Watch OS 2 ทำอะไรได้บ้าง – ฉลาดใช้

ผู้เขียนคุ้นเคยกับแอปเปิล วอทช์ (Apple Watch) ตั้งแต่รุ่นแรก ใช้คู่กับไอโฟน 6 ช่วงหลัง ๆ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , ,

อนาคต Smart Watch – 1001

อนาคต Smart Watch - 1001

ผมพบว่าทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนของนาฬิกาฉลาดแยกเป็นสองแนวทางด้วยกัน กระแสหลักที่พยายามผลักดันกันอยู่ คือ ทำให้เป็นคู่หูกับโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ใช้โทรศัพท์ได้สะดวกขึ้น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

สงคราม Smart Watch – 1001

สงคราม Smart Watch - 1001

นาฬิกาฉลาดของค่ายเอส ค่ายแอล และค่ายเอ็ม ใช้ซอฟต์แวร์ของกูเกิล ชื่อ Amdroid Wear เป็นการต่อยอดซอฟต์แวร์ของสมาร์ทโฟนที่ครองตลาด 90% เพื่อใช้กับนาฬิกาซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องขนาดหน้าจอ และแหล่งพลังงาน

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

ฤา Smart Watch จะครองโลก? – 1001

ฤา Smart Watch จะครองโลก? - 1001

คอมพิวเตอร์สวมใส่ได้มีหลายชนิด ตั้งแต่เป็นแว่นตา นาฬิกา เสื้อผ้า รองเท้า บริษัทกูเกิลพยายามทำ Glass เป็นแว่นตา แสดงจอโทรศัพท์ขึ้นให้เห็นในแว่นได้

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , ,

NBTC Watch จี้ กสทช.ออกเกณฑ์แจกทีวีดิจิตอลสาธารณะโปร่งใส

NBTC Watch จี้ กสทช.ออกเกณฑ์แจกทีวีดิจิตอลสาธารณะโปร่งใส

คณะทำงานติดตาม กสทช. (NBTC Watch) ยื่นข้อเสนอออกหลักเกณฑ์คัดเลือกให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอลในประเภทบริการสาธารณะ ที่ กสท.จะพิจารณาในวันพรุ่งนี้

บ่ายวันนี้ (6 พ.ค.) คณะทำงานติดตาม กสทช. (NBTC Watch) ได้ออกคำแถลงกรณี ที่การประชุมของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท) ในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.) จะพิจารณา (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการโทรทัศน์สำหรับการประกอบกิจการบริการสาธารณะ? โดยระบุว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงมีผลกระทบต่อการประกอบกิจการโทรทัศน์ประเภทธุรกิจและชุมชน คณะทำงานติดตาม กสทช. (NBTC Watch) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน องค์กรสื่อภาคประชาชนและนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ฯลฯ จึงมีข้อเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และสาธารณะ ดังต่อไปนี้ 1. เนื่องจาก กสทช. มีหน้าที่ต้องออกใบอนุญาตการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและใบอนุญาตการให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนเปิดรับคำขอใบอนุญาตการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล อันเป็นสาระสำคัญที่ต้องระบุในเอกสารขอรับใบอนุญาตเพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่อย่างเป็นธรรม ดังนั้น กสทช.จึงควรดำเนินการตามเงื่อนไขข้างต้นก่อนที่จะเร่งรัดจัดสรรคลื่นความถี่โทรทัศน์ในระบบดิจิตอล

คณะทำงานติดตาม กสทช. ระบุอีกว่า 2. การพิจารณาให้ใบอนุญาตการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการสาธารณะ ต้องมีหลักเกณฑ์การประกวดเพื่อคัดเลือกผู้รับใบอนุญาตที่มีความเป็นธรรม โปร่งใสตรวจสอบได้ และเป็นไปตามเจตนารมณ์การปฏิรูปสื่อ ความเหมาะสมของโครงสร้างและการบริหารจัดการองค์กร ความเหมาะสมของแผนหรือแนวทางในการจัดทำผังรายการและรูปแบบในการผลิตเนื้อหารายการ ความเหมาะสมของแผนหรือแนวทางในการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือเงินสนับสนุนการดำเนินการ ความเหมาะสมของแนวทางหรือกลไกในการติดตามตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกองค์กร และความเหมาะสมของแผนความพร้อมด้านเทคนิคและกระบวนการผลิตเนื้อหารายการ

