เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ?Internet of Things? (2)

เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ของนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) โดย เบอร์นาร์ด มาร์ (Bernard Marr) ได้นำเสนอสถิติ ข้อมูลและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Internet of Things มาด้วยกัน 17 ข้อ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ?Internet Of Things? (1)

แนวคิดของ Internet of Things นั้นว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับเพราะมันถูกนำเสนอครั้งแรกเมื่อกว่า 30-40 ปีที่แล้ว โดยในบริษัทเทคโนโลยีบางบริษัทเช่น Qualcomm และ Cisco

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

หากประเทศไทยมีทางออกอินเทอร์เน็ตทางเดียว (Single Internet Gateway)

อยากจะเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่าน มาลองทำความเข้าใจกันว่า Single Gateway คืออะไร หากประเทศไทยมีการนำแนวคิดนี้มาใช้ จะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ฮือฮา ‘ศ.ดร.กาญจนา’ รับรางวัล ‘Internet Hall of Fame’

ฮือฮา 'ศ.ดร.กาญจนา' รับรางวัล 'Internet Hall of Fame'

Internet Society ประกาศรางวัล Internet Hall of Fame โดยมี ศ.ดร.กาญจนา กาญจนสุต เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ ที่ได้รับรางวัล? ในฐานะผู้บุกเบิกและขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตไทยให้มีบทบาทในเวทีระดับโลก…

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. มีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ Internet Society หรือ ISOC? ได้ประกาศรางวัล Internet Hall of Fame โดยมี ศ.ดร.กาญจนา กาญจนสุต รองประธานมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัล? ในฐานะผู้บุกเบิกและขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตไทยให้มีบทบาทในเวทีระดับโลก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการขยายการเชื่อมโยงและการเจริญเติบโตของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีคนไทยได้รับเกียรตินี้

สำหรับรางวัล Internet Hall of Fame เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศซึ่งมอบให้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความโดดเด่นด้านอินเทอร์เน็ต เป็นผู้บุกเบิก ผู้นำ และผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่ได้อุทิศตนในการขับเคลื่อนและพัฒนาอินเทอร์เน็ตในระดับโลกนั้น จัดขึ้นเป็นปีที่สอง โดย Internet Society (ISOC) โดยในปีที่ผ่านมามีบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่ได้รับรางวัล Internet Hall of Fame ซึ่งจัดขึ้นในงาน INET Global 2012 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ Steve Crocker (Internet Pioneers), Vint Cerf (Internet Pioneers), Jon Postel (Internet Pioneers), Leonard Kleinrock (Internet Pioneers), Al Gore (Global Connectors),Tim Berners-Lee (Innovators) เป็นต้น

ทั้งนี้ในปี 2556 นี้ การมอบรางวัล Internet Hall of Fame ได้มีกำหนดจัดขึ้นในงาน INET Global 2013 ที่เมือง อิสตันบูล ประเทศตุรกี แต่เนื่องจากมีเหตุการไม่สงบ จึงได้ย้ายไปจัดที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีนี้ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2556 ที่จะถึงนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ซิสโก้เดินหน้าปี 2013 ชู “Internet of Everything”

ซิสโก้เดินหน้าปี 2013 ชู

ซิสโก้เปิดปีด้วยแคมเปญการตลาดทั่วโลก “Internet of Everything” แสดงถึงศักยภาพของการเชื่อมต่อผู้คน กระบวนการ ข้อมูล และสิ่งของ ทำให้เครือข่ายมีมูลค่ามากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน…

บริษัทซิสโก้ ประกาศเปิดตัวแคมเปญใหม่ ?Internet of Everything? ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ที่ยังไม่ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อใหม่ๆ เหล่านี้หมายถึงโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนในการที่ผู้คน กระบวนการ ข้อมูล และสิ่งต่างๆจะเข้าร่วมและสื่อสารกันบน ?Internet of Everything? โดยครอบคลุมสิ่งต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาคารสถานที่ หรือแม้กระทั่งระบบการขนส่งมวลชน ถนนหนทางต่างๆ

