โซนี่ เปิดตัวสมาร์ทโฟน Xperia Sola รุ่นไม่ต้องสัมผัสจอ

โซนี่ เปิดตัวสมาร์ทโฟน Xperia Sola รุ่นไม่ต้องสัมผัสจอ

โซนี่ เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดกับ Xperia Sola สมาร์ทโฟนที่ท่องอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ มาพร้อมเทคโนโลยี Floating Touch พร้อมด้วย NFC Tag จอภาพ BRAVIA Engine พร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3.7และ รองรับ 3G…

บริษัท โซนี่ โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดกับ Xperia Sola สมาร์ทโฟนที่สามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ ด้วยเทคโนโลยี Floating Touch ที่จะช่วยให้คุณเลื่อนหน้าจอและเลือกรายการโดยไม่ต้องใช้นิ้วสัมผัสบนหน้าจอ พร้อมด้วย NFC Tag ที่จะทำให้การรับส่งข้อมูลในระยะใกล้ของคุณเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่าสุดๆ ด้วยหน้าจอขนาด 3.7 นิ้ว ความละเอียด 954×480 จอแสดงผลแบบ Mobile BRAVIA Engine รองรับการสัมผัสที่หน้าจอถึง 4 จุดต่อครั้ง อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3.7 พร้อมรองรับการอัพเกรดเป็น 4.0 (Ice-Cream Sandwich) รวมถึงรองรับกับเครือข่าย 3G ได้ทั้ง 2 ?ค่าย คือ 850/900/1900/2100 Mhz

นอกจากนี้ Xperia Sola ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัสและแฟลช สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวขนาด HD720p ได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถถ่ายภาพแบบ 3D Sweep Panorama ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังจัดเต็มทุกความบันเทิงที่ครบครับด้วยเครื่องเล่นวิดีโอ, เครื่องเล่นเพลง MP3 และวิทยุ FM รวมถึงรองรับการแชร์ภาพ วิดีโอ และเสียงเพลงแบบไร้สายผ่านระบบ DLNA เข้ากับทีวีได้ และยังให้คุณได้เต็มอิ่มกับทุกๆ ความบันเทิง รวมถึงให้คุณท่องโลก Social Network อาทิ Facebook, Twitter, Google Talk และ Skype ได้อีกด้วย

รุ่น Xperia Sola วางจำหน่ายแล้วในราคาประมาณ 12,000 บาท พร้อมแถมเมมโมรี่การ์ด MicroSD ขนาด 8 GB พร้อมกับ SmartTags 2 อัน โดยตัวเครื่องมี 2 สี คือ สีดำ และสีขาว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์!

บริษัทสหรัฐคิดการใหญ่ แผงโซล่าร์เซลล์ธรรมดาไม่เอา แต่จะทำเป็นโรงไฟฟ้าเลย ที่สำคัญราคาสูสี

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้าได้จริงอยู่ แต่ยังได้แรงดันไฟฟ้ากระจิริดเมื่อเทียบกับขนาดของตัวแผงโซลาร์เซลล์เอง ไหนจะต้องเสียเงินค่าแบตเตอรี่ชนิดพิเศษสำหรับเก็บกระแสไฟฟ้าอีก คนที่มีปัญญาใช้โซลาร์เซลล์จึงมีแต่คนรวยเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ การใช้งานชุดผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสดงอาทิตย์จึงจำกัดอยู่กับอุปกรณ์ที่กินกระแสไฟฟ้าไม่มาก เช่น ไฟตามสวนสาธารณะ ไฟแสดงเส้นจราจร

?

ข่าวไอที เกมส์

?

บริษัท เฟิร์ส โซลาร์ จากสหรัฐ คิดการใหญ่กว่านั้น ทีมวิศวกรมีแผนยกระดับโซลาร์เซลล์ให้ผลิตไฟฟ้าได้เทียบเท่า ไฟฟ้าพลังถ่านหิน

ไม่ได้มีสหรัฐประเทศเดียวเท่านั้นที่ต้องการดูดแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าจ่ายไฟไปตามบ้านเรือนด้วยต้นทุนผลิตไฟฟ้าราคาถูก ทุกบริษัทแข่งกันคิดค้นนวัตกรรมผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ให้กำลังไฟจำนวนมาก แต่ เฟิร์ส โซลาร์ ประกาศว่าบริษัททำได้สำเร็จแล้ว และไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดว่าทำอย่างไร

ต่อมา นักข่าวชาวอังกฤษใช้ความสามารถสืบข่าวเชิงสอบสวนร่วมกับนักฟิสิกส์ผู้เชี่ยวชาญด้าน “โซลิด-สเตท” วัสดุที่ใช้เป็นสารกึ่งตัวนำไฟฟ้าตามจนพบข้อเท็จจริงว่า เฟิร์ส โซลาร์ ทำสำเร็จได้อย่างไร และได้ข้อสรุปว่า ความลับเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์เลย แต่อยู่ที่กรรมวิธีการผลิตมากกว่า กล่าวคือ แทนที่จะใช้ซิลิกอนเป็นสารกึ่งตัวนำไฟฟ้า บริษัทรายนี้เปลี่ยนมาใช้แคดเมียม และเทลลูเรียมแทน

รายละเอียดของการทำข่าวสืบสวนตีพิพม์ในวารสาร ไออีอีอี สเปคตรัม ฉบับเดือนสิงหาคม ริชาร์ด สตีเวนสัน

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยส่วนใหญ่ยังสงสัยอยู่ว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะยังไม่มีใครสามารถใช้สารกึ่งตัวนำดังกล่าวมาทำโซลาร์เซลล์ให้มีขนาดใหญ่กว่าแสตมป์ได้เลย แต่เฟิร์ส โซลาร์ ปรับขั้นตอนการผลิตจนทำโซลาร์เซลล์แผ่นใหญ่ขนาดโปสเตอร์ และยังผลิตจำหน่ายให้แก่บริษัทด้านสาธารณูปโภคจำนวนหนึ่งในหลายประเทศ โดยเฉพาะเยอรมนี เพื่อใช้เป็นพลังงานทางเลือก

จากข้อมูลที่นักข่าวสืบมาพบว่า ต้นทุนการผลิตโซลาร์เซลล์ของเฟิร์ส โซลาร์ยังคงสูงกว่าต้นทุนผลิตพลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่บริษัทแจ้งนักลงทุนว่าจะลดต้นทุนให้ต่ำลงกว่านี้ ถ้าทำได้จริง และในยามที่ต้นทุนผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นไม่หยุด เซลล์แสงอาทิตย์ของเฟิร์ส โซลาร์จะราคาเท่ากับไฟฟ้าผ่านสายในอีกไม่กี่ปี

เทคโนโลยีดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงมากถึงขนาดมีคำถามตามมาว่า สารเทลลูเรียมจะมีมากพอตอบสนองความต้องการผลิตโซลาร์เซลล์ทั่วโลกหรือไม่ คำตอบคือ มีพอแน่ เพราะความต้องการที่เพิ่มขึ้นจะผลักดันให้เกิดการค้นหาแหล่งแร่ใหม่

เมื่อถึงวันนั้น โลกยามค่ำคืนอาจสว่างไสวด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อย่างแท้จริง ที่สำคัญ ช่วยลดมลพิษได้อีกแรง

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: