“พันทิป” เคลียร์กระทู้หมิ่นเบื้องสูง

“พันทิป” รับลูกก.ไอซีที ระดมทีมงานลบกระทู้หมิ่นเบื้องสูง เผยช่วงการเมืองร้อนจำนวนกระทู้ประเภทนี้ยิ่งเพิ่ม ระบุเว็บพร้อมรับความเห็นที่ไม่ตรงกันของทุกฝ่าย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฏหมายไทย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (pantip.com) กล่าวว่า ขณะที่อุณหภูมิการเมืองไทยร้อนแรง กระแสการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดการเมือง โดยเฉพาะ “ห้องราชดำเนิน” มีจำนวนคนเข้ามาแสดงความเห็นเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว

จากจำนวนดังกล่าวมีบางกระทู้ที่มี ลักษณะหมิ่นสถาบันเกิดขึ้นมากผิดปกติ ทำให้เว็บต้องระดมทีมงานดูแล และตรวจสอบกระทู้ที่มีลักษณะดังกล่าว และจัดการลบออก รวมทั้งตรวจสอบสมาชิกที่มีพฤติกรรมตั้งกระทู้ที่มีเนื้อหาลักษณะนี้ หากตรวจพบจะระงับการเป็นสมาชิกทันที

“เฉพาะช่วงการเมืองแรงๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็มีกระทู้หมิ่นเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งทางทีมงานของเราต้องดูแล และตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งเราทำโดยเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้ไอซีทีสั่ง เพราะทางเว็บจะมีทีมงานที่คอยประสานงานกับไอซีทีตลอดเวลาอยู่แล้ว”

นายวันฉัตร กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันคงไม่ร้ายแรงเหมือนช่วงรัฐประหารที่ทางเว็บต้อง ปิดห้องราชดำเนินชั่วคราว เพราะทีมงานได้ตรวจสอบกระทู้อยู่ตลอด และเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่าย ก็แสดงความคิดเห็นแตกต่างกันได้ และเป็นสิทธิของการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย

นายวรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล ผู้ดูแลเว็บบอร์ดพันทิปดอทคอม กล่าวว่า การใช้เว็บบอร์ดเพื่อจุดกระแสเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว จะมากจะน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมือง โดยสถานการณ์ช่วงนี้ยังถือว่าอยู่ระดับที่เป็นการแสดงความเห็นตามเสรีภาพที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อคนได้เสพข่าวตามสื่อต่างๆ ก็ต้องอยากที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้

ปัจจุบันพันทิปดอทคอมมี “สมาชิก” ที่ต้องล็อกอินภายในเว็บได้เกินกว่า 1 แสนล็อกอิน มีจำนวนเพจวิวต่อวันโดยเฉพาะหน้ากระทู้มากกว่า 3 แสนเพจวิว และมีจำนวนคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ มากกว่า 1 แสนคนต่อวัน

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/25/news_306226.php

Tags: , , ,

พันธุ์ทิพย์รุกสาขา4บางกะปิ ดีเดย์เปิดบริการมีนาคม”52

“พันธุ์ทิพย์ พลาซา” เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ที่ “บางกะปิ” เผยอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงตึกเก่า คาดจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2552 เผยเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ต้องเน้นเพิ่มความถี่ในการทำกิจกรรมกระตุ้นตลาด โดยปีนี้จะมีกิจกรรมใหญ่ 3 ครั้ง

นายวิษณุ หวังวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและศูนย์อาหาร บริษัท ทีซีซี แลนด์ คอมเมอร์เชียล จำกัด เปิดเผยว่า แม้ปีนี้เศรษฐกิจชะลอตัวแต่ปริมาณคนเดินห้างพันธุ์ทิพย์ฯเพิ่มขึ้นกว่า 10% แต่ละเดือนมีเงินสะพัดกว่า 12,000 ล้านบาท ทั้งจากการค้าปลีกค้าส่ง เนื่องจากปัจจุบันสินค้าไอทีกลายเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในภาคการศึกษาที่ผู้ปกครองและนักเรียนยินดีลงทุนเต็มที่ และเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้นพันธุ์ทิพย์ฯจึงต้องกระจายตัวไปในพื้นที่ต่างๆ นอกจากจะมีสาขาที่ประตูน้ำ, งามวงศ์วาน, เชียงใหม่ และภายในสิ้นปีนี้จะเปิด “ดิจิตอลเกตเวย์ แอ็ตเซ็นเตอร์พอยด์ สยามสแควร์” และเปิดพันธุ์ทิพย์ฯ บางกะปิ ประมาณมีนาคมปีหน้า

โดยขณะนี้บริษัทได้ซื้อตึกเก่าบริเวณตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิหลายร้อยล้านบาทมาปรับปรุงเป็นพันธุ์ทิพย์ฯ สาขาบางกะปิ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร ทำเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์และการเรียนรู้ โดยจะมีโรงเรียนกวดวิชาทั้งด้านภาษา ไอที และอาชีพอื่นๆ เข้ามาอยู่ในพื้นที่นอกเหนือจากพลาซ่าที่ขายอุปกรณ์ ไอที คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า และคาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 10 ปีเช่นกัน นอกจากนี้จะมีส่วนของโรงแรมเก่าก็จะปรับเป็นอพาร์ตเมนต์

ส่วนโครงการดิจิตอลเกตเวย์ แอ็ต เซ็นเตอร์พอยด์ สยามสแควร์ เป็นโครงการระดับพันล้านบาท โดยบริษัทได้สัญญาเช่าจากจุฬาฯ 15 ปี โดยจะทำให้เป็นศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นไอที และศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย อย่างพื้นที่ชั้น 1 ของโครงการจะเป็นฮอลแสดงสินค้าและนิทรรศการที่จะมี การปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ทั้งด้านไอที วิทยาศาสตร์ การดูแลสุขภาพ นวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อินเทอร์ เน็ต ให้ได้ใช้ฟรีอีกด้วย

โดยขณะนี้ได้ประสานกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งจะเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่ได้พื้นที่มากที่สุด รวมถึงเอไอเอสและ แอปเปิ้ลด้วย เพราะเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ชี้นำเทคโนโลยีในอนาคต

นายวิษณุกล่าวเพิ่มเติมว่า ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทในฐานะผู้บริหารพลาซ่าได้ร่วมกับดีลเลอร์ที่เป็นผู้เช่าพื้นที่และบริษัทเจ้าของแบรนด์ต่างๆ จัด แคมเปญลดราคาสินค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น โดยจะจัดเป็นประจำช่วงปลายเดือนมิถุนายนและพฤศจิกายน แต่ปีนี้ได้จัดเพิ่มในช่วงเดือนมีนาคมด้วย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีผลมาก ทำให้ต้องเร่งส่งเสริมการขาย และต่อไปจะให้พันธุ์ทิพย์ฯทุกสาขาจัดแคมเปญร่วมกัน

“พันธุ์ทิพย์ฯ 3 สาขาทำรายได้จากค่าเช่าได้ไม่ถึง 100 ล้านต่อเดือน แต่เราถือว่าคู่ค้าอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ โดยคู่ค้าแต่ละคนก็อยู่กับเรามานาน บางรายอยู่มาตั้งแต่ตั้งห้าง และพร้อมจะขยายสาขาไปพร้อมๆ กับเราจึงต้องเกื้อกูลกัน ค่าเช่าแต่ละปีก็ปรับขึ้นในอัตรา 0-7% เท่านั้น ตามสภาพเศรษฐกิจ และเมื่อเทียบกับห้างอื่นๆ ก็คือราคาต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกัน”

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Tags: ,