ไอที ซิตี้ จัดงาน ?IT CITY Expo X-cite 2015?

ไอที ซิตี้ จัดงาน ?IT CITY Expo X-cite 2015?

ไอที ซิตี้ จัดกิจกรรม ?ไอที ซิตี้ พาคุณเข้าสู่ชีวิตออนไลน์ของคนออนไลน์? ปลุกกระแสวงการไอทีด้วยโปรโมชั่นกระชากใจลดราคาสินค้า ตั้งแต่เที่ยงวัน – หกโมงเย็น ชั่วโมงละ 1,000 บาท

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , ,

ไอที ซิตี้ จัดงาน ?IT CITY EXPO 2014 Freshy? รับเปิดเทอม

ไอที ซิตี้ จัดงาน ?IT CITY EXPO 2014 Freshy? รับเปิดเทอม

ไอที ซิตี้ จัดงาน ?IT CITY EXPO 2014? ต้อนรับเปิดเทอม ด้วยโปร สุดพิเศษสำหรับนักศึกษา เพียงแค่โชว์บัตรก็ได้รับสิทธิ์ ส่วนลด 50% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , , ,

กูรู IT แนะเสพการเมืองผ่านโซเชียล อย่างมีสติ

กูรู IT แนะเสพการเมืองผ่านโซเชียล อย่างมีสติ

เจาะความเห็นคนไอทีต่อประเด็นการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกับการเมือง ย้ำภัยคุกคามเล็งใช้สถานการณ์ที่คนสนใจเพื่อลวงข้อมูล-เงิน…

หากกล่าวถึงการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในปัจจุบัน ภาพที่ทุกคนสามารถเห็นได้ชัดเจน คงหนีไม่พ้นการถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง ทั้งใช้ส่งข่าว กระจายข้อมูล แสดงความเห็น ไม่เว้นแม้กระทั่งนำมาใช้โจมตีกัน ซึ่งดูเหมือนยิ่งนานวัน สถานการณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงตามไปด้วย จนกลายเป็นความสงสัยว่าสารพัดข่าวที่แพร่กระจายอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ยิ่งในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ยิ่งดูเหมือนการตอบโต้บนโลกออนไลน์ก็ยิ่งดุเดือด ไม่มีทีท่าจะลดความร้อนลง…

“ส่วนตัวไม่เชื่อถือกระแสข่าวบนโซเชียลเน็ตเวิร์กเลย เพราะมนุษย์มีนิสัยชอบเผยแพร่ข่าวลือ ข่าวลวงมานานแล้ว เช่น การส่งจดหมายลูกโซ่ แต่ปัจจุบันมีโซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งกระจายข่าวได้กว้างและเร็วมาก จึงกลายเป็นช่องทางแพร่ข่าวทั้งที่เป็นจริงและไม่จริงอยู่เสมอ ประกอบกับคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบตรวจเช็กข้อมูล แม้จะทำได้ง่ายแต่ก็ไม่นิยมทำ โซเชียลเน็ตเวิร์กจึงกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในการขยายข่าวลวง” นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต แสดงความเห็น

เจ้าพ่องานคอมมาร์ต กล่าวอีกว่า ปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์กถูกนำมาใช้ประโยชน์ในทางการเมืองอย่างมาก ทั้งใช้กระจายข่าวและใส่ร้ายกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใช้ทุกคนในการเรียนรู้ว่าควรเชื่อหรือไม่ ควรเชื่อสิ่งไหน จำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองในการบริโภคข้อมูล เนื่องจากความเห็นทางการเมืองที่แตกออกเป็น 2 ฝ่ายนั้น เป็นสาเหตุให้แต่ละฝ่ายต้องการออกมาแสดงพลัง แสดงความคิดเห็นในมุมมองของตนเอง

สำหรับความเห็นในการจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. นี้ นายปฐม เปิดใจว่า ส่วนตัวมองว่าถ้าอะไรที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น ตนก็จะทำ ตั้งใจไว้ว่าจะไปใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชน แต่อีกมุมหนึ่งเรามีครอบครัวแล้ว ถ้าทำอะไรแล้วเสี่ยงก่อให้เกิดความเดือดร้อนและไม่ปลอดภัย ก็คงจะไม่ทำ

“ช่วง 1-2 เดือนนี้ คนรอบตัวมักชวนพูดถึงประเด็นการเมืองตลอด ทั้งมาระบายมาปรึกษา เพราะเกิดความเครียดจากการเสพสื่อรับข้อมูลเข้าไปมาก ยิ่งอยู่ในสังคมที่เห็นต่างกับตัวเองยิ่งทำให้เกิดความอึดอัด บางครอบครัวกลายเป็นปัญหาทะเลาะกัน เพราะทุกวันนี้ไม่ได้เป็นปัญหาว่าคนเราไม่ยอมรับความเห็นต่าง แต่กลับเป็นการมองว่าคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามนั้นคนป่วย จึงพยายามหาข้อโต้แย้งมาถกเถียงเอาชนะอีกฝ่าย อยากฝากเตือนให้คิดกันให้ดี เพราะหากหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมอย่างครอบครัวยังเกิดความไม่มั่นคง ไม่มีความเป็นเอกภาพจากประเด็นทางการเมือง ที่สุดแล้วจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และส่งผลต่อสังคม ไม่ว่าจะเห็นชอบกับฝ่ายไหนก็ไม่ควรดึงเรื่องการเมืองเข้ามาถกเถียงกันในครอบครัว” นายปฐม กล่าว

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยข้อมูลอย่าง นายประมุท ศรีวิเชียร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ไซแมนเทค (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความเป็นห่วงว่า ข้อมูลที่แพร่สะพัดอยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กในขณะนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะเสี่ยงจะถูกโจมตีด้วยไวรัสและมัลแวร์ เนื่องจากแนวโน้มของอาชญากรออนไลน์ทั่วโลกนิยมใช้สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจเป็นเครื่องมือลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยข้อมูล กล่าวด้วยว่า การคลิกหรือยอมรับลิงก์ต่างๆ ที่ไม่รู้ต้นทาง ไม่รู้จักผู้ส่ง ยิ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อเรื่องความปลอดภัยอุปกรณ์ ข้อมูล หรือทรัพย์สิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีการแนะนำกันมาโดยตลอด แต่พบว่าคนไทยจำนวนมากมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามเหล่านั้น

นายประมุท แนะนำว่า การที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีพฤติกรรมดังกล่าว จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องติดตั้งซอฟต์แวร์สแกนไวรัสบนอุปกรณ์ ซึ่งไม่เฉพาะกับคอมพิวเตอร์ แต่รวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีการส่งลิงก์แพร่หลายผ่านอีเมล์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแอพพลิเคชั่นแชตที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ควรตระหนักถึงและให้ความสำคัญ เนื่องจากตลาดสมาร์ทโฟนยังคงได้รับความนิยมและขยายตัวต่อเนื่อง

“จากการสำรวจเกี่ยวกับการให้ความสำคัญในการป้องกันข้อมูลและอุปกรณ์ของคนไทย พบว่าให้ความสำคัญเรื่องดังกล่าวในสัดส่วนที่น้อยมาก โดยมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนกว่าครึ่งไม่ตั้งรหัสล็อกเครื่อง ดังนั้นคำแนะนำที่ควรส่งเสริมแก่ผู้ใช้ก็คือต้องมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ต้องมีการป้องกันในการใช้งาน เช่น ตั้งค่ารหัสปลดล็อกเครื่อง และติดตั้งซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นเพื่อป้องกันภัยคุกคาม” นายประมุท กล่าว

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยจะกลับมาสงบสุข หรือยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งต่อไป แต่สิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้ลดลงไปก็คือ ความมีสติในการตระหนักถึงการรับข้อมูลข่าวสาร อย่ารอให้สถานการณ์ร้ายๆ ต้องเป็นตัวกำหนดให้เสพข่าวสารแบบมีสติ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

บาบาน่า ไอที ปรับลุคใหม่ ชูแนวคิด “สนุกกับ IT สนุกกับ BaNANA IT”

บาบาน่า ไอที ปรับลุคใหม่ ชูแนวคิด

บาบาน่า ไอที ปรับลุคให้สนุก ภายใต้คอนเซปต์? “สนุกกับ IT? สนุกกับ BaNANA IT ” ? ส่งแคมเปญ BANANA IT MIE FESTIVAL 2013 ขนโปรโมชั่นสุดเริ่ด? 11 วัน ลุ้นรับสิทธิ์ซื้อสินค้าใหม่ลดราคากว่า 50% พร้อมชูสินค้านาทีทองลดสูงสุด 70% ลุ้นซื้อวันละ 2 รอบ…

นายสุระ? คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทคอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารร้าน “บานาน่า ไอที” ร้านค้าปลีกสินค้าไอทีที่มีสาขามากที่สุดครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 125 สาขา กล่าวว่า สำหรับการจัดแคมเปญ BaNANA IT? MIE? FESTIVAL 2013 ภายใต้แนวคิด “สนุกกับ IT สนุกกับ BaNANA? IT? ช็อปมาก ลุ้นมาก สนุกมาก” นั้นเพื่อต้องการให้ลูกค้ามีความสุขกับการจับจ่ายกับแบรนด์บาบาน่าไอทีให้มากยิ่งขึ้น ครั้งนี้เจาะกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ย่านบางแค เพื่อเสิร์ฟความสนุกและได้ใกล้ชิดกับลูกค้าบริเวณฝั่งธนบุรี การจัดมหกรรมสินค้าไอที ที่เป็นการรวบรวมทุกเรื่องไอทีให้เป็นเรื่องง่ายของชีวิต โดยภายในงานมีโปรโมชั่นสุดคุ้ม อาทิ กลุ่มสินค้าลดครึ่งราคา 50% จะเป็นสินค้ารุ่นใหม่

ซีอีโอ บริษัทคอมเซเว่นฯ กล่าวต่อว่า ลูกค้าที่สนใจสามารถมารับบัตรคิวในเวลา 17.00น.ของทุกวันสำหรับลูกค้า 100 ท่านแรกแล้วคัดเลือกผู้โชคดีในเวลา 17.30 น.เพียง 5 ท่านเท่านั้นเข้ารับสิทธิ์ซื้อสินค้าไอทีลด 50%? วันละ 5 เครื่อง โดยวันที่ 24 ก.พ. มีสินค้า Notebook FUJITSU S761 I3-2350M/4GB/320GB/DOS ราคาปกติ 18,900 บาท ราคาพิเศษ? 9,450 บาท ,วันที่ 25 ก.พ. Notebook Acer V5-471G-53334G50Mass_Silver ราคาปกติ 18,900 บาท ราคาพิเศษ? 9,450 บาท ,วันที่ 26 ก.พ. Notebook Samsung XE500? T1C-H02TH ATIVE ราคาปกติ? 28,900 บาท ราคาพิเศษ? 14,450 บาท,? วันที่ 27 ก.พ. Samsung Note II? ราคาปกติ 22,900 บาท ราคาพิเศษ?? 11,450 บาท ,? วันที่ 28 ก.พ. Notebook Lenovo S400-i3 2365M AMD 7450M 1G Silver Grey ราคาปกติ 14,900 บาท ราคาพิเศษ 7,450 บาท

นายสุระ กล่าวด้วยว่า ส่วนเดือนหน้าในวันที่ 1 มี.ค.2556 ประเดิมวันแรกของเดือนด้วย Tablet Acer A700 14,500 บาท ราคาพิเศษ 5,495 บาท , วันที่ 2 มี.ค.? Tablet Asus TF300TG ราคาปกติ 19,900 บาท ราคาพิเศษ 9,950 บาท และวันที่ 3 มี.ค. Ultrabook HP Pavilion Slim G4-b014TU Sparkling Black ราคาปกติ 11,900? ราคาพิเศษเพียง 5,959 บาท นอกจากนี้ยังได้ส่งสินค้านาทีทองทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ รอบเวลา 11.30 น. และรอบเวลา 15.30 น. จุใจกันต่อกับสินค้าราคาพิเศษจากทุกๆ แบรนด์ดังภายในงาน รวมถึงผ่อนสินค้าในอัตรา 0% นานถึง 10 เดือน ทุกชิ้นในงาน? รวมระยะเวลา 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ จนถึง 3 มีนาคม 2556? ณ ลาน Event Hall ชั้น? G? เดอะมอลล์ บางแค.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ประกวดคลิปสั้น ?GREEN IT? ชิงทุนการศึกษา ทีโอที 1แสนบาท

ประกวดคลิปสั้น ?GREEN IT? ชิงทุนการศึกษา ทีโอที 1แสนบาท

ทีโอที เทคโนโลยีสีเขียว GREEN IT ใส่ใจโลกใส่ใจสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม CSR ประกวดคลิปสั้น ตอนล้างพิษให้โลกสวย ชิงทุนการศึกษา 1 แสนบาท…

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดตัวโครงการ TOT GREEN IT เทคโนโลยีสีเขียวใส่ใจโลกใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนสีเขียว ด้วยการให้การศึกษา ให้ความรู้ และความตระหนักถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่สมดุลกับการใช้ชีวิต เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน โดยจัดกิจกรรมประกวดวีดิทัศน์สั้น ตอนล้างพิษให้โลกสวย

ประธานบอร์ด ทีโอที กล่าวต่อว่า ทีโอที ในฐานะบริษัทโทรคมนาคม ที่มีเครือข่ายโทรคมนาคมขนาดใหญ่และครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย 3.9จี เครือข่ายไวไฟ เครือข่ายบรอดแบนด์ และเครือข่ายไฟเบอร์ออปติก ทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา ทีโอที จึงต้องก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองกับความต้องการของโลกปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันความทันสมัยย่อมต้องส่งผลกระทบกับโลกใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นโยบายของทีโอที คือทำอย่างไรทั้งสองอย่างจึงจะไปด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อสร้างเครือข่ายสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากเยาวชนก่อน เนื่องจากเยาวชนจะเป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ในอนาคตที่เทคโนโลยีจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ในปีนี้ ทีโอทีกำหนดเป็นนโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรใน 2 ด้าน คือด้านการศึกษา : โครงการ TOT GREEN IT หรือ เทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งเป็นโครงการสร้างเครือข่ายสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม และด้านสิ่งแวดล้อม : โครงการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อรองรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทีโอที 3จี ด้วยการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขยะไอที

สำหรับโครงการ TOT GREEN IT? ในปีนี้ ทีโอที ได้จัดกิจกรรม ?ประกวดวีดิทัศน์สั้น ตอนล้างพิษให้โลกสวย? ความยาวไม่เกิน 3 นาที? ชิงทุนการศึกษารวมมูลค่า 1 แสนบาท? โดยเชิญชวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 1-6 ทั่วประเทศ ทีมละ 5 คน ส่งโครงงานเกี่ยวกับ Green IT ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี และมีส่วนช่วยรณรงค์ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกรอบแรกเหลือจำนวน 20 ทีมเพื่อเข้าร่วมอบรมสัมมนาด้านไอที และด้านการสร้างภาพยนตร์สั้น ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ที่สถาบันวิชาการ ทีโอที ถนนงามวงศ์วาน เพื่อผลิตผลงานส่งประกวดวีดิทัศน์สั้น (Clip) โดยมี หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ นักจัดรายการไอที และ 3 ผู้กำกับภาพยนตร์ คือ บัณฑิต ทองดี เอส คมกฤษ และปรัชญา ปิ่นแก้ว ร่วมถ่ายทอดให้ความรู้ สนใจสามารถส่งใบสมัครวันนี้ถึงวันที่ 8 ต.ค.2555 ที่โครงการ TOT Green IT เลขที่ 89/512-513 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 ประกาศผลทีมที่ผ่านการคัดเลือก 20 ทีม ประมาณเดือน พ.ย.2555 ทั้งนี้ ทีมที่ชนะจะได้รับโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมทุนการศึกษา ดังนี้
-รางวัลชนะเลิศ รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับทุนการศึกษา 15,000 บาท พร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ
-รางวัล Popular Vote รับทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ

ทั้งนี้ สนใจส่งวีดิทัศน์สั้นเข้าประกวด สามารถดูรายละเอียด/สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tot.co.th, www.facebook.com/totgreenit หรือ 02-379-2392-3

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ซอฟต์แวร์พาร์ค ซิป้า ภาคเอกชน ผนึกกำลัง IT Professional ก้าวสู่เออีซี

ซอฟต์แวร์พาร์ค ซิป้า ภาคเอกชน ผนึกกำลัง IT Professional ก้าวสู่เออีซี

ซอฟต์แวร์พาร์ค จับมือ ซิป้า ผนึกกำลังภาคเอกชน ดันบุคลากรไอทีไทย รับมือเออีซี 2015 ในงาน Software Park Annual Conference 2012 ภายใต้หัวข้อ IT Professional toward AEC2015 วันที่ 7-8 ก.ย.นี้…

นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค กล่าวว่า ซอฟต์แวร์พาร์ค ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า และภาคเอกชน มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบุคลากรไอที ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ งานสัมมนาวิชาการประจำปีของซอฟต์แวร์พาร์ค Software Park Annual Conference 2012 จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ?IT Professional toward AEC 2015? ในวันที่ 7 ก.ย. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว และวันที่ 8 ก.ย.2555 ณ ห้องออดิทอเรี่ยม อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค เพื่อเจาะลึกรวมถึงเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่เวที AEC2015 และส่งเสริมให้บุคลากรในวงการไอทีของไทย ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดจากการเปิดตลาดสู่เวทีอาเซียน

ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไอทีไทยในหลากหลายมิติ แบ่งเป็นการประชุมสัมมนาวิชาการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรไอทีไทย ทั้งในเชิงเทคนิคการพัฒนาซอฟต์แวร์ การพัฒนาทักษะและศักยภาพบุคลากรไอที เพื่อสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ การจัดนิทรรศการแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย บูธแสดงสินค้า และบริการขององค์กร หน่วยงานที่สนับสนุนการจัดงาน อาทิ บริษัทเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำ ภาคการศึกษา บริษัทฝึกอบรมด้านไอที บริษัทที่ปรึกษาไอที และการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัทจัดหางาน ร้านหนังสือ และสื่อด้านไอที บูธประชาสัมพันธ์ซอฟต์แวร์พาร์ค และเครือข่ายพันธมิตร TSPA และ หอเกียรติยศ Software Park Thailand?s Hall of Fame 2012 เพื่อเผยแพร่ผลงาน และแสดงศักยภาพขององค์กรที่เห็นความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีผู้ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ”Software Park Thailand Hall of the Fame 2012” จำนวน 3 องค์กร

ผอ.ซอฟต์แวร์พาร์ค กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินการของซอฟต์แวร์พาร์คที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ของไทยมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบุคลากรเป็นกำลังสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฯ โดยได้ดำเนินการผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดอบรมสัมมนาทั้งทางด้านเทคนิคและการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย การสนับสนุนการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอทีในระดับสากล เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในด้านต่างๆ ให้แก่อุตสาหกรรม การผลักดันและสนับสนุนให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยเข้าสู่มาตรฐานในการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยใช้ CMMI ตลอดจนเป็นหน่วยงานที่ริเริ่มและขับเคลื่อนให้เกิดการรวมกลุ่ม และสร้างชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในแขนงต่างๆ

นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า การพัฒนาคนด้านไอทีเพื่อรองรับการแข่งขันการเปิดเสรีในอาเซียน โดยยุทธศาสตร์ของซิป้านั้นวางการพัฒนาเป็นสองระดับ ระดับแรกคือพัฒนาเต็มรูปแบบ ด้วยการกำหนดงานด้านไอทีสำหรับ 6 อุตสาหกรรมหลัก ที่ไทยมีโอกาสแข่งขันและเป็นเจ้าตลาดได้สูงกว่า คือ ด้านเกษตรกรรมและอาหาร ด้านการท่องเที่ยว ด้านอัญมณี ด้านการศึกษา ด้านการขนส่ง ด้านสาธารณสุข ซึ่งทั้งหมดซิป้าจะร่วมมือกับพันธมิตรทุกด้านยกระดับคนไอทีทั้งกระบวนการขึ้นมา

นายณัฐพล อภิลักโตยานันท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ซีเอ เทคโนโลยี กล่าวว่า ซีเอ เทคโนโลยี มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้มืออาชีพในอุตสาหกรรมไอทีสามารถเพิ่มพูนศักยภาพของตนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะให้ข้อมูลภายใต้แนวคิด ?IT at the speed of business? อัพเดทเกี่ยวกับระบบไอทีอันทันสมัย ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบโมไบล์ โซเชียลมีเดีย คลาวด์ การรักษาความปลอดภัยระบบ ซึ่ง ซีเอ เทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญอยู่ในขณะนี้

นายเอกราช คงสว่างวงศา ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า แนวทางของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ในการเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่ประชาคมอาเซียน เน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพและความรู้ความสามารถของบุคลากรในทุกวัย ตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงผู้ใหญ่ และครอบคลุมคนทุกกลุ่ม อีกทั้งการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นหลัก เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้านอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการต่างๆ ของไมโครซอฟท์ที่ได้ริเริ่มขึ้นในประเทศไทยด้านต่างๆ เช่น โครงการ Partners in Learning, Imagine Cup, Microsoft Innovation Center (MIC), และ Microsoft BizSpark เป็นต้น?