คำแถลงของ NBTC Watch ระบุด้วยว่า 3. การออกหลักเกณฑ์ให้ใบอนุญาตการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการสาธารณะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 28 ใน พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป และเกี่ยวข้องกับการแข่งขันในการประกอบกิจการ หรือมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น หาก กสทช. ยังยืนยันเดินหน้าให้ใบอนุญาตโดยปราศจากหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ อีกทั้งไม่เปิดโอกาสให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้านก็จะส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะโดยรวม อันอาจนำไปสู่การฟ้องร้องในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมกันนี้ NBTC Watch จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันติดตาม ตรวจสอบการทำงานของ กสทช.อย่างใกล้ชิดต่อไป.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

เหนือเมฆ2จุดชนวน NBTC Watch บี้ กสทช.ตอบให้ ‘ใบอนุญาต’ ไทยคม

เหนือเมฆ2จุดชนวน NBTC Watch บี้ กสทช.ตอบให้ 'ใบอนุญาต' ไทยคม

เหนือเมฆ 2 จุดชนวน NBTC Watch ชี้มี ?ดาวเทียม? กสทช.กับคำถามเรื่องการให้ ?ใบอนุญาต? ไทยคม เปิดประเด็นร้อน ตั้งคำถาม 3 ข้อ บี้ กสทช.ตอบต่อสาธารณชน ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจเชิงนโยบายและการดำเนินการต่างๆ ตีความการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม…

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. คณะติดตามการทำงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. (NBTC Watch) เผยแพร่บทความระบุว่า ระหว่างที่การยุติออกอากาศละครเรื่องเหนือเมฆ 2 โดยสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 กำลังเป็นประเด็นร้อน ให้ กสทช. ต้องรีบหาทางออก ยังมีอีกประเด็นที่ กสทช.ควรจะออกมาให้คำตอบกับสังคม นั่นคือการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทสาม ก. กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม (Satellite Network Operator) ที่มีอายุ 20 ปี โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ปิดโอกาสผู้ประกอบการรายใหม่ในการเข้าสู่ตลาด แถมยังพลาดโอกาสในการปลดล็อกการผูกขาดกิจการโดยผู้ประกอบการรายเดียว จากสมัยที่ยังใช้ระบบสัมปทาน ทั้งที่กิจการโทรคมนาคมเปลี่ยนมาใช้ระบบใบอนุญาต ตั้งแต่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับปี พ.ศ.2543

ในรายงานที่คณะทำงานติดตาม กสทช.หรือ NBTC Watch จัดทำขึ้นเร็วๆ นี้ เรื่อง ?กสทช.กับการทำลายโอกาสในการเลิกการผูกขาดในกิจการดาวเทียมสื่อสาร? ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาในการให้ใบอนุญาตกับบริษัทไทยคมไว้หลายประการ ดังนี้

1.คำถามเรื่องตีความข้อกฎหมาย โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ตีความว่าผู้ให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม เป็นกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 มาตรา 45 โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากดาวเทียมเป็นวัตถุที่ลอยอยู่บนฟ้าเกินกว่า 100 กิโลเมตร จึงถือว่าอยู่นอกเหนือเขตอธิปไตยของไทย แต่สิ่งที่ กสทช.ควรตอบก็คือ ตำแหน่งวงโคจรไม่ว่าจะ 120 หรือ 50.5 องศาตะวันออก เป็นสิทธิที่ประเทศไทยได้รับการจัดสรรจาก ITU หากยึดตามที่ กทค.ตีความว่าอยู่นอกเหนือเขตอธิปไตย ก็จะไม่มีประเทศใดสามารถบังคับใช้กฎหมายในประเทศนั้นๆ กำกับดูแลการให้บริการดาวเทียมของตนได้เลย

นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังมีข้อสังเกตว่าในขณะที่ดาวเทียมแต่ละดวงใช้คลื่นความถี่ไม่เหมือนกัน เช่น C-Band Ku-Band หากให้ผู้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นผู้ประมูลคลื่นความถี่ แปลว่าทุกรายต้องประมูลคลื่น ?ทุกชนิด? เพื่อให้บริการผ่านช่องสัญญาณคลื่นดาวเทียมที่แตกต่างกันทั้งหมด ซึ่งไม่สมเหตุสมผลและคลื่นความถี่มาตรฐาน อย่าง C-Band Ku-Band ผู้ประกอบการหลายรายสามารถใช้งานในย่านเดียวกันและเวลาเดียวกันได้อย่างไม่จำกัด (ต่างจากตำแหน่งวงโคจรที่มีจำกัด) การที่ให้ผู้ให้บริการสถานีดาวเทียมภาคพื้นที่ต้องประมูลคลื่นจะเป็นการจำกัดการแข่งขันในตลาดโดยไม่จำเป็น

2.คำถามเรื่องความผิดปกติในการให้ใบอนุญาต ทั้งนี้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 มาตรา 45 กำหนดว่าการให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด แต่การอนุมัติใบอนุญาตให้กับบริษัทไทยคมของ กทค.กลับมีขึ้น ในขณะที่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตกิจการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมยังอยู่ในขั้นตอนการร่างเท่านั้น โดยที่ ?เงื่อนไขสำคัญ? ในหลักเกณฑ์ดังกล่าว คือประเด็นเรื่องใครควรเป็นคนประมูลคลื่นความถี่ ยังไม่ได้ข้อยุติ

ที่สำคัญ หลังจากที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2554 ได้มีมติเห็นชอบให้รักษาวงโคจร 120 องศาตะวันออก ภายหลังดาวเทียมไทยคม 1 ปลดระวางไปตั้งแต่เดือน ม.ค.2553 ขณะที่บริษัทไทยคมได้ลากดาวเทียมเอเชียแซท 6 ของฮ่องกงเข้ามาในตำแหน่งวงโคจรดังกล่าวแล้ว ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิวงโคจรดังกล่าวโดยไม่จำเป็นต้องคืนให้กับ ITU แล้วเหตุใด กทค.จึงต้องเร่งรัดอนุมัติใบอนุญาตให้กับบริษัทไทยคม

3.คำถามเรื่องเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่อาจกีดกันการแข่งขันในกิจการ ดาวเทียม เนื่องจากในใบอนุญาตที่ กสทช.ให้กับไทยคม ที่มีอายุ 20 ปี ได้กำหนดเงื่อนไขว่าบริษัทไทยคมสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตได้อีก 10 ปี ทั้งที่ควรกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องคืนตำแหน่งวงโคจรกลับมาจัดสรรใหม่ เพื่อการใช้ประโยชน์ตำแหน่งวงโคจรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการขอต่ออายุยังกำหนดให้ทำภายใน 30 วัน ซึ่งหากบริษัทไทยคมตัดสินใจไม่ต่ออายุใบอนุญาต ก็เป็นการยากที่ผู้ประกอบการรายใหม่จะเตรียมตัวทันในการขอใบอนุญาต พร้อมจัดส่งดาวเทียมขึ้นไปแทนภายในระยะเวลา 2 ปี ตามที่ ITU กำหนด

นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขว่าให้บริษัทไทยคมส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจรเพิ่มเติม ที่ตำแหน่งวงโคจรใดๆ ได้ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทไทยคมที่เป็นผู้ประกอบการรายเก่าใน การขยายสิทธิการใช้วงโคจรที่มีอยู่อย่างจำกัด จนอาจทำให้ไม่มีวงโคจรเหลือสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่

คำถาม 3 ข้อข้างต้นคือสิ่งที่ กสทช.ควรให้คำตอบต่อสาธารณชน ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจเชิงนโยบายและการดำเนินการต่างๆ ทั้งการตีความว่าการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมเป็นกิจการที่ไม่ใช้คลื่น ความถี่ ความผิดปกติในการอนุมัติใบอนุญาตให้กับบริษัทไทยคมอย่างเร่งรัด โดยปราศจากหลักเกณฑ์สำคัญตามกฎหมายรองรับ และการกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่อาจกีดกันการแข่งขันในกิจการดาวเทียม สื่อสารในอนาคต อย่าปล่อยให้สังคมเข้าใจว่ากระบวนการให้ใบอนุญาตของ กสทช.เป็นไปแบบ ?เหนือเมฆ? เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายผูกขาดกิจการดาวเทียมต่อไป เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียมสร้างประโยชน์มหาศาลทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง การออกกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดเสรีตลาดดาวเทียมย่อมสร้างความเสียหาย ให้กับประเทศอย่างมากมาย กสทช.จึงควรพิจารณาใช้อำนาจกำกับดูแลตามกฎหมายเพื่อ ?ปลดแอก? กิจการดาวเทียมออกจากระบบสัมปทาน และสนับสนุนให้มีการแข่งขันกันอย่างแท้จริง.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,