“เอไอเอส”ช่วยลูกค้าพัฒนาแอพลบ SMS Virus

เอไอเอส สร้าง แอป”AIS Malware Remover” ลบ SMS Virus แก้ปัญหาคนใช้มือถือ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, ,

“เอไอเอส” เตือนลูกค้าระวัง SMS ไวรัส

เอไอเอส ออกโรงเตือนSMSไวรัส ระวังอย่ากดลิ้งค์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ลั่นดูแลลูกค้าหากสงสัยว่าด้รับSMSไวรัส

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

‘กสทช.’ จับมือค่ายมือถือ เปิดช่องยกเลิก SMS กวนใจ

สำนักงาน กสทช. จับมือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย เปิดช่องทางยกเลิกบริการ SMS *137 โทรฟรีทุกเครือข่าย หยุดข้อความกวนใจหรือไม่ตั้งใจสมัคร…

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เรียล มูฟ จำกัด บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดช่องทางยกเลิกบริการเอสเอ็มเอส ผ่านระบบ IVR *137 เพื่อหยุดข้อความเอสเอ็มเอสกวนใจหรือไม่ตั้งใจสมัคร ลดปัญหาเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว

พ.อ.เศรษฐพงค์?มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงาน กสทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เกี่ยวกับปัญหาจากบริการเสริมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอส ในกรณีการคิดค่าบริการเกินจากการใช้งานจริง (Over Bill) เป็นจำนวนมาก โดยจากการสำรวจปัญหาพบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้ใช้บริการได้รับข้อความโฆษณาทางธุรกิจที่ส่งทางโทรศัพท์เคลื่อนที่และสมัครใช้บริการโดยไม่ตั้งใจ หรือโดยไม่มีความรู้ที่เพียงพอ หรือยังไม่เข้าใจเงื่อนไขของบริการเอสเอ็มเอสที่ได้รับ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดและประสบปัญหาจากการใช้บริการในลักษณะต่างๆ เช่น ผู้ใช้บริการมักจะได้รับข้อความโฆษณาทางธุรกิจที่ส่งทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งมีจำนวนมาก ทั้งข้อความประชาสัมพันธ์ โฆษณาสินค้า ชวนสมัครใช้บริการต่างๆ ชวนให้ดาวน์โหลดคลิป โหลดเกม ดูดวง เสี่ยงโชค ทายผลฟุตบอล และรูปอื่นๆ ซึ่งผู้ใช้บริการบางรายได้รับผลกระทบเนื่องจากข้อความดังกล่าวสร้างความรำคาญ และมีผู้ใช้บางรายได้สมัครใช้บริการโดยไม่ตั้งใจและถูกคิดค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

โดยปัญหาดังกล่าว ผู้ใช้บริการมักไม่ได้รับการแก้ปัญหาได้ในทันที เนื่องจากผู้ใช้บริการไม่ทราบช่องทางการยกเลิกที่ชัดเจน ดังนั้นส่วนใหญ่มักจะติดต่อผู้ให้บริการเนื้อหาที่ส่งข้อความเข้าไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน หรือบางรายแจ้งไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ตนใช้บริการอยู่ เพื่อยกเลิกบริการเอสเอ็มเอส ผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ของบริษัทผู้ให้บริการ ซึ่งทำให้เสียเวลาในติดต่อกับเจ้าหน้าที่คอลล์เซ็นเตอร์ และเสียค่าโทรศัพท์ในการโทรไปยกเลิกบริการ ขณะที่บางรายได้ร้องเรียนมาที่ สำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งสำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการแจ้งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามขั้นตอนของประกาศ กทช. เรื่อง กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ จึงทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. และบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้ข้อสรุปร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการในเบื้องต้น โดยการจัดทำช่องทางในการยกเลิกบริการเอสเอ็มเอส ผ่านระบบ IVR หมายเลขเดียวกันทุกเครือข่าย คือ *137 โดยไม่เสียค่าบริการ ยกเว้น TOT3G ที่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระบบ แต่ก็ได้มีการจัดทำระบบการยกเลิกผ่านเอสเอ็มเอส โดยผู้ที่ต้องการยกเลิกสามารถพิมพ์ ชื่อผู้ส่งที่ไม่ต้องการ เว้นวรรค b ส่งเอสเอ็มเอส ไปที่ 1777 โดยไม่เสียค่าบริการ ซึ่งช่องทางยกเลิกบริการเอสเอ็มเอส ผ่าน *137 และเอสเอ็มเอส 1777 ได้มีการให้บริการระยะหนึ่งแล้ว ถือเป็นช่องทางยกเลิกการรับบริการเอสเอ็มเอสที่จดจำง่าย สามารถยกเลิกบริการได้ด้วยตนเองอย่างสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และไม่เสียค่าบริการแต่อย่างใด

ประธาน กทค. กล่าวว่า หากผู้ใช้บริการประสบปัญหาจากบริการเอสเอ็มเอส และแม้ว่าจะแจ้งยกเลิกการรับข้อความดังกล่าวกับทางผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ตนใช้บริการแล้ว แต่ยังคงได้รับเอสเอ็มเอสอยู่ ผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนต่อสำนักงาน กสทช. ผ่านกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) เลขที่ 87 พหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร.02-634-6000 โทรสาร 02-279-0251 (ในวันและเวลาราชการ) หรืออีเมล์ tcp.service@nbtc.go.th , tcp.service@hotmail.com หรือทาง กสทช. คอลล์เซ็นเตอร์ หมายเลข 1200 กด 1 (โทรฟรี).

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

กทค. เร่งประมูลคลื่น 1800-ย้ายค่ายเบอร์เดิมผ่าน SMS เว็บไซต์

บอร์ด กทค. เร่งประมูลคลื่น 1800 MHz ให้เวลาไอทียู 4 เดือน ศึกษารายละเอียด ก่อนสรุปผล ย้ายค่ายเบอร์เดิมต้องผ่านเอสเอ็มเอสและเว็บไซต์…

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการเปิดประมูลคลื่นความถี่ที่จะหมดสัญญาสัมปทานพร้อมกันในครั้งเดียว ประกอบด้วย คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และคลื่นอื่นๆ ที่จะหมดสัญญาสัมปทาน โดยกระบวนการและรายละเอียดทั้งหมด ทั้งการประเมินมูลค่าคลื่น ขั้นตอนการประมูล และรูปแบบการประมูลทาง กทค. ได้ว่าจ้างให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ศึกษา ซึ่งหลังจากเซ็นสัญญาว่าจ้างคาดว่าไม่เกินเดือน ก.ค. 2556 แล้ว จะต้องได้ข้อสรุปภายใน 4 เดือน

รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติในส่วนของเงื่อนไขแนวทางปฏิบัติการโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยในการบริการคงสิทธิ์เลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้) หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม ให้เพิ่มเติมในส่วนการลงทะเบียนของ้ใช้บริการผ่านเอสเอ็มเอสนั้น เป็นเพียงการลงทะเบียนเบื้องต้น หลังจากนั้นผู้ใช้บริการจะต้องไปลงทะเบียนอย่างเป็นทางการในเว็บไซต์ หรือลงทะเบียนกับคอลเซ็นเตอร์ของแต่ละผู้ให้บริการอีกครั้ง และได้ให้ผู้ให้บริการไปปรับปรุงวิธีการโอนย้ายตามมติ กทค.เพื่อเปิดกว้างให้ผู้ใช้บริการมีช่องทางในการเปลี่ยนค่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการย้ายข้ามผู้ประกอบการ จากเดิมที่การแสดงความจำนงผ่านเอสเอ็มเอสนั้น ทำได้เพียงการย้ายภายในผู้ประกอบการเดียวกัน แต่ภายใต้เงื่อนไขแนวทางปฏิบัติการโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ครั้งนี้ ห้ามจำกัดเฉพาะค่ายเดียวกันเท่านั้น.

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

กสทช.ผนึก สตช.เปิดแจ้งเหตุด่วนผ่าน SMS หมายเลข 191 ฟรี

กสทช.ผนึก สตช.เปิดแจ้งเหตุด่วนผ่าน SMS หมายเลข 191 ฟรี

กสทช. จับมือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดโครงการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ผ่าน SMS หมายเลข 191 ฟรี! ขณะที่ กสทช.มอบ 5 แสนบาทสนับสนุน เริ่มใช้งานวันนี้…

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เดินทางมาเป็นประธานในพิธีการแถลงข่าวเปิดโครงการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ผ่าน SMS หมายเลข 191 โดยไม่คิดค่าบริการ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. เพื่อเพิ่มช่องทางแจ้งเหตุร้ายให้แก่ประชาชน เนื่องจากปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และทวีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน และยังไม่สามารถควบคุมปริมาณการเกิดอาชญากรรมได้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ จึงจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือ หรือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่ ปัจจุบันได้รับความร่วมมือในการแจ้งข้อมูลข่าวสารน้อยมาก เนื่องจากช่องทางการติดต่อสื่อสารยังมีไม่เพียงพอ ทำให้ขาดข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนร้าย การจดจำตำหนิรูปพรรณของบุคคลต้องสงสัย หรือยานพาหนะ เพื่อเป็นการชี้ช่องทางนำไปสู่เบาะแสของการจับกุมในที่สุด

อีกทั้ง มีเป้าหมายสำคัญในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงร่วมมือกันดำเนินการจัดทำโครงการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ผ่าน SMS หมายเลข 191 โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อเป็นการขยายช่องทางการรับแจ้งเหตุ ให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับพฤติกรรมการสื่อสารของประชาชนในปัจจุบัน โดยผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารของผู้ประกอบการธุรกิจเครือข่ายระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 บริษัทในประเทศไทย คือ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส 2.บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค 3. บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 4.บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนประสบเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งเหตุ พร้อมระบุสถานที่เกิดให้ชัดเจน แล้วส่ง SMS ไปที่หมายเลข 191 ทันที เมื่อข้อมูลถูกส่งไปยังฐานข้อมูล SMS 191 เจ้าหน้าที่รับเหตุของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะวิเคราะห์ และแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 หรือสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง ออกไปทำหน้าที่ระงับเหตุและให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันประชาชนมีพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันนี้ประเทศไทยมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วกว่า 78 ล้านเลขหมาย ทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่เคียงข้างตลอดเวลา ด้วยความสำคัญนี้ กสทช. จึงมุ่งมั่นทำโครงการฯ ดังกล่าว เพื่อบริการแก่ประชาชน โดยความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย และ กสทช. ยังได้มอบทุนสนับสนุนโครงการจำนวน 5 แสนบาท เพื่อใช้ในการเตรียมพร้อมสำหรับระบบที่จะใช้รองรับการให้บริการประชาชน โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันนี้

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า SMS 191 เป็นการต่อยอดการทำงานของสายด่วนแจ้งเหตุร้าย 191 ที่เดิมมีเพียงบริการทางโทรศัพท์ แต่ SMS 191 จะเป็นบริการใหม่ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทั่วประเทศ ผ่านระบบ SMS ฟรี เพื่อบริการประชาชน โดย กสทช. ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 เครือข่าย โดยร่วมมือกันสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับคนไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของพลเมืองที่ดี มีความเข้าใจต่อปัญหาอาชญากรรม และเข้ามามีส่วนร่วมในงานป้องกันอาชญากรรมของตำรวจ ร่วมเฝ้าระวัง ดูแล แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง และสังคมส่วนรวม ตลอดจนมีการนำเสนอแนวคิดการทำงาน ในลักษณะ ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างทักษะในการสังเกต จดจำ ตำหนิรูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือพื้นที่เสี่ยง ที่เป็นแหล่งมั่วสุมต่างๆ แล้วแจ้งเบาะแส เหตุด่วนเหตุร้าย ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านข้อความ SMS 191 เพื่อให้ปัญหาภัยอาชญากรรม และภัยสังคมอื่นๆ ในชุมชนและสังคมลดน้อยลง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเป็นอยู่ที่ดี

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

เตือน “Socialcam” อาจส่ง SMS ให้เพื่อนๆโดยเราไม่รู้ตัว

เตือน

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ แสดงความกังวลต่อการใช้งานแอพพลิเคชั่นสุดฮิต “Socialcam” หลับพบว่าแอพฯ ดังกล่าวมีพฤติกรรมโจรแอบส่ง SMS ให้เพื่อนๆ เราโดยเราไม่รู้ตัว เนื่องจากมีการส่งข้อมูลของผู้ใช้งานออกไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งาน…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2555 นายปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ แจ้งเตือนผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นถ่ายคลิปวิดีโอสุดอิต “Socialcam” ที่ใช้งานแพร่หลายบนสมาร์ทโฟนทางทวิตเตอร์ @PrinyaACIS ว่า จากปัญหากรณีที่มีผู้ใช้งานหลายรายได้รับ SMS จากผู้ที่ใช้งาน Socialcam โดยที่เจ้าตัวที่ขึ้นชื่อมาว่าเป็นผู้ส่งข้อความไม่รู้เรื่องอะไรเลยนั้น เชื่อว่า Socialcam เป็นโปรแกรมที่น่าจะเรียกว่าโปรแกรมฉวยโอกาสทีเผลอ หรือ เกิดจากความไม่ระวังไม่รู้ของ User เนื่องจากมีพฤติกรรมโจรบางอย่าง นั่นคือ การแอบส่งข้อมูลออกไปนอกเครื่องหรือเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องโดยที่ผู้ใช้งานไม่ได้ยินยอม แม้ว่าตัวมันเองอาจจะไม่ใช่มัลแวร์ (MalWare) 100% แต่ก็มีเหตุผลพอจะจัดว่า Socialcam มีโอกาสเป็น Next Generation MalWare ในรูปแบบใหม่ที่ทำให้หลายคนเสียชื่อ และ อาจถูกดูดเงินออกจากกระเป๋าเวลาที่ SocialCam ส่ง SMS ให้เพื่อนๆ เราโดยเราไม่รู้ตัว

“ผมได้รับ SMS จากเหยื่อที่เป็นผู้ใช้ Socialcam มาหลายคนแล้วครับ เป็นไปได้ 2 อย่าง คือ socialcam ส่งเอง หรือ socialcam ใช้โทรศัพท์ของเราส่ง ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ แต่ผมได้รับ SMS โฆษณา Socialcam เป็นประจำจากผู้ใช้ socialcam โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ” ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าว

?

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ช่วงนี้ใครชอบเล่น Socialcam และ Instragram ก็ให้ระวังเรื่อง ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวด้วย.

ที่มา ทวิตเตอร์ @PrinyaACIS

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

กสทช.เปิดเวทีถกทุกฝ่าย หวังฉุดราคา SMS ต่ำกว่า 3บาท

กสทช.เปิดเวทีถกทุกฝ่าย หวังฉุดราคา SMS ต่ำกว่า 3บาท

กสทช. เปิดเวทีเสวนาสาธารณะ NBTC Public Forum? ในหัวข้อ ธุรกิจผ่าน SMS ? แค่ไหนที่ไม่เอาเปรียบ พร้อมถกค่ายมือถือ-ผู้จัดรายการ หวังหาแนวทางป้องกันผู้บริโภคถูฏเอาเปรียบจากการใช้ พร้อมลดราคาเอสเอ็มเอสต่ำกว่า 3 บาท…

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวภายในงานเสวนาสาธารณะ NBTC Public Forum? ในหัวข้อ ธุรกิจผ่าน SMS ? แค่ไหนที่ไม่เอาเปรียบ ว่า จากนี้จะเรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และผู้จัดรายการที่เปิดให้ส่งข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอสร่วมรายการมาหารือเพื่อขอความร่วมมือให้ลดราคาค่าบริการเอสเอ็มเอสต่ำกว่า 3 บาท จากเดิมที่เก็บค่าบริการเฉลี่ยครั้งละ 3-6 บาท ซึ่งสูงเกินกว่าอัตราต้นทุนของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ? 8-16 เท่า นอกจากนี้ จะเร่งออกประกาศหลักเกณฑ์กสทช. เรื่อง การควบคุมบริการเอสเอ็มเอสให้เสร็จเร็วขึ้นภายใน 1 ปี จากเดิมที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดให้เสร็จภายใน 2 ปี? เพื่อนำมาใช้ควบคุมบริการเอสเอ็มเอสในทุกรูปแบบ รวมไปถึงการควบคุมเอสเอ็มเอสที่เกี่ยวกับการพนันให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับเทศกาลฟุตบอลยูโรในช่วงเดือน มิ.ย.2555

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า เนื่องจากตามประกาศว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายเสนอต้นทุนที่แท้จริง และพบว่า อัตราต้นทุนเอสเอ็มเอสอยู่ที่ไม่เกิน 37 สตางค์ต่อข้อความ ดังนั้น ค่าบริการที่เรียกเก็บในปัจจุบันจึงสูงเกินไป

นายสรยุทธ สุทัศนจินดา ผู้ดำเนินรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับ กสทช.กำหนดค่าบริการเอสเอ็มเอสที่เหมาะสม หากเห็นว่าค่าบริการที่เรียกเก็บในปัจจุบันสูงเกินไป เพราะการเปิดให้ผู้ชมส่งเอสเอ็มเอสเข้ามาพูดคุยในรายการนั้น เป็นการสื่อสารแบบสองทาง พร้อมกันนี้ ยังมองว่าการเจรจาควรอยู่บนพื้นฐานที่ว่าผู้ประกอบการอยู่รอดได้และประชาชนรับได้ จึงจะเรียกว่าอยู่ในอัตราที่เหมาะสม

น.ส.นันทนี วงศ์อำนิษฐกุล ผู้อำนวกยารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรู วิชั่นส์ เจ้าของรายการเรียลลิตี้ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย กล่าวว่า ผู้จัดรายการพร้อมลดค่าบริการเอสเอ็มเอส แต่ต้องเป็นอัตราที่ไม่ต่ำมากจนเกินไป เนื่องจากสัดส่วนรายรับจาก บริการเอสเอ็มเอสที่เปิดให้ผู้ชมร่วมโหวต คือ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้รับ 50% ส่วน 50% ที่เหลือจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ทางสถานีโทรทัศน์ เจ้าของรายการ และผู้ทำระบบเอสเอ็มเอส ส่งผลให้ผู้จัดไม่ได้มีรายรับจากบริการนี้มากนัก

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายได้ควบคุมค่าใช้จ่ายในระดับหนึ่งแล้ว? โดยกำหนดเพดานค่าบริการที่ 5,000 บาทสำหรับผู้ใช้ระบบรายเดือน หรือ โพสต์เพด ซึ่งทำให้ไม่สามารถทุ่มโหวตได้เป็นหลักแสนบาทอยู่แล้ว แต่หากเป็นการโหวตผ่านระบบเติมเงิน หรือ พรีเพด ถือเป็นความสมัครใจของผู้โหวตเอง ขณะที่ ที่ผ่านมา มีรายได้จากการเปิดโหวตผ่านเอสเอ็มเอสรายการรอบละประมาณ? 30 ล้านบาท หรือยอดส่งเอสเอ็มเอสรวม 10 ล้านครั้ง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

7 ต.ค.วันทรราชพิฆาตประชาชน ทำยอดข่าวสั้น SMS พุ่งกระฉูด

ประเทศไทยต้องจารึกว่า 7 ตุลาทมิฬ วันทรราชฆ่าประชาชน คือวันที่ข่าวSMSหรือข่าวข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถูกส่งให้ประชาชนชาว ไทยมากที่สุด ยอดส่งเพิ่มกระฉูดจากเดิมมากกว่า 2 เท่าตัว ความต้องการรับทราบข้อมูลข่าวสารของมวลชนทำให้โอเปอเรเตอร์บางรายเลิกจำกัด จำนวนSMSข่าวไปโดยปริยาย ในขณะที่การบิดเบือนข่าวสารทำได้ยาก และหากสื่อไหนกล้าทำอนาคตรางเลือน

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

นายนิรันดร์ เยาวภาว์ เว็บมาสเตอร์ผู้จัดการออนไลน์ กล่าวถึงการให้บริการข้อความข่าวทางโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการออนไลน์ว่า เหตุการณ์ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นวันที่การส่งข่าวSMSไปยังประชาชนมีจำนวนสูงสุด โดยข้อความกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นข่าวการเมือง

” เวลามีสถานการณ์ตึงเครียดจำนวนข่าวจะเพิ่มเกินครึ่งหนึ่ง ปกติ โอเปอเรเตอร์อย่างดีแทคและเอไอเอสจะจำกัดข่าว SMS ไว้ที่ 6-8 ข่าวต่อหมวดต่อวัน เหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ทำให้มีจำนวนข่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ข่าวต่อหมวด เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ โอเปอเรเตอร์ก็เริ่มไม่จำกัดจำนวนข่าวที่ส่งให้ผู้บริโภค” นายนิรันดร์กล่าว

โอเปอเรเตอร์นั้นต้องจำกัดจำนวนข่าวSMSที่ส่งให้ผู้บริโภคเพื่อควบ คุมต้นทุนให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท การส่งข่าวSMSของผู้จัดการจะส่งโดยแบ่งประเภทเป็นหมวดย่อย ได้แก่ หมวดทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ กีฬา และบันเทิง เป็นต้น หนึ่งข้อความข่าวสามารถนำไปใส่ไว้ในหลายหมวดได้ โดยจำนวนข่าวปกติอยู่ที่ 15 ข่าวต่อหมวดต่อวัน ข่าวบางส่วนเท่านั้นที่จะถูกส่งถึงผู้บริโภค

” ข่าวทางSMSเร็วกว่าข่าวทุกช่องทาง เพราะเป็นข้อความสั้น ขั้นตอนไม่มีอะไรมาก เร็วกว่าข่าวออนไลน์ด้วย เพราะข่าวออนไลน์ยังต้องมีการคิดหัวข้อความ โปรยข่าว เนื้อข่าว และยังมีขั้นตอนของการออกแบบข่าวและการให้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผล สำหรับผู้จัดการเรามีนโยบายขึ้นทั้งสองส่วนให้พร้อมกัน ต้นทุนเราตายตัว ข่าวมากหรือน้อยทุนก็ไม่เพิ่มขึ้น” นายนิรันดร์กล่าว

จากการสำรวจผู้ใช้บริการSMSข่าวของสำนักข่าว INN พบว่าข้อความที่ถูกส่งมาในช่วงวันที่ 7 ตุลาคม (เริ่มนับเวลาเที่ยงคืน) มีทั้งสิ้น 39 ข้อความ เป็นข้อความข่าวการเมืองทั้งหมด

ข่าวบนมือถือโตต่อเนื่อง 3 ปีมีผู้ใช้งาน 2 ล้านคนต่อเดือน ไอเอ็นเอ็นคนขายข่าวรับ ยอด SMS พุ่งทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง ชี้เหตุสลายการชุมนุมน่าจะดันยอดดูข่าวผ่านมือถือกระฉูดไม่น้อยหน้าการ ปฏิวัติ ระบุการบิดเบือนข่าวทำได้ยากเพราะผู้บริโภคตัดสินใจรับเนื้อหาได้เอง ด้านเอไอเอสระบุยอดข่าวบนมือถือเป็นรองแค่บริการโหลดเพลง

นายวันชัย ปิณฑะบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจข่าวบนมือถือมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานในตลาดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 -2 ล้านรายต่อเดือน ?จากเริ่มต้น 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานเพียง 1.5 หมื่นรายต่อเดือน

ทั้งนี้ความต้องการบริโภคข่าวบนมือถือ จะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน ?เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ โดยจะเห็นได้จากเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวัน 19 ก.ย. 2549 ที่มีปริมาณการดูข่าวบนมือถือเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สำหรับเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 จะเห็นตัวเลขการบริโภคข่าวบนมือถือในเดือน พ.ย.2551 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการใช้งานสูงเช่นเดียวกับเหตุการณ์ปฏิวัติ

?จาก ประสบการณ์ที่ผ่านมา ประชาชนจะมีความต้องการบริโภคข่าวบนมือถือเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ ปกติหรือเกิดเหตุรุนแรง ฉะนั้นเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ผ่านมาเชื่อว่าจะมีปริมาณบริโภคข่าวบนมือ ถือจำนวนมากเหมือนเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวันที่ 19ก.ย.2549? นายวันชัยกล่าว

อย่างไรก็ดีการบริโภคข่าวบนมือถือส่วนใหญ่ผู้บริโภคยังนิยมดูข่าวสาร ผ่าน SMS มากกว่าดูผ่าน MMS และวิดีโอสตรีมมิ่ง เนื่องจากผู้บริโภคต้องการบริโภคข่าวอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์และสรุป ประเด็นข่าวหรือหัวข่าวสั้นๆเข้าใจได้ทันที ?แนวโน้มการเติบโตของ SMS นั้นยังเติบโตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพราะไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มือถือ ราคาแพงเพียงมีคุณสมบัติการใช้งานระดับพื้นฐาน?ส่วนผู้รับรู้ข่าวสารบนมือ ถือส่วนใหญ่ยังเป็นคนในเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด

นายวันชัยกล่าวต่อว่า สำหรับการรับข่าวบนมือถือผ่าน MMS และวืดีโอสตรีมมิ่งอยู่ในระหว่างการไต่ระดับการเจริญเติบโต เนื่องจากบริการดังกล่าวจะต้องอาศัยเครื่องลูกข่ายที่มีความสามารถในการใช้ งานสูง และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลสูง MMS 1 ข้อความใช้พื้นที่จัดเก็บมากถึง 100 กิโลไบต์ แต่ SMS ใช้พื้นที่เพียง 1 กิโลไบต์ต่อ1 ข้อความ ?ประกอบกับเทคโนโลยีปัจจุบันยังมีความเร็วไม่เพียงพอรับข้อมูลภาพอย่างมี ประสิทธิภาพ ฉะนั้นการรับข่าวผ่าน MMS และวิดีโอสตรีมมิ่ง จะมีปริมาณการเติบโตมากขึ้นเมื่อเทคโนโลยี 3G และมีการใช้งานเครื่องลูกข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงในตลาดมากขึ้น

สำหรับกรณีการบิดเบือนข่าวสารในเหตุการณ์ไม่ปกตินั้น มองว่าเรื่องนี้ที่สุดแล้วผู้บริโภคข่าวจะเป็นผู้ตัดสินเลือกรับข่าวสารด้วย ตัวเอง ส่วนผู้ที่เสนอข่าวบิดเบือนสุดท้ายก็จะถูกปฏิเสธรับข่าวสารจากผู้บริโภคเอง

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริการข่าวบนมือถือยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้สามารถทำรายได้เป็นรองคอนเทนต์เพลงเท่านั้น ปัจจุบันในตลาดรวมมีผู้บริโภคข่าวบนมือถือทั้งหมดมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่ง 90% ยังเป็นการรับข่าวผ่าน SMS ?สำหรับการรับข่าวสารผ่าน MMS และคลิปวิดีโอนั้นมีเพียง 10% เท่านั้น

โดยสาเหตุที่มีความต้องการบริโภคข่าวผ่าน MMS และคลิปวิดีโอ ในปริมาณไม่มากนักเนื่องจากการใช้งานลักษณะดังกล่าวจะต้องอาศัยเครื่องลูก ข่ายที่มีความสามารถในการใช้งานสูง ซึ่งมีราคาสูงคนส่วนใหญ่ในประเทศยังเข้าถึงได้น้อย แต่ในอนาคตหากคนสามารถเข้าถึงมือถือคุณภาพสูงได้มากขึ้นเชื่อว่าการใช้งาน ผ่าน MMS และคลิปวิดีโอ จะเพิ่มขึ้นตาม

ทั้ง นี้ สาเหตุที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมรับข่าวสารผ่าน SMS มากกว่าสื่อรูปแบบอื่นบนมือถือ เป็นเพราะผู้บริโภคต้องการรับรู้ข่าวที่มีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทัน สถานการณ์และสรุปเพียงพาดหัวสั้นๆ ประกอบกับคนส่วนใหญ่ยังใช้เครื่องลูกข่ายที่รองรับการใช้งาน SMS ?ส่วนข่าวในเชิงลึก หรือรายละเอียดของข่าวนั้นผู้บริโภคข่าวจะหาเพิ่มเติมตามหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์และโทรทัศน์ภายหลัง สำหรับปัจจัยกระตุ้นให้การบริโภคข่าวบนมือถือเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตคอนเทนต์ข่าวทั้ง สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์หันมาทำข่าวบนมือถือป้อนให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

สำหรับกรณีการเสนอข่าวบิดเบือนนั้นเชื่อว่าปัจจุบันมีน้อยลง เนื่องจากการเสนอข่าวบิดเบือนทำให้เกิดภาพเชิงลบกับสำนักข่าวนั้นๆ ประกอบกับผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกรับข่าวสารได้ด้วยตัวเอง

ที่มา : ผู้จัดการ

Tags: , , , ,