Mind the Gap (1)

คุณผู้อ่านที่เคยมีประสบการณ์นั่งรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอนหรือที่ประเทศอังกฤษเรียกกันว่า ทู้ป (Tube) คงพอคุ้นหูกับประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า ?Mind the Gap? กันบ้างนะครับ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

tags: , , ,

No Comments

สื่อนอกคาดแอปเปิลออก ‘iOS in the Car’ ในสัปดาห์หน้า

รายงานนักวิเคราะห์ต่างชาติ เผย ค่ายรถชั้นนำอย่าง เฟอร์รารี่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และวอลโว่ เตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับใช้ในรถยนต์ที่มีจอแสดงผล โดยมีรูปแบบการทำงานคล้ายไอโฟน…

สำนักข่าว Cnet อ้างรายงานของไฟแนนเชียลไทม์ ที่มีแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่างเฟอร์รารี่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และวอลโว่ กำลังเตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการสำหรับระบบจอแสดงผลในรถยนต์ ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงการทำงานต่างๆ เหมือนใช้งานไอโฟนในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2014

ก่อนหน้านี้แอปเปิลเคยกล่าวถึง iOS ที่ใช้ในรถยนต์ (iOS in the Car) เมื่องาน Worldwide Developers Conference ช่วงปลายปี 2013 โดยที่รองประธานของแอปเปิล เอ็ดดี้ คูร์ กล่าวว่า บอร์ดบริหารของเฟอร์รารี่โชว์ภาพม็อกอัพของจอแอลซีดีในรถเฟอร์รารี่ ที่มีเมนูสั่งการแบบแอปเปิล ที่มีปุ่ม maps, phone, music และ messaging โดยเขาระบุต่อว่า ฟังก์ชั่นการทำงานยังสามารถใช้งาน Siri ได้ด้วย รถยนต์หลายค่ายเริ่มนำระบบเล่นเพลงที่รองรับ iOS ไปใส่ในรุ่นใหม่ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เชฟโรเลต เฟอร์รารี่ นิสสัน ฮอนด้า จากัวร์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ นิสสัน วอลโว่ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ผสานการทำงานกับ iOS ได้ในปีนี้.

ที่มา : cnet

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

คอมแบทแอ๊กชั่น ‘A country on the move’

คอมแบทแอ๊กชั่น 'A country on the move'

คอมแบทแอ๊กชั่นสัปดาห์นี้ เป็นการปฏิบัติงานของเรือบรรทุกเครื่องบิน Cavour ของกองทัพเรืออิตาลี ในปฏิบัติการ “A country on the move” ที่เป็นการเยือนประเทศในแถบแอฟริกา 13 ประเทศ…

คอมแบทแอ๊กชั่นสัปดาห์นี้ เราจะได้เห็นการปฏิบัติงานของเรือบรรทุกเครื่องบิน (CVH) ITS Cavour ของกองทัพเรืออิตาลี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วยระวางขับน้ำถึง 30,000 ตัน สามารถบรรทุกอากาศยานไปกับเครื่องได้กว่า 30 ลำ อาทิ AV-8B แฮริเออร์ พลัสทู และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง-กู้ภัย EH-101 เมอลิน โดยครั้งนี้เรือ Cavour กำลังจะออกไปปฏิบัติภาระกิจในปฏิบัติการ “A country on the move” ที่ใช้ระยะเวลาในการออกทะเลนาน 6 เดือน เพื่อเยือนประเทศในทวีปแอฟริกา 13 ประเทศ และแวะจอดในอ่าวต่าง ๆ ของ 7 ประเทศ เพื่อการเจริญสัมพันธ์ทางการค้า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และงานด้านมนุษยธรรม.

ภาพย้อนแสงของเรือ Cavour และแสงอาทิตย์ที่สะท้อนผิวน้ำทะเล

เรือลากโยงที่ท่าเรือ ยิงอุโมงน้ำให้เรือ Cavour เพื่ออวยพรให้เดินทางปลอดภัย

เรือ Cavour ค่อยๆ แล่นออกจากท่าเรือ Civitavecchia

เรือบรรทุกเครื่องบิน Cavour

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง-กู้ภัย EH-101 เมอลิน จอดบนดาดฟ้าโดยมีสกีจัมป์อยู่เป็นเบื้องหลัง

ลูกเรือของเรือ Cavour ยืนรอเรือออกจากท่าบริเวณลฟท์ขนส่งเครื่องบิน

บนดาดฟ้าเรือ Cavour มีเครื่องบินแฮร์ริเออร์ และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง-กู้ภัย EH-101 เมอลิน

ลายที่หางเครื่องบินแฮริเออร์เป็นรูปหมาป่า

แฮริเออร์ ของทร.อิตาลี จอดบนดาดฟ้าเรือ โดยถูกรัดตรึงไว้แน่น

เครื่องบินขับไล่โจมตีขึ้นลงทางดิ่ง AV-8B แฮริเออร์ พลัสทู บนเรือบรรทุกเครื่องบิน Cavour

นาวาเอกเปาโล แตรอู ผู้บังคับการเรือ Cavour และผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ยืนรับความเคารพก่อนเรือออกจากท่า

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ผุดแอพ ‘Read for the Blind’ สร้างหนังสือเสียงผ่านสมาร์ทโฟน

ผุดแอพ 'Read for the Blind' สร้างหนังสือเสียงผ่านสมาร์ทโฟน

ภาคเอกชนผนึกกำลัง เปิดตัวโครงการเพื่อสังคม “Read for the Blind” ชวนคนไทยเติมหนังสือเสียงให้ผู้พิการทางสายตา เพียงดาวน์โหลดแอพฯ? และสร้างสรรค์ผ่านแอพฯ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ตั้งเป้าเพิ่มหนังสือเสียงกว่า 3,000 เล่ม…