แคมเปญดังกล่าวของซิสโก้เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกับบริษัทโฆษณา Goodby Silverstein & Partners โดยมุ่งเน้นสโลแกน ?พรุ่งนี้..เริ่มต้นที่นี่? หรือ “Tomorrow Starts Here” พร้อมทั้งนำเสนอโฆษณาทางวิทยุ-โทรทัศน์ สื่อดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย และเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ นั่นคือ โฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ที่สมจริง (Augmented reality-enabled print advertising) ผู้อ่านจะสามารถเรียกดูโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ที่สวยสมจริงด้วยการใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต นับเป็นการเปิดโลกใหม่ของวิดีโอ กรณีศึกษา รายงาน และภาพอินโฟกราฟิกที่ผู้ชมสามารถแชร์ กดไลค์ ติดตาม หรือดาวน์โหลดได้ จึงกล่าวได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ไม่ได้กำลังมาถึงแต่กำลังเกิดขึ้น

แม้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันมีอายุเพียงแค่ 8,000 วัน แต่ภายในปี 2563 จะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 2,500 ล้านคน และสิ่งของต่างๆ กว่า 37,000 ล้านชิ้นจะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซิสโก้เชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะ 99% ของสิ่งต่างๆ ในโลกทางกายภาพยังไม่ได้ถูกเชื่อมต่อ แต่พร้อมที่จะถูกเชื่อมต่อและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทันที

นายจอห์น แชมเบอร์ส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ซิสโก้ กล่าวว่า ตอนที่อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเมื่อสองทศวรรษที่แล้วทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลง แต่เป็นเรื่องเล็กน้อยมากหากเทียบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในอุตสาหกรรมทุกประเภท ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงโอกาสใหม่ๆ ธุรกิจใหม่ ประสบการณ์ใหม่ และบริการที่แปลกใหม่ โดยนับเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้คน บริษัท และประเทศต่างๆ?

ซีอีโอ ซิสโก้ กล่าวต่อว่า The Internet of Everything จำเป็นต้องอาศัยแพลตฟอร์มเครือข่าย การประมวลผล และการจัดเก็บข้อมูลที่มุ่งเน้นแอพพลิเคชั่น โดยเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ในรูปแบบใหม่ ซึ่งในอดีตไม่เคยทำได้มาก่อน และการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการเชื่อมต่อแบบใหม่นี้จะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่รองรับอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (ไอพี) รวมไปถึงการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และ IPv6? เครือข่ายของซิสโก้ได้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่มีความปลอดภัยสูง จัดการได้ง่าย สามารถปรับขนาดเพื่อรองรับอุปกรณ์หลายพันล้านเครื่องที่เชื่อมต่อเครือข่าย

ด้าน นายแบลร์ คริสตี้ รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของซิสโก้ กล่าวว่า “เราชอบสร้างความเปลี่ยนแปลง” เรียกได้ว่ามันอยู่ในสายเลือดของเรา ปัจจุบันผู้บริหารต้องการพันธมิตรที่สามารถนำพาพวกเขาผ่านการเปลี่ยนแปลงและปรับรูปแบบองค์กรสำหรับอนาคตได้ ผู้บริหารเหล่านี้ตั้งคำถามว่า การเชื่อมต่อทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราขยายธุรกิจให้เติบโต ปรับปรุงการให้บริการ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างไร? และซิสโก้มีคำตอบสำหรับคำถามที่ว่านี้ Internet of Everything จะเชื่อมโยงทุกสิ่งและจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อการใช้ชีวิต การทำงาน การเล่น การเรียนรู้ และเทคโนโลยีของซิสโก้คือหัวใจหลักที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ผมคิดว่ากลยุทธ์ใหม่ของเราจะช่วยให้ซิสโก้และคนทั่วโลกสามารถใช้ประโยชน์ที่รออยู่เบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่

ขณะที่ นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การผสานรวมเทคโนโลยีของเสียง ข้อมูล วิดีโอ และโมบิลิตี้ได้แพร่หลายมากขึ้นในขณะที่แนวโน้มของตลาดกำลังมุ่งไปสู่ ?Internet of Everything? คือการที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต นอกจากจะทำให้เราโปรแอคทีฟมากขึ้น ยังช่วยให้องค์กรธุรกิจ อุตสาหกรรม และประเทศสามารถเปลี่ยนรูปแบบ หรือทรานส์ฟอร์มโดยอาศัยนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้อำนาจของเน็ตเวิร์กในปัจจุบันเพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ Internet of Everything มีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าขณะนี้บทบาทของเน็ตเวิร์กได้ถูกทรานส์ฟอร์มจากรากฐาน (foundation) ไปสู่จุดศูนย์กลาง (Center Point) ที่เชื่อมต่อผู้คน กระบวนการ ข้อมูล และกำลังจะเปลี่ยนโลกที่เราเห็นในปัจจุบันไปในทางที่ดีขึ้น.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ถึงเวลายกเครื่อง Internet!

เกือบ 40 ปีแล้วที่อินเทอร์เน็ตกำเนิดมา แต่โครงข่ายที่ซับซ้อนทำให้มีปัญหามากมาย จึงมีโครงการจะสร้างระบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

โครงการนี้ถือเป็นโครงการขนาดยักษ์ หรือ Mega Project ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะจุดมุ่งหมายก็คือต้องการออกแบบและสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งสาเหตุมาจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เราๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่รกรุงรังและซับซ้อน และเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ

นักวิจัยหลายต่อหลายคนจึงเริ่มมาคิดกันว่า ทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็คือต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะจะช่วยให้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีความปลอดภัยและมั่นคงมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ รวมทั้งยังช่วยลดปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาจากระบบที่ซับซ้อนและมีช่องโหว่มากมายอีกด้วย

สำหรับโครงการยกเครื่องระบบอินเทอร์เน็ตนี้ ได้รับอนุมัติงบประมาณก้อนแรกจาก National Science Foundation เป็นจำนวนเงินถึง 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรวิจัยถึง 2 แห่งด้วยกัน

องค์กรแรก Internet2 จะสนับสนุน bandwidth ในปริมาณมหาศาลถึง 10 Gbps เพื่อการทดสอบระบบ ขณะที่ LambdaRail ก็ให้อีก 30 Gbps เพื่อทำให้การทดสอบระบบต้นแบบไม่ไปดึง bandwidth ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

หากสงสัยว่า bandwidth ที่ได้รับมานี้มีความเร็วขนาดไหน ก็ลองเปรียบเทียบกับความเร็วบรอดแบนด์ที่ใช้กันทุกวันนี้ ซึ่งประมาณ 2 Mbps ก็ถือว่าเร็วมากแล้วในการใช้งานเว็บไซต์ทั่วไป แต่สำหรับ 40 (10+30) Gbps นั้นเร็วขนาดที่ว่าสามารถดูหนังความละเอียดแบบ High-Definition ได้พร้อมๆ กัน 30 เรื่องเลยทีเดียว

การดำเนิการทั้งหมดนี้จะมีการออกแบบและสร้างเครือข่ายที่มีชื่อว่า GENI ซึ่งย่อมาจาก Global Environment for Network Innovations แยกออกมาต่างหาก เพื่อที่จะทำให้การทดสอบระบบอินเทอร์เน็ตต้นแบบนี้ไม่รบกวนการทำงานของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอื่นๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของ BBN Technologies Inc. ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐ

ด้าน Craig Partridge หัวหน้านักวิจัยที่ BBN Technologies บอกว่าการยกเครื่องระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี้จะเริ่มได้ภายใน 5 ปี และต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณางบประมาณของสภาคองเกรส

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: