IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
4 Oct
โนเกีย (Nokia) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเบอร์หนึ่งของโลกเปิดตัวแพคเกจซื้อมือถือแถมเพลงฟรี Comes with Music พร้อม 5800 Xpressmusic โทรศัพท์มือถือหน้าจอทัชสกรีนรุ่นล่าสุดของโนเกีย มองปราดเดียวก็รู้ว่าโนเกียหวังชนแอปเปิล ทั้งในตลาดเพลงออนไลน์อย่างไอจูนส์ และตลาดโทรศัพท์มือถือจอทัชสกรีนอย่างไอโฟน
5800 Xpressmusic คาดว่าจะวางจำหน่ายในประเทศอังกฤษด้วยราคา 279 ยูโร (ราว 13,100 บาท) ยังไม่รวมค่าสมาชิกบริการและภาษี ผู้บริโภคยิ้มแป้นเพราะราคานี้ต่ำกว่าโทรศัพท์มือถือทัชสกรีนในตลาดมากยิ่ง นัก
นัก วิเคราะห์เชื่อว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะสร้างความกดดันให้แอปเปิล การตั้งราคานี้แปลว่าโนเกียมีกลุ่มตลาดเป็นผู้บริโภควงกว้าง และมีโอกาสเข้าถึงตลาดเกิดใหม่ที่พร้อมขยายตัวได้มาก โดยรายงานระบุว่า จะมีการทำโปรโมชันให้ผู้บริโภคได้รับ 5800 Xpressmusic ฟรีหากเซ็นสัญญากับโอเปอเรเตอร์ด้วย
5800 Xpressmusic ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS 9.4, S60 5th Edition รองรับเครือข่าย HSDPA 3.5G และ GSM รวมถึง GPRS/ EDGE Class 32 หน้าจอระบบสัมผัส 3.2 นิ้ว 16 ล้านสี ความละเอียด 640×360 px ประหยัดพลังงานด้วยฟีเจอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติ กล้อง 3.2 Mpx โฟกัสอัตโนมัติเลนส์ Carl Zeiss หน่วยความจำภายใน 81 MB เพิ่ม microSD ได้รองรับ WiFi 802.11 b/g มีพอร์ต TV-Out ด้วย
งาน นี้โนเกียให้รายละเอียด Comes with Music บริการเพลงฟรีบนโทรศัพท์มือถือซึ่งโนเกียบอกว่าได้รับความร่วมมือจากค่าย เพลงมากขึ้น จนทำให้บริการนี้มีเพลงกว่า 5 ล้านเพลงแล้วในขณะนี้ โดยปีหน้าจะเป็นปีที่โนเกียจะบุกบ้านเกิดของแอปเปิล นั่นคือสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มรูปแบบ
บริการเพลงบนโทรศัพท์มือถือซึ่งให้บริการฟรีนั้นได้รับความสนใจจาก หลายค่าย ทั้งโซนี่อิริกสัน และแอลจี โดยโนเกียระบุว่าจุดเด่นของตัวเองคือผู้ใช้จะสามารถดาวน์โหลดเพลงฟรีตลอด เวลา 12-18 เดือนที่เป็นสมาชิก ซึ่งค่าบริการเพลงจะถูกรวมลงในราคาโทรศัพท์แล้ว
โนเกียนั้นเปิดตัวแพคเกจซื้อโทรศัพท์มือถือแถมเพลงในอังกฤษ ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนตลาดเพลงใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยจะเริ่มจำหน่ายจริงวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย Nokia 5310 พร้อมเพลงจะจำหน่ายในราคา 130 ปอนด์ (ราว 7,800 บาท)
ที่มา : http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117598
Tags: nokia, nokia express music 580029 Sep
ข่าวลือใครก็ชอบฟัง จริงเท็จก็อีกเรื่องหนึ่ง และในแวดวงไอทีไม่ได้มีแต่ MacRumor.com เจ้าเดียวที่ชอบโพนทะนาข่าวลือ
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ล่าสุด ZDNET ก็ลือกับเขาบ้างเหมือนกันว่า วันที่ 2 ต.ค. นี้ โนเกียจะเปิดตัวมือถือจอทัชสกรีนมาให้ยลโฉมกัน ภายใต้ชื่อรุ่น Tube หรืออีกชื่อหนึ่งคือ 5800XpressMusic

ลือกันว่ามือถือโนเกียรุ่นจอสัมผัส ตัวนี้มาพร้อมกับระบบแผนที่นำทางผ่านดาวเทียม หรือจีพีเอส มี WiFi ด้วย หน้าจอสัมผัส 640 x 360 ใช้ระบบปฏิบัติการซิมเบียน เอส 60 หน่วยความจำแบบ SD 8 กิกะไบต์ให้ฟังเพลงกันเพลินจำเริญหู