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท กูเกิล ประเทศไทย จำกัด ได้ร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อสังคม “Read for the Blind” เพื่อให้ความสำคัญกับวันไม้เท้าขาวโลก (White Cane Safety Day)?หรือวันคนตาบอดโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อเชิญชวนคนไทยอ่านหนังสือให้คนตาบอด ผ่านแอพพลิเคชั่น Read for the Blind บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งยังเพิ่มความสะดวกให้กับจิตอาสาในการสร้างหนังสือเสียงด้วยตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงมีสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตคนตาบอดในเมืองไทย ซึ่งกำลังประสบกับภาวะหนังสือเสียงขาดแคลนในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าสร้างหนังสือเสียงกว่า 3,000 เล่ม หรือ 30,000 บทความ จากจำนวนผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวกว่า 200,000 คน ภายใน 1 ปี

โดยนายวิรัช ศรีตุลานนท์ ประธานมูลนิธิคนตาบอดไทย กล่าวว่า ปัจจุบันห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการ ทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติมีหนังสือเสียงให้บริการประมาณ 5,000 เล่ม?เนื่องจากกระบวนการและขั้นตอนในการผลิตหนังสือเสียงมีความยุ่งยาก อาสาสมัครที่ต้องการอ่านหนังสือจึงต้องมีเวลาและสามารถอ่านได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ รวมถึงข้อจำกัดในด้านการเดินทางและปัญหาที่จอดรถ ด้วยปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวทำให้จำนวนหนังสือเสียงไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนตาบอดที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทั้งด้านการศึกษา ความบันเทิง ความรู้ และทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เชื่อว่าโครงการ Read for the Blind จะเป็นทางเลือกในการช่วยเพิ่มจำนวนหนังสือเสียง ทั้งยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนในสังคมเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือให้คนตาบอดในเมืองไทยที่ยังขาดโอกาส?ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาตนเองในอนาคต จึงอยากเชิญชวนจิตอาสาให้ช่วยกระจายข่าวเกี่ยวกับโครงการนี้และดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Read for the Blind บนสมาร์ทโฟน เพื่อเพิ่มจำนวนหนังสือเสียงให้เพียงพอ

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ซัมซุง ในฐานะผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Read for the Blind ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดและพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อสร้างหนังสือเสียงให้คนตาบอด ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุด และถือเป็นครั้งแรกที่สามารถสร้างหนังสือเสียงผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน นับเป็นการนำประโยชน์จากเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนมาสร้างประโยชน์แก่สังคม และเป็นการเพิ่มช่องทางให้คนไทยร่วมทำความดี ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับแอพพลิเคชั่น Read for the Blind ซัมซุงได้มอบลิขสิทธิ์ให้แก่มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อต่อยอดและใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ แนวคิดในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Read for the Blind มาจากไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลาและใช้ชีวิตแบบไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่?แต่อยากจะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งการสร้างหนังสือเสียงให้คนตาบอดผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน นับเป็นการทำความดีที่ง่ายและเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือสังคม โดยใช้เทคโนโลยีบันทึกเสียง หรือ Voice Recorder เพื่อบันทึกเสียงอ่านหนังสือ จากนั้นไฟล์เสียงดังกล่าวจะถูกอัพโหลดไปที่ระบบของมูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อนำไฟล์เสียงดังกล่าวไปแปลงเป็นระบบเดซี 3 (Daisy3) เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานสำหรับคนตาบอด นอกจากนี้ คนตาบอดยังสามารถค้นหา?ควบคุมการอ่าน และใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น ทำสำเนาได้ง่ายขึ้น สามารถคั่นหน้าที่อ่านได้ สำหรับการนำมาเปิดฟังในภายหลัง เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพเพื่อบันทึกภาพปกหนังสือที่ทำการอ่าน ทำให้ผู้ที่ต้องการอ่านหนังสือเล่มเดียวกันมาอ่านต่อเนื่องได้ ดังนั้น จึงหมดกังวลเรื่องการสร้างหนังสือเสียงซ้ำกันและสามารถร่วมกันอ่านบทต่อๆ ไปได้ เพื่อให้หนังสือที่เลือกอ่านเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถแชร์การสร้างหนังสือเสียงให้เพื่อนในสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กได้ด้วย

นายธาตรี ลิขนะพิชิตกุล ผู้จัดการกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารมีนโยบายในการส่งเสริมเครือข่ายจิตอาสา ทั้งพนักงานธนาคาร และการเชิญชวนเยาวชน คนรุ่นใหม่ รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมทำความดีในรูปแบบต่างๆ ผ่านหลากหลายกิจกรรมและโครงการ เพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมาโดยตลอด ในครั้งนี้ ธนาคารได้เชิญชวนผู้บริหาร พนักงานจิตอาสาของธนาคารในโครงการ SCB ชวนกันทำดี และสมาชิกเยาวชนคนรุ่นใหม่ในโครงการแบ่งปัน 1 วันใน 1 ปี เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร ได้แก่ เอทีเอ็ม เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เพื่อกระตุ้นการทำกิจกรรมร่วมกันของสังคม ในการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้พิการทางสายตา โดยธนาคารเชื่อว่า โครงการ Read for the Blind จะได้การตอบรับที่ดีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งธนาคารพร้อมให้การสนับสนุนโครงการอันเป็นสาธารณประโยชน์และสร้างสรรค์สังคม โดยเฉพาะการเสริมสร้างจิตอาสาในสังคมไทย

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้บริการด้านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เล็งเห็นว่าการประยุกต์เทคโนโลยีด้านการสื่อสารมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม จะช่วยให้คนในสังคมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งโครงการ Read for the Blind นับเป็นอีกหนึ่งโครงการฯ ที่ได้พัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้านการสื่อสารมาเอื้อประโยชน์แก่ผู้พิการทางสายตา ผ่านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันเป็นดวงตาแก่พวกเขาได้ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Read for the Blind และอ่านหนังสือให้พวกเขาฟัง ซึ่งเอไอเอสได้ยกเว้นค่าบริการอินเทอร์เน็ตผ่านแอพพลิเคชั่น Read for the Blind ตลอดการใช้งานให้กับผู้ใช้บริการในเครือข่ายเอไอเอส 3G 2100 คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ บริษัท กูเกิล ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า กูเกิล มั่นใจว่ าความใจดีของคนไทยจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ เพราะทุกคนย่อมเต็มใจที่จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการช่วยแชร์ การบอกต่อ รวมถึงการทำด้วยตนเอง เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อร่วมกันสร้างหนังสือเสียงให้คนตาบอด และส่งไปถึงคนตาบอดที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ เชื่อว่าแอพพลิเคชั่น Read for the Blind จะเป็นสามารถช่วยเหลือคนตาบอดทั่วโลกได้อีกด้วย