ดร.ณัฎฐกฤตย์ สงวนดีกุล Senior System Analyst บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บุคลากรด้านไอทีของไทยจำเป็นจะต้องมีความพร้อมและสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังขยายตัวและปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน บริษัทจึงกำหนดแนวทางออกเป็นสองรูปแบบ คือการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสำหรับนักพัฒนาด้านไอทีไทย และการพัฒนาตัวบุคลากรภายในศูนย์เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของตลาดในอนาคตอันใกล้ได้ โดยพัฒนาระบบคลาวด์ขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสและลดความซับซ้อนในการสร้างบริการชนิดใหม่ๆ ส่วนด้านการพัฒนาตัวบุคลากรภายในนั้น ทางศูนย์ได้มีนโยบายในด้านการวิจัยพัฒนาร่วมกันกับบริษัทพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ของเราได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในเชิงลึก แต่ยังทำให้ได้ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับคนต่างชาติอีกด้วย

ดร.พีรสัณห์ บุณยคุปต์ นายกสมาคมส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP) กล่าวว่า การใช้ซอฟต์แวร์และไอทีมีความสำคัญสำหรับทุกอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นความสามารถด้านการพัฒนาและการใช้ไอทีจะเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย เรามีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในหมู่ผู้ใช้ไอซีที รวมทั้งการสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ผลิตภัณฑ์ไอที และบริการไอทีของเรา ให้เติบโตและเป็นที่ยอมรับ ประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีในทุกระดับ กลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ และผู้ใช้งาน เราจึงควรมุ่งเน้นไปในทิศทางและกลุ่มอุตสาหกรรมที่เสริมอุตสาหกรรมหลักที่ประเทศไทยมีศักยภาพ และตรงกับความต้องการของตลาด ใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานที่เหมาะสม และตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สมาคม TSEP หวังว่าการประชุมสัมมนาครั้งนี้จะสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของไอซีทีในอุตสาหกรรมไทยและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีไทย

นางสาวอธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์? Managing Director บริษัทเอเซี่ยน อินเทลลิเจนท์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ในฐานะของผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ได้เล็งเห็นถึงการเตรียมความพร้อมระดับองค์กรสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 ในเชิงกลยุทธ์อันสำคัญ คือ 1.การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร 2.การพัฒนาโครงสร้าง และระบบบริหารจัดการเชิงนโยบาย และ 3.แนวปฏิบัติอันประกอบการพัฒนาภาพลักษณ์องค์กรเพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีอาเซียนได้ ในส่วนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร หรือการสร้างคนนั้น มุ่งเน้นในการเพิ่มทักษะ และความสามารถให้บุคลากรมีคุณภาพหลากหลาย และมีจุดเด่นในความต่างมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเสริมสร้างวิสัยทัศน์ของบุคลากร เพื่อรองรับความต้องการของตลาด ดังนั้นการจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อน เพิ่มโอกาสทางการค้า และเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นโดย AIIT ขอร่วมเป็นหนึ่งในการให้ความร่วมมือ และการเป็นพันธมิตรของธุรกิจด้านไอที และหวังว่างานนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้คนไอทีสามารถมีแนวคิดใหม่ในการพัฒนาความรู้ความสามารถ มีแนวคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เพื่อการก้าวไปสู่สังคมอาเซียน

อาจารย์ชยุตม์ สิงห์ธงธำรงกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาการฝึกอบรมระหว่างประเทศด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมบุคลากรไอทีของไทยสู่ AEC2015 สิ่งที่จำเป็นอย่างมากคือ การที่ภาครัฐและเอกชนควรสนับสนุนการสอบใบรับรองความสามารถของบุคลากรไอทีของไทย โดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณ และส่งเสริมงานทางด้านไอทีให้เป็นวิชาชีพ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีการวัดความรู้ความสามารถของบุคลากรทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อให้บุคลากรไอทีของไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ

นายอดิเรก ปฏิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) กล่าวว่า การเปิดเสรีภาคการบริการของ AEC ในปี 2015 เป็นโอกาสดีของนักอุตสาหกรรมไอทีไทยที่จะเข้าถึงตลาดบริการโลกที่ไร้พรมแดนและใหญ่มาก เพราะอุตสาหกรรมภาคการบริการครอบคลุมธุรกิจหลายประเภทที่ต้องใช้ข้อมูลข่าวสารและเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นสำคัญ ซึ่งประเทศไทยมีทักษะและคำตอบไอทีที่ดีในหลายประเภท แต่ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยและแพร่หลายทั้งในและนอกประเทศ การร่วมมือกับสมาชิก AEC แลกเปลี่ยนกันทำการค้า สร้างพันธมิตรธุรกิจ การสามารถใช้แรงงานที่มีประสบการณ์และต้นทุนต่างกันจากต่างแดน จะเป็นประโยชน์กับแต่ละสมาชิกของ AEC และเป็นการเร่งการพัฒนานักไอทีและอุตสาหกรรมไอทีของไทยด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาอีกสองปีกว่านี้ ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความรู้และความมั่นใจของซอฟต์แวร์และบริการของคนไทย เช่น การสนับสนุนจากภาครัฐในการใช้งบประมาณทางด้านนี้ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายและได้ผลงานตรงกับความต้องการมากกว่าการลงทุนในซอฟต์แวร์ที่มี feature และ function เกินกว่าความจำเป็น และเป็นการพัฒนานักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยให้แข็งแกร่งขึ้นอีก

นายสมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) กล่าวว่า ในส่วนของสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ขนาดกลางและขนาดเล็ก จำนวนมากกว่า 400 ราย เห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการจัดงานนี้ เพราะจะเป็นช่องทางที่กระตุ้นเตือน และให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ได้เข้าใจและเตรียมตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ AEC ในปี 2015 โดยผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในไทยมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ โอกาส ผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ยังขาดอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1. ด้านความเข้าใจเกี่ยวกับ AEC 2. ด้านภาษาทั้งภาษาสากล ภาษาท้องถิ่น 3. และความร่วมมือกันอย่างจริงจังต่อเนื่องที่จะพัฒนาความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทย ซึ่งนี่เป็นบทบาทที่สำคัญของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

RIZZ ดึง “หนูนา” ตั้งเป้าขึ้นเบอร์1 IT Accessory หวังแชร์20เปอร์เซนต์ปี55

RIZZ ดึง

RIZZ เดินเครื่องเปิดเกมบุกเต็มสูบหวังขึ้นแท่นแบรนด์? IT Accessory? อันดับ 1 คว้าตัว “หนูนา-หนึ่งธิดา” เป็นพรีเซ็นเตอร์ เจาะตลาดวัยรุ่น ชูภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์คนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย ตั้งเป้ารายได้ 4000 ล้านและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 20% ในปี 2555?

นายอมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัทดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์? IT Accessory แบรนด์ RIZZ กล่าวว่า ในปีนี้ดีพลัสมีแผนที่จะทำการตลาดเชิงรุก เพื่อสาร้างแบรนด์ให้กับผลิตภัณฑ์ RIZZ เป็นที่แพร่หลายมรกลุ่มผู้ใช้งาน ทั้งในแง่ของการเป็นอุปกรณ์เสริมด้านไอทีที่ใช้งานง่าย ทันสมัย คุณภาพน่าเชื่อถือ และมั่นใจได้กับบริการหลังการขาย ด้วยการสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมาย ในช่องทางต่าง รวมทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยล่าสุดได้แต่งตั้ง นักร้องนักแสดงวัยรุ่นมากความสามารถ “หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ”? เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยบริษัทได้เตรียมงบประมาณไว้ 30 ล้านบาท เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย การจัดโปรโมชั่น และโฆษณา

รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัทดีพลัส กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา RIZZ ได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ใช้ เนื่องจากคุณภาพของสินค้าดี การออกแบบสวยงามโดนใจ และสามารถหาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ และยังเป็นสินค้าไอที ประเภทอุปกรณ์เสริมเพียงรายเดียวที่ให้การรับประกันนานถึง 12 เดือน การที่บริษัทฯ หันมาทำการตลาดเชิงรุกในเวลานี้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีความต้องการใช้งานอุปกรณ์เสริมแบบต่างๆ มากขึ้น จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสร้างแบรนด์ และขยายตลาดฐานผู้ให้งานให้กว้างขวางมากขึ้น

นายอมรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ภาพรวมของตลาด IT Accessory ในปี 2555 นี้ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมผู้ใช้งานที่ใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแกดเจ็ตต่างๆ คาดว่าตลาดรวมของสินค้า IT Accessory ประเภมอิเล็กทรอนิกส์ ปีนี้จะมีมูลค่ารวมทั้งหมดอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 50% จากปี 2554 โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ให้อยู่ที่ประมาณ 15-20% ของตลาดรวมจากเดิมที่มีส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 10% ทั้งนี้คาดว่ารายได้รวมปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท ถือว่าเติบโต 100% จากปีก่อนที่มียอดรายรวมที่ประมาณ 200 ล้านบาท

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ไอทีไทยไปไอทีโลก!

ปีเตอร์ รีดบอกว่าบอลไทยจะไปบอลโลกได้ในปี 2014 หลายคนอาจหัวเราะ แต่ว่าถ้าเปลี่ยนมาเป็นไอทีไทยล่ะ อนาคตของมันเป็นไปในทางเดียวกันหรือเปล่า?

ในบทความ 3 ปีกับประสบการณ์ที่ได้จากการทำ Blognone ผมเขียนไว้ว่าวิสัยทัศน์ของ Blognone มีสามอย่าง

  • เป็นเว็บข่าวไอทีที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับ
  • สร้างโมเดลธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองได้
  • เป็นแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ผมคิดว่าได้เวลากลับมาทบทวนเป้าหมายนี้อีกครั้ง และถึงเวลาที่เราต้องกลับมาใคร่ครวญวิสัยทัศน์ข้อสุดท้ายอย่างจริงจังกันเสียที

ผมคิดว่าคงไม่มีคนอ่าน Blognone คนไหนที่ไม่อยากเห็นอุตสาหกรรมไอทีพัฒนา ก้าวไกล และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แน่นอนว่าปัญหาของอุตสาหกรรมไอทีไทยมีมากมาย แต่เรื่องที่น่าเศร้าคือเรามักเห็นโซลูชันดังต่อไปนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอ

  • กระทรวงไอซีทีห่วย ไม่รู้เรื่องไอที ผู้บริหารไม่ใช้อีเมล
  • ระบบการศึกษาไทยห่วย เด็กไทยจบออกมาแล้วไม่ได้เรื่อง ต้องปฏิรูปการศึกษา
  • คนไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษ ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ ทำไมต้องทำตามฝรั่ง
  • เราจะโดนเวียดนามแซงแล้ว
  • นักการเมืองโกงกิน
  • ฯลฯ

ที่ผมบอกว่าน่าเศร้าไม่ใช่ว่าเรามองไม่เห็นปัญหาหรือทางแก้ แต่ว่าทางแก้ที่พวกเรามักพูดถึงกัน ไม่มีทางไหนเลยที่เราคิดจะแก้ไขกันด้วยตัวเอง มีแต่รอความหวังลมๆ แล้งๆ จากกระทรวงไอซีที กระทรวงการศึกษา นักการเมือง (ที่พวกเราบอกว่าห่วย) ทั้งนั้น

ผมเคยคิดแบบเดียวกันนี้ และเคยเข้าไปมีส่วนร่วมในหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบปัญหาเหล่านี้ตรงๆ ประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานรัฐสอนผมให้รู้ซึ้งว่า อย่าคิดพึ่งพาหน่วยงานรัฐเลย มันไม่ได้ผลและไม่มีวันได้ผล (ด้วยปัญหาและข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว) ถ้าอยากได้อะไร มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องทำเอง

ดังนั้นเพื่อค้นหาทางออกของอุตสาหกรรมไอทีไทย และสร้างค่านิยม ?อยากได้ต้องทำเอง? ให้แพร่หลาย ผมจึงขอชักชวนผู้อ่าน Blognone ทุกท่าน ร่วมเสนอไอเดียที่ทำได้จริงในทางปฏิบัติ และถกกันว่าข้อดีข้อเสีย อุปสรรคและทางแก้ไขของแต่ละไอเดียเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปอุตสาหกรรมไอทีที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวของเราเอง

ผมเชื่อว่าด้วยความหลากหลายและความเชี่ยวชาญของชุมชน Blognone การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย

(อ่าน Ask Blognone ตอนเก่า: ถ้าคุณได้เป็นรัฐมนตรี ICT?.. และ ระบบโครงสร้างไอทีแห่งชาติ ถนนสู่อนาคตเทคโนโลยีไทย ประกอบ)

ที่มา : http://www.blognone.com

Tags: