี การจัดงานสัมมนาให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ประกอบการทางโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุมาอย่างต่อเนื่อง นำลูกค้าไปเยี่ยมชม LAB ของ IBM และที่ขาดไม่ได้เลย คือ Solution Partner ที่สำคัญของเราอีกรายหนึ่ง คือ Vizrt ซึ่งเป็นผู้นำทางด้าน Media Asset Management (MAM) และงานด้าน Graphic ที่ให้โอกาส Computer Union ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด เราได้โอกาสร่วมแบ่งปันแนวทางธุรกิจ รูปแบบการลงทุนด้าน IT สำหรับ Broadcasting และสำคัญมากเลย ความไว้วางใจจากทั้ง IBM และคู่ค้า ซึ่งเราทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคู่ค้าของเราและคู่ค้าของคู่ค้าของเรา ซึ่งวันนี้เราก็ได้เห็นพัฒนาการของ Digital TV ซึ่งท้ายสุดเราก็นำมาซึ่งประโยชน์แก่คนไทยทั้งชาติ นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเรา Computer Union อย่างมาก

อีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ การทำงานร่วมกับ IBM อย่างใกล้ชิด สำหรับ GEO Expansion Program เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ IBM เพื่อเปิดตลาดนำสินค้า และโซลูชั่นของ IBM สู่ตลาดภูมิภาคของประเทศไทยในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เรียกได้ว่า ทุกภาคของประเทศไทย นอกเหนือจากกรุงเทพฯ รวมถึงในประเทศลาว การรุกตลาดใหม่ๆ เหล่านี้ เป็นงานที่ท้าทายมากๆ สำหรับทีมงานเล็กๆ ของเรา เนื่องจากในระยะเริ่มต้นนั้น คู่ค้าในต่างจังหวัดยังไม่คุ้นเคยกับการนำไอที ที่เป็นโซลูชั่นไปตอบโจทย์ธุรกิจที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ลูกค้าสนใจในการนำไอทีไปขยายศักยภาพในการทำธุรกิจอย่างมาก แต่ยังต้องได้รับความรู้ ความเข้าใจ และการเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ทำให้เราต้องทำการบ้านหนักขึ้น เพื่อที่จะเข้าไป Knock Door แนะนำตัวเอง และแนะนำสินค้า

รวมถึงเรายังต้องมีการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับคู่ค้าในต่างจังหวัด และประเทศลาว เราอดทนรอด้วยความตั้งใจ จริงใจ และมุ่งมั่นว่าเรามา และมาด้วยความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาธุรกิจของเค้าให้เกิดสิ่งดีๆ ในธุรกิจตรงนั้น บางพื้นที่เราต้องทำงานอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี ถึงจะได้มาซึ่งผลทางธุรกิจ ซึ่งก็เป็นอะไรที่เราดีใจมาก ที่ดีใจไม่ใช่ว่าแค่เราได้งาน แต่เราดีใจที่คู่ค้าของเราเชื่อมั่นในทีมงานของเรา และสู้ไปกับเรา ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับเค้า ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคน ที่เชื่อมั่นในทีมงานของเรา.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

IBM ยกทีมจิตอาสา จัดเวิร์กช็อปเพิ่มทักษะนร.ชนบท

IBM ยกทีมจิตอาสา จัดเวิร์กช็อปเพิ่มทักษะนร.ชนบท

ไอบีเอ็ม ฉลองครบรอบ 60 ปี ส่งทีมการตลาดและการสื่อสารภายใต้โครงการเพื่อสังคม ลงพื้นที่ฝึกอบรมนักเรียนโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา จ.ชลบุรี…

เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มพนักงานบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด จัดเวิร์กช็อปอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านการตลาดและการสื่อสารแก่นักเรียนแก่โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา จ.ชลบุรี โดยอาสาสมัคร 20 คนจากฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของไอบีเอ็มได้ทำงานร่วมกับคณาจารย์ของโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา ภายใต้เป้าหมาย 2 ประการ คือ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมด้านการตลาดและแนวทางในการส่งเสริมแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเพื่อให้นักเรียนสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับโครงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือโครงงานในอนาคต

นอกจากนี้ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทยมีแผนจะสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจและสังคมของไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินโครงการอาสาสมัคร Manager and Team Happy Volunteer Program ประจำปี 2555 โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนาถือเป็นกิจกรรมแรกภายใต้โครงการดังกล่าว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้พนักงานอุทิศเวลา ความรู้ และความเชี่ยวชาญเพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่สังคม และในทางกลับกัน ก็จะเป็นการส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะและความสมัครสมานสามัคคีในหมู่พนักงานของไอบีเอ็ม

ทั้งนี้ ทีมงานของไอบีเอ็มได้ใช้ชุดกิจกรรมจาก IBM On-Demand Community ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดหาทรัพยากรต่างๆ เช่น งานพรีเซ็นเทชั่น หรือชุดข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งจะช่วยให้อาสาสมัครจากไอบีเอ็มทั่วโลกสามารถให้ความช่วยเหลือแก่สถานศึกษาและหน่วยงานเพื่อสังคมได้อย่างเหมาะสม โดยทีมงานดังกล่าวได้จัดฝึกอบรม 1 วันให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 28 คน ของโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา

โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนาก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ยากจนในชนบทได้รับการศึกษาในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง มุ่งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเป็นตัวของตัวเอง โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้จากโครงงาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะของนักเรียนในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์และสร้างสรรค์ รูปแบบการศึกษาดังกล่าวจะกระตุ้นให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาความรู้นอกหลักสูตรและนอกห้องเรียนและพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในการฝึกอบรมเวิร์กช็อปครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมภาคสนาม เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้ โดยทีมงานอาสาสมัครได้แนะนำให้นักเรียนได้เข้าใจพื้นฐานของกลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานเพื่อสังคม จากนั้นมีการแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย โดยแต่ละกลุ่มได้รับมอบหมายให้วางแผนและนำเสนอแผนการตลาดภายใต้ 2 หัวข้อตามที่เลือกไว้ นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการทำตลาดและสร้างแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงวิธีการส่งเสริมหน่วยงานชุมชนโดยใช้กลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์

นายวรุตม์ ศิระวงศ์ประเสริฐ อาสาสมัครจากบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า นักเรียนที่โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนามีความกระตือรือร้นและเปิดกว้างที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำและช่วยพัฒนาสังคมในอนาคต จากการเรียนรู้เชิงทดลองในเรื่องการตลาดและการสร้างแบรนด์ เราหวังว่านักเรียนจะสามารถนำเอาหลักการที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้กับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากสังคมและภาคส่วนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

นายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา กล่าวว่า การฝึกอบรมที่อาสาสมัครจากไอบีเอ็มจัดขึ้นนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ทั้งอาจารย์และนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาโครงการเพื่อชุมชนที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงโครงการในอนาคต เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น โดยอาศัยแนวทางการตลาดและการสร้างแบรนด์? นอกจากนี้ยังสอดรับกับจุดมุ่งหมายของเราในการเสริมความรู้นอกหลักสูตรให้แก่นักเรียนและการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้กับกิจกรรมต่างๆ ที่นักเรียนให้ความสนใจเป็นพิเศษ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘IBM’ เปิดสำนักงานสาขาตะวันออก หวังเป็นฮับอุตสาหกรรม-ท่องเที่ยว

'IBM' เปิดสำนักงานสาขาตะวันออก หวังเป็นฮับอุตสาหกรรม-ท่องเที่ยว

ไอบีเอ็ม รุกตลาดภาคตะวันออก เปิดตัวสำนักงานใหม่ในจังหวัดชลบุรี หวังยกระดับโอกาสแข่งขันธุรกิจ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในอาเซียน…

นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นศักยภาพในภูมิภาคตะวันออกซึ่งเป็นศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและมีส่วนสร้างผลผลิตเชิงเศรษฐกิจของประเทศด้วยการผลิตและการส่งออกครอบคลุมภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่จะก้าวเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทจึงเปิดสำนักงานใหม่ สาขาอีสเทิร์นซีบอร์ด ประจำภาคตะวันออกในจังหวัดชลบุรี เป็นสำนักงานแห่งที่ 3 ในประเทศไทย โดยจะเป็นศูนย์กลางในการให้บริการของไอบีเอ็มภาคตะวันออก ซึ่งเป็นภูมิศาสตร์สำคัญของไอบีเอ็มในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในปีนี้

