‘เอเชียซอฟท์’รับจองภาคเสริม Diablo III: Reaper of Souls

'เอเชียซอฟท์'รับจองภาคเสริม Diablo III: Reaper of Souls

Blizzard Entertainment ได้ประกาศเปิดตัวภาคเสริม Diablo III?:? Reaper of Souls วันนี้ ก่อนเผชิญหน้ากับความตาย 25 มี.ค. 57 สวมวิญญาณ Crusader ตะลุย Sanctuary เอเชียซอฟท์พร้อมเปิดรับจองแล้ว…

บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศว่า บลิซซาร์ด เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Blizzard Entertainment) ได้ประกาศเปิดตัวภาคเสริม Diablo III ?: Reaper of Souls ที่จะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 25 มี.ค. 2557 โดยประเทศไทย?จะสามารถสั่งจองชุด Collector?s Edition ได้ตั้งแต่บัดนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สงครามแห่งความตาย จะอุบัติเมื่อ Diablo III : Reaper of Souls จะจู่โจมเกมเมอร์ทั่วโลก ทั้งในแพลตฟอร์มวินโดวส์ และแมค ฮีโร่ผู้ห้าวหาญ?ที่ต้องการเตรียมตัวรับการโจมตีของ Angel of Death สามารถสั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ??ในภาคเสริม Reaper of Souls ทั้ง 5 ฮีโร่ จาก Diablo III ประกอบด้วย Barbarian, Demon Hunter, Monk Witch Doctor และ Wizard จะได้ต้อน?รับยอดนักรบคนใหม่ Crusader ด้วยชุดเกราะพร้อมรบตั้งแต่หัวจรดเท้า Crusader เป็นพลังแห่งการทำลายล้างที่ไม่อาจหยุดยั้ง ใช้ความเกรี้ยวกราด?และพลังอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อตอบโต้เหล่าปีศาจ

ทั้งนี้ ??ผู้เล่นจะได้เดินทางฝ่าความมืดมิดและอันตรายรอบด้าน ใน act ใหม่, ผ่านดินแดนที่แสนโหดร้าย สู่เมือง Westmarch ในตำนาน และกำจัดเหล่าปีศาจ?นับไม่ถ้วน, ทำภารกิจที่จะนำไปสู่จุดลงเอยที่น่าสะพรึง ปลายทางของการผจญภัยที่คุณต้องเผชิญหน้ากับ Malthael ทูตสวรรค์แห่งสติปัญญา ผู้มี?อำนาจเกินหยั่งที่จะมาทำลายล้างประชาชนผู้บริสุทธิ์แห่ง Sanctuary ??

ไมค?์ มอร์ไฮห์เม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และผู้ร่วมก่อตั้ง Blizzard Entertainment กล่าวว่า ในภาค Reaper of Souls นี้ เราจะนำเอา Diablo III กลับสู่รากเหง้าแห่ง?ความลี้ลับที่มากขึ้น อันตรายขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเล่นเกม และนอกจากตัวละครใหม่, act ใหม่ และเนื้อหาแบบสุ่มใหม่ๆ ?แล้ว เรายังจะเปิดโลกให้ผู้เล่นสามารถผจญภัยได้อย่างอิสระตามความต้องการ ไม่ว่าจะเดินตามเนื้อเรื่อง หรือเลือกเส้นทางเดินใน Sanctuary เองก็ตาม

ก่อนที่จะการวางจำหน่าย Reaper of Souls เกม Diablo III ทั้งบน Windows และ Mac จะได้รับการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ รวมถึงระบบ loot ที่ปรับปรุงใหม่, ?ระบบ Paragon ที่ขยายขึ้นเพื่อรองรับขีดจำกัดเลเวลของตัวละคร และ Feature ที่เชื่อมต่อกับผู้เล่นอื่นผ่านทางแคลน และ คอมมูนิตี้ส์

อย่างไรก็ตาม เมื่อภาคเสริม Reaper of Souls วางจำหน่ายในวันที่ 25 มี.ค.2557 ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงของเกมและเนื้อหาที่สามารถเล่นซ้ำได้?ไม่มีเบื่อ นอกจากนั้น ผู้เล่น Diablo III ที่ครอบครองภาคเสริม จะได้พบกับ Act V : เนื้อเรื่องภาคต่อตอนใหม่ที่จะนำทุกท่านเข้าสู่ความลี้ลับ และน่าสะพรึงกลัวในการเผชิญหน้ากับความตาย? Crusader (ครูเซเดอร์) : ฮีโร่อาชีพใหม่ – เครื่องจักรสังหารเดินได้ ขีดจำกัดเลเวล 70: เวทมนตร์ใหม่ที่น่าเกรงขาม พร้อมความสามารถใหม่ที่จะทำให้ผู้เล่นได้ทะลุขีดจำกัดแห่งพลังไปอีกขั้น? Adventure Mode: โหมดเกมใหม่ที่ผู้เล่นจะมีอิสระในการเลือกทางเดินและศัตรูได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ Bounties: ภารกิจแบบสุ่มที่ผู้เล่นจะได้รับรางวัลในรูปแบบใหม่สำหรับการสำรวจ Sanctuary Naphalem Rifts: ดันเจี้ยนแบบสุ่มที่สามารถเล่นซ้ำได้ไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมรางวัลก้อนใหญ่ และ The Mystic: NPC ใหม่ผู้ทรงอำนาจ ช่วยให้เหล่าฮีโร่มีตัวเลือกในการปรับแต่งไอเทมต่างๆ

เนื้อหาใหม่ทั้งหมดนี้ อัดแน่นอยู่ใน Reaper of Souls : Standard Edition นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกสะสมชุดพิเศษสุด Collector?s Edition ที่จะมีโบนัสพิเศษ ?ประกอบด้วย :

  • หมวกและอาวุธใน Diablo III สำหรับ transmogrification
  • Ghost Wolf ที่ผู้เล่นสามารถเรียกมาร่วมผจญภัยได้
  • สล็อตสำหรับตัวละครใหม่เพิ่มเติม 3 สล็อต
  • Treasure Goblin สัตว์เลี้ยงในเกม World of Warcraft ที่พร้อมจะลุยใน Pet Battles
  • ชุด portrait Battle.net ธีม Crusader สำหรับเกม StarCraft II และ decal ธีม Malthael
  • สมุดภาพปกแข็งสุดอลังการฉบับพิเศษ
  • เบื้องหลังการทำงานในรูปแบบชุด Blu-ray/DVD 2 แผ่น
  • แผ่นรองเมาส์อันน่าตื่นตาด้วยภาพ Crusader ผู้ห้าวหาญ

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

แคนนอนออกเฟิร์มแวร์ใหม่สำหรับ EOS 5D Mark III

แคนนอนออกเฟิร์มแวร์ใหม่สำหรับ EOS 5D Mark III

แคนนอนอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุดสำหรับกล้อง DSLR – EOS 5D Mark III เพื่อให้ทุกการทำงานของกล้องมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการรองรับ HDMI Output สำหรับการทำงานด้านการบันทึกภาพเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ…

แคนนอนเป็นผู้นำระดับโลกด้านการถ่ายภาพดิจิตอล เรามีความภูมิใจที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่ามีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด สำหรับกล้องดิจิตอล SLR EOS 5D Mark III (ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555) ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานของกล้องมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ท่านสามารถทำการอัพเกรดได้โดยเข้ามาดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ฟรีที่เว็บไซต์ของแคนนอน ซึ่งจะเปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนเมษายน 2556 เป็นต้นไป นอกจาก EOS 5D Mark III จะเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายนิ่งแล้ว ยังสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยความละเอียดสูงได้อีกด้วย จึงไม่ใช่แค่เพียงการถ่ายภาพระดับสูงเท่านั้น แต่เป็นการถ่ายภาพในระดับมืออาชีพ

เพื่อตอบสนองทุกความต้องการในระดับมืออาชีพไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ การอัพเกรดเฟิร์มแวร์จะช่วยให้การทำงานเอาต์พุทของระบบ HDMI มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อวิดีโอและขั้นตอนการตรวจสอบ นอกจากนี้ การอัพเกรดยังรองรับความต้องการของช่างภาพในการถ่ายภาพระดับสูงช่วยให้การโฟกัสภาพของระบบ AF มีประสิทธิภาพดีขึ้น เฟิร์มแวร์ตัวใหม่ล่าสุดจึงช่วยให้ทุกการทำงานของ EOS 5D Mark III มีศักยภาพสูงสุดในด้านการถ่ายภาพ

ระบบ HDMI Output ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงแบบ ไม่มีการบีบอัดข้อมูล (YCbCr 4:2:2, 8 บิต) จากกล้อง EOS 5D Mark III ไปยังเครื่องบันทึกภาพปลายทางผ่านช่องต่อ HDMI ของกล้องได้ในขณะที่กำลังบันทึกภาพเคลื่อนไหว ไฟล์ความละเอียดสูงนี้จะช่วยให้การตัดต่อ และการผลิตภาพยนตร์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถแสดงไฟล์ภาพวิดีโอบนจอมอนิเตอร์ได้แบบ real-time ในขณะที่กำลังบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อีกด้วย

ขณะที่ EOS 5D Mark III มีช่วงกำลังขยายช่วยให้เลนส์สามารถปรับรูรับแสงได้กว้างสูงสุดที่ f/8 การอัพเกรดเฟิร์มแวร์จะช่วยสนับสนุนระบบ AF ของกล้อง ช่วยให้การจับภาพที่จุดศูนย์กลางของ cross-type เป็นไปได้อย่างแม่นยำ (สามารถปรับขยายได้สูงสุดถึง f/5.6) ทั้งนี้ โดยสรุปแล้วการอัพเกรดจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบ AF ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและแม่นยำ ทั้งผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ใกล้ ภาพกีฬา และธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์เทเลโฟโต้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

แคนนอนยุติการรอคอย เผยโฉม EOS 5D Mark III เป็นทางการ

แคนนอนยุติการรอคอย เผยโฉม EOS 5D Mark III เป็นทางการ

แฟนคลับแคนนอนเฮ เมื่อแคนนอนเปิดตัวกล้อง DSLR รุ่นใหม่ EOS 5D Mark III โดยมาพร้อมลูกเล่นใหม่ๆ ขยาย ISO จาก 100-ISO 102,400 ฟังก์ชั่น Creative ทำ HDR และ Multiple Exposure ขณะที่ผู้ใช้ชาวไทยเจอตัวจริงแน่นอนวันที่ 20 มี.ค.นี้…

บริษัทแคนนอน ประกาศเปิดตัวกล้องดิจิตอลดีเอสแอลอาร์ แคนนอน EOS 5D Mark III รุ่นใหม่ อย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 2 มี.ค.2555 หลังจากที่มีข่าวลืออกมาอย่างต่อเนื่องถึงการเข้ามาของกล้องแคนนอน EOS 5D Mark III กล้องดิจิตอลเอสแอล์อาร์แบบฟูลเฟรม (Full Frame DSLR Camera) ออกแบบมาเพื่อขยายขีดความสามารถของกล้องแคนนอน EOS 5D Mark II รุ่นก่อนหน้านี้ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของช่างภาพทุกกลุ่ม ตั้งแต่ช่างภาพนิ่ง ไปจนถึงผู้กำกับภาพยนตร์ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ภาพบุคคล ภาพเวดดิ้ง ภาพกีฬา ภาพแอ็คชั่น ภาพธรรมชาติ ภาพสัตว์ป่า งานข่าว หรือแม้แต่การถ่ายทำภาพยนตร์

กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมใหม่ล่าสุด ได้แก่ แฟลชภายนอก รุ่น Speedlite 600EX-RT และ Speedlite 600EX แฟลชสุดล้ำที่สามารถส่งสัญญาณวิทยุ เพื่อสั่งงานร่วมกับแฟลชตัวอื่นๆ พร้อมกันในเวลาเดียว (เฉพาะ Speedlite 600EX-RT) ร่วมด้วยอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ GP-E2 ที่เป็นอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS และอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย WFT-E7 ที่ให้การโอนไฟล์แบบไร้สายเป็นเรื่องง่าย เสริมความสมบูรณ์แบบ ครอบคลุมการใช้งานกล้องระดับมืออาชีพทุกรูปแบบ

เพื่อให้กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III เป็นสุดยอดกล้อง DSLR ที่ช่างภาพทั่วโลกต้องการ ทีมคิดค้นพัฒนาของแคนนอนวิเคราะห์ และศึกษาความต้องการของผู้ใช้งานกล้องระดับมืออาชีพอย่างละเอียด เพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสูงสุด ทำให้ทราบว่าสิ่งที่ช่างภาพมืออาชีพให้ความสำคัญ คือ ความละเอียดถูกต้องของภาพ (Image Quality) ระบบออโต้โฟกัส (AF) ที่แม่นยำ เชื่อถือได้ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกคล่องตัว (Functional) จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงนี้เอง แคนนอนจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมดเพื่อให้ EOS 5D Mark III เพื่อเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ลงตัวทั้งในด้านศักยภาพของกล้อง และความละเอียดของไฟล์ภาพมากที่สุด

เริ่มจากการพัฒนาประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ CMOS แบบ ฟูลเฟรม (เทียบเท่าฟิล์ม 35 มม.) ขนาด 36X24mm ความละเอียด 22.3 ล้านพิกเซล (จากเดิมรุ่น EOS 5D Mark II ความละเอียด 21 ล้านพิกเซล) ที่พิสูจน์แล้วว่า เก็บรายละเอียดของภาพได้ครบถ้วน สมบูรณ์แบบ และเพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งงานถ่ายภาพมืออาชีพในสตูดิโอ หรือ แม้แต่การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่ต้องการรายละเอียดภาพเป็นพิเศษ ?อีกทั้งยังสะดวกต่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีอยู่เดิมได้ทันที

นอกจากนี้ระบบประมวลภาพ DIGIC 5+ ระบบประมวลภาพใหม่ล่าสุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของแคนนอน ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III สร้างภาพสวยที่ชัดใสยิ่งขึ้น ด้วยระบบการประมวลผลของ DIGIC 5+ เร็วกว่าระบบประมวลผล DIGIC 4 ถึง 17 เท่า ทำให้ได้ภาพถ่ายคุณภาพสูง มีสัญญาณรบกวน (Noise) ต่ำ ?ซึ่งประสิทธิภาพที่ได้นี้ส่งผลให้กับคุณภาพในการถ่ายภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้องสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ที่ความเร็วสูงสุดมากถึง 6 ภาพต่อวินาที (fps)

กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III ยังมีจุดเด่นที่น่าทึ่งในเรื่องความกว้างของความไวแสง หรือ ช่วง ?ISO ที่กว้างถึง 100-25600 (มากกว่า EOS 5D Mark II ซึ่งอยู่ที่ 6400) และเนื่องจากการมีการปรับปรุง Micro Lens Array ให้มีช่องว่างน้อยที่สุด รวมทั้งปรับปรุง Photo Diodes ให้ดีมากยิ่งขึ้น จึงทำให้สามารถขยาย ISO ได้ถึง ISO 102400 การขยายขีดจำกัดของ ISO ?ช่วยให้ช่างภาพหมดปัญหาเรื่องการถ่ายภาพในสภาวะที่มีแสงน้อย นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกให้กับช่างภาพ โดยสามารถปรับตั้งค่าช่วง Auto ISO ได้ตามความต้องการได้อีกด้วย

กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III ล้ำหน้าด้วยระบบโฟกัสรุ่นใหม่ ?61-point High Density Reticular AF System ?เช่นเดียวกับ EOS-1DX โดย AF System ใหม่นี้ไม่เพียงช่วยให้ช่างภาพจับภาพใบหน้าของบุคคล และภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วได้อย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยให้ช่างภาพสามารถใช้เลนส์ที่ f/4.0 และถ่ายด้วยความเร็ว เหมือนการถ่ายด้วยเลนส์ f/2.8 ของกล้อง EOS 1D Mark IV ด้วยคุณสมบัติอันเหนือชั้น ?กล้องแคนนอน EOS 5D Mark III จึงเหมาะสำหรับถ่ายทั้งภาพกีฬา และภาพแอ็คชั่น รวมไปถึง ภาพสัตว์ป่า อีกด้วย และสำหรับช่างภาพที่ไม่ต้องการติดอยู่กับความจำเจของการถ่ายภาพแบบเดิม EOS 5D Mark III จึงมีฟังก์ชั่น Creative มาเสริมสร้างความแปลกใหม่ให้กับภาพถ่าย ด้วย High Dynamic Range Mode (HDR) ที่จะรวมภาพถ่าย 3 ภาพที่ถ่ายด้วยค่าแสงต่างกัน ?และฟังก์ชั่น Multiple Exposure สร้างความโดดเด่น แตกต่างให้กับภาพถ่ายได้อีกด้วย

ทั้งทางบริษัทแคนนอน แจ้งว่า แคนนอนพร้อมให้ผู้ใช้งานได้ทดสอบประสิทธิภาพของกล้องรุ่นล่าสุดดังกล่าว ในงานเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ฯ กล้องแคนนอน อย่างเป็นทางการ วันที่ 20 มี.ค 55 นี้

ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้น EOS 5D MARK III

?

  • Image sensor: 22.3 mega-pixel 36 x 24mm CMOS sensor
  • Imaging processor: DIGIC 5+
  • ISO speeds: 100-25600 (expandable to L:50, H:51200, H2: 102400)
  • ระบบโฟกัสอัตโนมัติ AF system: 61-point high density reticular AF system
  • max 41 cross-type sensors
  • Central 5 points : Diagonal cross-type sensors
  • สามารถถ่ายต่อเนื่องได้ 6 fps
  • Release time lag: approx. 59 ms
  • Viewfinder : Approx 100% coverage, 0.71x magnification, 21mm eyepoint
  • จอ LCD ขนาด 3.2 น้ิว 1.04 million dots Clear View LCD II
  • อายุการใช้งานของชัทเตอร์ 150,000 รอบ
  • สื่อบันทึกความจำใช้ได้ทั้ง CF card + SDHC
  • แบตเตอรี่ : LP-E6
  • กว้าง x ยาว x สูง: 152 x 116.4 x 76.4mm
  • น้ำหนัก 860 กรัม (เฉพาะ body)

ที่มาของภาพข่าว http://www.canonrumors.com/2012/02/more-5d-mark-iii-images/

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

อัสซุสใช้ GPS รุกตลาดพีดีเอโฟน

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า? บริษัทอัสซุสฯ เริ่มแนะนำ พีดีเอ โฟน เข้าสู่ตลาดประเทศไทยตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 2549 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2550 โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 20% สำหรับในปี 2551 คาดว่าจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 30% ประกอบกับความนิยมพีดีเอโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กก.ผจก.บ.อัสซุส กล่าวต่อว่า สำหรับ พี320 มินิ จีพีเอส พีดีเอ โฟน มีรูปทรงและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบความทันสมัยควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยขนาด 99 x 54.5 x 13.35 มิลลิเมตร เล็กกะทัดรัด น้ำหนัก 105 กรัม หน้าจอขนาด 2.6 นิ้ว ความละเอียด 240×320 พิกเซล ระบบทัชสกรีน กล้อง 2 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมระบบปฏิบัติการ? Windows Mobile 6.1 Professional สามารถรองรับจีพีเอสในตัว (Built-in SiRF Star III Chip) นอกจากนี้ยังมี WiFi สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต? รวมถึงบลูทูธ ยูเอสบี อีกด้วย

นายพรเทพ กล่าวอีกว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่เติบโตขึ้น และราคาที่ลดลง จึงทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทั่วไปได้? โดยพบว่าภาพรวมทางการตลาดไตรมาสปี 2551 เติบโตถึง 62% เมื่อเทียบกับปี 2550 เกินความคาดหวังเดิมที่ตั้งไว้ 50% จึงช่วยกระตุ้นให้ตลาด พีดีเอ โฟนเติบโตขึ้น โดยคาดว่ายอดจำหน่ายหลังเปิดตัวตั้งแต่เดือนก.ค.51 จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 เครื่องต่อเดือน ทั้งนี้ ASUS P320 Mini GPS PDA Phone? มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว และสีโอลด์โรส เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย.51 ในราคาเครื่องละ 14,900 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)? นอกจากนี้ยังสามารถลงซอร์ฟแวร์แผนที่ Speed Navi เพิ่มได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,