เหตุที่โนเกียต้องออกมือถือจอทัชสกรีน ก็เพราะแรงกดดันจากตลาดที่คู่แข่งอย่าง iPhone แรงไม่หยุดมาปีกว่าแล้ว นักวิเคราะห์ไอทีจากบริษัทการ์เนอร์ได้เขียนบทความพูดถึงโนเกียในทำนองว่า โลกกำลังรอดูว่าผู้ผลิตมือถืออันดับหนึ่งของโลกอย่างโนเกียจะเดินหมากต่อไป อย่างไร
ย้อนกลับไปเดือนก.ค. โนเกียประกาศว่าปีนี้จะออกมือถือจอสัมผัสรุ่นแรก และอาจตั้งราคาขายถูกกว่าจอทัชกรีนของคู่แข่งเพื่อครองเค้กก้อนใหญ่ไว้เอง
เห็นได้ชัดว่า โนเกียเจอกับแรงกดดันหนักจริง นับตั้งแต่ เอชทีซี และทีโมบายเปิดตัว G1 โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ของกูเกิ้ล และวางจำหน่าย 179 ดอลลาร์ ถูกกว่า iPhone
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/29/news_298647.php
Tags: iphone, nokia, touchscreen, โนเกีย, ไอโฟน4 Aug
แม้กำลังสู้รบกับสนามแข่งขันในตลาดระดับสูงอย่างหนักด้วยการลงทุนปล่อย Symbian ให้เป็นโอเพนซอร์ส แต่โนเกียก็อาศัยความได้เปรียบในแง่ของปริมาณ ลดราคาโทรศัพท์ทุกรุ่น โดยราคาที่ลงไปมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 10 สร้างความกดดันให้กับคู่แข่งเช่น Sony Ericcson และ Motorola อย่างต่อเนื่อง
ช่วงหลังความดุเดือดของตลาดโทรศัพท์มือถือกำลังหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ จากการลดราคาของ Samsung เมื่อเดือนที่แล้ว มาในตอนนี้ทางโนเกียก็ทำอย่างเดียวกัน เราคงได้เห็นสงครามราคาจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ในเร็ววันนี้
ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้สักหน่อย ผมค่อนข้างชื่นชมการตัดสินใจของผู้บริหารโนเกียมาก ที่ไม่ยอมแข่งขันแล้วปรับตัวแบบ ?Too little, too late? นับแต่การตัดสินใจโอเพนซอร์ส Symbian มาจนถึงการลดราคายกแผง
ว่าแต่ Samsung i550w นั้นผมซื้อมาจากห้างแถวบ้าน 8,990 บาทครับ ถูกกว่าราคาตอนมันลดลงใหม่ๆ อยู่พันนึง
ที่มา : http://www.blognone.com
Tags: nokia23 Jun
ยังรักษาตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ไว้ได้เหนียวแน่นเช่นเคย สำหรับยักษ์มือถือโลก “โนเกีย”
ผลงานล่าสุดที่แจ้งตัวเลขอย่างเป็นทางการไว้ เป็นในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ (2551) มียอดขายทั้งสิ้น 115.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 27% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้จะลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้านั้น แต่ก็เติบโตสูงกว่าตลาดรวมทั่วโลก ที่มีทั้งสิ้น 295 ล้านเครื่อง (เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว) ลดลง 12% จากไตรมาสก่อน
และมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก 39% ลดจาก 40% ในไตรมาส 4 ปี 2550
ในแง่แบรนดิ้งจากการจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด 10 อันดับโลก ปี 2550 ของ BusinessWeek magazine/Interbrand Global Brand Scorecard “โนเกีย” ติด กลุ่มท็อปเทนแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด คือสูงถึง 33,696 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 12% จาก 30,131 ล้านเหรียญสหรัฐ
ไต่จากอันดับ 6 ขึ้นมาเป็นอันดับ 5 รองจากโคคา-โคลา, ไมโครซอฟท์, ไอบีเอ็ม และจีอี
ถือเป็นยูโรเปี้ยนแบรนด์และผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเพียง 1 เดียวของโลกที่ติด กลุ่มท็อปเทน
ว่ากันว่าการตัดสินใจเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ที่มีราคาถูกๆ เพื่อทำตลาดในประเทศเกิดใหม่อย่างแข็งขัน (อินเดีย, จีน) ทำให้ยอดขายและมาร์เก็ตแชร์ของผู้ผลิตมือถือจากประเทศเล็กๆ ไกลสุดขอบโลกอย่าง “ฟินแลนด์” ยังคงรักษาอันดับการเติบโต ต่อเนื่องเอาไว้ได้
เก็บหมดทั้งโลว์เอนด์-ไฮเอนด์ ตั้งแต่ตลาดเกิดใหม่ (emerging market) นิยมสินค้าราคาถูก และตลาดที่เติบโตมั่นคงแล้ว (mature market)
“คริส คาร์” รองประธานฝ่ายขาย โนเกีย แปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ปีนี้เรายังมีการเติบโตทั้งในแง่จำนวนของยอดขายและผลกำไร ดูได้จากผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ และมั่นใจว่าโดยรวมทั้งปีจะรักษาระดับการเติบโตต่อเนื่องเอาไว้ได้ เพราะทุกวันนี้มือถือได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภคไปแล้ว
“ราคาสินค้าต่างๆ ปรับราคาขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาปรับตอนนี้ จึงเหมือนกับว่าผู้บริโภคปรับตัวเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว แม้ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น และมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อก็ตาม คนอาจหยุดดูหนัง หรือหยุดใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ยังซื้อมือถือเพราะเป็นของจำเป็น”
แม้ในขณะนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ แต่ก็จะติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิด
อย่างในเวียดนาม เราพบว่าคนที่ซื้อมือถือเครื่องแรกจะซื้อสินค้าที่มีระดับราคา 100-200 เหรียญสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งถือว่าค่อนข้างแปลก เพราะไม่ใช่เครื่องที่มีราคาถูกเลย ทั้งยังพบด้วยว่ากำลังซื้อคนชั้นกลางโตขึ้นอีกต่างหาก ซึ่งโนเกียมีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และทุกความต้องการของลูกค้า
สินค้าทุกรุ่นที่ผลิตออกสู่ตลาดจะพัฒนาขึ้นมาจากการศึกษา ทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน และความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแฟชั่นโฟน, มัลติมีเดียโฟน หรือกลุ่มบิสซิเนสโฟน
เฉพาะปีที่แล้วทั้งปี มีมือถือรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมากกว่า 30 รุ่น
ปีนี้ก็ไม่น่าน้อยหน้าไปกว่ากัน เช่น ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็มีมิวสิกโฟน 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ 5320 และ 5220
ก่อนหน้านั้นใน Mobile World Congress ที่บาร์เซโลนา ก็มี 4 รุ่น ได้แก่ N78, N96, 6210 Navigator และ 6220 classic ล่าสุดกับ 2 รุ่นใหม่ในกลุ่มบิสซิเนสโฟน ที่สิงคโปร์ ใน Nokia Connection 2008 กับ E71 และ E66
2 รุ่นนี้มีจุดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ที่สวยงาม และรองรับการทำงานได้ครบครัน ทั้งการจัดการข้อมูลส่วนตัว อีเมล์โซลูชั่นที่หลากหลาย และการใช้งานมัลติมีเดีย ทั้งแผนที่ (A-GPS), เพลง, มีเดียแชริ่ง, มีกล้องถ่ายรูปออโต้โฟกัสความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล และเชื่อมต่อเน็ตความเร็วสูง (HSPA-3G) เป็นต้น
เรียกว่ารองรับการทำงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ
เพราะ 2 รุ่นล่าสุดของ “โนเกีย” เปิดตัวหลัง “ไอโฟน” ใหม่ เพียงไม่กี่วัน
แถมเป็น “ไอโฟนใหม่” ที่มีราคาถูกแสนถูก จนน่าตกใจ 199 เหรียญสหรัฐ (8GB) และ 299 เหรียญสหรัฐ (16GB) แม้จะเป็นราคาโอเปอเรเตอร์ซับซิไดซ์ก็เถอะ
…มองปรากฏการณ์ไอโฟนอย่างไร ?
ด้วยราคาที่ถูกมาก (ของไอโฟน) จะกระทบกับการทำตลาดของโนเกียหรือไม่ ?
ถ้าจะลงราคามาสู้ ก็คงกระทบกับสินค้ารุ่นอื่นๆ ??
เป็นคำถามที่ “โนเกีย” ต้องตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เรารู้สึกดีที่ไอโฟนเข้ามาตอกย้ำกลุยทธ์และวิสัยทัศน์ของโนเกีย เรื่อง convergence เรามี N95 ที่ขายดีมาก หลังทำตลาดมาประมาณ 1 ปี ขายไปได้แล้วถึง 10 ล้านเครื่องทั่วโลก เทียบกับไอโฟนแล้วจึงถือว่าโนเกียได้เดินไปก่อนแล้วในระดับหนึ่ง ถ้ามองในภาพรวม แอปเปิลเองมีสินค้า 1-2 ตัวสำหรับลูกค้าทั้งหมด ต่างจากเราที่มีโปรดักต์จำนวนมากที่มีความหลากหลายสำหรับแต่ละเซ็กเมนต์ ดังนั้นตลาดของเราจึงใหญ่กว่ามาก” รองประธานฝ่ายขาย โนเกีย แปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนเดิมตอบทุกคำถาม และพูดต่อว่า
“กับรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว (199 เหรียญสหรัฐของไอโฟน) คือราคาซับซิไดซ์ (ขายต่ำกว่าราคาทุน) เฉพาะในอเมริกา การ ซับซิไดซ์ในแต่ละตลาดก็จะแตกต่างกัน ที่อเมริการายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนค่อนข้างเยอะ จึงยังเป็นคำถามว่าในประเทศอื่น โอเปอเรเตอร์จะขายได้ในราคาเท่าไร สำหรับโนเกีย การทำตลาดในบางประเทศกับสินค้าบางรุ่นก็มีการซับซิไดซ์โดยโอเปอเร เตอร์เช่นกัน เช่น ในออสเตรเลีย สิงคโปร์”
ถึงกระนั้นการเปิดเกมรุกเข้าสู่ตลาด มือถือของ “แอปเปิ้ล” ยังน่าติดตามด้วยความตื่นเต้นอยู่ดี
ราคาถูกแสนถูกก็เรื่องหนึ่ง ต้องยอมรับว่าปรากฏการณ์ไอโฟนในบ้านเราไม่น้อย หน้าประเทศอื่น
ก็ขนาดเครื่องที่ใช้กันทุกวันนี้เป็นสินค้าในกลุ่มเกรย์มาร์เก็ตล้วนๆ คือ หิ้วกันเข้ามาขาย แถมราคาค่อนข้างสูง 17,000-22,000 บาท ก็ยังมีคนใช้เป็นหลักแสนเครื่องแล้ว
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
Tags: iphone, nokia