นอกจากการดำเนินธุรกิจในภาคตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทจะร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาทักษะของบุคลากร โดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรไอบีเอ็มและโครงการเพื่อสังคมมาช่วยพัฒนาให้เมืองและภูมิภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่ทันสมัย ดึงดูดการลงทุน และมีการเติบโตในทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม สำนักงานแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ไอบีเอ็มในการขยายธุรกิจสู่ในระดับภูมิภาค เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในตลาดที่มีการเติบโตสูง และเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์การสร้างความเติบโตในระดับโลก โดยบริษัทจะลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างครบวงจรซึ่งรวมถึงการสร้างสำนักงาน การจัดฝึกอบรม การจัดสรรบุคคลากรและการจ้างบุคลากรท้องถิ่น การสร้างทีมขายและการตลาด ตลอดจนทีมที่ดูแลกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ

ทั้งนี้ หนึ่งในโครงการสำคัญของไอบีเอ็มในภาคตะวันออกคือโครงการสมาร์ทเตอร์ ซิตี้ส์ ชาเลนจ์ (Smarter Cities Challenge) ของไอบีเอ็มในปี 2555 ซึ่งจังหวัดชลบุรีได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 33 จังหวัดทั่วโลกที่ได้รับเงินช่วยเหลือ ช่วยให้สามารถพัฒนาแผนเชิงกลยุทธ์ของจังหวัดในการสำรวจแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจของเมือง โครงการมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ดำเนินการในระยะ 3 ปีเพื่อพัฒนาเมือง 100 เมืองในทั่วโลกนี้ ได้รับการเปิดตัวในปี 2554 โดยเป็นโครงการเพื่อสังคมที่มีมูลค่าสูงสุดของไอบีเอ็ม โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของไอบีเอ็มจะเข้ามาศึกษาและช่วยพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับเมืองใหญ่ทั่วโลก.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

TCCT จับมือ IBM ปั้น ‘เมกะดาต้าเซ็นเตอร์’ คุมเทรนด์ไอทีองค์กร

TCCT จับมือ IBM ปั้น 'เมกะดาต้าเซ็นเตอร์' คุมเทรนด์ไอทีองค์กร

ทีซีซี เทคโนโลยี ประกาศความร่วมมือกับ ไอบีเอ็ม ผุดเทรนด์การบริหารจัดการไอทีรูปแบบใหม่ พร้อมโครงการเมกะดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกของประเทศไทย ตอบโจทย์องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม…

เมื่อเร็วๆ นี้ ทีซีซี เทคโนโลยี ผู้ให้บริการดาต้าเซนเตอร์ ได้มอบหมายให้ไอบีเอ็มเป็นผู้พัฒนา ออกแบบกลยุทธ์รวมถึงรูปแบบของดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ หรือ เมกะดาต้าเซ็นเตอร์ โดยไอบีเอ็มจะให้คำปรึกษาเพื่อการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน และคุณภาพการบริการด้วยขนาดและทำเลที่เหมาะสมสูงสุดสำหรับลูกค้าในแต่ละประเภทธุรกิจ

นายโฆษิต สุขสิงห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ที.ซี.ซี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้ไอบีเอ็มศึกษาวิจัยในการสำรวจและคัดเลือกทำเลที่ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ผนวกการวิเคราะห์ถึงขนาดที่เหมาะสม และกลยุทธ์การสร้างศักยภาพสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ เนื่องจากปัจจุบันความต้องการบริการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นมากจากหลายประเภทธุรกิจทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค จากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติและความไม่สงบทางการเมืองทั่วโลก

นายโฆษิต กล่าวอีกว่า สำหรับความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นและขยายศักยภาพด้วยการวางแผนสร้างเมกะดาต้าเซ็นเตอร์ จะสร้างเป็นดาต้าเซ็นเตอร์คอมมิวนิตี้ ประกอบด้วยธุรกิจจากหลายอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน โดยบริษัทจะเป็นศูนย์กลางการเก็บข้อมูลและเป็นผู้บริหารจัดการข้อมูลด้วยระบบไอที เพื่อพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำซึ่งโดดเด่นด้วยขนาด ทำเลและบริการที่ดี

นายยศ กิมสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบริการ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทรู้สึกยินดีที่ทีซีซีทีเลือกให้ไอบีเอ็มเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ เพื่อช่วยตอบโจทย์ทางธุรกิจและเสริมความเป็นผู้นำของทีซีซีทีในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยบริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ครบครันและความเชี่ยวชาญระดับโลกของไอบีเอ็ม มั่นใจว่าจะช่วยเสริมศักยภาพให้ทีซีซีทีสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างเหนือระดับ

ทั้งนี้ เมกะดาต้าเซ็นเตอร์ ของทีซีซีทีจะใช้กลยุทธ์ 3S คือ Size (ขนาด) จากความต้องการของทีซีซีที ไอบีเอ็มจะศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ขนาดในการสร้างเมกะดาต้าเซ็นเตอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าและสามารถรองรับรูปแบบการบริการที่จะนำเสนอ Site (ทำเลที่ตั้ง) การเลือกทำเลที่ตั้งของศูนย์แห่งใหม่จะรวมความเชี่ยวชาญของไอบีเอ็มในฐานะผู้มีประสบการณ์การให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับสากล ทั้งนี้ทีมงานผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ของไอบีเอ็มจะทำการศึกษาวิจัย รวบรวมข้อมูลแนวโน้มตลาด ความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้วจึงสำรวจทำเลที่ตั้ง โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์โดยใช้โมเดลช่วยการตัดสินใจและเครื่องมือการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ทำเลที่เหมาะสมในการสร้างเมกะดาต้าเซ็นเตอร์ และ Services (บริการ) จากคำปรึกษาของไอบีเอ็ม ทีซีซีทีจะสามารถตัดสินใจเรื่องรูปแบบดาต้าเซ็นเตอร์และการบริการโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้ในอนาคต โดยขนาดและทำเลที่ตั้งจะต้องเหมาะสมกับบริการที่จะให้กับลูกค้า

ปัจจุบัน ทีซีซีที มีดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งสิ้น 3 แห่ง คือ 1.ระดับองค์กร คือ ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับองค์กรธุรกิจ (Enterprise Data Centers) ได้แก่ เอ็มไพร์ทาวเวอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ (ETDC) สาทร และ บางนาดาต้าเซ็นเตอร์ (BNDC) ตั้งอยู่บนอาคาร TCIF ห่างจากสนามบินนานาชาติเพียง 10 กิโลเมตร 2.ระดับอุตสาหกรรม คือ ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับอุตสาหกรรม (Industrial Data Center) ได้แก่ Amata Industrial Estate (AMDC) 3.ระดับภูมิภาค คือ ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับภูมิภาค (International Data Center) ได้แก่ (KMDC) ที่จะสร้างขึ้นที่ประเทศกัมพูชา.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ไอบีเอ็มปฏิบัติการหามือพระกาฬเขียนเว็บ xml

ปฏิบัติการค้นหาซูเปอร์สตาร์เขียนเว็บ ด้วยภาษา xml เริ่มขึ้นแล้วทั่วโลก ใครที่ยังไม่รู้ว่าเอ็กซ์เอ็มแอลคืออะไร อย่ารอช้าเลย

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ในโลกอินเทอร์เน็ตยุคหน้า ที่เรียกว่ายุค 3.0 นั้น จำเป็นต้องอาศัยภาษาเอ็กซ์เอ็มแอล (xml) ให้หน้าเว็บทำงานร่วมกับฐานข้อมูล ตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราวกับเพื่อนรู้ใจ ไม่ใช่แค่ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ธรรมดาที่ใช้กันมาเป็นสิบปี

ไอ บีเอ็มเลยถือโอกาสนี้เปิดตัวโครงการ ?ค้นหา เอ็กซ์เอ็มแอล ซูเปอร์สตาร์? พร้อมกันในภูมิภาคต่างๆ เช่น อเมริกาเหนือ ยุโรป จีน อินเดีย และประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย จุดประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ความรู้หรือพื้นฐานด้านเอ็กซ์เอ็มแอล และการบริหารจัดการฐานข้อมูล

ที่ พิเศษสุดคือ เวทีนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีใจใฝ่เรียนรู้ เพราะผู้เข้าแข่งขันไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีดัง กล่าวแต่อย่างใด