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กล่าวในฐานะผู้ที่มีส่วนริเริ่มความคิดเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น Read for the Blind ว่า ตนเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากทำหนังสือเสียงให้คนตาบอด แต่ต้องรอคิวอัดเสียงถึง 4 ชั่วโมง?และมีขั้นตอนยุ่งยาก จึงเกิดแนวความคิดว่าด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันอาจทำให้เราสามารถบันทึกเสียงบนสมาร์ทโฟนได้ และยังสามารถอัพโหลดขึ้นระบบคลาวด์ รวมทั้งการมีระบบการจัดการที่ดี เพราะใน 1 เล่มยังสามารถช่วยกันอ่านได้หลายคน จึงเกิดการพูดคุยกับทางซัมซุง และพัฒนาแอพพลิเคชั่นดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจสร้างหนังสือเสียงให้คนตาบอดผ่านแอพพลิเคชั่น Read for the Blind บนสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต?ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ Google Play Store และ App Store ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถแชร์หนังสือที่อ่านให้คนตาบอดฟัง?ทาง www.facebook.com/readfortheblind อีกด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ทรู ดิจิตอล พลัส ดึง ‘บัวขาว’ เปิดตัว ‘The King of Fighters Online’

ทรู ดิจิตอล พลัส ดึง 'บัวขาว' เปิดตัว 'The King of Fighters Online'

ทรู ดิจิตอล พลัส ผนึก ดรากอนฟลาย เปิดตัวเกมต่อสู้ระดับตำนาน ?The King of Fighters Online? รูปแบบใหม่ MOBA 100% ให้เกมเมอร์ชาวไทย สนุกกับการวางแผนจัดทัพเหล่านักสู้ ปะทะและยึดอาณาเขตของศัตรูแบบออนไลน์ครั้งแรกในโลก พร้อมดึง ?บัวขาว? นักชกดัง ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์…

ทรู ดิจิตอล พลัส ตอกย้ำความเป็นสุดยอดผู้ให้บริการเกมออนไลน์ในไทย ร่วมกับ ดรากอนฟลาย ผู้พัฒนาเกมชั้นแนวหน้าของโลก เปิดตัวเกมระดับตำนาน ?The King of Fighters Online? ในรูปแบบ 100% MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) ให้เกมเมอร์ชาวไทยสนุกกับการวางแผนจัดทัพเหล่านักสู้ ปะทะและยึดอาณาเขตของศัตรูแบบออนไลน์ก่อนใครในโลก พร้อมดึงนักมวยชื่อดัง ?บัวขาว บัญชาเมฆ? เป็นพรีเซ็นเตอร์ ร่วม

นายมานะ ประภากมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิตอล พลัส จำกัด กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจอีกครั้ง ของทรู ดิจิตอล พลัส ที่ ดรากอนฟลาย พันธมิตรเกมชื่อดังระดับโลกจากประเทศเกาหลี มอบสิทธิ์ในการเป็นผู้ให้บริการเกมออนไลน์ชื่อดังระดับตำนาน ?The King of Fighters Online? ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ในรูปแบบของ 100% MOBA หลังจากประสบความสำเร็จในการเลือก ทรู ดิจิตอล พลัส เป็นผู้ให้บริการเกมออนไลน์ Special Force แก่คอเกมชาวไทยมา 7 ปี? โดยมั่นใจว่า เกม ?The King of Fighters Online” นี้ จะได้รับความนิยมจากผู้เล่นเกมชาวไทยเช่นเดียวกัน เห็นได้ชัดจากกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงเปิดให้ทดสอบครั้งแรกระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเกมนี้จะเปิดให้บริการในไทยเป็นประเทศแรกของโลก และได้ ?บัวขาว บัญชาเมฆ? นักมวยชื่อดังในฐานะ The King of Fighters ตัวจริงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของเกมอีกด้วย

ด้าน นายพัค ชอล ซึง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคนิค บริษัท?ดรากอนฟลาย จีเอฟ จำกัด เปิดเผยว่า จากความร่วมมือกับ ทรู ดิจิตอล พลัส ในการผลักดันเกม Special Force ให้เป็นที่ยอมรับ และสามารถครองตำแหน่งเกมสงครามหน่วยรบยอดนิยมในไทยมาโดยตลอด จึงทำให้ตัดสินใจเลือก ทรู ดิจิตอล พลัส เป็นผู้ให้บริการเกม ?The King of Fighters Online? ที่พัฒนาโดย ดรากอนฟลาย และได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้อง จาก SNK Playmore Corporation โดย ?The King of Fighters Online? เป็นเกมออนไลน์แนว Multiplayer Online Battle Arena (MOBA) ที่ผู้เล่นสามารถเลือกนักสู้ เพื่อนำมาวางแผนยึดครองอาณาเขตของฝ่ายตรงข้าม โดยจุดเด่นของเกมนี้คือ เป็นเกมที่ต่อยอดมาจากเกมดังระดับตำนาน The King of Fighters ซึ่งเป็นเกมแนว Action Fighting ที่รวมตัวละครโด่งดังจากซีรีส์ ของ SNK Playmore Corporation วางจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ.2537 และมีการพัฒนามาแล้วหลายเวอร์ชั่น ทั้งในรูปแบบ Arcade และ Console โดยปัจจุบันมีภาคหลักทั้งสิ้น 13 ภาค

สำหรับสโลแกน ของเกม ?The King of Fighters Online? คือ ?เร็ว สนั่น มันส์ลืมโลก? เพื่อสื่อถึงจุดเด่น ดังนี้ 1.?เร็ว…บวกสะใจ แรงส์ทุกสกิลล์? สื่อถึงคุณสมบัติในด้านตัวเกมที่เร็ว เล่นสนุกสะใจ เล่นง่าย แต่รับประกันความเป็นเกมแนว 100% MOBA นอกจากนี้ ยังมีท่า Skill โดนๆ จากตัวละคร The King of Fighters 2.?สนั่น…Ultimate สุดอลัง? สื่อถึง Ultimate Skill ที่สวยงาม และแตกต่างจากเกมอื่นๆ พร้อมฟังก์ชั่น Max Rage Gate ซึ่งเป็นแถบพลังพิเศษของแต่ละตัวละครที่ได้จากการโดนโจมตีในเกม หากค่าพลังเต็มจะสามารถใช้ Ultimate Skill ได้รุนแรงขึ้น โดยเป็นฟังก์ชั่นที่เกมแนว MOBA อื่นๆ ไม่มี และสามารถเพิ่มความสะใจแก่ผู้เล่นได้แน่นอน และ 3.?มันส์ลืมโลก…กับ Fighters ระดับตำนาน? สื่อถึงตัวละครนักสู้จากซีรีส์เกมยอดฮิต The King of Fighters ที่มีมาให้เลือกเล่นกันอย่างครบครัน ในรูปแบบเกมแนว MOBA

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ความมันส์ จากเกม ?The King of Fighters Online? ได้ภายในงาน Thailand Game Show BIG Festival 2013 (TGSBIG 2013) ระหว่างวันที่ 18-20 ต.ค. 2556 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจะได้พบกับ ?บัวขาว บัญชาเมฆ? ที่เตรียมโชว์พิเศษมาเซอร์ไพรส์อีกด้วย ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวที่ www.KOF.in.t และ www.facebook.com/KOFTH.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , , , , ,

เปิดฉาก AIS The Startup Weekends คนรุ่นใหม่ร่วมงานคึกคัก

เปิดฉาก AIS The Startup Weekends คนรุ่นใหม่ร่วมงานคึกคัก

เอไอเอส เดินหน้าเปิดฉากกิจกรรม ?AIS The Startup Weekends? มีนักพัฒนาและคนรุ่นใหม่กว่า 500 คน ตบเท้าเข้าประลองไอเดีย สร้างโมบายแอพพลิเคชั่นสุดคึกคัก นำมาแบ่งจำนวน 116 ทีม ร่วมระดมสมอง สร้างแผนธุรกิจจพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นเช้ายันค่ำ ก่อนจะประกาศผู้ผ่านเข้ารอบ 25 ทีมสุดท้าย 27 มี.ค.นี้…

เอไอเอส เดินหน้าเปิดฉากกิจกรรม ?AIS The Startup Weekends? มีนักพัฒนาและคนรุ่นใหม่กว่า 500 คน ตบเท้าเข้าประลองไอเดีย สร้างโมบายแอพพลิเคชั่นสุดคึกคัก เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนแบ่งกลุ่มเป็นทีมได้ Startup หน้าใหม่ จำนวน 116 ทีม ร่วมระดมสมอง ใช้เวลาตั้งแต่เช้าถึงค่ำ สร้างแผนธุรกิจพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น (Business Canvas) นำเสนอต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยจะประกาศผล 25 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 27 มี.ค. 2556 ทางเว็บไซต์ www.ais.co.th/thestartup เพื่อมาร่วมแข่งขันพัฒนา Product Prototype ต่อไป ในวันที่ 30 และ 31 มี.ค. 2556

คุณวรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเวลา 9.00 น. ที่ Microsoft Auditorium ชั้น 38 อาคารซีอาร์ซี, ออลซีซั่นเพลส มีผู้เข้าแข่งขันทยอยมาลงทะเบีย นร่วมงานอย่างเนืองแน่น ทำเอาสถานที่กว้างขวาง อบอุ่นขึ้นมาทันที มีทั้งแบบกอดคอกันมาเป็นกลุ่ม และแบบฉายเดี่ยว โดยเริ่มด้วยการให้แต่ละคน Identify ตัวเองว่าเป็นกลุ่มคนประเภทไหน Developer, Business หรือ Designer เพื่อเตรียมประกอบร่างสร้างเป็นทีม รวมจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 500 คน

เมื่อถึงเวลาคุณปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล? เอไอเอส ในฐานะผู้บริหารโครงการ ขึ้นกล่าวต้อนรับเหล่าผู้แข่งขัน จากนั้น นาย Gianugo Rabellino, Senior Director of Open Source Communities ? Microsoft กล่าวถึงโอกาสการเติบโตของกลุ่ม Startup จบพิธีการเล็กน้อย

ทีม Fineseat

ต่อด้วยกิจกรรมสันทนาการละลายพฤติกรรม (Ice Breaking) ทำความรู้จักและสร้างความเป็นกันเอง ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม คลายความเครียดให้กับทุกคนได้เป็นอย่างมาก จากนั้น ก็ให้ทุกคนได้จับกลุ่ม แบ่งทีมกันอย่างอิสระ ทีมละ 3-5 คน ด้วยกติกาง่ายๆ คือ ขอให้ภายในทีมมีคนที่มีทักษะทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย Developer, Business และ Designer เพื่อเป็นผลดีในการช่วยกันเติมเต็มความสามารถในด้านต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน

หลังจากจัดแบ่งกลุ่ม ทำให้เราได้ Startup หน้าใหม่ รวมจำนวน 116 ทีมด้วยกัน จากนั้น ก็ให้เวลาในการระดมสมองและไอเดีย ช่วยกันสร้าง ?แผนธุรกิจพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น? ของตัวเอง ออกแบบคอนเซ็ปท์ของผลิตภัณฑ์พร้อมจุดเด่น, ช่องทางการจัดจำหน่าย, กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย, โครงสร้างเงินลงทุน, แหล่งรายได้, วิธีการวัดผล ฯลฯ ในลักษณะของ Business Canvas หรือที่เรียกว่าแผนธุรกิจในหน้าเดียว จากนั้นก็ถึงช่วงปล่อยของ เปิดโอกาสให้ทั้ง 116 ทีม ทยอยเข้ามาพรีเซนต์กับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการเก็บคะแนน และตัดสินทีมที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 25 ทีมต่อไป

บรรยากาศการ Audition Pitching

นายวรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง Managing Strategist จาก EGGidea Business Incubator หนึ่งในคณะกรรมการผู้จัดงาน กล่าวว่า งาน ครั้งนี้คึกคักมากเลยครับ กลุ่มคนที่มาจะแบ่งได้ประมาณ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก กลุ่มที่เตรียมตัวมาดีมาก เตรียมสไลด์พรีเซนต์มาเป็นพิเศษ มีโปรไฟล์ทีมมาเสนอให้ดู ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มคนที่อยากรู้อยากลอง อาจจะไม่มีไอเดีย แต่มีฝีมือ และอยากทำ ก็มาหาเพื่อนใหม่ สร้างทีมใหม่ ลองทำกันดู สุดท้าย คือ กลุ่มนักศึกษาที่ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ ทำให้ได้ผลงานที่หลากหลาย ทุกคนพยายามคิดสิ่งใหม่ๆ เลยก็มี หรือเป็นแอพฯ ที่เคยมีมาแล้ว แต่มีปรับเปลี่ยนต่อยอดก็มี ทั้งนี้ คะแนนหลักๆ ที่เราวางไว้อย่างชัดเจน แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1. Business Model ทำเงินได้จริงหรือไม่ 2.Team Relation การทำงานเป็นทีม ความสามารถส่วนบุคคล และ 3. Execution ไอเดียนำไป ลงมือทำได้ง่าย มีความเป็นไปได้ เป็นต้น

บรรยากาศการ Audition Pitching

“ผมมองว่า Startup รุ่นใหม่มีไฟ มีความฝัน มี Passion ที่อยากจะทำ แต่อาจยังมีจุดอ่อนที่ต้องเรียนรู้และพัฒนา อย่างเช่น เรื่อง การตลาดอาจจะยังตีโจทย์ไม่แตก ว่าจุดขายที่สำคัญ คืออะไร กลุ่มเป้าหมาย คือใคร ทำยังไงให้ฝันที่วางไว้ มันสร้างได้จริง จับต้องได้ งานวันนี้ สิ่งที่ได้ประโยชน์มากๆ คือ ทำให้เราได้เห็นประสบการณ์ ความคิดของคนอื่นๆ คนไอเดียซ้ำกันก็เยอะ ดังนั้น Startup ต้องคิดเยอะ หัวใจอยู่ที่ ?ไอเดีย? ที่ทำให้เราแตกต่าง ต้องไม่หยุดคิด? หนึ่งในคณะกรรมการผู้จัดงาน กล่าว

ด้าน นายดำรงศักดิ์ กองมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Fineseat จำกัด ผู้เข้าร่วมแข่งขัน กล่าวว่า ผมมางานนี้ เพราะอยากมาหาทีมงานเพิ่ม อยากมาเจอ Developer กับ Designer จริงๆ ผมมีบริษัทจดทะเบียนมาแล้ว 1 ปี ก็เป็น Startup หน้าใหม่ที่อยากได้เงินทุนพัฒนา และที่เข้ามาร่วมกิจกรรม AIS The Startup Weekends นี้ ก็หวังว่าเพื่อผลงานเข้าตาเอไอเอส จะจับโปรดักท์ไปปั้นสู่ตลาด ได้ทำธุรกิจด้วยกัน ซึ่งแอพฯ ของเราชื่อว่า ?Fineseat? ให้บริการจองโต๊ะในร้านอาหาร คล้ายๆ Agoda มองว่าน่าจะไปได้สวยสำหรับเมืองไทย ซึ่งยังไม่มีแอพฯ มาตอบโจทย์ด้านนี้

ผู้บริหารเอไอเอสกล่าวต้อนรับ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Fineseat กล่าวอีกว่า ในฐานะ Startup ที่ต้องการการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ซึ่งต้องขอบคุณเอไอเอสมากๆ ที่เปิดโอกาส และเปิดเวทีให้กับคนรุ่นใหม่ ได้นำเสนอไอเดีย และสามารถให้ความช่วยเหลือพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา ออกสู่ตลาดได้จริงๆ ที่สำคัญ งานนี้ ทำให้เราได้การผูกสัมพันธ์ ได้เจอเพื่อนใหม่อีก 500 คน ได้เห็นไอเดียใหม่ๆ ของคนอื่น เป็นการสร้างสังคมการเรียนรู้ เพราะผมว่า ปัจจุบันคนมีไอเดียเยอะมาก แต่ไม่มีเวทีให้แสดงออก บ้านเรายังไม่ค่อยมีเวทีเทคโนโลยี มีแต่เวทีการแสดง ต้องขอบคุณเอไอเอสที่สร้างโอกาสแบบนี้ให้กับคนรุ่นใหม่.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

‘ไมโครซอฟท์’ โชว์ The new Office ชูแนวคิดยุคใหม่ของการทำงาน

'ไมโครซอฟท์' โชว์ The new Office ชูแนวคิดยุคใหม่ของการทำงาน

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จัดงาน The new Office Experience Day โชว์ประสิทธิภาพชุดโปรแกรม The new Office สำหรับองค์กรธุรกิจ อวดโฉมซอฟต์แวร์ธุรกิจยอดนิยมเต็มชุด ทั้ง Microsoft Outlook, Word, OneNote, Excel, Lync, PowerPoint…

นายอัลวาโร เซลิส รองประธานบริหารฝ่าย Sales, Marketing, Services, IT & Operation Group ไมโครซอฟท์ ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า ชุดโปรแกรม The new Office นี้ เป็นมากกว่าแค่การแนะนำโปรแกรมออฟฟิศทั่วไป ความพิเศษของ The new Office ใหม่นี้คือสามารถทำงานได้ทั้งแบบบนเครื่องและแบบอยู่บนบริการคลาวด์ แต่ยังคงคุณสมบัติทุกอย่างของโปรแกรมออฟฟิศที่ทุกคนชื่นชอบ พร้อมกับประโยชน์และประสิทธิภาพอันหลากหลายของคลาวด์และโซเซียลต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน

นายอัลวาโร กล่าวอีกว่า วิถีการทำงานและความจำเป็นในการใช้เครื่องมือการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและการทำงานที่ประสานกันระหว่างอุปกรณ์ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งเกิดจากแนวโน้มหรือเทรนด์ต่างๆ ที่เปลี่ยนไป ทั้งอุปกรณ์ บุคคล และคลาวด์ คอมพิวติ้ง ซึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ข้อมูลวิจัยล่าสุดจากการ์ทเนอร์ ระบุในปี 2555 ผู้บริโภคซื้อสมาร์ทโฟนเป็นจำนวนราว 1,200 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าภายในปี 2559 จะมีการจำหน่ายสมาร์ทโฟนจำนวน 1,000 พันล้านเครื่อง ซึ่งบ่งบอกถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ และเป็นสิ่งที่ธุรกิจหรือสถานประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงด้านบุคคล ขณะนี้สถิติสัดส่วนพนักงานในบริษัทต่างๆ ได้ขยายไปถึง 4 ช่วงอายุแล้ว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่เรามีคนหลากหลายรุ่นทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยเฉพาะสำหรับพนักงานคนรุ่นใหม่มักจะชอบการทำงานที่รวดเร็ว ต้องการตารางเวลาที่ยืดหยุ่นและอุปกรณ์การสื่อสารและอุปกรณ์ที่ช่วยประสานการทำงาน

นอกจากนี้ อีกปัจจัยหนึ่งที่เชื่อมบุคคลเหล่านี้เข้าด้วยกันคือ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ความท้าทายของโซเชียล เน็ตเวิร์กนั้นมีสองระดับ คือ การสร้างเครือข่ายโซเชียลให้กว้างที่สุด เช่น Facebook, Twitter และ LinkedIn เพื่อเชื่อมโยงองค์กรกับลูกค้า และการสร้างเครือข่ายในลักษณะโซเซียลเน็ตเวิร์กภายในองค์กร เพื่อกระตุ้นความร่วมมือและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ขณะที่ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ได้เปลี่ยนวิธีในการนำเสนอและการใช้ซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นให้ต่างไปอย่างสิ้นเชิง จากผลการวิจัยล่าสุดของ ไอดีซี ระบุว่าการซื้อบริการคลาวด์และการใช้งานเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2563 และมากกว่าร้อยละ 50 ขององค์กรธุรกิจจะมุ่งสู่คลาวด์

สำหรับ The new Office ใหม่ จะเข้ามาช่วยให้องค์กรของคุณสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าและได้รับประโยชน์สูงสุดจาก Four Megatrends ด้วยประโยชน์ต่างๆ มากมาย ได้แก่ 1.อุปกรณ์ต่างๆ : The new Office ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งอุปกรณ์แบบสัมผัส, ปากกา Stylus, เม้าส์ และคีย์บอร์ด ซึ่งมอบประสบการณ์การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพขั้นสูง นอกจากนี้ The new Office ยังคงความรู้สึกของการใช้งานที่ผู้ใช้คุ้นเคยไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดๆ ก็ตาม พร้อมให้ความพึงพอใจสูงสุดของการใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์แก่ลูกค้าอีกด้วย 2.โซเชียล : The new Office เป็นชุดโปรแกรมโซเชียลอย่างแท้จริง ด้วยคุณสมบัติ News Feeds แบบเรียลไทม์ สำหรับผู้ใช้ เอกสารและการสนทนาต่างๆ Video Conference ที่มีความละเอียดสูงสามารถแชร์ข้อมูลผ่านโน้ตบุ๊ก (Shared Notebooks) และ กระดานเสมือนจริง (Virtual Whiteboards) 3.คลาวด์ : The new Office ทำงานบนระบบคลาวด์ มาพร้อมบริการการเก็บเอกสารบน SkyDrive โดยอัตโนมัติ ซึ่งการปรับแต่งส่วนตัว รูปแบบเอกสาร และเอกสารต่างๆ จะเดินทางไปกับคุณทุกที่ทุกเวลา 4.การควบคุม : The new Office มอบความปลอดภัยให้คุณอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดนี้รวมการป้องกันข้อมูลสูญหาย การปฏิบัติตามข้อกำหนดและนโยบายแบบบูรณาการ ระบบป้องกันมัลแวร์ภายใน และตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลายทั้งแบบ On-premises และบนคลาวด์

ในส่วนการให้บริการ The new Office มีให้บริการทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วไป นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถเข้าไปดาวน์โหลดฟรีรุ่นทดลอง รุ่น the Office Professional Plus 2013 โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ http://technet.microsoft.com/en-us/evalcenter/jj192782.aspx ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Office 365 สำหรับองค์กรธุรกิจ มีให้บริการแล้วในรูปแบบ Enterprise Agreement ผ่านตัวแทนจำหน่ายขนาดใหญ่ โดยลูกค้าสามารถดาวน์โหลดรุ่นทดลองสำหรับองค์กรธุรกิจได้ที่ http://www.microsoft.com/office/preview/en/office-365-enterprise ส่วนผลิตภัณฑ์ Office 365 สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ทั้งรุ่น Home Premium และรุ่น University ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะมีวางจำหน่ายที่ร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วไปตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2556 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับ The new Office Experience Day ที่ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จัดขึ้นในครั้งนี้ คือการจำลองห้อง Consumer Immersion Experience (CIE) ที่เป็นการนำเสนอออฟฟิศยุคใหม่ให้ผู้บริโภคในระดับองค์กรธุรกิจได้ดื่มด่ำและเข้าใจเกี่ยวกับมุมมองของการทำงานในรูปแบบใหม่พร้อมสัมผัสถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งาน The new Office ในรูปแบบที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ ซึ่งประกอบด้วย การจำลองห้องทำงานยุคใหม่สำหรับฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และผู้บริหารระดับสูง โดยผู้บริโภคในระดับองค์กรที่สนใจยังสามารถเยี่ยมชมห้องจำลองเพิ่มเติมหลังจากวันงานได้ที่บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และบริษัทคู่ค้าอีก 3 แห่ง คือที่ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

อีเอ็มซี เปิดตัวโครงการ The Human Face of Big Data

อีเอ็มซี เปิดตัวโครงการ The Human Face of Big Data

อีเอ็มซี ร่วมกับ “ริค สโมแลน” ผู้สร้างสรรค์ชุดภาพถ่าย ?Day in the Life? อันโด่งดัง เปิดตัวโครงการมัลติแพลตฟอร์ม ?The Human Face of Big Data? ระดมทรัพยากรจากทั่วโลก สะท้อนความพยายามในการศึกษา และสำรวจผลกระทบทางสังคมจากกระแสข้อมูลบิ๊กดาต้าที่มนุษย์เราจะต้องเผชิญ…

แมวน้ำติดตั้งเสาอากาศไว้ที่ศีรษะเพื่อออกสำรวจมหาสมุทร ดาวเทียมถูกใช้ในการบอกพิกัดตำแหน่งของยุง ระบบ SMS ช่วยป้องกันการลักลอบขายยาผิดกฎหมายในกาน่า สมาร์ทโฟนที่สามารถทำนายได้ว่าคุณกำลังจะรู้สึกหดหู่ บัตรเครดิตที่รู้ล่วงหน้าสองปีว่าชีวิตคู่ของคุณจะต้องลงเอยด้วยการหย่าร้าง เม็ดยาที่ส่งข้อมูลออกมาจากร่างกายของคุณโดยตรงให้แก่แพทย์ที่ให้การรักษา

เรื่องราวทั้งหมดนี้ รวมถึงเรื่องราวอื่นๆ กำลังถูกบอกเล่าผ่าน “The Human Face of Big Data” (http://www.HumanFaceOfBigData.com) ที่เป็นโครงการที่ระดมความคิดและทรัพยากรจากผู้คนทั่วโลก ดำเนินการโดย ริค สโมแลน (Rick Smolan) ผู้สร้างสรรค์ชุดภาพถ่าย ?Day in the Life?? โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น โดยอ้างอิงสมมติฐานที่ว่า การแสดงผลแบบเรียลไทม์สำหรับข้อมูลที่รวบรวมจากดาวเทียม เซ็นเซอร์หลายพันล้านตัว แท็ก RFID รวมถึงกล้องและสมาร์ทโฟนที่รองรับ GPS ทั่วโลก จะช่วยให้มนุษย์เราสามารถสัมผัส ตรวจวัด เข้าใจ และส่งผลกระทบต่อตัวตนของเราในลักษณะที่เกินขอบเขตจินตนาการของบรรพบุรุษในอดีตของเรา

โครงการที่ครอบคลุมหลากหลายแง่มุมนี้จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 25 กันยายน พร้อมด้วยกิจกรรม 8 วัน ภายใต้ชื่อ ?Measure Our World? โดยจะชักชวนผู้คนจากทั่วโลกให้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล และเปรียบเทียบชีวิตของแต่ละคนในแบบเรียลไทม์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่แปลกใหม่บนสมาร์ทโฟน? นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังประกอบด้วยกิจกรรม ?Mission Control? ซึ่งจะจัดขึ้นที่นิวยอร์ก สิงคโปร์ และลอนดอน และจะมีการดำเนินโครงการ ?Data Detectives? สำหรับเยาวชนทั่วโลกภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร TED? นอกจากนี้ จะมีการจัดทำสมุดภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่รวบรวมภาพถ่ายกว่า 200 ภาพ ความเรียงจากนักเขียนชื่อดัง และภาพกราฟิกที่แสดงข้อมูล ทั้งยังมีการจัดทำแอพบน iPad และสารคดีอีกด้วย

นายริค สโมแลน ผู้สร้างชุดภาพถ่าย ?Day in the Life? อันโด่งดัง รวมถึงโครงการอื่นๆ จาก Against All Odds Productions กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป้าหมายสำหรับโครงการนี้คือ เพื่อจุดประกายให้มีการพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกเกี่ยวกับประเด็นเรื่องบิ๊กดาต้า รวมถึงศักยภาพของบิ๊กดาต้าหากมีการใช้งานอย่างชาญฉลาด และอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากเราไม่ระมัดระวังให้มากพอ บิ๊กดาต้าก่อให้เกิดวิวัฒนาการทางด้านความรู้ที่สำคัญ ซึ่งเราแทบจะมองไม่เห็น โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของธุรกิจ สถานศึกษา รัฐบาล การแพทย์ และชีวิตประจำวัน และนอกจากนี้ เช่นเดียวกับเครื่องมือใหม่ทั้งหมด บิ๊กดาต้าอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่เราไม่คาดคิด แต่ถ้าเราใช้งานอย่างฉลาดและรอบคอบ ในอนาคตอันใกล้ชุดเทคโนโลยีใหม่นี้อาจส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติได้มากเท่ากับภาษาและศิลปะเลยทีเดียว

ด้าน นายเจเรมี่ เบอร์ตัน รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บิ๊กดาต้าเริ่มต้นในห้องแล็บคอมพิวเตอร์ ด้วยนักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นนำเพียงไม่กี่คน แต่ในไม่ช้า ทุกๆ คน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ จะได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวางจากบิ๊กดาต้า ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับวิถีชีวิต การเมืองการปกครอง การทำงาน และความบันเทิง The Human Face of Big Data คือความพยายามครั้งสำคัญในการศึกษาและอธิบายเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมของบิ๊กดาต้า และผมมั่นใจว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดผลดีในระยะยาว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

อินเทล จัดกิจกรรม “Me The Musical” สำหรับชาวเฟซบุ๊ก

อินเทล จัดกิจกรรม

อินเทลแนะนำกิจกรรมใหม่ให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้ร่วมสนุกสร้างสรรค์เรื่องราวของตน ผ่านประสบการณ์ออนไลน์แนวใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ละครเพลง ?Me The Musical? เพื่อหวนคืนช่วงเวลาในอดีตผ่านละครเพลงของตนเอง…

นางดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล? ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Me The Musical คือ ละครเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตเรื่องแรกของโลก เพื่อสร้างความบันเทิง และเฉลิมฉลองเรื่องราวที่น่าสนใจในอดีตและมุมมองของอนาคตไปพร้อมๆ กัน เพราะชีวิตคนเรา ชีวิตเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นเราควรหยุดพักเพื่อแสวงหาความสนุกสนานบ้างเป็นครั้งคราว

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของ Me The Musical ก็คือ การเฉลิมฉลองประสบการณ์ที่พวกเรามีร่วมกัน และสิ่งต่างๆ ที่ผูกพันพวกเราเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่นความโหยหาอดีต การเล่าเรื่องราวเพลงและการเต้นรำ ซึ่งถือเป็นสามัญสำนึกร่วมที่มีในวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของโลกประสบการณ์ที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสจะเป็นทั้งแบบโดยรวมและส่วนตัว ผ่านการนำองค์ประกอบบางส่วนจากประวัติส่วนตัว มารวมอยู่ใน Me The Musical เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผู้ใช้ เข้ากับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกของเรา นอกจากนั้น Me The Musical ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนอย่างกว้างขวางอีกด้วย และตอกย้ำ ยุคใหม่แห่งการประมวลผลที่อินเทลได้พูดมาตลอด

?การประดิษฐ์ไมโครโปรเซสเซอร์เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราอย่างมาก ปัจจุบันเราแทบคิดไม่ออกแล้วว่ามีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกชนิดใดบ้างที่ไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยในขณะที่คอมพิวเตอร์เองก็มีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่ชื่อว่า อัลตราบุ๊ก ที่จะเข้ามายกระดับรูปแบบการประมวลผลของผู้ใช้ ทั้งในรูปแบบและดีไซน์ พร้อมกับการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิม ให้ประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และเพิ่มความละเอียดในการรับชมมีเดียและภาพกราฟฟิกได้ดีขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นก่อนหน้านี้ ก็ถือเป็นตัวแทนของยุคใหม่? นางดรรชนีพร กล่าว

ทั้งนี้ ‘Me The Musical? คือภาคต่อของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจาก Museum of Me ที่อินเทลได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลบนเฟซบุ๊กของผู้ใช้เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเวอร์ชวล ที่แสดงชีวิตดิจิตอลของผู้ใช้ โดยรูปภาพส่วนตัว รวมถึง วิดีโอ และเพื่อนของของคุณจะถูกนำมาจัดแสดงเหมือนกับผลงานศิลปะ ตาม แกลเลอรี่ ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา Museum of Me ได้รับรางวัลระดับนานาชาติอย่างมากมาย อาทิ FWA (Favorite Website Awards) Site of the Year, The Design and Art Directors Award London, Asia Pacific Advertising Festival and Contagious magazine?s Top 10 Most Contagious Ideas of 2011 รวมไปถึงการคว้ารางวัลถึง? 6 สาขา จากงาน Cannes Lions International of Creativity ซึ่งเป็นงานที่ร่วมฉลองผลงานสร้างสรรค์ ด้านการสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

เริ่มแล้ว THE GAMES XPO 2012 มหกรรมอี-สปอร์ตของไทย

เริ่มแล้ว THE GAMES XPO 2012 มหกรรมอี-สปอร์ตของไทย

เริ่มเป็นทางการกับ แสดงเกมครั้งยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาพร้อมกับการแข่งขันอีสปอร์ต ในงาน? “THE GAMES XPO 2012″ หนุนนักกีฬาอีสปอร์ตชาวไทย สู่เวทีการแข่งขันระดับโลก พร้อมทั้งพริ้ตตี้สาวคับคั่ง…

Rapture Gaming ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับ นิตยสารคอมพ์เกมเมอร์นิวส์ โดยการสนับสนุนของเครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์ ร่วมกันจัดงาน? “THE GAMES XPO 2012″ งานแสดงเกมครั้งยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาพร้อมกับการแข่งขันรายการ ?THAILAND GAME PROFESSIONAL LEAGUE? มหกรรมกีฬาอิเล็คโทรนิคโอลิมปิกที่จะเป็นบันไดไปสู่นักกีฬา E-Sport ระดับมืออาชีพ ณ เวทีใหญ่ห้องเพลนารีฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ค.2555 โดยมีเป้าหมาย คือ การแข่งขัน E-Sport เพื่อผลักดันให้เกมกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมและอีกแขนงหนึ่งของกีฬา และสนับสนุนเวทีการแข่งขันแก่นักกีฬาอีสปอร์ตชาวไทย

ภายในงานจะมีการแข่งขันเกมมากกว่า 15 เกม จากผู้ให้บริการเกมออนไลน์ชั้นนำในประเทศไทยกว่า 10 ค่ายเกม ภายใต้รายการชื่อ Thailand Game Professional League (TG-PL)? โดยมีเกมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น DotA 2, Pocket Ninja, Mstar, Point Blank, Battle City Online, Xshot เป็นต้น พิเศษสุดสำหรับการแข่งขัน DotA 2 ทีมชนะเลิศจะได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน WCG Asian ที่ประเทศมาเลเซียพร้อมตั๋วเดินทางและที่พัก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้เกมเมอร์ได้ร่วมสนุกกันมากมาย เช่น? งานเปิดตัวเกมใหม่จากค่ายเกมดัง บริษัทอินิทรี ดิจิตอล จำกัด คือ Continent of The Ninth หรือ C9 เกมระดับโลกที่คุณสามารถทดลองสัมผัสได้ครั้งแรกภายในงาน หรือจะเป็น League of Legends จาก Playinter ที่มาพร้อมกับการแข่งขันเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกชิงเงินรางวัลหลักแสน และการกลับมาของเกมในตำนานอย่าง Counter-Strike Global Offensive รวมทั้งกิจกรรมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทายผลการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศรายการ TG-PL ทั้ง 15 เกม พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษจากผู้ร่วมสนับสนุนงานมากมายตลอดทั้ง 3 วัน รวมทั้งเกมเมอร์ยังได้ชมความน่ารัก เซ็กซี่ ของบรรดาเหล่าพริ้ตตี้สาวของค่ายเกมต่างๆ ที่จัดหนัก จัดเต็ม ด้วยชุดคอสเพลย์ และชุดคอนเซ็ปต์เกม.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,