ผู้ที่สนใจแสดงความ สามารถแต่ยังไม่เข้าใจถึงกฎกติกา รวมทั้งยัง “งงงวย” กับเทคโนโลยีเอ็กซ์เอ็มแอล ไม่ต้องตกใจ เพราะไอบีเอ็มจะบรรยายทางเทคนิคในวันพฤหัสบดีที่ 30 และศุกร์ที่ 31 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์ศึกษาสาทรธานี มหาวิทยาลัยรังสิต (ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีช่องนนทรี) ผู้เข้าร่วมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

การ บรรยายจะจัดขึ้น 4 รอบ วันละ 2 รอบ คือเวลา 09.00 น. และ 13.00 น. (เนื้อหาของการบรรยายเหมือนกันทั้ง 4 รอบ) รายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งการลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันคลิกดูได้ที่ http://asean.xmlsuperstar.com หมดเขตรับสมัคร 28 กุมภาพันธ์ 2552

ย้อน กลับมาที่กิจกรรมการแข่งขัน นอกเหนือจากผู้เข้าแข่งขันจะได้รับความรู้และทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เอ็กซ์เอ็มแอล และการบริหารจัดการฐานข้อมูล ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้เข้าแข่งขันเองแล้ว ยังมีโอกาสชิงรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ ไอพอดนาโน เครื่องเล่นเกมนินเทนโด วี รวมทั้งมีโอกาสเข้าเยี่ยมชมแล็บพัฒนาซอฟต์แวร์และสำนักงานของไอบีเอ็มใน ประเทศเอเชียแปซิฟิก รวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมดกว่า 1 ล้านบาท

ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นนักศึกษาและคณาจารย์ในระดับอุดมศึกษา หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประเทศ และภูมิภาค ส่วนรางวัลและความยากง่ายของการแข่งขันจะแตกต่างกันในแต่ละระดับ นอกจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันยังสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ทั้งในแบบบุคคลหรือแบบทีม ขึ้นอยู่กับประเภทของการแข่งขันนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. วิดีโอที่น่าคลั่งไคล้ หรือการแข่งขันสร้างสรรค์วิดีโอคลิป ด้วยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเอ็กซ์เอ็มแอลและการบริหารจัดการฐานข้อมูล 2.คำถามสุดท้าทาย หรือการแข่งขันหาคำตอบโดยการเขียนข้อคำถาม ค้นหาจากระบบฐานข้อมูลด้วยเอ็กซ์เอ็มแอล หรือซอฟต์แวร์ดีบีทู 3.การแข่งขันเขียนโปรแกรมบนเทคโนโลยีทางด้านเอ็กซ์เอ็มแอลและการบริหาร จัดการฐานข้อมูลทั่วไป

นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์ค (เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์หลักของซอฟต์แวร์พาร์ค 2.0 ที่ต้องการผลักดันเทคโนโลยีผ่าน “โซเชียล เน็ตเวิร์ก” ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลกในขณะนี้ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้

ดัง นั้น การผลักดันผู้เชี่ยวชาญทางด้านเอ็กซ์เอ็มแอล ซึ่งเป็นฐานรากของระบบนี้ให้มากขึ้น จะทำให้การสร้างแอพพลิเคชั่นของไทย สามารถแข่งขันและสร้างตลาดใหม่ในระดับโลกได้ การแข่งขันครั้งนี้น่าจะมีส่วนเพิ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่จะก้าวเข้าสู่เว็บ 3.0 ที่กำลังเข้าสู่ตลาดในอนาคตอันใกล้

ดร. รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า จากการที่ซิป้าเร่งดำเนินนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมสร้างนวัตกรรมจากนัก พัฒนาในประเทศ และการส่งเสริมการลงทุนทางด้านไอซีทีจากต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างบุคลากรในประเทศที่มีความรู้ทางภาษาเอ็กซ์เอ็มแอล

การ เฟ้นหาบุคลากรที่มีความสามารถด้านนี้ ผ่านการประกวดผลงานจะทำให้เกิดเวทีแสดงความสามารถในการผลักดันได้อย่างถูก จุด ยิ่งไปกว่านั้นจะยังทำให้เกิดความตื่นตัวและสร้างสภาพการแข่งขันเพื่อรองรับ ตลาดไอทีในอนาคตอีกด้วย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Tags: , ,